บทที่ 1425 เอาแต่ใจ ไร้เหตุผล
โจวเชี่ยนถูกเหลียนฟางโจวหัวเราะเยาะจนเริ่มเปลี่ยนจากความอายกลายเป็นโทสะ
นางขบเขี้ยวเคี้ยวฟันพลางพยักหน้ายอมรับอย่างเสียไม่ได้
ลวี่เหมยรีบสำทับทันที
"ฮูหยินหลี่ ท่านก็ได้ยินแล้ว!"
เหลียนฟางโจวโบกมืออย่างไม่แยแส
มิได้สนใจนางแต่กลับหันไปกล่าวกับโจวเชี่ยน
"ขอกล่าววาจาที่ไม่เสนาะหูสักประโยค ตั้งแต่ข้ากับสามีย้ายมาอยู่ที่หนานไห่
แม้จะเป็นเพื่อนบ้านกับวังจิ้งหนาน
แต่พวกเราไม่เคยส่งคนหรือเดินทางไปเยี่ยมเยียนเลยแม้แต่ครั้งเดียว พูดง่าย ๆ คือ
สามีข้าไม่เคยคิดจะประจบสอพลอวังจิ้งหนานของพวกท่านเลยแม้แต่นิดเดียว... ท่านหญิง
แม่นางลวี่เหมย แม่นางอวี๋เหมย พวกท่านยอมรับความจริงข้อนี้หรือไม่?"
ลวี่เหมย
อวี๋เหมย และโจวเชี่ยน ต่างก็นิ่งเงียบไร้คำโต้
เหลียนฟางโจวยิ้มบาง
ๆ ก่อนจะกล่าวต่ออย่างไม่รีบร้อน "และขอกล่าวอีกประโยคที่อาจจะไม่รื่นหูนัก!
ท่านหญิงเองก็มิได้มีรูปโฉมงดงามล่มเมืองหรือมีความสามารถล้ำเลิศประเสริฐศรี
อีกอย่าง สามีข้าก็มิใช่เจ้าหนุ่มละอ่อนที่ไม่เคยเห็นโลกเห็นตะวัน
พอเจอท่านหญิงแล้วจะเกิดอาการ 'หิวโซ' จนทนไม่ไหวเชียวหรือ? เว้นเสียแต่ว่า...
ในตอนนั้นเขาจะไม่มีสติสมบูรณ์ หรือพูดง่าย ๆ คือ 'ถูกลอบกัด' ถึงได้เป็นเช่นนั้น!
ข้อนี้ท่านหญิงกับแม่นางทั้งสองคงไม่อาจปฏิเสธได้กระมัง?"
ลวี่เหมยแค่นยิ้ม
"แล้วอย่างไร? เรื่องนั้นเกี่ยวอะไรกับท่านหญิงของเรา!
พวกเราเขารู้เพียงว่า
ชื่อเสียงความบริสุทธิ์ของท่านหญิงถูกทำลายด้วยน้ำมือของแม่ทัพหลี่
แม่ทัพหลี่ไม่ควรให้คำอธิบายหน่อยหรือ? ส่วนเรื่องที่แม่ทัพหลี่จะถูกลอบทำร้ายหรือไม่นั้น
มิใช่ธุระของพวกเรา ฮูหยินกับท่านแม่ทัพเชิญไปสืบสวนกันเอาเองเถิด!"
"แม่นางลวี่เหมยจะรีบร้อนไปใย?" เหลียนฟางโจวชายตามองนางอย่างเย็นชา
"เจ้าก็เอาแต่พร่ำคำว่าความบริสุทธิ์ ๆ อยู่นั่นแหละ
หรือเจ้าเห็นกับตาว่าสามีข้าทำลายความบริสุทธิ์ของท่านหญิงเข้าจริง ๆ?"
ลวี่เหมยหัวเราะ
"หึ" อย่างดูแคลน
"ฮูหยินหลี่ช่างกล่าววาจาปัดสวะให้พ้นตัวเสียจริง!
ไม่ต้องมาพูดจาอ้อมค้อมดึงบ่าวเข้าไปเกี่ยวหรอก ใคร ๆ
ก็เห็นว่าท่านหญิงอยู่ในสภาพเช่นไร เสื้อผ้าหลุดลุ่ยถึงเพียงนั้น...
ยังจะบอกว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้นอีกหรือ? พูดออกไปจะมีใครเชื่อ!"
"ไม่มีใครเชื่อหรอก!"
เหลียนฟางโจวยิ้มตอบ "เพียงแต่แม่นางลวี่เหมยชอบมองคนอื่นเป็นคนโง่เสียเหลือเกิน!
สามีข้าไม่สนใจวังจิ้งหนาน และยิ่งไม่สนใจท่านหญิงผู่นี้
แต่เรื่องพรรค์นี้กลับมาเกิดขึ้นในห้องหนังสือของเขาพอดี! เหอะ
พวกเจ้ากลับกล้ามาคาดคั้นข้า? ข้าต่างหากที่ต้องคาดคั้นพวกเจ้า!"
เหลียนฟางโจวถลึงตาใส่
กลิ่นอายความโกรธแผ่ซ่าน "กล้ามาวางแผนสกปรกกับผู้ชายของข้า
ก็ต้องเตรียมใจรับผลที่จะตามไว้ให้ดี! เหอะ มือพวกเจ้าช่างยาวนักนะ
กล้ามาลงมือในถิ่นของข้า อยากตายไวๆใชไหม!"
ม่อเว่ยทนไม่ไหวจนหลุดขำ
"คิก" ออกมา
หลี่ฟู่เงยหน้าถลึงตาใส่เขาทันที
ลวี่เหมยหน้าแดงก่ำด้วยความโกรธ
"ฮูหยินหลี่ ท่านช่างใส่ความคนหน้าด้าน ๆ!"
อวี๋เหมยเองก็เดือดดาลไม่แพ้กัน
"ฮูหยินหลี่ ท่านพูดจาอะไรเช่นนี้? จะบอกว่าท่านหญิงจงใจทำร้ายตัวเองอย่างนั้นหรือ!
ท่านดูถูกการอบรมสั่งสอนของวังจิ้งหนานเกินไปแล้ว!"
"หรือมิใช่?" เหลียนฟางโจวแค่นยิ้มเย็น
"สามีข้าไม่มีแรงจูงใจที่จะทำอะไรท่านหญิงเลยแม้แต่นิด
ในยามที่มีสติเขายิ่งไม่มีทางลงมือแน่
แต่พอท่านหญิงมาถึงกลับเกิดเรื่องขึ้นมาทันที
จะให้เชื่อว่ามิใช่แผนการที่ท่านหญิงจงใจวางไว้เพื่อใส่ร้ายเขา ข้าไม่มีวันเชื่อ!
อะไรคือการทำลายความบริสุทธิ์? อย่ามาโยนความผิดบาปให้สามีข้าหน่อยเลย
ก็แค่เห็นไหล่เห็นแขนแค่คืบ เนื้อหนังก็ไม่ได้แหว่งไปเสียหน่อย! อีกอย่าง
ใครจะไปรู้ล่ะว่านางอาจจะฉีกเสื้อผ้าตัวเองก็ได้!"
"เจ้า!"
โจวเชี่ยนเบิกตากว้างอย่างไม่เชื่อหู ตกตะลึงจนทำอะไรไม่ถูก
"เจ้าอะไรรึ?" เหลียนฟางโจวเย้ยหยัน
"สามีข้าในตอนนั้นสติไม่แจ่มใส ย่อมปล่อยให้เจ้าจูงจมูกทำอะไรก็ได้ตามใจชอบ!
อีกอย่าง หากเขาจะข่มเหงเจ้าจริง เขาก็ไม่ได้เอาผ้ามาอุดปากเจ้าไว้เสียหน่อย
เจ้าเป็นถึงท่านหญิง มิใช่สาวใช้ตัวเล็ก ๆ
ที่ความเป็นความตายอยู่ในกำมือเขา—ถ้าเป็นเช่นนั้นจริงเจ้าคงไม่กล้าพยศเช่นนี้หรอก!
ทำไมไม่ร้องตะโกนล่ะ? ในเมื่อเจ้าไม่ร้องไม่เรียกเอง
ต่อให้เขาไม่ได้ทำอะไร หรือต่อให้เขาทำอะไรลงไปจริง ๆ นั่นมันก็เพราะเจ้า 'เสนอตัวอย่างต่ำช้า' เองต่างหาก!"
โจวเชี่ยนร้อง
"อา!" ออกมาคำหนึ่ง ร่างกายสั่นสะท้านจนเกือบจะสิ้นสติไปตรงนั้น
เหลียนฟางโจวชี้ไปที่ม่อเว่ยแล้วเยาะเย้ยต่อ
"เจ้าบอกว่าเขาเห็นแขนเจ้าแล้วคือการทำลายความบริสุทธิ์? งั้นบุรุษผู้นี้ก็เห็นเจ้าเต็มตาเหมือนกันนะ! ตามตรรกะของเจ้า
บุรุษที่ทำลายความบริสุทธิ์ของเจ้ามีถึงสองคนเชียวล่ะ!
ท่านหญิงตั้งใจจะให้เรื่องนี้จบลงอย่างไรดีล่ะ?"
"หุบปาก!
หุบปากเดี๋ยวนี้!" โจวเชี่ยนทนฟังต่อไปไม่ไหว นางยกมืออุดหู
กรีดร้องโวยวายด้วยความอับอายจนอยากจะแทรกแผ่นดินหนีไปเสียให้พ้น
"นั่นสิ
นั่นสิ!" ม่อเว่ยเองก็สะดุ้งโหยงรีบโบกมือ "ฮูหยินหลี่
เรื่องนี้มันเกี่ยวอะไรกับข้าด้วยเล่า!"
เหลียนฟางโจวปรบมือหัวเราะร่วน
"ข้าว่าพวกเจ้าสองคนดูเข้ากันดีออกนะ! นอกจากฝ่ายหนึ่งยังไม่แต่ง
ฝ่ายหนึ่งยังไม่ตบแต่ง
ความเข้าขาถ้อยทีถ้อยอาศัยเมื่อครู่นี้ยังหาได้ยากยิ่งนัก!"
ม่อเว่ยแทบสำลักน้ำลายตัวเอง
เอ่ยอย่างปวดหัว "ฮูหยินหลี่ มุกตลกแบบนี้อย่าเล่นเลย ไม่ขำสักนิด!
ใครมาเห็นสภาพนี้เขาก็ต้องพูดแบบนี้กันทั้งนั้น
ข้าล่ะมองไม่เห็นความเข้าขาตรงไหนเลย!"
โจวเชี่ยนได้ยินม่อเว่ยแสดงท่าทางรังเกียจนางต่อหน้าต่อตา—แม้ว่านางจะมองข้ามหัวม่อเว่ยมาตลอด
แต่การถูกผู้อื่นแสดงท่าทีรังเกียจนั้นเป็นคนละเรื่องกัน!
นางยิ่งโกรธแค้นจนอยากจะพุ่งเข้าไปฉีกปากม่อเว่ยให้ขาด
ลวี่เหมยและอวี๋เหมยเห็นว่าสถานการณ์เริ่มคุมไม่อยู่
ลวี่เหมยจึงแค่นยิ้มเย็น
"ฮูหยินหลี่ทำตัวอันธพาลเช่นนี้ไม่กลัวผู้คนเขาหัวเราะเยาะหรือ!
ในเมื่อท่านยืนกรานเช่นนี้ พวกเรามันแค่บ่าวตัวเล็ก ๆ คำพูดไม่มีน้ำหนัก
คงไม่มีอะไรจะกล่าวแล้ว! ขอตัวลา! เห็นทีต้องให้พระชายาเป็นฝ่ายมาคุยกับฮูหยินเองเสียแล้ว!"
"ทำไม? เห็นข้าเป็นหัวหลักหัวตอหรืออย่างไร?"
หลี่ฟู่ค่อย ๆ
ลุกขึ้นยืน พลันแค่นยิ้มอย่างเย็นชา
เขามองโจวเชี่ยนด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความขยะแขยงและขุ่นเคือง
"เจ้าบอกว่าข้าจู่ ๆ ก็คว้ามือเจ้า? ฉุดเจ้าเข้าไปในห้องนอน? กล้าสาดน้ำครำใส่ข้าต่อหน้าต่อตาเช่นนี้
ต่อให้เจ้าเป็นท่านหญิงแล้วอย่างไร? ท่านหญิงหรงอัน
ดูท่าท่านจะยังไม่รู้จักนิสัยของคนอย่างหลี่ฟู่ดีพอ
และท่านพ่อของท่านก็ไม่รู้จักข้าเลยแม้แต่น้อย!
กล้ามาวางแผนสกปรกกับข้าเพื่อบีบให้ข้ายอมสยบงั้นหรือ? กลับไปบอกพ่อเจ้าเถอะ ว่าให้ไปนอนฝันกลางวันเอา!"
ลวี่เหมยไม่มีท่าทีเกรงกลัว
นางยิ้มเยาะ "ที่นี่คือจวนผู้ว่าการมณฑล
ใต้เท้าหลี่จะกลับขาวเป็นดำอย่างไรย่อมทำได้อยู่แล้ว!
ใต้เท้ามิเห็นต้องทำเป็นพูดจาเที่ยงธรรมเอาหน้าเลย ฟังแล้วมันน่าขัน!"
เหลียนฟางโจวหัวเราะ
"คิก" ออกมา "แม่นางลวี่เหมย
ในโลกนี้คงไม่มีใครกลับขาวเป็นดำได้เก่งกาจและดูเที่ยงธรรมเท่าเจ้าอีกแล้ว!
เจ้ามิได้เห็นกับตา เหตุใดถึงกล้ายืนยันนักหนาว่าสามีข้าพูดเท็จ? เหอะ พระชายาจิ้งหนานนอกจากจะอบรมลูกสาวเก่งแล้ว
ยังฝึกสาวใช้ได้เก่งกาจเหลือเกินนะ! ดีล่ะ ข้าก็อยากจะถามนางดูเหมือนกัน
ว่าการส่งลูกสาวมาซุกไว้ที่จวนข้า แท้จริงแล้วคืออยากจะให้มา 'ยั่วสวาท' สามีข้าอย่างนั้นหรือ!
ข้าต้องถามนางให้รู้ความ ว่าข้าเหลียนฟางโจวไปทำอะไรให้นางขุ่นเคืองนักหนา
นางถึงได้วางแผนสกปรกทำร้ายข้าถึงเพียงนี้!"
เหลียนฟางโจวแสร้งทำเป็นโกรธจัด
ลุกขึ้นหมายจะฉุดกระชากโจวเชี่ยนออกไปพร้อมกัน
ฝ่ายโจวเชี่ยนและสาวใช้ทั้งสองถึงกับยืนอึ้งตะลึงงัน:
'นี่มันตรรกะอะไรกัน? นางควรจะต้องกล้ำกลืนฝืนทนและพยายามทำให้เรื่องจบลงเงียบ
ๆ มิใช่หรือ?'