บทที่ 1200 หนี
“คุณชายรองหมายความว่ายังไงกัน?” เหลียนฟางโจวหัวเราะเยาะ พลางกล่าวเสียงเย็นว่า “หรือว่าอวี้อี๋เหนียงได้พูดอะไรกับคุณชายรองอย่างนั้นหรือ?
คุณชายรองจะลงมือโดยไม่คิดจะถามความจริงก่อนเลยหรือ?”
“เจ้ายังกล้าพูดอีกหรือ!” เหลียงอี้โกรธจัดจนแทบจะระเบิด
เขาถ่มน้ำลายลงพื้นอย่างดูแคลนแล้วชี้มาที่นางพร้อมกับตะโกนด่าอย่างเกรี้ยวกราด
“เจ้าเป็นตัวอะไรกัน!
อย่าคิดว่าพี่ชายข้าสนใจเจ้าแล้วเจ้าจะมีค่าอะไรมากมาย!
เจ้าน่ะก็เป็นได้แค่ของเล่นที่เขาเอากลับมาเท่านั้น จะโดนเฆี่ยนตี
ไล่ออกไปทำงานสกปรก หรือตบเป็นรางวัลให้พวกบ่าวไพร่ก็ไม่ได้มีค่าอะไรเลย!
เจ้ากล้าดียังไงถึงยื่นมือไปยุ่งกับผู้หญิงของข้า! คิดว่าเจ้าคือใครกัน?”
พูดจบ เหลียงอี้ก็ตะโกนเสียงดังลั่นว่า “เข้ามาให้หมด!
จับนางแพศยานี่เอาไว้ให้ข้า! วันนี้ถ้าข้าไม่สั่งสอนนางให้สาสม เจ้าคงคิดว่าข้านายท่านรองเหลียงเป็นพวกที่ให้ใครมารังแกได้ง่าย
ๆ งั้นสินะ!”
ทันทีที่คำพูดนั้นจบลง ก็มีหญิงวัยกลางคนรูปร่างบึกบึนสี่ห้าคนกรูกันเข้ามาจากด้านนอก
ตั้งท่าจะจับเหลียนฟางโจวเอาไว้!
เหลียนฟางโจวรู้สึกเย็นวาบไปทั้งร่าง
หากนางต้องตกไปอยู่ในเงื้อมมือของจูอวี้อิ๋ง แล้วตัวนางจะเหลือหนทางรอดอะไรอีก?
เหลียงอี้นั้นถึงอย่างไรก็เป็นน้องชายร่วมสายเลือดของเหลียงจิ้น
แล้วตัวนางล่ะเป็นอะไร? ก็เป็นได้แค่ผู้หญิงตัวเล็ก
ๆ ที่เขายังไม่ได้ครอบครองจึงรู้สึกมีความสนใจเพียงเล็กน้อยเท่านั้น!
ถึงแม้ว่าเหลียงอี้จะทรมานนางจนตายไปแล้วก็ตาม
เหลียงจิ้นจะยอมแตกหักกับน้องชายแท้ ๆ ของตัวเองเพราะนางอย่างนั้นหรือ?
เหลียนฟางโจบกัดฟันแน่นในใจ: จูอวี้อิ๋ง ข้าดูถูกเจ้าเกินไปจริง ๆ!
บ่าวไพร่ในเรือนมากมาย แต่เพราะเกรงกลัวต่ออำนาจของคุณชายรอง
ไม่มีใครกล้าแม้แต่จะขยับตัวช่วยเหลือนาง ยิ่งไม่ต้องพูดถึงการกล้าออกมาขัดขวางเลย
เมื่อเห็นกลุ่มหญิงวัยกลางคนพวกนั้นขานรับคำสั่งเสียงดังอย่างพร้อมเพรียงกัน
ใบหน้าไร้ความรู้สึกพลางก้าวเข้ามาใกล้ขึ้นเรื่อย ๆ
เหลียนฟางโจวจึงรีบก้มลงพูดกับเสี่ยวเชวี่ยด้วยเสียงเบา “ขอโทษด้วย!”
พูดจบนางก็ผลักร่างของเสี่ยวเชวี่ยเข้าไปหากลุ่มหญิงเหล่านั้นอย่างแรง
แล้วรีบยกกระโปรงขึ้น ก่อนจะกระโจนขึ้นไปบนเตียงอย่างรวดเร็ว
จากนั้นจึงปีนขึ้นไปที่หน้าต่างแล้วกระโดดออกไปด้านนอกอย่างไม่คิดชีวิต
ก่อนจะวิ่งหนีออกไปอย่างสุดกำลัง!
เสี่ยวเชวี่ยเห็นว่าคุณชายรองกรูเข้ามาด้วยความโกรธเกรี้ยวและต้องการจะจับตัวคน
นางก็ตกใจจนเกือบจะร้องไห้ออกมา! นางไม่กล้าขัดขวางคุณชายรอง แต่ถ้าแม่นางเกิดเป็นอะไรขึ้นมา
แล้วเมื่อคุณชายใหญ่กลับมา จะปล่อยนางไปได้อย่างไร?
คำพูดของเหลียนฟางโจวนั้น
นางได้ยินอย่างสับสนและยังไม่ทันเข้าใจความหมายก็ถูกผลักออกไปแล้ว
“อ๊า!”
เสี่ยวเชวี่ยร้องเสียงหลงด้วยความตกใจ
ร่างของนางเซถลาไปชนเข้ากับหญิงวัยกลางคนคนหนึ่งอย่างแรง ก่อนจะโบกมือไปมาพัลวัน
ใช้ทั้งผลักทั้งตบตีอย่างไม่รู้ทิศทาง พร้อมกับร้องโอดโอยและส่งเสียงตะโกนลั่น
“ว้าย! ระวัง!”
เหล่าสาวใช้คนอื่น
ๆ เมื่อได้สติแล้วก็รีบกรูกันเข้ามาช่วย พยายามดึงตัวเสี่ยวเชวี่ยออกมา
และประคองเหล่าหญิงวัยกลางคนที่โดนผลักล้ม
ในระหว่างนั้นก็ไม่พลาดที่จะตั้งใจทำให้สถานการณ์ชุลมุนวุ่นวายยิ่งขึ้น
พวกนางไม่กล้าแตะต้องคุณชายรองก็จริง
แต่โอกาสดีขนาดนี้จะปล่อยให้หลุดลอยไปได้อย่างไร? ถ้าไม่ทำอะไรเลยแล้วแค่ยืนดูเฉย
ๆ แม้คุณชายใหญ่จะไม่กล้าทำอะไรคุณชายรอง แต่นางก็ต้องหาที่ลงระบายความโกรธอยู่ดี
และคนที่ซวยก็คงไม่พ้นพวกนางเอง!
คุณชายใหญ่น่ะหรือ? อุปนิสัยของเขาน่ะ เป็นคนที่ใครจะกล้ามาทำให้โกรธได้ง่าย ๆ กันเล่า?
เหลียงอี้ไม่สนใจความชุลมุนวุ่นวายตรงหน้าที่เกิดจากบ่าวสาวและหญิงวัยกลางคนที่กำลังโวยวาย
ตะโกน และต่อสู้กันให้วุ่น แต่กลับหัวเราะเยาะออกมาเสียงดัง “ฮ่า!”
ด้วยความขบขันที่เต็มไปด้วยโทสะ เขากัดฟันแน่นแล้วกล่าวด้วยเสียงเย็นชา “สมแล้วที่เป็นนังผู้หญิงปากกล้า! ดีมาก! ข้าอยากจะดูจริง ๆ
ว่าเจ้าจะหนีไปได้ไกลสักแค่ไหน!”
พูดจบ
เขาก็ส่งเสียงฮึดฮัดออกมาอย่างไม่พอใจ แล้วสะบัดแขนเสื้อเดินตามออกไปอย่างรวดเร็ว
โดยไม่คิดลังเลเลยแม้แต่น้อย
หากเป็นคุณชายตระกูลผู้ดีในแผ่นดินจงหยวน
ไม่มีทางที่พวกเขาจะยอมทำอะไรที่ดูไม่คู่ควรอย่างการวิ่งตามจับผู้หญิงด้วยตัวเองเช่นนี้
ต่อให้เป็นพวกคุณชายสำมะเลเทเมาในเมืองหลวงก็ยังไม่กล้าทำเรื่องที่ดูด้อยค่าจนเสียฐานะเช่นนี้เลย
แต่ในมณฑลหนานไห่
ไม่มีใครสนใจกฎเกณฑ์พวกนั้น! เหลียงอี้ไม่แม้แต่จะคิดไตร่ตรอง
รีบวิ่งตามนางออกไปทันที
ในขณะนั้น
เหลียนฟางโจวกำลังวิ่งหนีอย่างบ้าคลั่ง มุ่งตรงไปยังเรือนหนังสือของเหลียงจิ้น!
ฝีเท้าของเหลียงอี้ก็ไม่ใช่ช้าเลย
หากไม่ใช่เพราะเรือนหนังสืออยู่ไม่ไกลจากที่นั่นนัก
เกรงว่าเหลียนฟางโจวคงจะถูกเขาจับตัวไว้ได้แล้ว
ยามที่เหลียนฟางโจววิ่งพรวดพราดเข้าไปที่หน้าประตูใหญ่
เหล่าเทพผู้เฝ้าประตูเห็นนางวิ่งมาด้วยท่าทางราวกับกำลังหนีตาย
พวกเขายังไม่ทันจะเอ่ยปากถาม นางก็พุ่งตัวเข้าไปด้านในแล้ว
เหลียนฟางโจวยืนหยุดอย่างกะทันหัน
ไม่กล้าวิ่งต่อ นางพิงกำแพงข้างประตูหอบหายใจอย่างหนัก
ก่อนจะเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงขาดเป็นช่วง ๆ
“คุณชายรอง...
คุณชายรองจะฆ่าข้า! ข้าขอร้องพวกท่าน... ขอร้องให้ช่วยข้าสักครั้งเถอะ!
ข้าไม่ได้ต้องการให้พวกท่านลำบากใจ เพียงแค่ช่วยเกลี้ยกล่อมคุณชายรอง
ให้รอจนกว่าคุณชายใหญ่จะกลับมาแล้วค่อยสะสางเรื่องนี้ก็พอ!”
สองเทพเฝ้าประตูได้ยินดังนั้นก็ถึงกับสะดุ้งไปตาม
ๆ กัน ทั้งสองมองหน้ากันด้วยความตกใจ
แต่ยังไม่ทันจะตอบโต้หรือพูดคุยอะไรกับเหลียนฟางโจว
เหลียงอี้ก็พุ่งตามมาถึงที่นั่นด้วยความโกรธ “นังแพศยา! เจ้าก็ลองวิ่งต่อสิ! ข้าอยากจะดูจริง ๆ
ว่าเจ้าจะหนีไปได้ไกลแค่ไหน!” เหลียงอี้ส่งเสียงหัวเราะเย้ยหยัน
สายตาเย็นเยียบแต่กลับเปล่งประกายความตื่นเต้นออกมาอย่างชัดเจน
“ในเมื่อคุณชายรองไม่คิดจะฟังคำอธิบายของข้า
เช่นนั้นก็ควรรอให้คุณชายใหญ่กลับมาก่อนแล้วค่อยพูดคุยกันจะดีกว่า!
เหตุใดคุณชายรองต้องบีบคั้นข้าให้ถึงเพียงนี้?” เหลียนฟางโจวกล่าวด้วยรอยยิ้มขื่นขม
นางยังพูดไม่ทันจบ
เหลียงอี้ก็ถ่มน้ำลายลงพื้นพร้อมกับแค่นเสียงหัวเราะเย้ยหยัน “เจ้าเป็นตัวอะไรถึงกล้ามาพูดแบบนี้? ไร้ชื่อไร้ฐานะ
พูดง่าย ๆ ก็คือแค่บ่าวคนหนึ่งเท่านั้น! ข้าจะจัดการกับบ่าวสักคนหนึ่ง
จะต้องรอให้พี่ชายข้ากลับมาเพื่อขออนุญาตอย่างนั้นหรือ? ถ้ารู้ตัวก็รีบคลานมาที่นี่ซะ! ก้มหัวขอโทษข้า ยอมรับความผิด
แล้วข้าจะให้เจ้าตายอย่างง่ายดาย! ถ้าไม่อย่างนั้นล่ะก็...”
เหลียงอี้ยิ้มเย็นชาพร้อมกับหัวเราะเบา ๆ อย่างต่อเนื่อง
ดวงตาคู่นั้นจ้องมองไปทั่วร่างของเหลียนฟางโจวด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยเจตนาร้าย
ความคิดอันต่ำช้าผุดขึ้นในจิตใจของเขา เจ้านี่ช่างร้ายกาจจริง ๆ!
ทั้งดื้อรั้นและแข็งกร้าว! ไม่น่าแปลกใจเลยที่พี่ชายถึงได้โปรดปรานเจ้านัก
ถ้าได้ลากขึ้นเตียงเมื่อไร ข้าอยากจะรู้จริง ๆ ว่ามันจะสนุกแค่ไหน...
ในสายตาของเหลียงอี้
นางก็เป็นได้แค่เมียเก็บของพี่ชายเท่านั้น มีค่าอะไรนักกัน? หากตนอยากได้ ก็แค่จับตัวนางไปเสีย พอพี่ชายกลับมา
ค่อยพูดคุยเจรจากันก็ยังไม่สาย!
แต่กระนั้น
ผู้หญิงที่ไม่รู้จักที่ต่ำที่สูงคนนี้กลับกล้ามารังแกอวี้เอ๋อร์
หากตนเล่นสนุกจนเบื่อแล้ว ก็จะส่งนางไปให้พวกบ่าวไพร่ด้านล่างรุมทึ้งเสียให้หนำใจ
แล้วเช่นนั้นถึงจะช่วยให้อวี้เอ๋อร์คลายแค้นได้!
เหลียนฟางโจวเม้มริมฝีปากแน่น
ไม่พูดอะไรออกมา และไม่แม้แต่จะขยับตัว “สุราคารวะไม่ดื่ม
ชอบดื่มสุราลงทัณฑ์สินะ!” เหลียงอี้ตะโกนอย่างเดือดดาล
ก่อนจะก้าวพรวดเข้ามาหมายจะจับตัวนาง
แต่เทพเฝ้าประตูทั้งสองที่ยืนอยู่ตรงนั้นเพียงแค่มองสีหน้าของคุณชายรอง
ก็พอจะเดาได้ว่าเขาคิดจะทำอะไร พวกเขาเห็นกับตาว่าแม่นางเหมยฟางคนนี้ มีความสำคัญต่อคุณชายใหญ่เพียงใด
มีหรือจะปล่อยให้เหลียงอี้พาตัวนางออกไปต่อหน้าต่อตาได้?
“คุณชายรอง”
ทั้งสองกล่าวพร้อมเพรียงกัน
เดินเข้ามาขวางเหลียงอี้อย่างแน่วแน่พร้อมกับโค้งคำนับอย่างเคารพ “หากมีเรื่องใด ขอให้รอคุณชายใหญ่กลับมาก่อนแล้วค่อยพูดคุยกันเถิด!
โปรดอภัยให้พวกเราด้วย พวกบ่าวมิอาจขัดคำสั่งของคุณชายใหญ่ได้
คุณชายรองไม่สามารถพาตัวแม่นางเหมยไปได้จริง ๆ ขอท่านโปรดเข้าใจด้วยขอรับ”
พวกเขายืนขวางอย่างมั่นคง
และแม้จะพูดจาอย่างสุภาพ
แต่ก็เต็มไปด้วยความหนักแน่นที่แสดงให้เห็นว่าพวกเขาจะไม่ยอมให้เหลียงอี้พาตัวเหลียนฟางโจวไปโดยเด็ดขาด!
“พวกเจ้ากล้าดีนักหรือ
ถึงกับกล้าช่วยนังแพศยานี่แล้วมาขัดขวางข้า?” เหลียงอี้เอ่ยด่าทอด้วยใบหน้าเย็นชา
ถ้าไม่ใช่เพราะสองคนนี้เป็นคนสนิทของพี่ชาย
และเขาไม่กล้าหาเรื่องกับพวกมัน อีกทั้งถึงจะลงมือก็ใช่ว่าจะสู้พวกมันได้
เหลียงอี้คงไม่พูดมากให้เสียเวลาแบบนี้
“บ่าวไม่กล้าขอรับ!”
ชายคนหนึ่งกล่าวอย่างสุภาพ แต่ท่าทีไม่ยอมอ่อนข้อ “ถึงอย่างไร แม่นางเหมยก็เป็นคนของคุณชายใหญ่
ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น
ทำไมคุณชายรองไม่รอให้คุณชายใหญ่กลับมาก่อนแล้วค่อยว่ากันล่ะขอรับ? คุณชายใหญ่น่ะให้ความสำคัญกับสายสัมพันธ์ระหว่างพี่น้องเสมอ หากแม่นางเหมยล่วงเกินคุณชายรองจริง
ๆ คุณชายใหญ่ย่อมต้องให้ความยุติธรรมกับท่านแน่นอน! ขอร้องเถอะขอรับ
อย่าให้พวกบ่าวลำบากใจเลย!”
เหลียงอี้โกรธจัด
มองเหลียนฟางโจวด้วยสายตาเกลียดชังพร้อมกับตะโกนอย่างโมโห “นังแพศยา!
ถ้าเจ้ามีปัญญาก็จงหลบอยู่ที่นี่แล้วอย่าได้ก้าวออกไปแม้แต่ก้าวเดียว!
ถ้าเจ้าทำได้ ข้าก็จะยอมรับนับถือเจ้า!”
เหลียนฟางโจวย่อมไม่อาจซ่อนตัวอยู่ที่นี่ได้ตลอดไป
เรือนหนังสือของเหลียงจิ้น
ต่อให้เป็นผู้เฒ่าประจำตระกูลเหลียงเอง
ก็ไม่มีสิทธิ์จะเข้าไปได้โดยไม่รับอนุญาตจากเขา เช่นนั้นแล้ว
เหลียนฟางโจวก็ไม่อาจเป็นข้อยกเว้นได้
คนที่อยู่ข้างในย่อมไม่มีทางให้ที่พักพิงแก่นาง
นางถอนหายใจเบา
ๆ ก่อนจะกล่าวอย่างเย้ยหยัน “คุณชายรองเรียกข้าว่านังแพศยาซ้ำแล้วซ้ำเล่า
แต่ข้าก็ยังไม่เข้าใจเลยว่าข้าไปล่วงเกินท่านตั้งแต่เมื่อไหร่กัน? หรือว่าท่านจะตัดสินโทษข้าเพียงเพราะฟังคำพูดข้างเดียวจากอวี้อี๋เหนียงเท่านั้น?”
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น