บทที่ 1297 การเจรจา
"แต่ว่า ข้าเองก็ไม่รู้ว่าพวกเขาซ่อนตัวอยู่ที่ใด!" ชูเอ๋อร์ส่ายหน้าพลางหัวเราะขื่น ๆ ก่อนจะเล่าความตั้งใจของเหลียนฟางโจวให้ฟัง
นางเล่าว่า...เพื่อให้แสดงได้สมจริงยิ่งขึ้น ฮูหยินหลี่กับเขาจึงตั้งใจจะซ่อนตัวอยู่สองวัน ทำทีเป็นจนหนทางถึงขั้นต้องกระโดดทะเลหนี ดังนั้น สถานที่นัดหมายที่ตกลงกันไว้ พวกเขาจะไปปรากฏตัวอีกครั้งในอีกสองวันข้างหน้า!
คราวนี้ถึงตาผางอวี้หลงจนปัญญา เขาได้แต่หัวเราะขื่น ๆ แล้วกล่าวว่า "งั้นก็คงต้องรออย่างเดียว หวังว่าโชคของพวกเขาจะดีพอ ไม่ตกไปอยู่ในมือไห่หม่า หรือฝูเว่ยก็แล้วกัน!"
ชูเอ๋อร์ยิ้มพลางพูดว่า "ฮูหยินหลี่น่ะฉลาดมาก พวกเขาต้องหนีรอดได้แน่! อีกอย่าง แม้จะตกไปอยู่ในมือไห่หม่าหรือฝูเว่ย แล้วจะอย่างไร? บนเกาะหุยเฟิงนี้ เจ้าน่ะคือผู้นำตัวจริงไม่ใช่หรือ!"
ผางอวี้หลงหัวเราะแห้ง ๆ ยกมือลูบไหล่นางเบา ๆ โดยไม่เอ่ยอะไร เรื่องมันไม่ง่ายอย่างที่พูดออกไปเสียแล้ว คำพูดหลุดปากไป ตอนนี้เขาก็เหมือนขี่หลังเสือ ลงก็ไม่ได้! หากไห่หม่าหรือฝูเว่ยจับคนมาส่งตรงต่อหน้าเขาโดยเปิดเผย เขาก็จะไม่มีข้ออ้างใดให้ดิ้นหลุดอีก
ข่าวที่เหลียนฟางโจวกับชุยเส้าซีหนีไปได้ ไม่นานก็ถูกหมิงซานนนำไปแจ้งถึงหูเหลียงจิ้น เหลียงจิ้นโกรธจัด ลงกับหมิงซานก่อนเป็นคนแรก ด่ากราดอย่างรุนแรง แล้ววกไปด่าชุยเส้าซีต่อว่าหน้าตาดีแต่ไร้ความสามารถ คราวนี้แหละ แผนของเขาถูกทำลายเละไม่เป็นชิ้นดี!
หมิงซานทำได้แค่ยืนฟังเงียบ ๆ อยู่ข้าง ๆ ใจพลางครุ่นคิดอย่างกล้ำกลืน
นี่แหละที่เขาว่าคนเหมือนกันแต่ชะตาไม่เหมือนกัน! ฮูหยินหลี่...ไม่สิ เรียกว่าแม่นางเหลียนเถอะ ยังไม่ถูกคุณชายใหญ่ด่าซักคำ ส่วนเขากับชุยเส้าซีนี่แทบจะถูกสับเป็นหมาไปแล้ว...
“ไปหามาให้เจอเดี๋ยวนี้!” เหลียงจิ้นสั่งเสียงเย็นชา “ต้องหาพวกเขาให้เจอ ปกป้องความปลอดภัยของฟางโจวให้ได้! ส่วนเจ้าหน้าหวานนั่น...นี่แหละโอกาสเหมาะจะกำจัดเขาทิ้ง เจ้าคงเข้าใจว่าข้าหมายถึงอะไร?”
"ขอรับ ข้าน้อยเข้าใจ! ข้าน้อยจะรีบไปเดี๋ยวนี้!" หมิงซานรีบโค้งคำนับรับคำอย่างรวดเร็ว
หลังจากเหลียนฟางโจวกับชุยเส้าซีแยกตัวออกมา ทั้งสองก็รีบร้อนทิ้งร่องรอยไว้ตามป่าลึกและบริเวณหน้าผาหินในแบบที่ยากจะสังเกตเห็น แต่หากมีคนตามหาอย่างละเอียดก็ย่อมต้องพบในที่สุด จากนั้น ทั้งคู่ก็ย้อนทางอย่างแนบเนียน แอบมุ่งหน้าสู่ท่าเรือ ก่อนจะลอบขึ้นเรือที่ใหญ่ที่สุดลำหนึ่ง
กลยุทธ์ครั้งนี้แม้จะเสี่ยงอยู่บ้าง แต่ก็คุ้มค่าที่จะลอง
เพราะ...จะมีสักกี่คนกันที่จะคิดได้ล่ะ?
น้ำจืดกับเสบียงเพียงเล็กน้อย พอให้ทั้งสองประคองชีวิตอยู่บนเรือท่ามกลางความระทึกใจและความหวาดกลัวอยู่สองวันเต็ม แต่ก็รอดมาได้อย่างปลอดภัย
คืนนั้นเอง ทั้งสองอาศัยความมืดแอบลงจากเรือ เดินเลียบชายหาด ปีนป่าย ลอยน้ำสลับกันไป จนกระทั่งยามจื่อล่วงเลยเข้าสู่ยามสามยามสี่ ก็เดินทางมาถึงหน้าผาหินขนาดใหญ่แห่งหนึ่งจนได้
เมื่อปีนขึ้นถึงยอดเขา เหลียนฟางโจวถอดเสื้อคลุมออก ใช้กิ่งไม้และหนามบนหน้าผาเกี่ยวเส้นด้ายบาง ๆ ออกมาหลายเส้น แล้วโยนเสื้อคลุมลงไปในทะเลเบื้องล่าง ชุยเส้าซีก็ทำตาม เขาถอดเสื้อคลุมกับรองเท้าอีกข้างหนึ่ง แล้วโยนลงไปเช่นกัน
เมื่อมองดูคลื่นยักษ์สีขาวถาโถมซัดกระแทกโขดหิน แล้วกลืนกลบเสื้อผ้าทั้งหมดจนไม่เหลือแม้แต่เงา เหลียนฟางโจวก็อดไม่ได้ที่จะเอ่ยอย่างเป็นกังวล
"พวกนั้นจะสังเกตเห็นไหมนะ? หรือเราจะเหนื่อยเปล่ากันแน่..."
ชุยเส้าซีหัวเราะเสียงดังแล้วพูดว่า "เจ้าดูถูกพวกเขาเกินไปแล้ว! วางใจเถอะ! ต่อให้เสื้อผ้าพวกเราจมทะเลลึกไป พวกนั้นก็ยังขุดมันขึ้นมาได้แน่! รีบไปยังจุดนัดหมายเถอะ ก่อนฟ้าจะสาง คนของฮูหยินผางคงรออยู่แล้ว! สองวันที่เราซ่อนตัวอยู่บนเรือ ยังไม่รู้เลยว่าฝูเว่ยกับพรรคพวกปั่นป่วนเกาะนี้กันไปถึงไหนแล้ว!"
คำพูดของเขาทำให้เหลียนฟางโจวหัวเราะออกมา ก่อนจะเดินทางไปกับเขา
ไม่นานหลังจากทั้งสองไปถึงจุดนัดหมาย สาวใช้คนสนิทของชูเอ๋อร์นามว่าเจินจูก็รีบเร่งมาถึง พอเห็นคนทั้งสองก็ยินดีอย่างยิ่ง รีบเข้ามากระซิบด้วยรอยยิ้ม "ฮูหยินกับคุณชายรีบตามข้ามาเถอะเจ้าค่ะ! สองวันนี้ ท่านรองหัวหน้าใหญ่กับคุณชายฝูแทบจะพลิกแผ่นดินบนเกาะกันเลยทีเดียว! ถ้าไม่ใช่เพราะยามนี้ดึกดื่น ผู้คนเหนื่อยล้ากลับไปนอนกันหมด แล้วยิ่งที่พักของฮูหยินเราอยู่ค่อนข้างลึก ข้าก็ไม่กล้าออกมาตามหาท่านทั้งสองหรอกเจ้าค่ะ!"
"ลำบากพี่เจินจูแล้ว! พี่นำทางไปเถอะ เราจะตามไปเอง!" เหลียนฟางโจวยิ้มขอบคุณ
เจินจูหัวเราะพลางตอบว่า "ไม่กล้ารับคำเจ้าค่ะ!" จากนั้นก็ไม่รีรอ เดินนำทางไปอย่างเร่งรีบ เหลียนฟางโจวกับชุยเส้าซีระมัดระวังก้าวตามไปติด ๆ ในยามนั้น มีเพียงเสียงฝีเท้าสามคน ไม่มีใครเอ่ยคำใด
สถานที่ที่ชูเอ๋อร์พักอยู่นั้นเรียกว่าห่างไกลจริง ๆ เป็นเรือนสี่ประสานเล็ก ๆ สองชั้น ตั้งอยู่บนลานหินกว้างบริเวณเชิงเขา มองออกไปด้านหน้าสามารถเห็นทะเลไกลสุดตา ด้านหลังเป็นหน้าผาหินสูงตระหง่าน ทางด้านหนึ่งมีถนนหินเขียวที่สร้างขึ้นเป็นพิเศษ ลาดไปถึงตีนเขา ขนาบสองข้างทางด้วยต้นไม้สูงใหญ่ที่เชื่อมต่อกับป่าทึบ ส่วนอีกด้านเป็นสวนเล็ก ๆ ประมาณสองไร่ ปลูกดอกไม้สีสดหลากชนิด แม้จะดูรกรุงรังแต่ก็งดงาม ทอดเลยออกไปก็ยังเป็นป่าทึบเช่นกัน
สิ่งที่เหลียนฟางโจวกับชุยเส้าซีคาดไม่ถึงก็คือ...พวกเขาได้พบกับหัวหน้าใหญ่ของเกาะ ผางอวี้หลง ที่บ้านพักของชูเอ๋อร์
ทั้งสองตกใจ ชุยเส้าซีรีบขยับไปยืนขวางหน้าเหลียนฟางโจว โดยสัญชาตญาณ เขม้นมองผางอวี้หลงด้วยแววตาเตรียมพร้อมระวังภัย
ผางอวี้หลงยิ้มหยันในใจ ก่อนหัวเราะหยัน เจ้าหน้าหวานตัวบางแค่นี้...คิดว่าจะใช้สายตาขู่ข้าได้งั้นหรือ? แค่ข้าขยับนิ้วเดียวก็จัดการเจ้าได้แล้ว!
“ฮูหยินหลี่ คุณชายชุย ไม่ต้องกลัว ท่านพี่ผางไม่มีเจตนาร้าย รีบมานั่งก่อนเถอะ!” ชูเอ๋อร์รีบยิ้มเดินเข้ามากล่าวอย่างนุ่มนวล
เหลียนฟางโจวกับชุยเส้าซีในใจยังคงทั้งสงสัยทั้งระแวง แม้จะเชื่อใจชูเอ๋อร์ แต่ก็ไม่อาจวางใจผางอวี้หลงได้จริง ๆ ทว่าในเมื่อเผชิญหน้ากันตรง ๆ แล้ว ก็ไม่มีทางหลีกเลี่ยง จึงได้แต่ยิ้มรับคำขอบคุณ ก่อนนั่งลงตามคำเชิญ
ผางอวี้หลงเองก็รู้สึกกระอักกระอ่วนไม่น้อยเมื่อต้องเผชิญหน้ากับทั้งสอง
แต่เมื่อต้องอยู่ต่อหน้าภรรยาอันเป็นที่รัก เขาย่อมไม่อาจตีหน้าซื่อไปได้นาน จึงได้แต่กระแอมเบา ๆ แล้วลุกขึ้นประสานมือ กล่าวด้วยรอยยิ้ม “ฮูหยินหลี่ คุณชายชุย ที่ผ่านมาเป็นข้าล่วงเกินมากมาย ต้องขออภัยด้วย!”
เหลียนฟางโจวกับชุยเส้าซีสบตากัน ชุยเส้าซีจึงลุกขึ้นประสานมือ ตอบกลับด้วยรอยยิ้ม “ท่านหัวหน้าใหญ่พูดเช่นนี้เกินไปแล้ว! ต่างคนต่างมีจุดยืน หาใช่ความผิดของท่านไม่! เพียงแต่...วันนี้เรามาพบกับท่านที่นี่ ไม่ทราบว่าท่านมีสิ่งใดจะชี้แนะหรือไม่?”
สีหน้าผางอวี้หลงเคร่งขึ้น เขากวาดตามองทั้งสอง ก่อนจะเอ่ยอย่างหนักแน่น “ข้าเชื่อว่าพวกท่านคงทราบข่าวแล้ว เช่นนั้นข้าก็จะไม่อ้อมค้อม
ชูเอ๋อร์ตั้งครรภ์แล้ว ข้าจึงอยากจะวางมือจากยุทธภพ ใช้ชีวิตอย่างสงบ หากข้าสามารถส่งพวกท่านออกจากเกาะหุยเฟิงได้โดยปลอดภัย แล้วพาพี่น้องบนเกาะไปมอบตัวต่อราชสำนัก พวกท่านจะสามารถให้คำมั่นได้หรือไม่ ว่าจะไม่ทำร้ายพวกข้า จะเมตตาต่อข้าและพวกพ้อง?”
เหลียนฟางโจวเมื่อได้ยินเขากล่าวเช่นนั้นด้วยตนเอง ก็พลันรู้สึกยินดีในใจ
แต่ในขณะเดียวกันก็ไม่อาจไม่มีความระแวง
นางจึงมองเขาแล้วกล่าวว่า “หากเรื่องนี้เป็นไปได้จริง ข้าย่อมยินดีเป็นที่สุด! ข้ายังสามารถให้คำมั่นได้ว่าท่านกับภรรยา รวมถึงทุกคนบนเกาะนี้จะปลอดภัยดี และเรื่องราวในอดีตก็จะถือว่าลบล้างกันไป เพียงแต่...บนเกาะนี้อย่างไรก็มีคนอยู่ไม่น้อยกว่าหลายร้อย อย่างที่มีคำกล่าวไว้ ป่ากว้างย่อมมีนกทุกชนิด จิตใจคนยากหยั่งรู้ แม้จะมีเพียงส่วนน้อยที่คิดร้ายหรือยุแยง ก็อาจทำให้สถานการณ์ควบคุมไม่ได้ ท่านแน่ใจหรือว่า สามารถควบคุมทุกอย่างได้จริง?”
ผางอวี้หลงชะงักไปเล็กน้อย เขาเหลือบมองเหลียนฟางโจวด้วยแววตาแปลกใจ ก่อนที่ในใจจะเผลอแฝงความนับถือขึ้นมาโดยไม่รู้ตัว
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น