วันศุกร์ที่ 5 มิถุนายน พ.ศ. 2569

จับแม่ทัพไปไถนา-บทที่ 1325 กลับมาพบกันอีกครั้ง

 

บทที่ 1325 กลับมาพบกันอีกครั้ง

ชุยเส้าซีรู้ดีว่า สามีภรรยาคู่นี้ต้องมีถ้อยคำมากมายจะพูดคุยกันหลังจากพลัดพรากกันไปนาน หลี่ฟู่ย่อมไม่อยากให้เขาอยู่ตรงนี้ให้เกะกะสายตาแน่นอน จึงยิ้มกล่าว ตลอดทางที่ผ่านมาก็เดินทางเรื่อย ๆ ไม่ได้เร่งรีบ ก็เลยไม่เหนื่อยนัก ซวี่เอ๋อร์ พาอาชุยไปเดินเล่นในสวนดีไหม?”

ซวี่เอ๋อร์หันไปมองพ่อแม่ เห็นแม่พยักหน้ายิ้มให้ ก็รับคำว่า “ดีขอรับ!” จากนั้นล่ำลาทั้งสอง แล้วจูงมือชุยเส้าซีออกไป

หลี่ฟู่กับเหลียนฟางโจวเดินไปส่งถึงหน้าประตู พลันหลี่ฟู่ก็ขมวดคิ้ว แววตาไม่พอใจนักในใจบ่นขึ้นว่า บอกว่าไม่เหนื่อยก็แล้วไปเถอะ แล้วคำว่า ‘ไม่ได้เร่งรีบ’ คืออะไร? ในเมื่อฟางโจวก้าวกลับมาเหยียบแผ่นดินเมืองหนานไห่ได้แล้ว ไหนเลยจะไม่รู้ว่าข้ากับลูกเป็นห่วงและคิดถึงนางแค่ไหน? ถ้าเป็นข้า—ต้องรีบร้อนกลับให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้สิ! …อ้อ เขาจงใจพูดให้ได้ยินสินะ!”

หลี่ฟู่หันมามองภรรยา แล้วจู่ ๆ ก็ยิ้ม ก่อนจะช้อนตัวนางขึ้นอุ้มข้ามแขนอย่างไม่ให้ตั้งตัว พาเหวี่ยงเข้าเรือนตะวันออกไปในพริบตา ท่ามกลางเสียงร้องตกใจของเหลียนฟางโจว

สาวใช้ทั้งหลายหน้าแดง รีบเบี่ยงตัวหลบ แสร้งทำเป็นมองไม่เห็น

ภายในห้อง หลี่ฟู่นั่งลงบนตั่งนุ่ม แต่ยังคงกอดเหลียนฟางโจวไว้แนบแน่น
อุ้มให้นั่งลงบนตักตนเอง ไม่ยอมปล่อย เขาโน้มใบหน้าเข้าไป หอมแก้มนางเบา ๆ แล้วโอบแน่นขึ้นอีก ก้มหน้าซบลงที่ซอกคออุ่นของนาง ถูไถเบา ๆ พลางกระซิบเสียงต่ำ เมียรักของข้า…ฟางโจวของข้า คิดถึงข้าบ้างไหม?”

กลิ่นกายอันคุ้นเคยและอบอุ่นโอบล้อมเข้ามาอย่างรุนแรง จนเหลียนฟางโจวถึงกับใจสั่นระรัว นางโอบคอเขาไว้แน่น ซบหน้าลงที่อกเขาอย่างอ่อนแรง เสียงเอ่ยแผ่วเบาเหมือนถอนใจ จะไม่คิดถึงได้อย่างไร? เจ้าคือสามีของข้านี่นา…ข้าเองก็ประมาทเกินไป ทำให้เจ้าต้องเป็นห่วงอีกแล้ว…”

น้ำเสียงแผ่วหวานเจือด้วยความรู้สึกผิดแผ่วเบา ยิ่งฟังยิ่งน่าเอ็นดู ยิ่งทำให้ใจของเขาอ่อนยวบลงทันใด

อ้อมกอดนี้—คนในอ้อมแขนนี้ กลิ่นหอมที่คุ้นเคยนี้…ไม่ใช่ฝันอีกต่อไป!

นางกลับมาแล้ว—จริง ๆ!

หลี่ฟู่ยิ่งกอดแน่นขึ้นอีก ราวอยากหลอมรวมนางไว้ในเลือดเนื้อของตน ได้ยินเสียงถอนหายใจเบา ๆ เอ่ยว่า ข้ากังวลแทบบ้า เจ้าไม่ผิดหรอก…เป็นข้าต่างหากที่ผิด! เรื่องทั้งหมด ไว้ค่อยว่ากันทีหลัง…ตอนนี้ ข้าแค่อยากได้เจ้า อยู่กับเจ้า เท่านั้น…”

น้ำเสียงของหลี่ฟู่เปลี่ยนเป็นเข้มกระด้าง เขายกมือประคองใบหน้าของนางขึ้น แล้วก้มหน้าลงจูบอย่างรุนแรง จูบที่เร่าร้อนราวกับเพลิง ลึกล้ำจนราวจะกลืนกินนางเข้าไปทั้งคน

เหลียนฟางโจวเองก็ถูกปลุกอารมณ์ขึ้นมา จึงโอบรอบคอเขาแน่น พลางจูบตอบอย่างไม่ปิดกั้น ด้วยตาแวววาวด้วยความรักและปรารถนา ร่างทั้งร่างอ่อนระทวยในอ้อมแขนเขาราวกับหยาดน้ำ

ทว่าอยู่ดี ๆ เหลียนฟางโจวก็พลันนึกบางอย่างขึ้นมา สมองเหมือนถูกไฟช็อตหนึ่งวูบ สะดุ้งตกใจจนแทบเหงื่อเย็นไหลทั่วหลัง ร้อง “อ๊า!” ออกมาเบา ๆ สีหน้าถอดสี แล้วไม่รู้เอาแรงจากที่ไหน ผลักหลี่ฟู่ออกอย่างแรงทันที

ทั้งสองกำลังแนบชิดแน่นแฟ้น คลอเคลียด้วยความรัก หลี่ฟู่ไม่ทันคาดคิด ว่าภรรยาผู้แสนหวานที่กำลังหน้าแดงซ่านเย้ายวนในอ้อมกอด จะพลิกอารมณ์กลับอย่างกะทันหันเช่นนี้ เขาเกือบถูกนางผลักจนล้มกลิ้งลงกับพื้น

ภรรยา...เจ้า!” น้ำเสียงหลี่ฟู่พลันต่ำลงเต็มไปด้วยความขุ่นเคือง จ้องนางด้วยแววตาไม่พอใจอย่างยิ่ง ใบหน้าแสดงออกชัดว่าไม่เข้าใจ

โดยเฉพาะเมื่อนึกถึงว่า—นางเพิ่งเดินทางกลับมาพร้อมกับชุยเส้าซี ท่าทีปฏิเสธเมื่อครู่นั้น ก็อดไม่ได้ที่จะโยงเข้ากับอีกฝ่ายในทันที ความขุ่นเคืองผสมความหึงหวงพลันปะทุ เขายกมือฟาดฝ่ามือฉาดหนึ่งลงบนสะโพกนุ่มของนางแล้วเอ็ดเสียงต่ำ เจ้าชักจะกำแหงเกินไปแล้ว! คิดว่าข้าจะไม่กล้าจัดการเจ้ารึ? หืม?”

เจ้า! เจ้า!” เหลียนฟางโจวทั้งอายทั้งโมโห ใบหน้าแดงก่ำ ไม่กล้ามองสบตาเขา รีบเบี่ยงตัวหลบแล้วพยายามยันตัวลุกขึ้นจากตักเขาอย่างลนลาน

นางกำลังจะอ้าปากอธิบาย แต่ยังไม่ทันพูด เขาก็โอบเอวจะโถมตัวลงมาหาอีกครั้ง เหลียนฟางโจวถึงกับตกใจสุดขีด รีบร้องออกมาเสียงดัง ข้าตั้งครรภ์แล้ว!”

การเคลื่อนไหวของหลี่ฟู่หยุดชะงักทันที ทั้งร่างราวกับกลายเป็นหินไปในพริบตา เขาอึ้งงัน ก่อนจะพูดเสียงแผ่ว เจ้าว่าอะไรนะ? พูดอีกทีสิ…”

เหลียนฟางโจวจึงได้ถอนหายใจยาวอย่างโล่งอก สงบจิตใจลงได้ แล้วจึงเงยหน้าขึ้นสบตาเขา กุมมือเขาไว้แน่น แล้วยิ้มอ่อนโยนกล่าวเบา ๆ ข้าตั้งครรภ์แล้ว เกือบสองเดือนแล้วล่ะ”

“……” หลี่ฟู่อ้าปากจะพูดอะไรบางอย่าง แต่สายตาแข็งค้างอยู่กับที่
ใบหน้าเต็มไปด้วยความตื่นตะลึง ประหลาดใจ และ—ความคับอกคับใจ!

อารมณ์ที่พลุ่งพล่านเมื่อครู่ เหมือนถูกน้ำเย็นราดรดจนหมดสิ้นในพริบตา

เหลียนฟางโจว “พู่” หัวเราะออกมา ยื่นมือไปหยิกแก้มเขาเบา ๆ พลางถลึงตาใส่ด้วยท่าทีขบขัน สีหน้าเจ้าคืออะไรเนี่ย! หรือว่า... ข้าตั้งครรภ์แล้ว เจ้ากลับไม่พอใจ?”

เปล่านะ! ข้าดีใจ!” หลี่ฟู่ตอบเสียงอู้อี้

จริงรึ? แต่ข้าดูแล้วเจ้าช่างไม่เหมือนคนดีใจเลยสักนิด! ถ้าดีใจจริง—ยิ้มให้ข้าดูหน่อยสิ!” เหลียนฟางโจวเชิดปากใส่

เมียรักของข้า!” หลี่ฟู่ถึงกับคันฟันไปทั้งปาก เขาครางในใจอย่างหงุดหงิด เจ้าจะให้ข้ายิ้มออกได้ยังไงเล่า?”

เห็นนางทำท่าจะไม่พอใจ เขารีบเปลี่ยนคำพูด ก็ได้ ๆ ข้ายิ้มก็ได้!” ว่าแล้วก็ฝืนยิ้มออกมา แต่ยิ่งยิ้มก็ยิ่งหุบไม่อยู่ สุดท้ายก็หัวเราะลั่นออกมาอย่างไม่อายฟ้าอายดิน โอบกอดนางไว้ แล้วก้มลงจูบริมฝีปากสีระเรื่อที่ยังบวมเจ่ออย่างแรง เลิกคิ้วหัวเราะเสียงดัง ข้ากำลังจะได้เป็นพ่ออีกครั้ง! ฮ่า ๆ ๆ ข้ากำลังจะได้เป็นพ่ออีกครั้งแล้ว!”

เหลียนฟางโจวมองเขา ดวงตาเต็มไปด้วยความอบอุ่น หัวใจอบอวลด้วยความสุข อดไม่ได้ที่จะหัวเราะร่าอย่างมีความสุขเช่นกัน

เขายื่นมือใหญ่มาลูบหน้าท้องนูนเล็ก ๆ ของนางอย่างแผ่วเบา ความรู้สึกอบอุ่นแผ่ซ่านผ่านฝ่ามือ เขายิ้ม ข้าได้ลูกชายเพิ่มอีกคนแล้ว! เมียรัก…เจ้าลำบากแล้ว!”

เหลียนฟางโจวยิ้มหวานเต็มใบหน้า หัวใจเต็มเปี่ยมไปด้วยความอ่อนโยนและความสุข ริมฝีปากยกยิ้มสูง ดวงตาชุ่มชื้นระยับเปล่งประกาย

เจ้ารู้ได้ยังไงว่าเป็นลูกชาย? ถ้าเป็นลูกสาวขึ้นมาจะไม่เสียใจรึ?” นางก้มหน้ามองหน้าท้อง มือหนึ่งลูบเบา ๆ อย่างทะนุถนอม

หลี่ฟู่หัวเราะ ซวี่เอ๋อร์เป็นลูกชายคนเดียวก็ดูเหงาอยู่ไม่น้อย ถ้าอีกคนเป็นชายด้วยก็จะดีมาก! แต่ถ้าเป็นลูกสาว ข้าก็รักไม่ต่างกันหรอก! เพราะยังไงก็เป็นลูกของเรา เป็นลูกของเมียรักของข้าอย่างไรเล่า!”

เหลียนฟางโจวได้ยินแล้วก็หัวเราะคิกไม่หยุด

เมียรักของข้า…” หลี่ฟู่กุมมือของนางไว้ จูบเบา ๆ ที่แก้มและมุมปาก เสียงหัวเราะต่ำ ๆ ปนเคืองน้อย ๆ เอ่ยอย่างน้อยใจ เจ้าอย่ามัวแต่รักแต่ลูก จนลืมพ่อของเด็กเสียล่ะ…”

คำพูดของเขาทำเอาเหลียนฟางโจวถึงกับรู้สึกผิดขึ้นมาทันที ใช่สิ…ทั้งสองห่างกันไปนาน ผ่านอะไรมามาก ไม่ใช่แค่เขาคิดถึงนาง—นางเอง…ก็คิดถึงเขาไม่แพ้กันเลย...

หลี่ฟู่มองเห็นความลังเลและความอ่อนโยนของนางอย่างแจ่มชัดในสายตา
เขาหัวเราะเบา ๆ แล้วโน้มตัวไปกระซิบบางสิ่งข้างหูของนางด้วยน้ำเสียงต่ำ

เหลียนฟางโจวถึงกับหน้าแดงซ่าน รีบโบกมือพลางหัวเราะพลางปฏิเสธเสียงเบา ไม่ได้นะ! ไม่ได้เด็ดขาด!”

แต่หลี่ฟู่จะยอมง่าย ๆ ที่ไหน? เขาตื๊อไม่ปล่อย ตื๊ออยู่นาน ในที่สุดเหลียนฟางโจวก็ยอมจำนน หน้าร้อนผ่าวช่วยเขาอย่างเขินอาย

แม้จะไม่ได้กินเนื้อ…แค่ได้น้ำแกงก็ยังพอแก้ความอยากได้บ้าง!

เมื่อทุกอย่างเสร็จสิ้นและเช็ดล้างเรียบร้อย ความปรารถนาอันแรงกล้าในดวงตาของหลี่ฟู่จึงค่อย ๆ จางลงไปบ้าง เขากอดนางไว้ในอ้อมแขน พูดคุยเล่าถึงเรื่องราวที่เกิดขึ้นหลังจากต้องจากกัน

พอได้ยินว่าในคืนวันนั้น…พวกเขาแทบจะสวนทางกัน เหลียนฟางโจวถึงกับเจ็บใจแทบขาด มือทุบลงบนตั่งด้วยความเสียใจ

หลี่ฟู่ได้แต่ยิ้มขื่นแล้วกล่าว ตอนนี้เรากลับมาเจอกันแล้ว เจ้ารู้สึกเสียใจถึงเพียงนี้ แล้วเจ้ารู้ไหม ว่าข้า—ซึ่งรู้แน่ชัดว่าเจ้าพึ่งจะจากไปไม่นาน แต่กลับรอแล้วรอเล่า รอจนไม่ได้เห็นเจ้าแม้แต่นิดเดียว…มันเป็นความรู้สึกแบบไหน?” หลี่ฟู่ถอนหายใจหนึ่งเฮือก…ไม่อาจเอ่ยคำได้อีก

วันนั้นเขารีบร้อนกลับมาถึงท่าเรือเมืองเฉวียนโจว รีบให้คนไปสืบข่าว ก็ได้รู้ว่าเหลียนฟางโจวยังไม่เดินทางมาถึง เขาจึงเฝ้ารออยู่ที่ท่าเรือด้วยตนเอง

เขายังให้คนพายเรือเล็กล่องตรวจไปตามแนวชายฝั่ง หากมีเบาะแสใด ๆ ก็ให้รีบรายงานโดยทันที

ใครจะรู้…ว่าเขารออยู่จนท้องฟ้ามืดสนิท รอจนหมู่ดาวประดับเต็มฟ้า แต่เหนือผิวน้ำกลับไร้วี่แววของเหลียนฟางโจวกับพรรคพวกแม้แต่น้อย…

 

วันพฤหัสบดีที่ 4 มิถุนายน พ.ศ. 2569

จับแม่ทัพไปไถนา-บทที่ 1324 กลับถึงจวน

 

บทที่ 1324 กลับถึงจวน

หลังจากกล่าวทักทายกันตามธรรมเนียมเรียบร้อย เหลียนฟางโจวก็ยิ้มกล่าวอย่างซาบซึ้ง หากมิใช่เพราะคุณชายชุย ข้าคงกลับมาไม่ได้แล้ว! เรื่องราวยาวนัก ไว้เข้าไปค่อยเล่ากันทีหลังเถิด ส่วนคนติดตามที่มาด้วยนั้น เป็นเจ้าหน้าที่จากที่ว่าการอำเภอหลี ต้องขอบคุณพวกเขาที่ช่วยคุ้มกันตลอดทาง พ่อบ้านเล็กเฉียน เจ้านำพวกเขาไปจัดที่พักให้ดี ๆ อย่าได้ละเลย!”

ขอรับ ๆ! ขอให้ฮูหยินวางใจ ข้าจัดการได้แน่นอน!” พ่อบ้านเล็กเฉียนหน้าบานเป็นจานเชิง รีบรับคำอย่างแข็งขัน คำนับแล้วนำเจ้าหน้าที่ทั้งหมดไปจัดที่พักด้วยตัวเอง

สำหรับผู้มีพระคุณช่วยชีวิตฮูหยิน จะปล่อยให้ถูกมองข้ามได้อย่างไร?

ฝูงคนพากันรายล้อมเหลียนฟางโจวเดินเข้าสู่เรือนด้านใน นางก็รีบถามขึ้น
ใต้เท้าอยู่ที่เมืองหนานไห่หรือไม่? แล้วซวี่เอ๋อร์ล่ะ ระยะนี้อยู่ในโอวาทดีหรือไม่?”

ปี้เถาถอนใจเบา ๆ ก่อนจะยิ้มตอบ ช่างประจวบเหมาะนัก ใต้เท้ากลับมาเมืองหนานไห่แล้ว ข้าน้อยได้ให้คนไปตามที่หน้าจวนแล้ว ส่วนคุณชายซวี่ก็เรียบร้อยดี ขอให้ฮูหยินวางใจ ตอนนี้คงยังนอนหลับพักกลางวันอยู่ หากรู้ว่าท่านกลับมา คงดีใจจนบอกไม่ถูกเลยล่ะเจ้าค่ะ!”

ชุนซิ่งเองก็กล่าวพลางหัวเราะด้วยความโล่งใจ ฮูหยินกลับมาได้ก็ดีแล้ว ใต้เท้าแทบจะเป็นบ้าเพราะความเป็นห่วง ส่วนคุณชายซวี่...เหมือนโตขึ้นในชั่วข้ามคืน ไม่ร้องไห้งอแงเลย เอาแต่รอฮูหยินกลับมา เราเองยังนึกกลัวว่าเขาจะร้องไห้เสียอีก ดูท่าคุณชายซวี่จะรู้ความขึ้นมากทีเดียว!”

ปี้เถา หงอวี้ และสาวใช้อื่น ๆ ก็พากันพูดจาเจื้อยแจ้ว ทั้งถอนใจ ทั้งกล่าวชม

หัวใจของเหลียนฟางโจวพลันอ่อนยวบ ดวงตาเต็มไปด้วยความอ่อนโยน ริมฝีปากก็คลี่ยิ้มออกมาอย่างไม่รู้ตัว สาว ๆ พวกนี้ก็เริ่มพูดเกินจริงเป็นแล้ว เด็กอย่างซวี่เอ๋อร์เพิ่งจะสามขวบกว่า ๆ จะโตแค่ไหนกันเชียว?

แค่ไม่ร้องไห้งอแง อยู่ในโอวาทได้ก็นับว่าดีมากแล้ว

พอเดินเข้าประตูเรือนชั้นใน ก็เห็นแม่นมจูงมือซวี่เอ๋อร์ออกมา
อิ๋งชุน, พ่านเซี่ย และสาวใช้อื่น ๆ ต่างก็ออกมาต้อนรับพร้อมหน้า

ท่านแม่! ท่านแม่!” ซวี่เอ๋อร์ร้องเรียกด้วยเสียงใส ก่อนจะสะบัดมือออกจากแม่นม วิ่งถลาเข้าหาเหลียนฟางโจวอย่างรวดเร็ว

ซวี่เอ๋อร์!” เมื่อเห็นร่างเล็กน้อยวิ่งตรงเข้ามา เหลียนฟางโจวถึงกับน้ำตารื้น รีบโน้มตัวลง อ้าแขนโอบลูกชายเข้ามากอดแน่น

ท่านแม่ ข้าคิดถึงท่านแม่มากเลยขอรับ!” ซวี่เอ๋อร์กอดแน่นไม่ยอมปล่อย ซบหน้าลงกับอกนาง มือเล็ก ๆ กำเสื้อของมารดาไว้แน่น

แม่ก็คิดถึงเจ้าเหมือนกัน เจ้าตัวน้อยของแม่…” เหลียนฟางโจวโอบไหล่เล็ก ๆ ของเขาไว้ ลูบศีรษะเบา ๆ แล้วลูบแผ่นหลังอย่างแผ่วเบา หัวใจยิ่งนุ่มนวลลงทุกที จนแทบจะละลายกลายเป็นสายน้ำ

ลูกแม่จ๋า แม่จะไม่จากเจ้าไปอีกแล้ว!” เหลียนฟางโจวยิ้มฝืนกลั้นน้ำตาไว้แทบไม่อยู่...

ซวี่เอ๋อร์พยักหน้าพร้อม “อื้ม” อย่างหนักแน่นทางจมูก จากนั้นก็คลายอ้อมกอดออกเบา ๆ แต่ยังคงจับชายเสื้อของเหลียนฟางโจวไว้ แหงนหน้าขึ้นมองนางแล้วพูดว่า ข้าไม่โกรธท่านแม่หรอก ข้ารู้ว่าท่านแม่รักข้าที่สุด ไม่มีทางจะทิ้งข้าไปแน่! ทั้งหมดเป็นเพราะพวกคนร้ายทำให้วุ่นวาย! ข้าจะตั้งใจฝึกวิชากับท่านพ่อและท่านอาเซียว พอข้าโตแล้ว ข้าจะอยู่เคียงข้างคอยปกป้องท่านแม่ จะไม่มีใครกล้ามารังแกท่านแม่อีก!”

คำพูดที่แม้ยังไร้เดียงสาแต่กลับเอ่ยด้วยท่าทีจริงจัง ทำให้ทุกคนที่อยู่ตรงนั้นอดไม่ได้ที่จะหัวเราะออกมา

ลูกแม่! ซวี่เอ๋อร์คนดีของแม่!” เหลียนฟางโจวลูบศีรษะเขาเบา ๆ ความอบอุ่นซาบซ่านอยู่ในอก นางมองเขาด้วยรอยยิ้มอ่อนโยน เต็มไปด้วยความรัก ก่อนจะหลุดหัวเราะออกมา แล้วกล่าวแหย่ พอเจ้าโตขึ้นจริง ๆ แล้ว ก็จะเอาแต่คอยปกป้องภรรยาของเจ้าน่ะสิ ไหนเลยจะห่วงแม่อีก!”

ฮูหยินเจ้าคะ!” ปี้เถาทนไม่ไหวหัวเราะตาม “คุณชายยังเล็กอยู่เลยนะเจ้าคะ!” หลินหมอมอและคนอื่น ๆ ก็พากันหัวเราะออกมาอย่างกลั้นไม่อยู่

ซวี่เอ๋อร์ได้ยินเช่นนั้นก็ร้อนรนขึ้นมาทันที รีบส่ายหน้าปฏิเสธ ไม่ ไม่! ภรรยาข้ามีคนของท่านแม่ยายคอยปกป้องอยู่แล้ว ข้าจะปกป้องท่านแม่!”

เหลียนฟางโจวชะงักไปเล็กน้อย ก่อนจะหัวเราะลั่น คนอื่น ๆ ก็พลอยหัวเราะครืนขึ้นมาด้วย เพิ่งนึกขึ้นได้ว่า—ใช่สิ ซวี่เอ๋อร์มีคู่หมั้นแล้ว!

เหลียนฟางโจวกลั้นยิ้มแล้วกล่าวแกล้งแหย่ เจ้าจำภรรยาเจ้าได้แม่นเชียวนะ! ระวังไว้นะ ถ้าภรรยาเจ้าได้ยินเข้าอาจจะโกรธก็ได้!”

ซวี่เอ๋อร์ทำหน้าไม่เข้าใจ กระพริบตาปริบ ๆ อย่างงุนงง ภรรยาข้าจะโกรธทำไมกันล่ะ?”

เหลียนฟางโจวยิ้มพลางตอบ พอโตขึ้นเจ้าก็จะเข้าใจเองแหละ!”

โอ้…” ซวี่เอ๋อร์ตอบรับเสียงหนึ่ง แต่ก็ยังไม่เข้าใจนัก ก่อนจะพูดต่อ
แต่ข้าไม่สนหรอก! ถ้านางจะโกรธ ก็ให้นางกลับไปอยู่กับมารดาของนาง ข้าจะอยู่กับท่านแม่!”

เหลียนฟางโจวชะงักไปอีกครั้ง ก่อนจะหัวเราะเสียงใส ลูกแม่คนดี!”

ปี้เถาและสาวใช้ทั้งหลายต่างหัวเราะกันลั่น บรรยากาศหม่นเศร้าเมื่อครู่พลันจางหายไปไม่หลงเหลือ

ชุยเส้าซีเองก็อดไม่ได้ที่จะส่ายหน้าพลางยิ้ม ขำอยู่ในใจ—ฟางโจวคนนี้ก็เหลือเกิน โตป่านนี้แล้วยังเล่นแหย่ลูกอีก!

ซวี่เอ๋อร์คนนี้...หน้าตาเหมือนหลี่ฟู่เสียมาก แต่ดวงตาคู่นี้กลับเหมือนนางไม่มีผิด…

เขามองเด็กน้อยด้วยความรู้สึกยินดีแทนนางในใจ ทว่าในความยินดีนั้น ก็ปนเปื้อนด้วยความหดหู่อย่างบอกไม่ถูก…

เหลียนฟางโจวจู่ ๆ ก็เงยหน้าขึ้นยิ้มให้ชุยเส้าซี แล้วจูงมือซวี่เอ๋อร์เดินเข้าไปใกล้ พลางกล่าวยิ้ม ๆ คนผู้นี้คือท่านอาชุย โชคดีที่ตลอดทางมีท่านอาชุยช่วยเหลือแม่ไว้ มิเช่นนั้น แม่คงลำบากแน่! เร็วสิ ทักทายท่านอาชุยหน่อย!”

ซวี่เอ๋อร์ปล่อยมือจากนาง แล้วประสานมือโค้งคำนับอย่างนอบน้อม
หลานชายคารวะท่านอาชุย ขอบคุณที่ช่วยชีวิตท่านแม่ขอรับ!”

เด็กดี!” ชุยเส้าซีย่อตัวลงประคองเด็กน้อยไว้ แล้วยิ้มตอบ อาชุยกับท่านแม่ของเจ้า…รวมถึงท่านพ่อของเจ้าด้วย ต่างก็เป็นสหายกัน ระหว่างด้วยสหายกันย่อมไม่ต้องพูดคำขอบคุณหรอก เพราะฉะนั้นเจ้าก็ไม่ต้องเกรงใจ!”

ซวี่เอ๋อร์หันไปมองแม่ แล้วพยักหน้ารับเบา ๆ “ขอรับ” อย่างว่าง่าย
เหลียนฟางโจวจึงยิ้มพลางว่า ไปเถอะ พวกเราเข้าไปข้างในกันก่อน”

ระหว่างทาง เหลียนฟางโจวก็แนะนำเรือนและคนในจวนให้ชุยเส้าซีรู้จักคร่าว ๆ พลางสอบถามปี้เถา แม่นม และคนอื่น ๆ ถึงพฤติกรรมของซวี่เอ๋อร์ช่วงที่ผ่านมา

พอเพิ่งนั่งลงในห้อง ก็ได้ยินเสียงหนึ่งดังขึ้น ฮูหยิน!” เสียงยังไม่ทันขาด คนผู้นั้นก็ย่างเท้าก้าวเข้ามาจากด้านนอกอย่างรวดเร็ว

เหลียนฟางโจวเงยหน้าขึ้นโดยไม่รู้ตัว พอสายตาสบกับอีกฝ่าย ก็ราวกับเวลาหยุดนิ่ง สายตาทั้งสองประสานกัน ประหนึ่งห่างไกลกันมานานแสนนาน ความรู้สึกพลุ่งพล่านดั่งคลื่นทะเลโถมเข้าใส่ ทั้งสุข ทั้งเศร้า ทั้งดีใจ ทั้งเจ็บปวด—จนไม่มีคำพูดใดหลุดออกมาจากปากทั้งสองคน

ชุยเส้าซีได้แต่นิ่งอึ้งไปชั่วขณะ แล้วหัวเราะฝืน ๆ อย่างขมขื่นในใจ

ในเสี้ยววินาทีนั้น เขาก็เข้าใจอย่างแจ่มแจ้ง…ว่าเขาจะไม่มีวันเข้าไปอยู่ในโลกของคนสองคนนี้ได้เลย

เขาเคยคิดว่า เวลาผ่านมาหลายปี เขาตัดใจได้แล้ว เมื่อได้พบกับหลี่ฟู่อีกครั้ง เขาคิดว่าตัวเองจะทำใจยอมรับได้ เช่นเดียวกับที่เขาเผชิญหน้านาง ด้วยใจที่อวยพรให้นางเป็นสุข ขอเพียงนางมีความสุข เท่านี้เขาก็เพียงพอแล้ว

แต่ในที่สุด…เขาก็ทำไม่ได้ หรือจะเรียกได้ว่า—มันไม่เหมือนกันเลย

ขอเพียงนางมีความสุข เขาก็พอใจ แต่ส่วนหลี่ฟู่จะเป็นอย่างไร…จะสุขหรือทุกข์ มันเกี่ยวอะไรกับเขา? หรือในใจลึก ๆ…เขาอาจจะหวังลึก ๆ ว่า หลี่ฟู่จะไม่ได้มีความสุขเสียด้วยซ้ำ!

ชุยเส้าซีพลันเข้าใจความรู้สึกของเหลียงจิ้นขึ้นมานิดหน่อย ความรู้สึกของเขาต่อหลี่ฟู่ คงไม่ต่างจากความรู้สึกของเหลียงจิ้นที่มีต่อตนเองกระมัง?

เขาแสร้งกระแอมเบา ๆ แล้วกล่าวทักขึ้นอย่างยิ้มแย้ม ใต้เท้าหลี่…นานแล้วมิได้พบกัน!”

หลี่ฟู่หันขวับมา พอเห็นว่าเป็นชุยเส้าซี ก็ตาเป็นประกาย นานจริง ๆ! ข้าคาดไว้แล้วว่าเจ้าต้องมา และเจ้าก็มา…จริง ๆ ด้วย!”

เหลียนฟางโจวเองก็นึกขึ้นได้ว่าชุยเส้าซียังอยู่ รู้สึกหน้าแดงนิด ๆ อย่างกระดาก เจ้ารู้ได้อย่างไรว่าข้าจะมากับเขา? เจ้ารู้ว่าเขาเป็นคนช่วยข้า?”

หลี่ฟู่พยักหน้ายิ้ม ๆ กลับมาได้ก็ดีแล้ว! เรื่องนี้เล่ายาวนัก! ไหน ๆ พี่ชุยก็มาถึงแล้ว พักอยู่สักระยะก็ดี เดี๋ยวเราค่อยคุยกันอีกทีนะ พี่ชุยคงเหนื่อยมาตลอดทาง ไปพักก่อนเถิด!”

 

วันพุธที่ 3 มิถุนายน พ.ศ. 2569

จับแม่ทัพไปไถนา-บทที่ 1323 แผนของเขาถูกทำลาย

 

บทที่ 1323 แผนของเขาถูกทำลาย

หลังจากหมอตรวจชีพจรเสร็จ ก็ซักถามอีกเล็กน้อย ก่อนจะประนมมือยิ้มพลางกล่าวกับเหลียนฟางโจวว่า ยินดีด้วยฮูหยิน! เป็นชีพจรมงคล! ฮูหยินตั้งครรภ์ได้เดือนครึ่งแล้ว!”

จริงหรือ!” หัวใจที่พองโตของเหลียนฟางโจวพลันเบาลงทันที นางยิ้มขอบคุณด้วยความยินดี แต่ก็รีบถามด้วยความกังวล ไม่ทราบว่าเด็กในครรภ์ยังอยู่ดีหรือไม่? ปลอดภัยใช่หรือเปล่า?”

หมอมองนางแวบหนึ่ง แล้วจึงหัวเราะแห้ง ๆ ฮูหยินดูเหมือนจะคิดมากเกินไป จิตใจกระวนกระวาย อีกทั้งระยะนี้เหนื่อยล้ามากนัก ย่อมมีผลกระทบบ้างต่อเด็กในครรภ์! แต่ขอให้ฮูหยินวางใจ ร่างกายฮูหยินถือว่าแข็งแรง อีกทั้งยังอยู่ในช่วงแรกของการตั้งครรภ์ ต่อให้มีผลกระทบบ้างก็ไม่ร้ายแรงอะไร ขอเพียงพักผ่อนให้เพียงพอ ปล่อยวางเรื่องกังวลต่าง ๆ เติมอาหารบำรุงเลือดและพลังสักหน่อย ไม่นานก็จะฟื้นตัวดังเดิม”

จะไม่ส่งผลกระทบต่อเด็กใช่ไหม?” เหลียนฟางโจวรีบพยักหน้ารับ แล้วก็ยังอดถามอีกครั้งไม่ได้

หมอยิ้มตอบว่า วางใจเถิดฮูหยิน ไม่เป็นไรแน่นอน!”

เหลียนฟางโจวจึงวางใจลงโดยสิ้นเชิง ยิ้มแล้วส่งตัวหมอกลับไป

เจ้าของโรงเตี๊ยมกับลูกจ้างจึงรีบเข้ามาแสดงความยินดี พร้อมกับยิ้มประจบถาม จะให้ครัวทำอาหารหรือน้ำแกงบำรุงร่างกายที่เบาและดีต่อสุขภาพเพิ่มไหมขอรับ?”

เหลียงจิ้นตวัดสายตาเย็นเยียบใส่ทันที แล้วตวาดขึ้นว่า เจ้าพล่ามอะไรนักหนา! ยังไม่รีบไปเตรียมอีก!”

เจ้าของโรงเตี๊ยมอยากจะหนีออกไปให้เร็วที่สุด ไม่อยากโดนลูกหลง จึงรีบลากลูกจ้างออกไปทันที ภายในห้องจึงเหลือเพียงสามคน ที่ต่างก็เงียบไม่กล่าวสิ่งใด

ชุยเส้าซีกระแอมเบา ๆ แล้วยิ้มกล่าว ยินดีด้วยนะ!” จากนั้นก็หัวเราะต่อ ข้าว่าพวกเราคงรีบร้อนเดินทางไม่ได้เสียแล้ว พรุ่งนี้เดินอย่างช้า ๆ จะดีกว่า ทางขรุขระแบบนี้ไม่เหมาะเลย”

เหลียนฟางโจวแม้จะร้อนใจอยากรีบกลับไปยังเมืองหนานไห่ แต่เมื่อนึกถึงคำของหมอก็อดลังเลไม่ได้ ก็แค่เสียเวลาไปอีกวัน คงไม่เป็นไรกระมัง?”

จะไม่เป็นไรได้อย่างไร!” ชุยเส้าซีรีบกล่าว ตอนนี้เจ้ากำลังอุ้มท้อง ต้องระวังให้มาก พรุ่งนี้ข้าจะหารถม้าที่ดีกว่านี้ให้ พวกเราค่อย ๆ เดินทางเถิด ยังไงก็ไม่ต่างอะไรนักหรอกแค่สองสามวัน”

เหลียงจิ้นกล่าวเย็นชา คุณชายชุยนี่มีประสบการณ์ไม่เบาเลยนะ ข้าดูไม่ออกเลยจริง ๆ!”

ชุยเส้าซีไม่ใส่ใจคำประชดประชันนั้น หันไปถามเหลียนฟางโจวตรง ๆ หากข้าจัดการตามนี้ เจ้าคิดว่าเป็นไรหรือไม่?”

เหลียงจิ้นเอ่ยเสียงเย็น ไม่ได้! ที่นี่มันที่แบบไหน คิดว่าจะหารถม้าดี ๆ ได้สักกี่คัน? ที่เหมาะกับหญิงมีครรภ์ยิ่งไม่ต้องพูดถึง! พรุ่งนี้เจ้าพานางไปที่ศาลากลาง ประกาศฐานะเสียให้ชัดเจน บางทีบ้านของเจ้าเมืองอาจมีรถม้าดี ๆ
หรือไม่ก็ขอยืมจากพวกคนรวยในท้องถิ่นเสียเลย! อีกทั้งให้เจ้าเมืองจัดพวกทหารติดตามไปด้วยก็ยังได้ จะได้มีคนคอยช่วยระหว่างทางด้วย ข้านั้นยังมีธุระสำคัญ ต้องรีบกลับไป ไม่อาจร่วมทางกับพวกเจ้าได้อีก!”

ในใจของเหลียงจิ้นเดือดดาลยิ่งนัก — สวรรค์ช่างไม่เข้าข้างเขาเลย!

เดิมทีเขาคิดไว้ว่า จะไม่สนสิ่งใดทั้งสิ้น ลักพาตัวนางไปพร้อมกับชุยเส้าซี ไม่ว่านางจะยินยอมหรือไม่ เขาก็จะต้องครอบครองนางให้ได้! รอจนกระทั่งนางมีลูกของเขา ต่อให้นางเกลียดเขาสักเพียงใด ยังจะทำอะไรได้อีกเล่า?

ใครจะคาดคิดว่า… นางตั้งครรภ์เสียแล้ว!

ในสถานการณ์เช่นนี้ เขาย่อมไม่อาจลงมือกับนางได้อีก หากทำให้นางและลูกในท้องเป็นอันตราย ไม่เพียงจะทำร้ายร่างกายนาง ยังจะทำให้จิตใจนางแตกสลาย นางต้องเกลียดเขาเข้ากระดูกดำแน่!

ในเมื่อเป็นเช่นนี้ ก็แยกทางกันเสียเลยจะดีกว่า อย่างน้อยก็ไม่ต้องเห็นหน้าให้ขัดใจ เขาเองก็กลัวว่า… หากปล่อยไว้ต่อไป อาจจะเผลอทำสิ่งที่ทำให้ตัวเองต้องเสียใจภายหลัง…

ชุยเส้าซีได้ยินดังนั้นก็ยิ่งดีใจ รีบกล่าวว่า ใช่ ๆ เจ้าพูดถูกจริง ๆ แบบนี้รอบคอบกว่ากันมาก ข้าไม่น่าคิดได้มาก่อนเลย!”

พอได้ยินว่าเหลียงจิ้นจะจากไป ชุยเส้าซีพลันโล่งอก ราวกับก้อนศิลาใหญ่ที่ทับอกมานานหล่นหายไปทันตา ไหนเลยจะยังมีใจไปถือสาเสียงแข็งหรือสีหน้าเย็นชาของเขาอีก?

เหลียงจิ้นย่อมมองออกถึงความคิดในใจของเขา จึงแค่นเสียงเย็นเยียบ

เหลียนฟางโจวเองก็เห็นด้วยกับวิธีนี้ ความรู้สึกที่มีต่อเหลียงจิ้นพลันซับซ้อนขึ้นในบัดดล—บุรุษผู้นี้ช่าง...เฮ้อ!

ขอบคุณคุณชายเหลียงที่เตือน” เหลียนฟางโจวไม่รู้จะกล่าวสิ่งใดดี นิ่งงันอยู่ครู่หนึ่งจึงค่อยเอ่ยเบา ๆ ไหน ๆ คุณชายก็มีธุระสำคัญต้องจัดการ เช่นนั้นก็เชิญตามสบาย บุญคุณไม่อาจใช้วาจาตอบแทน ข้าก็ไม่พูดมากอีกแล้ว ขอให้ดูแลตัวเองด้วย!”

เหลียงจิ้นเงยหน้ามองนาง จ้องแน่วนิ่งอยู่ครู่หนึ่ง จู่ ๆ ก็ยิ้มออกมา
วางใจเถอะ! ข้าย่อมดูแลตนเองดี เจ้าก็เช่นกัน—ดูแลตัวเองให้ดี!”

ว่าจบก็ลุกขึ้น หันไปจ้องชุยเส้าซีด้วยแววตาเย็นเฉียบ ที่นี่ก็ฝากให้เจ้าจัดการ ข้าขอลาเพียงเท่านี้!” ว่าจบก็หมุนตัวจากไปไม่แม้แต่จะหันกลับมามองอีกครั้ง ทิ้งไว้เพียงสองคนในห้องที่เงียบงัน

เมื่อเหลียงจิ้นอยู่ ทั้งเหลียนฟางโจวและชุยเส้าซีต่างก็หวังให้เขารีบหายไปเสียให้พ้น ทั้งกลัวทั้งปวดหัว ไม่รู้จะรับมืออย่างไรกับเขาดี

แต่พอเขาจากไปจริง ๆ กลับรู้สึกว่างเปล่าภายในอย่างน่าประหลาด ความว่างเปล่าเช่นนี้ช่างชวนอึดอัดนัก

โดยเฉพาะเหลียนฟางโจว ทั้งขื่นขมทั้งร้อนรุ่ม ความรู้สึกนานัปการพัดโถมเข้ามาพร้อมกัน จนต้องถอนหายใจเบา ๆ

ชุยเส้าซีเห็นดังนั้นก็หันมายิ้มปลอบ เจ้ากำลังอุ้มท้องนะ อย่าคิดมากเลย! เรื่องของวันข้างหน้า ใครจะคาดเดาได้? บางทีวันที่เลวร้ายเช่นนั้น อาจจะไม่มาถึงเลยก็ได้ ใครจะไปรู้?”

เหลียนฟางโจวได้ยินเช่นนั้นก็หัวเราะออกมา เจ้าพูดถูก! การวิตกจริตเกินเหตุช่างโง่เขลานัก ข้าจะปล่อยให้ตัวเองโง่แบบนั้นได้ยังไงกัน!”

ทั้งสองต่างหัวเราะออกมาอย่างผ่อนคลาย

สามวันต่อมา เหลียนฟางโจวกับชุยเส้าซีก็เดินทางกลับถึงเมืองหนานไห่

บ่ายวันนั้น รถม้าค่อย ๆ แล่นเข้าสู่ภายในกำแพงเมืองที่สูงใหญ่แข็งแกร่ง ราวกับจะทะลุขึ้นฟ้า เหลียนฟางโจวรู้สึกตื้นตันจนตาแดง น้ำตาแทบไหล—ในที่สุดนางก็ได้กลับมาเสียที!

ใจที่แทบจะอดกลั้นไม่ไหวเอ่ยสั่งสารถีทันที เร็วขึ้นอีกหน่อย ไปยังเรือนหลังของที่ว่าการผู้ว่าการมณฑล!”

สารถีชะงักไปเล็กน้อยก่อนจะสะบัดแส้เร่งฝีเท้าม้าอย่างเร็ว

ขบวนรถม้าซึ่งมีทหารปลอมตัวเป็นพลเรือนเจ็ดแปดนายคุ้มกันขนาบข้าง มาหยุดที่เรือนหลังของที่ว่าการผู้ว่าการมณฑล เสียงเอะอะที่เกิดขึ้นไม่น้อย ดึงดูดความสนใจยิ่งนัก

พอเห็นเหลียนฟางโจวยิ้มออกมาจากรถม้า นายประตูถึงกับเบิกตากว้าง ปากสั่นระริก กว่าครู่หนึ่งจะร้องออกมาได้ว่า ฮูหยิน!” แล้วก็ทรุดเข่าลงกับพื้น โขกศีรษะอย่างแรง

ในใจเหลียนฟางโจวเปี่ยมล้นด้วยความปิติยินดี แต่ยังอดหยอกเย้าไม่ได้
ก็แค่ไม่เจอกันสิบกว่าวัน จำเป็นต้องตื่นเต้นขนาดนี้ด้วยหรือ? ลุกขึ้นเถอะ!”

ขอรับ! ขอรับ! ขอบคุณฮูหยิน!” นายประตูทั้งสองรีบยิ้มแหย ๆ ลุกขึ้นมาจากพื้น คนหนึ่งออกหน้าเดินนำพานางเข้าไป อีกคนก็วิ่งลิ่วเข้าเรือนพร้อมตะโกนเสียงดัง ฮูหยินกลับมาแล้ว! ฮูหยินกลับมาแล้ว!”

ไม่นาน เหล่าคนสนิททั้งคุณชายเฉียนผู้ดูแล, ปี้เถา, ชุนซิ่ง, หงอวี้, รวมทั้งหลินหมอมอ ต่างก็พากันกรูกันออกมาต้อนรับ พอเห็นเหลียนฟางโจว ก็ต่างกลั้นน้ำตาไว้ไม่อยู่ คุกเข่าลงคำนับด้วยความดีใจ

ปี้เถารีบวิ่งมาข้างหน้าประคองมือเหลียนฟางโจวไว้ ฮูหยิน ท่านกลับมาแล้วจริง ๆ! คุณชายชุย ท่านก็กลับมาด้วย!”

ชุนซิ่ง, หงอวี้, หลินหมอมอต่างก็ซับน้ำตาเงียบ ๆ ด้วยความตื้นตัน สายตาของปี้เถาเป็นประกาย ชุนซิ่งก็เห็นเช่นกัน รีบทำความเคารพด้วย

ชุยเส้าซีเพียงยิ้มตอบและพยักหน้าให้พวกนางอย่างอ่อนโยน

 

วันอังคารที่ 2 มิถุนายน พ.ศ. 2569

จับแม่ทัพไปไถนา-บทที่ 1322 อาเจียน

 

ตอนที่ 1322 อาเจียน

เมื่อคิดว่าอีกไม่นานก็จะได้พบสามีและลูกชาย เหลียนฟางโจวก็รู้สึกราวกับอยากมีปีกเสียเดี๋ยวนั้น จะได้โบยบินไปถึงพวกเขาในพริบตาเดียว

การหายตัวไปคราวนี้กินเวลากว่ายี่สิบวัน ไม่รู้ว่าที่เมืองหนานไห่...จะเกิดเรื่องอะไรขึ้นบ้างแล้วหรือยัง

แต่ในขณะที่ยิ่งเข้าใกล้เมืองหนานไห่มากเท่าไร ความรู้สึกของเหลียงจิ้นกลับยิ่งกระวนกระวาย ปั่นป่วนไม่หยุด

สิ่งที่ทำให้เขาร้อนรุ่มยิ่งกว่านั้นก็คือ—เขารู้ดีว่าหากจะลงมือ ต้องลงมือ ตอนนี้! เพราะเหลือเวลาอีกไม่นานก็จะถึงเขตเมืองหนานไห้แล้ว!

เขาเคยคิด...จะลักพาตัวเหลียนฟางโจวไป และยิ่งเวลาเคลื่อนใกล้เข้าไป ความคิดนี้ก็ยิ่งแข็งแรงขึ้นในหัว ราวกับมีเสียงปีศาจคอยล่อลวงให้เขาลงมือทันที

แต่เขาก็รู้ดี...หากเขาลงมือจริง ๆ สิ่งที่เขาได้ อาจไม่ใช่ “นาง” เพราะนางจะเกลียดเขาไปตลอดชีวิต

แม้ว่าเขาจะ “ใช้กำลัง” ได้ครอบครองนาง...แต่เขาก็รู้ดีว่าไม่มีวันได้รับ “การให้อภัย” และนั่น...คือสิ่งที่เขาไม่อาจทนได้!

และอีกอย่าง—เจ้าหน้าตาดีแซ่ชุยคนนั้น...ถ้าจะจับตัวนางไป ก็ย่อมต้องจับเขาไปด้วย จะปล่อยให้เขาหลุดมือไปแจ้งข่าวไม่ได้เด็ดขาด! และนั่นก็หมายความว่า...อย่างน้อยจนกว่าจะล้มหลี่ฟู่ลงได้ เขาจะต้องขังเจ้าแซ่ชุยนี่เอาไว้ก่อน! แล้วแบบนั้นล่ะ? นางจะไม่โกรธเกลียดเขาหนักกว่าเดิมหรือ?

แต่ว่าถ้าปล่อยให้นางกลับไป...เขาจะยินยอมได้อย่างไร! เขาไม่มีวัน ยอมรับ เรื่องนี้ลงได้!

สีหน้าเหลียงจิ้นเริ่มมืดมนขึ้นเรื่อย ๆ ความเย็นชาน่ากลัวในแววตายิ่งเข้มข้น บรรยากาศระหว่างสามคนกลับเข้าสู่ความอึดอัดตึงเครียดอีกครั้ง เหลียนฟางโจวกับชุยเส้าซีต่างก็มองหน้ากันอย่างงุนงง แม้จะไม่เข้าใจว่าอีกฝ่ายเป็นอะไร แต่อารมณ์คุกรุ่นเช่นนี้ก็ทำให้ทั้งคู่ไม่กล้าประมาทแม้แต่นิดเดียว

คืนวันที่สอง ทั้งสามพักแรมที่อำเภอเล็กๆแห่งหนึ่งชื่อ "หงสุ่ย" จากการสอบถามเจ้าของโรงเตี๊ยม—หากว่าจ้างรถม้าเร่งฝีเท้าให้ดี พรุ่งนี้ก่อนพระอาทิตย์ตก ก่อนที่ประตูเมืองหนานไห่จะปิด ก็จะสามารถไปถึงได้ทัน!

เหลียนฟางโจวกับชุยเส้าซีได้ยินก็หน้าตาเปี่ยมยิ้มอย่างยินดี ...เว้นแต่เหลียงจิ้น ที่หัวเราะเย็นออกมาเบา ๆ อย่างยากจะหยั่งถึง

เมื่อมองใบหน้างดงามที่ทั้งยามยิ้มก็ชวนให้ใจละลาย ยามขุ่นเคืองก็ยังน่าหลงใหล ทุกการเคลื่อนไหว ทุกลมหายใจของนาง ล้วนกระตุ้นให้หัวใจเขาไหวสั่นไม่หยุด เพียงแค่คิดว่า หากไม่มีนาง ชีวิตเขาจะเหลือเพียงความว่างเปล่าและน่าเบื่อเพียงใด เหลียงจิ้นก็แทบไม่อาจจินตนาการได้!

และในชั่วขณะนั้นเอง เขาก็ตัดสินใจเด็ดขาดในใจ! หากนางจะเกลียดเขา...ก็ให้เกลียดไปเถอะ! ในเมื่อแต่ไหนแต่ไร นางก็ไม่เคยรักเขาอยู่แล้ว จะหวังให้นางเปลี่ยนใจในวันหน้าได้อย่างไร?

ในเมื่อเขาก็วางแผนจะทำลายครอบครัวนาง ฆ่าสามีนางอยู่แล้ว
ถึงตอนนั้น...นางก็คงยิ่งเกลียดเขายิ่งกว่าเดิม!

ในเมื่อเป็นเช่นนี้แล้ว จะมัวรออะไรอีกเล่า? ...ในเมื่อยังไงก็ต้องเกลียดกันอยู่แล้ว งั้นก็ จับนางไว้ข้างกายเสียตอนนี้เลย! ต่อให้นางต้องเกลียดเขาทั้งชีวิต...ก็ยัง “คุ้มค่า!”

เมื่อคิดได้ดังนั้น เหลียงจิ้นก็รู้สึกโล่งอกอย่างประหลาด หัวใจเบาสบายราวปลดพันธนาการ เขาเริ่มวางแผนทันที—คืนนี้จะลงมืออย่างไร จะแยกตัวออกไปจากที่นี่ทางใด และหลังจากนั้น...จะซ่อนนางไว้ที่ไหน!

แต่ทว่า—ทั้งเหลียนฟางโจวและชุยเส้าซี กลับไม่รู้สึกถึงอันตรายใดเลย
มื้อเย็นยังคงนั่งร่วมโต๊ะกันตามปกติ

เพื่อเฉลิมฉลองที่ใกล้ถึงเมืองหนานไห่ ชุยเส้าซียังสั่งสุรามาหนึ่งไหเป็นพิเศษอีกด้วย

ส่วนเหลียนฟางโจว แม้รู้ว่าพรุ่งนี้ก็ต้องแยกทางกับเหลียงจิ้นแล้ว และนั่นอาจจะเป็นการ “จากกันตลอดกาล” โดยไม่มีวันร่วมเดินทางเช่นนี้อีก นางก็ยังรู้สึกหดหู่อยู่ลึก ๆ จึงจงใจสั่งอาหารดี ๆ เต็มโต๊ะเพื่อเป็นการส่งท้าย

ถึงจะดูไร้สาระ ออกจะดัดจริตไปหน่อย...แต่นางก็ไม่อยากปล่อยให้ในใจต้องมี “ความเสียดาย” ตกค้างอยู่

ทว่า—ไม่คาดเลยว่า พอจาน “ปลากุ่ยหยูนึ่งซีอิ๊ว” ถูกยกมาวาง เสี่ยวเอ้อหน้าตายิ้มแย้มรีบแนะนำทันทีว่า นี่คือตำรับขึ้นชื่อของร้าน รสชาติสดหวานเป็นพิเศษ ขอให้รีบชิมตอนร้อน ๆ

แต่ทันใดนั้นเอง—กลิ่นคาวแรงพลุ่งเข้าจมูกอย่างรุนแรง เหลียนฟางโจวถึงกับเบี่ยงตัวทันที ยกมือปิดปาก แล้วรีบก้มตัวอาเจียนออกมา!

เหลียงจิ้นกับชุยเส้าซีตกใจแทบกระโดด ลุกพรวดขึ้นมาพร้อมกัน เจ้าเป็นอะไรไป?!”

เหลียงจิ้นตวัดตามองเสี่ยวเอ้อด้วยโทสะ ตวาดเสียงเย็น ยกอะไรมานี่? ทำไมถึงเลอะเทอะปานนี้!”

เสี่ยวเอ้อคนนั้นถูกสีหน้าดุดันของเหลียงจิ้นข่มจนสะดุ้งเฮือก รีบพูดตะกุกตะกัก มะ...ไม่ได้มีปัญหานะขอรับ! ท่านอย่ากล่าวหากันสิ! ปลาตัวนี้เพิ่งเชือดเมื่อครู่ ยังดิ้นอยู่เลย สดมากจริง ๆ!”

เสียงเอะอะนั้นทำให้เถ้าแก่ร้านรีบวิ่งออกมาดูด้วยความตกใจ เกิดอะไรขึ้นหรือขอรับ?”

เหลียนฟางโจวยังสำลักคลื่นไส้อยู่ครู่หนึ่ง กว่าจะตั้งสติได้ก็ถอนหายใจเบา ๆ แล้วค่อยนั่งลง เพิ่งจะอ้าปากจะพูด “ไม่มีอะไร” แต่ไม่ทันไร กลิ่นคาวของปลาก็โชยมาอีกระลอก เธอรีบยกมือปิดปากแล้วลุกพรวดขึ้น วิ่งไปที่หน้าต่าง ก้มพิงขอบหน้าต่างหอบหายใจแรง ๆ หลายครั้ง จนกระทั่งลมเย็นพัดมาแตะใบหน้า จึงค่อยรู้สึกดีขึ้นเล็กน้อย

พวกเจ้าทำอะไรกันแน่? กล้าเอาอาหารมีปัญหายกมาบริการอีกหรือ!”
เหลียงจิ้นกระชากคอเสื้อเถ้าแก่ไว้แน่น ตะคอกเสียงเย็นเยียบ

อย่า! อย่าครับนายท่าน!” เถ้าแก่ตกใจจนหน้าซีด รีบโบกมือพลางพูดรัว
ฮูหยินท่านนี้ ข้าดูแล้วสิบในแปดส่วน—คงจะตั้งครรภ์แน่ ๆ! เรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับอาหารของร้านข้าเลยนะขอรับ!”

ว่าอย่างไรนะ?” เสียงของชุยเส้าซีและเหลียงจิ้นดังขึ้นพร้อมกัน
ทั้งคู่ถึงกับหน้าถอดสี ใจทั้งหนักอึ้งและเจ็บแปลบในคราวเดียว

ชุยเส้าซีตั้งสติได้ก่อน รีบหันไปสั่งเสียงดัง ยังจะยืนเซ่ออยู่อีกหรือ? รีบไปตามหมอมาเร็วเข้า!”

เสี่ยวเอ้อที่ยืนอยู่ข้าง ๆ ก็เป็นคนฉลาดนัก พอได้ยินก็รีบรับคำ “ได้ขอรับ!”
แล้ววิ่งปรู๊ดออกไปแทบไม่เห็นฝุ่น

เหลียงจิ้นค่อย ๆ คลายมือจากคอเสื้อเถ้าแก่ แต่ในแววตากลับมืดลึก
เขาหันไปมองเหลียนฟางโจว ดวงตาสั่นระริกด้วยความคิดที่พันกันยุ่งเหยิง
สีหน้าแปรเปลี่ยนไม่อาจอ่านออก

เหลียนฟางโจวเองก็ยืนนิ่งอึ้ง ราวกับถูกฟ้าผ่ากลางวันแสก ๆ
ก่อนจะค่อย ๆ นึกขึ้นได้ว่า...เดือนนี้กับเดือนก่อน นางยังไม่ได้มีประจำเดือนเลย...

ที่ผ่านมานางมัวแต่ยุ่งกับการวางแผนจัดการตระกูลเติ้ง ต่อมาก็ถูกจับในวันเทศกาลตวนอู่ ต้องใช้ชีวิตด้วยความระแวดระวังอยู่ในห้วงอันตราย จะมีเวลาที่ไหนมาสังเกตเรื่องพวกนี้อีก?

บัดนี้เมื่อสติเริ่มกลับมา สีหน้าของนางแปรเปลี่ยนไปมาระหว่าง “ตกใจ ยินดี และขวยเขิน” จนเห็นชัด หากใครยังไม่เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้น—ก็คงจะต้องโง่เสียแล้วจริง ๆ!

เถ้าแก่ร้านไม่กล้าเดินหนีไปไหน ได้แต่ยืนอยู่ตรงนั้น ดวงตากลอกไปมาแอบสังเกตสีหน้าของทั้งสามคน — เหลียงจิ้น, เหลียนฟางโจว, และชุยเส้าซี

แม้จะผ่านโลกมามาก แต่เรื่องความสัมพันธ์ของสามคนนี้ เขาก็ยังเดาไม่ออกสักนิด!

ชายหนุ่มสองคนนี้ เห็นชัดว่ามีใจให้สตรีผู้นั้นทั้งคู่ แต่พอได้ยินว่านางอาจตั้งครรภ์ กลับไม่มีใครก้าวเข้าไปดูแลเลยสักคน แปลว่าคงไม่มีใครเป็นสามีของนางแน่ ...ถ้าเช่นนั้นแล้ว—หญิงที่แต่งงานแล้ว เหตุใดจึงไม่อยู่กับสามี กลับมาเดินทางกับชายแปลกหน้าสองคน?

ไม่กลัวใครเขาจะนินทาหรืออย่างไร? หรือว่าสามีนางไม่เอานางแล้ว? ...ก็ไม่น่าใช่อีก—ถ้าเป็นเช่นนั้น สองคนนี้คงแสดงตัวดูแลนางไปนานแล้ว! ดูจากท่าทางที่อยากจะเอาใจ แต่ก็ต้องเก็บไว้ในใจของทั้งคู่แล้ว เรื่องนี้ยิ่งดูไม่ปกติเข้าไปใหญ่

รู้ทั้งรู้ว่านางมีสามีแล้ว ยังจะตามนางไปไหนมาไหนอย่างนี้ มันหมายความว่าอะไร...

เถ้าแก่คิดฟุ้งซ่านไม่หยุด แต่ในเวลานั้นเอง เด็กหนุ่มที่ไปตามหมอก็กลับมาแล้ว พร้อมกับหมอที่เดินตามมาอย่างเหนื่อยหอบ

เหลียงจิ้นกับชุยเส้าซีหันไปมองทันที ในแววตาทั้งคู่ต่างก็มีแววไม่ชอบใจปะปนอยู่

โดยเฉพาะเหลียงจิ้น—สายตาเขาเย็นเยียบเหมือนมีมีดซ่อนอยู่ ขนาดหมอยังสะดุ้งในใจโดยไม่รู้ว่าทำไม

แต่เมื่อมาถึงแล้ว จะให้ไม่ตรวจแล้วกลับไปก็คงเป็นไปไม่ได้
หมอจึงได้แต่ทำหน้าไม่รู้ไม่ชี้ ฝืนใจเดินเข้าไปด้วยท่าทีระวังตัว

บรรยากาศรอบตัวตึงเครียดขึ้นทันตา ทุกคนต่างก็ “เครียด” ด้วยเหตุผลของตัวเอง

เหลียนฟางโจวไม่ต้องพูดถึง—ทั้งตื่นเต้นทั้งคาดหวัง ชุยเส้าซีรู้สึกเศร้าในใจ แต่ก็ยินดีแทนนาง

เหลียงจิ้นหวังให้ทั้งหมดนี้เป็นแค่ความเข้าใจผิด

ส่วนเถ้าแก่กับเด็กในร้าน ก็ได้แต่ภาวนาเงียบ ๆ ว่า ขอให้หญิงผู้นี้ตั้งครรภ์จริงเถอะ ถ้าไม่ใช่ เกรงว่าคุณชายหน้าดุคนนี้อาจจะพังร้านทิ้งทั้งหลังก็เป็นได้!