บทที่ 1426 แม้ยอมตาย ก็ไม่สำเร็จ!
แผนการที่ควรจะเป็นคือพระชายาต้องเป็นฝ่ายหลั่งน้ำตาพลางคาดคั้นว่า
"บุตรสาวที่ฝากไว้ในเรือนหลังจวนผู้ว่าการมณฑลเป็นอย่างดี
เหตุใดถึงเกิดเรื่องอัปยศเช่นนี้ขึ้นได้!" เพื่อบีบให้สามีภรรยาหลี่พูดไม่ออก
และต้องยอมลงเพื่อกู้ชื่อเสียงให้วังจิ้งหนานมิใช่หรือ?
แต่เหตุใดนางกลับกลายเป็นฝ่ายจะไปเอาเรื่องพระชายาเสียเอง!
ม่อเว่ยเห็นสีหน้าของพวกนางก็แค่นยิ้มอย่างดูแคลน
ในใจนึกสมเพชสองสามีภรรยาอ๋องจิ้งหนานที่ช่างเขลาเบาปัญญาเสียจริง
ไม่สืบประวัติคู่ต่อสู้ให้ดีก่อนแล้วบังอาจลงมือ? หากพวกเขารู้จักนิสัยใจคอของฮูหยินผู้นี้ดีพอ
คงไม่กล้าใช้แผนการชั้นต่ำเช่นนี้เด็ดขาด!
แผนแบบนี้อาจใช้ได้ผลชะงัดกับผู้อื่น
เพราะคนส่วนใหญ่ต่อให้รู้ว่าถูกวางแผนทำร้าย
ก็ต้องยอมกล้ำกลืนฝืนทนรับผิดชอบเพื่อรักษาหน้าตา แต่เสียใจด้วย...
ฮูหยินหลี่ผู้นี้ไม่ใช่คนที่ชอบสะกดกลั้นความอัดอั้นไว้ในใจ!
"ฮูหยินหลี่ช่างเผด็จการและพาลนัก!"
ลวี่เหมยและอวี๋เหมยรีบก้าวมาขวางหน้าเหลียนฟางโจวเพื่อปกป้องโจวเชี่ยนที่กำลังร้องไห้อย่างเสียขวัญ
"ท่านหญิงของเราเกิดเรื่องในจวนของพวกท่าน ฮูหยินไม่คิดจะรับผิดชอบ
กลับจะไปคาดคั้นพระชายา ฮูหยินช่างขวัญกล้าเทียมฟ้าจริง ๆ!"
เหลียนฟางโจวปรายตามองนางแวบหนึ่งพลางกล่าวเสียงเรียบ
"ข้าก็ขวัญกล้ามาแต่ไหนแต่ไรแล้ว เจ้าเพิ่งรู้รึ? ก็ดี!
ถ้าพวกเจ้ารู้เร็วกว่านี้ก็คงไม่ใช้แผนสกปรกโสโครกเช่นนี้!
จวนของข้าไม่เคยมีแม้แต่สาวใช้ปีนเตียง อย่าว่าแต่แขกมาปีนเตียงเลย
พอพวกเจ้ามาปุ๊บเรื่องก็เกิดปั๊บ ฮึ... เจ้าว่าข้าไม่ควรไปถามพระชายา
แล้วควรไปถามอ๋องจิ้งหนานแทนงั้นหรือ? เลิกพูดมากได้แล้ว!
ชุนซิ่ง ไปเตรียมรถ ข้าจะไปอารามเจ้าแม่กวนอิมเดี๋ยวนี้!"
ชุนซิ่งเหยียดยิ้มใส่สตรีทั้งสาม นางย่อกายรับคำ "เจ้าค่ะ!"
อย่างเสียงดังฟังชัดก่อนจะหมุนตัวเดินออกไป
ลวี่เหมยและอวี๋เหมยสบตากันด้วยความตื่นตระหนก
นึกไม่ถึงว่าเหลียนฟางโจวจะเอาจริง! ด้วยความใจร้อน พวกนางจึงลืมสิ้นทุกอย่าง
ตวาดก้อง "ห้ามไป!" พร้อมถลาเข้าไปขวางชุนซิ่งไว้
ม่อเว่ยเห็นดังนั้นดวงตาพลันเป็นประกาย ตะโกนชม
"ท่าร่างยอดเยี่ยม! วรยุทธ์ไม่เลว!
นึกไม่ถึงว่าแม่นางทั้งสองจะเป็นผู้ฝึกยุทธ์ด้วย!"
เหลียนฟางโจวพลันกระจ่างแจ้ง นางพยักหน้าพลางแค่นยิ้มเย็น
"ข้าก็ว่าแล้ว...
จวนของข้าต่อให้ไม่ถึงขั้นไร้ช่องโหว่แต่ก็ป้องกันแน่นหนาประหนึ่งกำแพงเหล็ก
พวกเจ้ากลับแอบมาทำเรื่องงามหน้าได้ง่ายดายเหลือเกิน ที่แท้ก็เป็นเช่นนี้เอง!
ข้าดูแคลนวังจิ้งหนานเกินไปจริง ๆ... อิ๋งชุน พ่านเซี่ย
อย่าทำให้เจ้านายของพวกเจ้าต้องเสียหน้า!"
อิ๋งชุนและพ่านเซี่ยคันไม้คันมือมานาน
เมื่อได้โอกาสลงมือมีหรือจะปรานี? ทั้งสองรับคำแล้วพุ่งเข้าใส่ลวี่เหมยและอวี๋เหมยทันที
สตรีทั้งสองคือยอดฝีมือที่ฮ่องเต้และฮองเฮาแคว้นเหนือคัดสรรมาให้หลิวจวิ้นหวางเฟยโดยเฉพาะ
ต่อให้ลวี่เหมยกับอวี๋เหมยจะเก่งกาจเพียงใดก็มิอาจเทียบชั้นได้
เพียงไม่กี่กระบวนท่าก็ถูกซัดร่วงลงกับพื้น ชุนซิ่งปรบมือครั้งหนึ่ง
สาวใช้และแม่นมที่คอยอยู่หน้าประตูก็กรูกันเข้ามาจับทั้งสองมัดไว้แน่นหนา
ลวี่เหมยและอวี๋เหมยพยายามดิ้นรนตะโกน "ปล่อยข้า!"
"หยุดนะ!" ทว่าเหลียนฟางโจวกลับเมินเฉยไม่แม้แต่จะชายตามอง
"ฮูหยินหลี่! ท่านทำได้ดีมาก!" ลวี่เหมยตวาดด้วยโทสะ
"ท่านจะต้องเสียใจ! ท่านจะต้องเสียใจที่ปฏิบัติกับพวกเราเช่นนี้!
ยามจับพวกเรานั้นง่าย แต่ยามจะปล่อย... มันไม่ง่ายเช่นนี้แน่!"
"ฝันกลางวันอยู่หรือไง!"
เหลียนฟางโจวหัวเราะร่วนอย่างถือดีพลางเย้ยหยัน "คิดจะให้ข้าปล่อยพวกเจ้า? รอชาติหน้าเถอะ!"
นางโบกมือ สั่งให้คนหามทั้งสองออกไป
"หยุดก่อน!"
โจวเชี่ยนที่ไม่มีใครสังเกตเห็น
ได้ถอยกรูดออกไปยืนห่างจากฝูงชนหลายก้าว
ยามนี้ ในมือนางถือปิ่นทองเล่มหนึ่ง
ปลายแหลมคมนั้นจ่ออยู่ที่ลำคอของตนเอง
ขอเพียงออกแรงเพียงนิดเดียวคมปิ่นย่อมทิ่มทะลุผิวหนังจนโลหิตสาดกระจาย
ปลิดชีพดับสลายได้ในทันที
"ฮูหยินหลี่..." โจวเชี่ยนใบหน้าซีดเผือด
ข้อนิ้วที่กุมปิ่นขาวซีดเพราะความสั่นเทาที่พยายามสะกดกลั้น
นางถลึงตามองเหลียนฟางโจว "ฮูหยินหลี่
อย่าได้ทำเรื่องให้ถึงที่สุดจนไม่มีทางถอย!"
โจวเชี่ยนต่อให้จะสับสนเพียงใดก็นึกออกว่า
หากเหลียนฟางโจวมัดสาวใช้สองคนนี้ไปพบเสด็จแม่—และมีโอกาสสูงที่นางจะลากตัวตนไปประจานด้วย—ถึงตอนนั้นผู้ที่ต้องอับอายขายหน้ามิใช่เพียงแค่นาง
แต่เป็นเสด็จแม่และเกียรติยศของวังจิ้งหนานทั้งหมดจะพังทลายลง!
นางไม่มีวันยอมไปพบเสด็จแม่ในสภาพอัปยศเช่นนี้เด็ดขาด!
เหลียนฟางโจวเอ่ยเสียงเย็น "ทำเรื่องให้ถึงที่สุด? พวกเจ้าต่างหากที่ทำ! ข้าทำอะไรล่ะ? ข้าก็แค่ไหลตามน้ำเท่านั้น!"
โจวเชี่ยนกัดฟันกล่าวเสียงขรึม
"เรื่องก่อนหน้านี้ให้ถือว่าเป็นความเข้าใจผิด ให้ทำเหมือนว่า...
ไม่เคยมีอะไรเกิดขึ้น! ทั้งฮูหยินและใต้เท้าหลี่มิได้สูญเสียสิ่งใด
เช่นนี้ดีหรือไม่?"
เหลียนฟางโจวแค่นเสียงเหอะ "ใครว่าเราไม่เสียอะไร? พวกเรา 'สะอิดสะเอียน' ในใจ! นึกถึงทีไรก็คลื่นไส้!
เรื่องนี้มันจะกลายเป็นแผลใจที่อาจติดตัวไปชั่วชีวิตจนลบไม่ออกด้วยซ้ำ
ท่านหญิงว่าเรื่องนี้มันรุนแรงหรือไม่ล่ะ?"
โจวเชี่ยนใจสั่นสะท้าน ใบหน้าซีดลงไปอีกระดับ
ผู้ที่มีแผลใจคือตัวนางต่างหาก
และผู้ที่เรื่องนี้จะติดตัวไปชั่วชีวิตจนลบไม่ออกก็คือตัวนางเองนั่นแหละ!
"ฮูหยินหลี่ต้องการอย่างไร!" โจวเชี่ยนสูดลมหายใจเข้าลึก
พยายามบังคับตัวเองให้สงบนิ่ง
"ไม่ต้องการอย่างไร" เหลียนฟางโจวกล่าวเสียงเย็น
"ข้าแค่อยากจะไปสนทนากับพระชายาจิ้งหนานให้ชัดเจน
ว่านางอบรมสั่งสอนบุตรสาวและสาวใช้อย่างไร!"
นางปรายตามองลวี่เหมยและอวี๋เหมยด้วยความดูแคลน
"สาวใช้ต่ำต้อยสองคน กลับกล้ากล่าววาจาสามหาวข่มขู่ข้า เหอะ วังจิ้งหนานช่างวางอำนาจบาตรใหญ่เสียจริง!
แต่น่าเสียดายที่มาวางอำนาจผิดที่ผิดทางไปหน่อย!"
ลวี่เหมยและอวี๋เหมยหน้าถอดสี ต่างก้มหน้าเงียบงัน
พวกนางจะพูดอะไรได้อีก? ไม่ใช่แค่พวกนาง แม้แต่ท่านอ๋องและพระชายาก็คงคำนวณพลาดไปหมด!
ใครจะไปคิดว่าในโลกนี้จะมีคนที่เผด็จการพาลหาเรื่อง ไม่สนหน้าอินทร์หน้าพรหม
และไม่เดินตามกติกาเช่นนี้?
เดิมทีคิดว่ามีวังจิ้งหนานหนุนหลัง
ฮูหยินหลี่ย่อมต้องเกรงใจพวกนางบ้าง จะตีสุนัขก็ต้องดูหน้าเจ้าของมิใช่หรือ? อีกอย่าง ตอนแรกนางยังดูสุภาพเรียกพวกนางว่าแม่นางอย่างนั้นอย่างนี้
แถมยังเชิญให้นั่งคุย
แต่ใครจะรู้ว่านางจะพลิกหน้ามือเป็นหลังเท้าได้รวดเร็วเพียงนี้...
โจวเชี่ยนยิ้มขื่นพลางกล่าวว่า
"ในเมื่อฮูหยินหลี่ยืนกรานไม่ยอมประนีประนอม
เช่นนั้นข้ายังจะมีหน้าอยู่บนโลกนี้ได้อย่างไร!
แทนที่จะถูกฮูหยินหลี่หยามเกียรติจนตาย
มิสู้ข้าปลิดชีพตัวเองให้สิ้นเรื่องสิ้นราวไปเสียยังดีกว่า!"
โจวเชี่ยนตัดใจ กดปลายปิ่นเข้าที่ลำคอทันที
พลันปรากฏหยาดโลหิตซึมออกมา ค่อย ๆ บานสะพรั่งเป็นบุปผาเลือดบนลำคอขาวนวล
ดูแล้วน่าขวัญผวายิ่งนัก
"ท่านหญิง! อย่าเพคะ!"
"ท่านหญิงอย่าทำเรื่องโง่ ๆ นะเพคะ!"
ลวี่เหมยและอวี๋เหมยตกใจจนหน้าถอดสีรีบร้องห้าม
แม้พวกนางจะได้รับความไว้วางใจจากท่านอ๋องให้เป็นคนคุมแผนการครั้งนี้
จนโจวเชี่ยนที่เป็นถึงท่านหญิงยังต้องฟังคำสั่งพวกนาง...
ทว่าอย่างไรเสียนางก็คือบุตรสาวสายเลือดแท้ ๆ ของอ๋องจิ้งหนาน
หากนางเป็นอะไรไป อ๋องจิ้งหนานไม่มีทางละเว้นพวกนางแน่!
หลี่ฟู่และม่อเว่ยเองก็เริ่มเปลี่ยนสีหน้า
หากท่านหญิงหรงอันมาตายในจวนผู้ว่าการมณฑล
เรื่องนี้คงกลายเป็นปัญหาใหญ่ที่ยากจะสะสางเป็นแน่