เหลียนเจ๋อรีบปลอบโยนภรรยาพลางกล่าวเสียงนุ่ม
"เจ้าอย่าได้โทษตัวเองเลย ใครใช้ให้สกุลเหลียนของเรามั่งคั่ง
ทั้งพี่เขยยังเป็นถึงเว่ยหนิงโหวเล่า? ไม่ว่าเซี่ยนอ๋องหรือหลีอ๋องจะจ้องเล่นงานเราก็ไม่ใช่เรื่องแปลก
ใครจะไปคาดคิดว่ายามนี้เมืองหลวงจะวุ่นวายถึงเพียงนี้..."
"ท่านพี่ แล้วอีกสามวันเราจะทำอย่างไรดี? หรงเฟยอวี่ผู้นั้นโฉดชั่วอย่างไร้ยางอาย
หากเขาไม่ได้เงินไป... เกรงว่าเขาจะไม่ยอมรามือแน่เจ้าค่ะ!"
สวีอี้หยุนมองเขาด้วยสายตาซึ้งใจ ทว่าในใจกลับยิ่งทวีความกังวล
เหลียนเจ๋อรู้สึกอัดอั้นตันใจอย่างบอกไม่ถูก
เขาตริตรองครู่หนึ่งก่อนจะกล่าวว่า "ช่างหัวมันเถิด!
อย่างไรเสียก็ยืนกรานไปว่าไม่มี! ข้าไม่เชื่อว่าเขาจะกล้าปล้นชิงซึ่งหน้า
หากเขาทำเช่นนั้นข้าจะป่าวประกาศเรื่องนี้ออกไป
ในช่วงเวลาหัวเลี้ยวหัวต่อเช่นนี้เซี่ยนอ๋องย่อมไม่ยอมให้ชื่อเสียงตัวเองป่นปี้แน่
เจ้าอย่าได้กังวลนักเลย"
สวีอี้หยุนฝืนยิ้มตอบ ทว่าในใจยังคงเต็มไปด้วยความทุกข์ระทม
หลังจากปลอบโยนภรรยาเสร็จ
เหลียนเจ๋อก็เริ่มวางแผนโยกย้ายทรัพย์สินส่วนใหญ่ของสกุลเหลียนออกไปให้เร็วที่สุด
ซึ่งเรื่องนี้มิใช่เรื่องยาก เพราะนอกจากกิจการเบื้องหน้าที่ผู้คนรู้จัก
สกุลเหลียนยังมีกิจการลับในชื่ออื่นอีกมากมาย เหลียนฟางโจวเคยปลูกฝังแนวคิด
"อย่าใส่ไข่ไว้ในตะกร้าใบเดียวกัน" ให้เขาไว้เป็นอย่างดี
และเหลียนเจ๋อก็สืบทอดเจตนารมณ์นั้นได้อย่างไร้ที่ติ
คืนต่อมา เหลียนเจ๋อกลับมาถึงจวนในยามดึกสงัด
เมื่อคิดว่าจัดการทุกอย่างที่ควรทำไว้เรียบร้อยแล้ว
และจินตนาการถึงใบหน้าอันบิดเบี้ยวด้วยความเสียหน้าของไอ้สารเลวหรงเฟยอวี่ในวันมะรืนที่จะไม่ได้เงินแม้แต่ตำลึงเดียว
เหลียนเจ๋อก็รู้สึกปลอดโปร่งใจยิ่งนัก
ภายในห้องนอน
สวีอี้หยุนยังคงนั่งอ่านหนังสืออยู่ใต้แสงตะเกียงเพื่อรอเขากลับมา
เช่นเดียวกับทุกคืนที่เขาทำงานดึกดื่น
"ข้าบอกแล้วไงว่าไม่ต้องรอนอนก่อนได้เลย
เหตุใดถึงยังไม่พักผ่อนอีก" เหลียนเจ๋อเดินเข้าไปหาพลางยิ้มละไม
"อย่างไรเสียก็นอนไม่หลับเจ้าค่ะ" นางยิ้มตอบ
พลางวางหนังสือในมือลงแล้วลุกขึ้นต้อนรับ "ท่านกลับมาแล้ว"
เหลียนเจ๋อกุมมือนางไว้ "ไปที่ห้องนอนเถิด
เดี๋ยวข้าชำระกายเสร็จแล้วจะตามไป"
สวีอี้หยุนยิ้มอย่างอ่อนโยน "ท่านเหนื่อยมาทั้งวันแล้ว
วันนี้ให้ข้าได้ปรนนิบัติท่านเถิดเจ้าค่ะ"
ภายใต้แสงตะเกียงอันนวลตา ท่าทางและสีหน้าของนางดูอ่อนหวานราวน้ำนิ่ง
ใบหน้าสวยนวลฉายรัศมีบางเบา รับกับดวงตาที่ฉายแววรักใคร่ลึกซึ้ง
ทำเอาหัวใจของเหลียนเจ๋อสั่นไหววูบหนึ่ง
"ได้ เช่นนั้นก็ลำบากเจ้าแล้ว"
ในใจของเหลียนเจ๋อเปี่ยมไปด้วยความยินดี
เขามองนางด้วยสายตาอันเร่าร้อนพร้อมรอยยิ้มที่มุมปาก
สวีอี้หยุนถูกจ้องจนหน้าแดงซ่าน รีบเอ่ยแก้เขิน
"ท่านไม่เหนื่อยหรือไร เหตุใดถึงจ้องข้าเช่นนี้!"
เหลียนเจ๋อหลุดขำ "คิก" พลางเย้า
"จ้องเจ้าไม่ต้องใช้แรงเสียหน่อย จะเหนื่อยได้อย่างไร?"
"ท่านนี่!"
สวีอี้หยุนหลุดหัวเราะออกมาเช่นกันพลางค้อนวงใหญ่
"ข้าคร้านจะสนใจท่านแล้ว!" จากนั้นนางจึงสั่งให้สาวใช้เตรียมน้ำร้อน
ผ้าเช็ดตัว และเครื่องหอมต่างๆ
ครั้นชำระกายเสร็จ ทั้งคู่ก็กลับเข้าห้องนอน เหลียนเจ๋อโอบเอวนางไว้
สายตายิ่งดูรักใคร่และโหยหาขึ้นเรื่อยๆ
ทว่ามือเรียวของสวีอี้หยุนกลับยันหน้าอกเขาไว้เบาๆ
เป็นเชิงห้ามพลางถามเสียงนุ่ม "วันนี้... ท่านจัดการเรื่องต่างๆ
เรียบร้อยแล้วหรือเจ้าคะ?"
"อื้ม เรียบร้อยหมดแล้ว"
เหลียนเจ๋อตอบรับอย่างขอไปทีพลางเริ่มจะอดใจไม่ไหว "หยุนเอ๋อร์
เรื่องสัพเพเหระพวกนั้นเราค่อยคุยกันพรุ่งนี้เถิดนะ..."
สวีอี้หยุนยิ้มหวานหยดย้อย
นางโอบรอบคอเขาพลางปล่อยตัวปล่อยใจให้ซบลงในอ้อมกอดอันแข็งแกร่งที่โอบรัดแน่นขึ้น...
หลังผ่านพ้นพายุสวาท ทั้งคู่โอบกอดกันอยู่บนเตียง
สวีอี้หยุนที่ซบอยู่กับอกเขาพลันเอ่ยขึ้นเบาๆ "อาเจ๋อ
ท่านยังจำท่านบัณฑิตซุนหมิงจากบ้านเกิดได้ไหมเจ้าคะ? วันนี้เขามาที่บ้านเรา"
"พี่ซุน?" เหลียนเจ๋อชะงักงัน
ความง่วงมลายหายไปสิ้น เขารีบถาม "เขามาทำไม? มีเรื่องด่วนอะไรหรือเปล่า?"
แม้ช่วงสองสามปีที่เมืองหลวงเขาจะมิได้ติดต่อกับซุนหมิงบ่อยนัก
และหากติดต่อก็มักจะเป็นเรื่องลับส่วนตัว
ทว่าในช่วงเวลาหัวเลี้ยวหัวต่อเช่นนี้การมาเยือนของซุนหมิงย่อมไม่ธรรมดาแน่นอน
สวีอี้หยุนถอนใจเบาๆ "พี่ซุนบอกให้พวกเรา เช่อเอ๋อร์
รวมถึงพี่สะใภ้ใหญ่โจวซื่อและอวิ๋นหาน
รีบออกจากเมืองหลวงมุ่งหน้าลงใต้ไปหาพี่สาวและพี่เขยโดยด่วนเจ้าค่ะ! อาเจ๋อ...
พวกเรามัวแต่มองอยู่แต่ในกระดานจนตาบอด
ถึงขั้นไม่รู้ตัวว่ามหันตภัยกำลังมาจ่อหน้าประตูบ้านอยู่แล้ว!"
เหลียนเจ๋อนิ่งอึ้งไปครู่ใหญ่
หัวใจเต้นระรัวด้วยความตระหนกจนหลั่งเหงื่อเย็นออกมาซึมแผ่นหลัง เขาพึมพำ
"จริงด้วย... จริงด้วย มัวแต่มองอยู่ในกระดานจนตาบอด...
ภัยพิบัติอยู่ตรงหน้านี่เอง..."
อดีตฮ่องเต้เสด็จสวรรคต ราชสำนักผลัดเปลี่ยนแผ่นดิน
เดิมทีเขานึกว่าเรื่องนี้มิได้มีส่วนได้ส่วนเสียกับตนเอง!
ทว่าตระกูลจูมีแค้นกับเหลียนฟางโจวและหลี่ฟู่
หลี่ฟู่เองก็เคยปฏิเสธน้ำใจของหลีอ๋อง ยามนี้หลีอ๋องขึ้นครองราชย์
มีหรือจะละเว้นพวกเขา? อีกทั้งเซี่ยนอ๋องเองก็ดูท่าทางมิใช่คนใจบุญสุนทานอะไรเลย!
ในสถานการณ์เช่นนี้ เมื่อรวมเข้ากับความมั่งคั่งของสกุลเหลียน
และหลี่ฟู่ที่กุมกำลังทหารจนเปรียบเสมือน "พญามังกรครองแดนใต้"
ที่หนานไห่ ไม่ว่าหลีอ๋องหรือเซี่ยนอ๋องย่อมไม่มีวันปล่อยพวกเขาไปแน่!
ซุนหมิงคงจะสังเกตเห็นความผิดปกติบางอย่าง
จึงยอมเสี่ยงภัยมาเตือนพวกเขาในเวลาเช่นนี้
เหลียนเจ๋อยิ่งคิดยิ่งร้อนรน เขาจึงกล่าวทันที
"พี่ซุนพูดถูกที่สุด หยุนเอ๋อร์ พรุ่งนี้เช้าเจ้าพาเช่อเอ๋อร์และอี้เอ๋อร์ไป
ข้าจะส่งคนไปแจ้งพี่สะใภ้โจวและอวิ๋นหาน ให้พวกเจ้าออกจากเมืองหลวงทันที!
พอพ้นเขตเมืองหลวงแล้วให้ปลอมตัว ตลอดทางต้องระวังให้มาก!
ขอเพียงถึงหนานไห่พวกเจ้าก็จะปลอดภัย พี่สาวกับพี่เขยคุมหนานไห่ไว้ทั้งหมด
ที่นั่นไม่มีใครกล้าหาเรื่องพวกเจ้าแน่นอน!"
สวีอี้หยุนเงยหน้าจ้องมองเขาเขม็ง พลางถามเสียงเรียบ
"พวกเราไปกันหมด... แล้วท่านล่ะ?"
"ข้าต้องอยู่ต่อ" เหลียนเจ๋อบรรจงจุมพิตที่หน้าผากนาง
ความรู้สึกไม่อยากพลัดพรากอันรุนแรงถาโถมเข้ามาในใจ
เขามองนางด้วยสายตาอาลัยอาวรณ์ประหนึ่งอยากจะสลักภาพนางไว้ในกระดูกและหลอมรวมไว้ในกระแสเลือด
"ข้าจำเป็นต้องอยู่ต่อ" เหลียนเจ๋อยิ้มบางๆ พลางอธิบาย
"ตราบใดที่ข้ายังปรากฏตัว
ย่อมไม่มีใครสงสัยว่าพวกเจ้าหนีออกจากเมืองหลวงไปแล้ว
จะถ่วงเวลาได้วันหนึ่งก็ยังดี! พวกเจ้าลำบากหน่อยนะ เร่งเดินทางให้ได้มากที่สุด
เมื่อถึงหนานไห่ทุกอย่างจะดีขึ้นเอง!"
เมื่อเห็นสวีอี้หยุนยังคงจ้องมองตนด้วยสายตาที่นิ่งสงบ
เหลียนเจ๋อได้แต่ลอบถอนใจพลางปลอบนุ่มนวล "หยุนเอ๋อร์ อย่าได้กังวล!
ข้าเป็นบุรุษ อยู่ในเมืองหลวงย่อมจัดการอะไรได้ง่ายกว่า
ต่อให้พวกเขารู้ว่าถูกหลอกแล้วอย่างไร? เหอะ ตราบใดที่พี่สาวกับพี่เขยยังปลอดภัยดี
พวกเขาก็ไม่กล้าทำอะไรข้าเด็ดขาด! ต่อให้ข้าตกอยู่ในมือใคร
เขาก็ต้องเลี้ยงดูข้าอย่างดี พี่สาวกับพี่เขยต้องมาช่วยข้าแน่นอน!"
สวีอี้หยุนเอ่ยขึ้นเบาๆ
"แต่พวกเขาจะใช้ท่านมาข่มขู่พี่สาวกับพี่เขยนะเจ้าคะ"
เหลียนเจ๋อยิ้ม "ลำพังข้าคนเดียวมีน้ำหนักไม่พอหรอก!
เพราะฉะนั้นพวกเขาไม่มีทางเลือกนอกจากต้องดูแลข้าให้ดี!
แต่ถ้าหากพวกเราทั้งหมดตกอยู่ในมือพวกเขา เรื่องราวมันคงต่างออกไป
เพราะฉะนั้นหยุนเอ๋อร์... พวกเจ้าต้องไป และต้องไปอย่างปลอดภัย!"
ดวงตาของสวีอี้หยุนร้อนผ่าว นางอดใจไม่ได้ที่จะจุมพิตเขาอย่างลึกซึ้ง
หลังจากผ่านพ้นบทรักอันแสนเศร้าและอาลัยรัก นางก็กระซิบที่ข้างหูเขาเบาๆ
"อาเจ๋อ ข้าสัญญากับท่าน ข้าจะดูแลตัวเองให้ดี! ท่านเองก็เช่นกัน พาอี้เอ๋อร์ไปด้วย
และดูแลตัวเองให้ดีด้วยนะเจ้าคะ! ครอบครัวของเรา...
จะต้องได้กลับมาพบหน้ากันอีกครั้งแน่นอน!"