วันเสาร์ที่ 12 มิถุนายน พ.ศ. 2564

จับแม่ทัพไปไถนา-บทที่ 307 ซุนหมิงอยากแต่งงาน

  

       “ใช่แล้ว! บุตรชายของเราช่างมุมานะจริง ๆ!”ซุนฉางซิงยิ้มด้วยความปลาบปลื้มอีกคน ใบหน้าคร้ามแดดจนดำคล้ำดูเปล่งปลั่งขึ้น

       ซุนหมิงรู้สึกขมฝาดเล็กน้อยในหัวใจ  มีน้ำตารื้นขึ้นตรงขอบตา ชายหนุ่มคลี่ยิ้มอย่างฝืดฝืน และเอ่ยด้วยน้ำเสียงแจ่มใส “ชีวิตเมื่อก่อนจบลงแล้ว อย่าได้คิดถึงเรื่องอดีตอีกเลย! ภายภาคหน้า ชีวิตของพวกเราจะดำเนินไปอย่างดียิ่งขึ้นเรื่อย ๆขอรับ!”

       “ใช่แล้วใช่แล้ว! ชีวิตของพวกเราจะดำเนินไปดียิ่งขึ้นเรื่อย ๆ!” ซุนฉางซิง ซุนซื่อต่างพยักหน้าและหัวเราะด้วยความปิติยินดี

       ซุนหมิงอยากทำให้บิดามารดามีความสุข ดังนั้นชายหนุ่มจึงเอ่ยด้วยรอยยิ้ม “ไม่ต้องพูดว่าหลังจากนี้หรอก เอาตอนนี้เลยดีไหม ตั้งแต่เดือนหน้าเป็นต้นไป ทุก ๆดือนข้าสามารถไปรับข้าวสาร 3 ถังใหญ่จากที่ทำการเมืองได้ด้วย!”

        “จริงรึ!”ซุนซื่อร้องออกมาด้วยความประหลาดใจและตื่นเต้นดีใจ

  ซุนฉางซิงก็ดีใจแทบบ้า แล้วเอ่ยอย่างร่าเริงเบิกบาน “อาหมิงบอกว่ามี  อาหมิงจะปดเราได้อย่างไร!”

        “โอ นี่ช่างประเสริฐแท้!”ซุนซื่อกล่าวด้วยความปลาบปลื้ม “มีข้าวให้สามถังใหญ่ทุกเดือน  ครอบครัวเรามีที่ดินแล้วนะ และหลังเสร็จเรื่องจัดงานเลี้ยง ข้ากับท่านพ่อเจ้าจะรีบไปถากถางปรับปรุงที่ดิน เพื่อปลูกมันเทศ เผือก ถั่วลิสงและถั่วเหลือง ฮ่า ๆ  พูดได้ว่า จากนี้ไปเราจะได้กินอาหารกันครบสามมื้อต่อวันแล้ว!”

        “ไม่ใช่แค่นั้นนะ!”ซุนฉางซิงเลิกคิ้วดำหนาเข้ม และคลี่ยิ้มอย่างตื่นเต้น “ในช่วงเวลาว่างของข้า ข้าจะไปล่าสัตว์ที่เขาเซียนเถิงซานและเอาไปขายทำเงินด้วย เก็บเงินอีกเล็กน้อย ปีหน้าจะพยายามสร้างบ้าน สร้างบ้านไม้เหมือนหลังนี้แหละ! ข้าจะเก็บเงินไว้ให้ลูกไปร่วมการสอบเซียนชื่อ(การสอบของทางราชสำนักระดับเมือง)และการสอบฮุ้ยชื่อ(การสอบของทางราชสำนักระดับเมืองหลวงหรือระดับแคว้น)ด้วย หลายวันมานี้ ข้าคิดเรื่องนี้ไว้ทั้งหมดแล้ว

       สามีภรรยาต่างพูดคุยกันอย่างออกรส ทว่าคิ้วของซุนหมิงกลับขมวดเล็กน้อย  ชายหนุ่มเหลือบมองบิดามารดาอย่างครุ่นคิด

       “มีเรื่องหนึ่งที่เราจะหารือกับเจ้า” ซุนฉางซิงพลันพูดกับซุนหมิง “นั่นคือ ตอนนี้เจ้าเป็นซิ่วไฉ ฐานะเจ้าไม่เหมือนอย่างแต่ก่อนแล้ว ในภายภาคหน้า เจ้าจะต้องสอบเป็นจู่เหริน  ชื่อเสียงเจ้าจะยิ่งโด่งดังขึ้น จะให้มีเรื่องด่างพร้อยแม้แต่นิดมิได้ ข้ากับแม่เจ้ากำลังหารือกันอยู่ หลังจากนี้สักพัก  เราจะบูรณะซ่อมแซมกระท่อมเดิม แล้วก็ย้ายกลับไป ตอนฤดูร้อนก็ไม่ต้องเกรงกลัวอันใดแล้ว แล้วพอใกล้ฤดูหนาว เราจะบูรณะซ่อมแซมดี ๆ ครั้งใหญ่ และต้องทำให้มั่นใจว่าการซ่อมแซมทำอย่างเข้มงวดกวดขัน นอกจากนี้ ข้ากับแม่ของเจ้าก็จะไม่เป็นลูกจ้างของแม่นางเหลียนอีกต่อไป! เหนืออื่นใด ตอนนี้มันไม่เหมือนเมื่อก่อนแล้ว ภายหน้าเมื่อเจ้ากลายเป็นขุนนาง จะมีบิดามารดาคนไหนยังจะเป็นลูกจ้างผู้อื่นอยู่เล่า ซึ่งจะทำให้ถูกคนดูถูกเอา....”

       ดวงตาของซุนซื่อดูหม่นมัวและขรึมลง นางถอนหายใจ พลางพยักหน้า “พ่อเจ้าพูดมาได้ถูกต้องแล้ว! นี่แหละคือเหตุผล!”

        ความจริงแล้ว ทั้งสองคนจำต้องไปจากที่นี่และทิ้งงานนี้ไปอย่างฝืนใจทีเดียว ทว่าเพื่อเห็นแก่อนาคตของบุตรชาย ทั้งสองจึงไม่มีทางเลือกจำต้องยอมทิ้งทุกอย่างไป

       ซุนหมิงนิ่วหน้า ใบหน้าเขาตึงขึ้นเล็กน้อย ครั้นแล้วจึงเอ่ยขึ้น “ท่านพ่อ ท่านแม่ เหตุใดถึงเป็นเช่นนี้เล่า? ข้ารู้ว่าพวกท่านฝืนใจกับแผนการนี้ อีกทั้งการจะมองหานายจ้างดี ๆอย่างเช่นแม่นางเหลียนมันไม่ง่ายเลย ! เพื่อชื่อเสียงข้าพวกท่านไม่จำเป็นต้องทำเช่นนี้นอกจากนี้ พวกท่านทำงานกันอย่างซื่อตรงและจริงใจ ไม่มีสักเสี้ยวเดียวที่ไม่อาจพูดกับใครได้ มีอะไรที่พวกท่านต้องหลบเลี่ยงกันเล่าข้าไม่สนใจเรื่องพวกนี้เลยสักนิด และจะไม่มีอะไรมามีผลกระทบต่อข้าได้เลย พวกท่านวางใจเถิด!”

        ซุนฉางซิงและซุนซื่อพลันตกตะลึงพูดอะไรไม่ออก ทั้งสองคนไม่คาดว่าบุตรชายจะพูดเช่นนั้น และก็อดเกลี้ยกล่อมเขาอยู่พักหนึ่งไม่ได้ ซุนหมิงก็อธิบายซ้ำ ๆกับพวกเขาอย่างอดทน ซึ่งเขารับปากครั้งแล้วครั้งเล่าว่า จะไม่มีอะไรกระทบกับตัวเขาได้ ประกอบกับเดิมทีซุนฉางซิงและซุนซื่อก็ไม่ได้อยากลาออกไปอยู่แล้ว เรื่องนี้จึงจบลงเพียงเท่านี้

       เมื่อซุนหมิงเห็นว่าเกลี้ยกล่อมพวกเขาสำเร็จแล้ว ชายหนุ่มก็เอ่ยขึ้นด้วยสีหน้าเคร่งขรึมจริงจัง “ท่านพ่อ ท่านแม่ พอดีข้ามีเรื่องอยากหารือกับพวกท่าน และข้าก็อยากขอร้องท่านพ่อกับท่านแม่ช่วยให้ข้าสมปรารถนาด้วยเถิดขอรับ!”

       ซุนฉางซิงและซุนซื่อได้ยินบุตรชายพูดด้วยสีหน้าเคร่งเครียดจริงจัง กระทั่งพูดคำว่า “สมปรารถนา” ออกมา ทั้งสองจึงอดรู้สึกหวาดหวั่นพรั่นพรึงไม่ได้ จึงรีบถามว่ามีเรื่องอันใด?

        ซุนหมิงใช้สายตาแน่วแน่ มองบิดาและมารดาอย่างล้ำลึก ครั้นแล้วจึงพูดขึ้นอย่างเด็ดเดี่ยว “ท่านพ่อ ท่านแม่ ข้าอยากแต่งฟางโจวมาเป็นภรรยา ข้าอยากขอให้ท่านแม่ช่วยพูดกับอาหญิงสามของนาง และเมื่อข้าสอบผ่านเป็นจู่เหรินแล้ว ข้าจะแต่งงานกับนางหากนางมีตระกูลที่เหมาะสมกว่ามาสู่ขอก่อนข้าสอบผ่านเป็นจู่เหริน นางไม่จำเป็นต้องรอข้า และไม่ต้องกังวลเรื่องนี้

  พอกล่าวจบ หัวใจซุนหมิงก็เต้นเร็วขึ้นนิดหนึ่ง ชายหนุ่มก้มหน้าโดยไม่รู้ตัว และรู้สึกว่าใบหน้าร้อนผ่าวเล็กน้อย ไม่กล้าเงยหน้ามองบุพการีของตนเอง

  เขามั่นใจว่า หากไม่มีอะไรผิดคาด เขาน่าจะสอบผ่านเป็นจู่เหรินได้

       มีแต่ความเงียบงัน

       หลังจากผ่านไปชั่วขณะ ซุนฉางซิงก็เอ่ยอย่างตกใจ “อะไรนะ! เจ้าว่าอะไรนะ!”

  “หา!”ซุนซื่อร้องออกมาอย่างตกใจ

ซุนหมิงสงบใจได้แล้ว หัวใจเขากลับมาเต้นสงบลงมาก ครั้นแล้วชายหนุ่มจึงเอ่ยขึ้น “ข้าพูดว่าข้าอยากแต่งฟางโจวมาเป็นภรรยาขอรับ”

       “เจ้าบ้าไปแล้วรึ!”

        “เป็นเช่นนี้ได้อย่างไร!”

  ซุนฉางซิงและซุนซื่ออุทานออกมาพร้อมกัน

       ทั้งสองคนตกใจกับถ้อยคำของบุตรชาย พวกเขาไม่เคยนึกฝันว่าบุตรชายจะมีความคิดพิเรนทร์เช่นนี้! นี่มันเกินไปแล้วจริง ๆ--

       เหลียนฟางโจวเป็นคนดีมากจริง ๆ  พวกเขาทั้งสองคนต่างซาบซึ้งในน้ำใจนางอยู่เสมอ—โดยเฉพาะการที่นางช่วยชีวิตบุตรชายเอาไว้ ทว่านี่มันไม่เหมือนกันกับที่บุตรชายจะไปสู่ขอนางมาเป็นภรรยานี่นา!

        นางถูกผู้อื่นยกเลิกการหมั้นหมาย นางไม่มีบิดามารดาและผู้อาวุโสที่คอยเป็นหลักให้ นางเลี้ยงดูน้องชายน้องสาว นางปรากฏตัวนอกบ้านตลอดทั้งวัน แม้สาวชนบทที่ยังไม่ออกเรือนและไม่ค่อยระวังตัวมาก เมื่อทำงานนอกบ้าน ก็ไม่สามารถปรากฏตัวได้ตลอดเวลา ทว่าเหลียนฟางโจวไม่เหมือนเด็กสาวคนอื่น ๆเลย นางต้องติดต่อกับบุรุษสารพัดประเภท!

        ยิ่งไปกว่านั้น แม้ชื่อเสียงนางยังไม่มีเรื่องเสียหายให้ปรากฏ แม้ว่าลุงและป้าอันไร้คุณธรรม จะชอบกลั่นแกล้งรังแกเหล่าพี่น้องเสมอ นางก็แค่ตอบโต้กลับ ทว่าเด็กสาวซึ่งยังไม่ออกเรือนมีความก้าวร้าวและเจ้าแผนการ จะมีกี่ครอบคร้วที่เต็มใจแต่งนางมาเป็นลูกสะใภ้กัน?

        “อาหมิง ไฉนเจ้าถึงมีความคิดเช่นนี้!” ซุนฉางซิงถอนหายใจ “ข้ารู้ แม่นางเหลียนช่วยชีวิตเจ้า เจ้าก็เลยซาบซึ้งใจ อยากตอบแทนนาง ใช่ไหม?”

  พอเห็นซุนหมิงเปิดปากอยากจะพูดอะไร ซุนฉางซิงก็ยกมือห้ามอย่างหนักแน่น และพูดต่อ “แม่เจ้าและข้าไม่เคยลืมคุณงามความดีที่นางช่วยชีวิตเจ้า รวมทั้งความช่วยเหลืออื่น ๆของแม่นางเลย  ภายหน้ารอเจ้ามีการงานที่มั่นคงแล้ว  สำหรับครอบครัวเรา เป็นเจ้าแน่ ๆที่ต้องตอบแทนนาง! ทว่าเจ้าอย่าได้เอาชีวิตทั้งชีวิตมาทำเป็นเรื่องสนุกเลย!”

  “นั่นสิ!” ซุนซื่อรีบเอ่ยอีกคน “มีวิธีอีกมากมายจะตอบแทนแม่นางเหลียน เหตุใดเจ้าต้องทำเช่นนี้ภายภาคหน้าเจ้าจะได้เป็นขุนนาง ภรรยาเจ้าควรเป็นสตรีที่ดีงาม อ่อนโยนนุ่มนวลและมีคุณธรรม หากเจ้าเป็นบุรุษที่ดี สตรีทุก ๆคนก็อยากแสดงความประสงค์แต่งให้เจ้าทั้งนั้น! จะอย่างไรก็ต้องไม่ควรเป็นแบบแม่นางเหลียนนี่!”

  เจ้าลูกคนนี้ กระทั่งเป็นซิ่วไฉเมื่อมาจับคู่กับแม่นางเหลียนมันก็ดีเกินพอแล้ว  เขาดันบอกว่าเขาจะไม่แต่งงานกับนางจนกว่าสอบเป็นจู่เหรินผ่านแล้ว มันดูคล้ายว่าเขาไม่ดีพอสำหรับนางในตอนนี้! มีมารดาคนไหนที่ไม่เข้าข้างบุตรชายกันบ้าง?  พอได้ยินสิ่งที่ลูกชายพูด ใจของซุนซื่อรู้สึกใจไม่สงบเล็กน้อย

       ซุนหมิงพูดอย่างไม่พอใจ “ท่านแม่ ท่านพูดอะไรของท่านกันฟางโจวไม่ใช่เด็กสาวที่ดีคนหนึ่งรึ? นางไม่มีคุณธรรมและคุณงามความดีรึบุตรชายอย่างข้าคิดว่านางมีคุณธรรมและคุณงามความเหนือกว่าเด็กสาวทั้งหมดเสียอีก! อีกอย่าง ท่านพ่อ ข้าไม่ได้แต่งกับนาง เพราะนางช่วยชีวิตข้าและช่วยเหลือครอบครัวเราเสียหน่อย ข้า ข้า--

       ซุนหมิงใบหน้าขึ้นสีแดงเรื่อ หัวใจเต้นเร็วขึ้นมานิดหนึ่ง ชายหนุ่มก้มหน้า พลางเอ่ยพึมพำเบา ๆ “ข้า..เป็นเพราะข้าอยากแต่งงานกับนาง....”

       พูดอย่างง่าย ๆก็คือ ข้าชอบนาง!

    ...

1 ความคิดเห็น:

  1. มีความชัดเจนจริงๆนะว่าชอบ
    ส่วนพ่อแม่ก็ยังยึดติดกับกรอบเก่าๆ

    ตอบลบ