บทที่ 1335 ขอขมา
ใต้เท้าเติ้งจ้องมองนางด้วยสายตาเย็นเยียบครู่หนึ่งก่อนจะแค่นหัวเราะ
"เรื่องนี้ต้องหาทางออกโดยไว มิเช่นนั้นมิใช่เพียงนางจะจัดการนังเด็กนั่น
ทว่านางจะจัดการข้า และจัดการตระกูลเติ้งทั้งตระกูล!
เจ้าเป็นเพียงสตรีจะไปรู้อะไร! ยามนี้หลี่ฮูหยินกำลังจ้องตะครุบตระกูลเติ้งตาเป็นมัน
ครานี้ดีนัก นังลูกไม่รักดีกลับส่งข้ออ้างใส่พานถวายให้ถึงมือ!"
ยิ่งคิดเขาก็ยิ่งเดือดดาล บริภาษออกมาอย่างรุนแรง
"นังเด็กสารเลวนั่น นางเป็นอริกับตระกูลเติ้งมาแต่ชาติปางก่อนรึอย่างไร!
หรือตระกูลเติ้งติดค้างหนี้สินนางมาแต่ชาติที่แล้วชาตินี้ถึงต้องมาทวงคืน!
ทำงานใหญ่เสีย ทำเรื่องเลวร้ายดียิ่งนัก!"
คราก่อนเพียงเรื่องเล็กน้อย
ตระกูลเติ้งยังต้องเสียเส้นทางการค้าไปถึงสามสาย
เขายังหลงคิดว่าหากหลี่ฮูหยินเบื่อหน่ายเมื่อใดคงพอจะหาทางทวงคืนมาได้บ้าง
ทว่ายามนี้เกรงว่ามิเพียงของเก่าจะมิได้คืน ของใหม่ยังจะต้องประเคนให้นางเพิ่มอีก!
ทั้งสองคราล้วนเกิดจากบุตรสาวที่มิเอาถ่านผู้นี้
จะมิให้ใต้เท้าเติ้งกลัดกลุ้มใจได้อย่างไร?
ฮูหยินเติ้งอ้าปากหมายจะโต้แย้ง ทว่าสุดท้ายก็มิได้เอ่ยคำใด
ทำได้เพียงซับน้ำตาพลางถามว่า "ท่านพี่ แล้วควรทำประการใดดี!"
ใต้เท้าเติ้งแค่นเสียงฮึอย่างรำคาญใจ
"เจ้าบอกว่าวันนี้หลี่ฮูหยินมาเยือนมิใช่รึ? นางกล่าวสิ่งใดบ้าง?"
ฮูหยินเติ้งรวบรวมสมาธิ
รีบถ่ายทอดคำพูดของเหลียนฟางโจวออกมาทุกถ้อยคำมิให้ตกหล่น
ใต้เท้าเติ้งบังเกิดความฉงนสงสัยขึ้นมาทันที
"นางมิเอ่ยถึงเรื่องนั้นแม้แต่คำเดียวรึ?"
"มิมีเลยเจ้าค่ะ!"
ฮูหยินเติ้งส่ายหน้าพลางทอดถอนใจ
"เป็นเพราะนางมิเอ่ยถึงเลยแม้แต่นิดเดียวนี่ล่ะ ที่ทำให้ข้ามิอาจสงบใจได้!
มิรู้ว่านางกำลังวางแผนร้ายอันใดอยู่!"
ใต้เท้าเติ้งขมวดคิ้ว "มิกังขาว่านางวางแผนอันใด
ย่อมมิใช่เรื่องดีแน่! เจ้าเองก็กระไร..."
เขาขมวดคิ้วมุ่นด้วยความมิพอใจอย่างยิ่ง
"เรื่องพรรค์นี้เจ้าคิดจะปกปิดให้พ้นรึ? นางประสบพบเจอด้วยตนเอง พยานหลักฐานใดล้วนมิจำเป็น ในเมื่อนางมิเอ่ย
ไฉนเจ้าถึงมิชิงเอ่ยก่อน?"
"ข้า—" ฮูหยินเติ้งถึงกับใบ้กิน
นางจะปริปากได้อย่างไร? ยามนั้นนางใช่ว่าจะมิคิดชิงขอขมาลาโทษ
ทว่ารู้แจ้งเห็นจริงน่ะเรื่องหนึ่ง แต่จะให้กระทำลงไปน่ะอีกเรื่องหนึ่ง
ถ้อยคำเหล่านั้นมันจุกอยู่ที่ลำคอ ลังเลอยู่หลายคราสุดท้ายก็มิอาจเปล่งออกมา
จนกระทั่งเหลียนฟางโจวลุกขึ้นกล่าวลานั่นแล!
ใต้เท้าเติ้งเห็นสีหน้านางก็ล่วงรู้ถึงสิ่งที่อยู่ในใจ
จึงขมวดคิ้วกล่าวว่า "เอาเถิด!
พรุ่งนี้เช้าจงรีบให้หวีเอ๋อร์กับทงเอ๋อร์กลับมาที่เมืองหนานไห่เสีย
พ่อลูกเราจะได้ปรึกษาหารือกันให้รัดกุม! ส่วนเจ้าจงเตรียมของกำนัลล้ำค่าชุดใหญ่ไว้
เตรียมใจไว้ให้ดี เกรงว่าเราต้องไปขอขมาถึงจวนสกุลหลี่ด้วยตนเอง!
ถึงยามนั้นควรจะเจรจาเยี่ยงไร เจ้าจงไปตรึกตรองดูให้ดี!"
ฮูหยินเติ้งไหนเลยจะกล้าคัดค้านแม้เพียงกึ่งคำ? รีบรับคำสั่งอย่างระมัดระวังทันที
พลันนึกขึ้นได้จึงเอ่ยต่อ "จริงสิเจ้าค่ะ หลี่ฮูหยินกล่าวว่า...
พรุ่งนี้นางจะมาอีก... หากนางมา ข้าควรจะรับหน้าอย่างไรดี?"
ใต้เท้าเติ้งแค่นยิ้มเย็น จ้องมองนางเขม็ง
"เรื่องแค่นี้ยังต้องมาถามข้าอีกรึ? หากแม้แต่เรื่องขี้ผงเพียงเท่านี้เจ้ายังจัดการมิได้
ตำแหน่งผู้ดูแลจวนนี้เจ้าก็มิต้องเป็นมันแล้ว!"
ฮูหยินเติ้งหน้าซีดเผือด รีบกล่าวว่า "ข้า...
พรุ่งนี้เช้าข้าจะส่งจดหมายไปที่จวนหลี่
แจ้งหลี่ฮูหยินว่าพรุ่งนี้ข้ามีธุระต้องออกไปนอกเมือง
ขอเลื่อนการเยี่ยมเยียนไปอีกสักสองวันค่อยไปคำนับนางถึงจวน ดีหรือไม่เจ้าค่ะ?"
ใต้เท้าเติ้งแค่นเสียงฮึในลำคอ มิได้คัดค้านอันใด
ฮูหยินเติ้งลอบถอนหายใจแผ่วเบา เรื่องราวจึงได้ข้อสรุปเช่นนี้เอง
วันที่สอง
เหลียนฟางโจวจัดการส่งตัวแม่บ้านของจวนเติ้งที่นำเทียบเชิญมาหาให้กลับไป
นางหมุนเทียบเชิญสีแดงสดเลี่ยมทองในมือเล่น
พลางปรายตามองเห็ดหลินจือขนาดมหึมาล้ำค่าคู่หนึ่งที่ส่งมาพร้อมกัน
แล้วลอบแค่นยิ้มเย็นชา
หงอวี้อดมิได้ที่จะยิ้มกล่าวว่า "นายหญิงคำนวณมิมีผิดเพี้ยน
ตระกูลเติ้งส่งคนมาจริงๆ ด้วยเจ้าค่ะ!"
"เรื่องเช่นนี้ต้องคำนวณด้วยรึ?" เหลียนฟางโจวยิ้มพลางโยนเทียบเชิญลงบนโต๊ะน้ำชาอย่างไม่ยี่หระ
"ฮูหยินเติ้งเมื่อวานคงขวัญหนีดีฝ่อไปมิน้อย
นางไหนเลยจะกล้าเผชิญหน้ากับข้าอีก? หากพบข้าอีกครา
เกรงว่านางคงหวาดกลัวจนนั่งมิติดเก้าอี้เสียมากกว่า! นางมิได้ตรึกตรองดูเลยว่า
เห็นตระกูลเติ้งเป็นสถานที่วิเศษเลิศเลออันใด ข้าถึงจะต้องมีแก่ใจไปเยือนทุกวี่วัน?"
คำกล่าวนั้นทำเอาชุนซิ่งและหงอวี้พากันหัวเราะร่า
ชุนซิ่งทอดถอนใจกล่าวว่า "ฮูหยินเติ้งผู้นั้นยามปกติมิใช่คนเขลา
ทว่าครานี้กลับเบาปัญญาไปเสียได้! เมื่อวานนายหญิงอุตส่าห์ไปถึงจวน
นางกลับมิมีวาจาอ่อนน้อมแม้กึ่งคำ! บุตรสาวตนเองไปก่อเรื่องงามหน้าอันใดไว้ ตัวนางเองจะไม่ล่วงรู้รึ?"
"นั่นน่ะสิ!
หรือยังหลงนึกว่านายหญิงจะยอมรามือไปง่ายๆ!" หงอวี้สำทับ
เหลียนฟางโจวยิ้มกล่าว "นางไหนเลยจะไม่รู้? เพียงแต่ทำใจยอมลดหน้าลาตาลงมิได้เท่านั้น!
ทว่านางมิเอ่ยออกมาก็ดีแล้ว นางเป็นเพียงสตรีเฝ้าเรือนหลัง จะเอ่ยสิ่งใดได้?
อย่างมากก็แค่ถ้อยคำสวยหรูที่ไร้ประโยชน์! เรื่องนี้...
ท้ายที่สุดย่อมต้องให้ใต้เท้าเติ้งเป็นผู้ตบแต่งบัญชีจึงจะนับว่าสิ้นสุด!"
เหล่านายบ่าวหยอกล้อกันครู่หนึ่ง ซวี่เอ๋อร์เดินเข้ามา
เหลียนฟางโจวก็หันไปเล่นหัวกับบุตรชาย มิติดใจเรื่องตระกูลเติ้งอีก
เมื่อตระกูลเติ้งเตรียมตัวพร้อม ย่อมต้องคลานมาหาถึงที่เอง
ผ่านไปสองวัน ใต้เท้าเติ้งและฮูหยินก็มาขอเข้าพบผู้ว่าการมณฑลและฮูหยินจริงๆ
ยามที่ใต้เท้าเติ้งมาขอพบ
หลี่ฟู่ยังคงจัดการราชการอยู่ที่ว่าการส่วนหน้า เหลียนฟางโจวจึงให้คนไปแจ้งหลี่ฟู่
ส่วนตนเองสั่งให้เชิญสองสามีภรรยาตระกูลเติ้งเข้าไปรอที่โถงรับรองในเรือนหลัง
พร้อมจัดหาน้ำชาไว้ต้อนรับ
หลินหมอมอจัดแจงที่นั่งให้แขก สั่งสาวใช้ยกชามาถวาย
แล้วจึงพาสาวใช้ตัวน้อยถอยฉากออกไปอย่างเงียบเชียบ
ในโถงรับรองจึงเหลือเพียงสองสามีภรรยาตระกูลเติ้ง
บ่าวไพร่ที่ติดตามมาล้วนถูกกันไว้ภายนอกประตูชั้นสอง
รอบกายเงียบสงัด ผ่านไปเนิ่นนานก็มิเห็นผู้ใดมาต้อนรับ
หรือแม้แต่คนเดินผ่าน
ฮูหยินเติ้งเริ่มกระวนกระวายใจ กระซิบถามใต้เท้าเติ้งเสียงเบา
"ท่านพี่ ใต้เท้าหลี่กับหลี่ฮูหยินนี่มันอย่างไรกัน? หากมิปรารถนาจะพบก็ควรบอกกล่าว
ทว่านี่กลับเชิญเราเข้ามาแล้วปล่อยให้รอเก้อ พวกเขาคิดจะทำสิ่งใดกันแน่?"
ใต้เท้าเติ้งเองก็กังขาเต็มอก ทว่าใบหน้ายังคงนิ่งเฉย
"เจ้าจะพูดมากไปทำไม? ให้รอก็รอ
มีอันใดต้องถาม? หากการกลั่นแกล้งให้เรารอเช่นนี้จะช่วยให้พวกเขาคลายโทสะลงได้บ้าง
ก็นับว่าคุ้มค่าแล้ว!"
ฮูหยินเติ้งฝืนยิ้มแห้ง มิกล้าปริปากอีก
ครู่ใหญ่ หลี่ฟู่จึงประคองเหลียนฟางโจวเดินมาพร้อมขบวนสาวใช้และหมอมอ
ใต้เท้าเติ้งเหลือบเห็นก็รีบลุกขึ้นลนลาน ฉุดฮูหยินเติ้งให้ลุกตาม
แล้วเดินออกไปต้อนรับทันที
"ใต้เท้าหลี่! หลี่ฮูหยิน!"
ใต้เท้าเติ้งประสานมือปั้นยิ้ม
เหลียนฟางโจวปรายตามองพวกเขาคราหนึ่ง ก่อนจะยกมือปิดปากหัวเราะ
"คิกๆ" แล้วกล่าวว่า "ใต้เท้าเติ้ง ฮูหยินเติ้ง
ออกมาต้อนรับเช่นนี้ ช่างดูราวกับเป็นเจ้าบ้านเสียเอง หากผู้ใดมิรู้ความ
คงนึกว่าข้ากับสามีต่างหากที่เป็นแขกมาเยือน!"
สองสามีภรรยาตระกูลเติ้งหน้าม้าน ใต้เท้าเติ้งรีบแก้ตัว
"หลี่ฮูหยินกล่าวล้อเล่นแล้ว ทำเอาข้าน้อยมิรู้จะเอาหน้าไปไว้ที่ใด!
ต่อให้ข้าน้อยใจกล้าเทียมฟ้า
ก็มิบังอาจทำตัวเป็นเจ้าบ้านในจวนของใต้เท้าได้หรอก!"
"อ้อ?" เหลียนฟางโจวเลิกคิ้ว
ยิ้มหยัน "ในจวนใต้เท้าหลี่มิกล้า แล้วในจวนผู้อื่นเล่า... กล้าหรือไม่?"
"เรื่องนี้... มิกล้า มิกล้าแน่นอน! ข้าน้อยเคารพกฎหมายบ้านเมืองเสมอมา
ไหนเลยจะกล้ากระทำการอวดดีไร้มารยาทเช่นนั้น!" ใต้เท้าเติ้งยิ่งอับจนถ้อยคำ
ได้แต่แข็งใจปั้นยิ้มสู้
ใครจะคาดคิดว่าหลี่ฮูหยินผู้นี้จะวาจาเชือดเฉือนมิไว้หน้าถึงเพียงนี้? เพียงแรกพบก็สาดประกายไฟใส่กันจนตั้งตัวมิประสาน!