บทที่ 1255 การจัดเตรียม
กว่าที่มือปราบหลีจะกล่าวจบด้วยสีหน้าเคร่งขรึม
หลี่ฟู่ก็ลอบระบายลมหายใจอย่างโล่งอก
พึงรู้ว่าการแสร้งแสดงละครนั้นมิใช่เรื่องง่าย
ทั้งต้องสวมหน้ากากและคอยระวังมิให้แสดงเกินขอบเขต!
ฝ่ายมือปราบหลีเมื่อสิ้นคำใจกลับเต้นรัว
แอบชำเลืองมองสีหน้าหลี่ฟู่อย่างประหวั่น พรั่นพรึงว่าอีกฝ่ายจะไม่เชื่อถือ
หรือมิเช่นนั้นก็อาจขัดแข้งขัดขา...
หลี่ฟู่หลุบตาลงครุ่นคิดครู่หนึ่งก่อนเอ่ยถาม "ที่เจ้าว่ามา...
เป็นความจริงแท้?"
มือปราบหลีใจชื้น รีบคุกเข่าข้างเดียวประสานมือคำนับ
"จริงแท้แน่นอน! ผู้น้อยมิกล้าโป้ปดต่อใต้เท้า!
อีกทั้งเรื่องนี้คงเลื่องลือถึงเมืองหนานไห่ในไม่ช้า
ต่อให้ผู้น้อยคิดมุสาประการใดก็คงมิอาจปกปิดได้!"
"ลุกขึ้นเถิด!" หลี่ฟู่พยักหน้าพลางกล่าวต่อ
"แม้จะเป็นเช่นนั้น แต่เจ้าเห็นสถานการณ์ในวันนี้แล้วหรือไม่? แม้ข้าจะเชื่อเจ้า
ทว่าคำกล่าวเหล่านี้ย่อมมิอาจแพร่งพรายแก่พวกนายท่านและคุณชายด้านนอกนั่น
คนพวกนี้ขัดแย้งกับทางการมาแต่ไหนแต่ไร
ลับหลังข้าไปมิรู้ว่าจะตราหน้าข้าเป็นเช่นไร!
แค่กล่าวหาว่าขุนนางปกป้องขุนนางด้วยกันก็นับว่าเบาไปแล้ว!"
มือปราบหลีชะงักไป เมื่อตรองดูก็เห็นจริงตามนั้น
ใต้เท้าหลี่ต้องรั้งตำแหน่งที่เมืองหนานไห่อีกนาน
มิเหมือนตนที่เสร็จสิ้นภารกิจก็สะบัดก้นจากไป ใครเล่าจะทำอะไรได้!
"ผู้น้อยทำให้ใต้เท้าพลอยลำบาก นับว่าละอายใจยิ่ง!
ไม่ทราบว่า... ใต้เท้าพอจะมีอุบายอันใดหรือไม่?" มือปราบหลีรีบถามความเห็น
หลี่ฟู่ยกยิ้มมุมปาก นึกในใจว่าเจ้าเด็กนี่ก็นับว่ารู้ความอยู่บ้าง!
จึงกล่าวว่า "แผนการนั้นพอจะมีอยู่
แต่ออกจะมิมั่นใจนักว่าเหมาะสมหรือไม่ ในเมื่อเหตุการณ์วุ่นวายถึงเพียงนี้
ทั้งยังเกิดในเขตแดนหนานไห่ พวกเจ้าทั้งสองฝ่ายต่างมาร้องเรียนต่อหน้าข้า
ต่อให้ข้าคิดจักไม่ขยับก็คงมิได้! เอาเช่นนี้เถิด
สองพ่อลูกตระกูลฝูมิต้องพันธนาการให้ลำบาก
อย่างไรเสียชื่อพวกเขาก็ถูกจดแจ้งในทำเนียบทางการแล้ว จะหนีไปที่ใดได้? ข้าจะร่วมเดินทางไปยังเมืองเฉวียนโจวพร้อมกับพวกเจ้า
เฉวียนโจวอยู่ในอาณัติของมณฑลหนานไห่ เมื่อเกิดเหตุใหญ่ในเขตปกครอง ข้าผู้เป็นผู้ว่าการมณฑลย่อมต้องลงไปดูแลด้วยตนเอง!"
มือปราบหลีตะลึงงัน
ก่อนจะฉุกคิดได้ว่าใต้เท้าหลี่คงเล็งเห็นถึงทรัพย์สมบัติมหาศาลของตระกูลฝู
ในยามที่เปลี่ยนถ่ายขั้วอำนาจเก่าใหม่เช่นนี้ย่อมง่ายต่อการชุบมือเปิบ!
นอกจากผู้นำตระกูลคนใหม่จะเป็นท่อนไม้ที่ไร้สมอง
มิเช่นนั้นต่อให้ใต้เท้าหลี่มิเอ่ยปาก
อีกฝ่ายย่อมต้องขวนขวายส่งสินน้ำใจก้อนโตมาให้เป็นแน่
คนในแวดวงขุนนางย่อมรู้กัน ลาภยศต้องแบ่งปันกันเสพสุข
อีกทั้งเขาคือผู้ยิ่งใหญ่ที่สุดในมณฑลหนานไห่
เรื่องดีงามเช่นนี้จะกีดกันท่านออกได้อย่างไร?
เมื่อคิดได้ดังนั้น มือปราบหลีก็แสร้งทำสีหน้าโล่งอกพลางประจบประแจงด้วยความจริงใจ
"ใต้เท้าปราดเปรื่องยิ่งนัก! มีใต้เท้าเคียงข้าง ถือเป็นวาสนาของผู้น้อย
ภารกิจครานี้ย่อมลุล่วงแน่นอน! การที่ใต้เท้ายอมร่วมทางด้วยนับว่าประเสริฐยิ่ง
เพียงแต่... ต้องลำบากใต้เท้าแล้ว ผู้น้อยละอายใจจริงๆ!"
หลี่ฟู่เผยรอยยิ้มออกมาบ้าง พยักหน้าพลางหัวเราะ
"เช่นนั้นก็ตกลงตามนี้! วันนี้เพลาค่ำแล้ว
เจ้ากับพี่น้องอีกสิบกว่าคนรวมถึงสองพ่อลูกตระกูลฝู จงพักที่จวนข้าสักคืน
พรุ่งนี้เช้าตรู่เราจะออกเดินทางไปเฉวียนโจว
คาดว่าอย่างช้าไม่เกินพลบค่ำวันพรุ่งก็คงถึงจุดหมาย!"
"ขอรับ ทุกอย่างสุดแท้แต่ใต้เท้าจะจัดการ!" มือปราบหลีรีบรับคำ
พลันสีหน้าของเขาแข็งค้างไปครู่หนึ่ง
ก่อนจะเอ่ยด้วยท่าทีอึกอักประจบเอาใจ "เอ่อ... ใต้เท้า
ผู้น้อยยังมีอีกเรื่องที่มิทันได้เรียนชี้แจง... คือ ฮูหยินของสองพ่อลูกนั่น
ผู้น้อยสั่งให้คนรวบตัวไว้แล้ว ขณะนี้ถูกพันธนาการอยู่ที่บ้านพักตระกูลฝู
ใต้เท้าเห็นควรว่า..."
ช่างหาเรื่องใส่ตัวเสียจริง! หลี่ฟู่ขุ่นเคืองใจมิน้อย นึกสมเพชในความไร้ฝีมือ
ตัวการใหญ่ยังมิได้ตัว กลับไปรวบตัวสตรีในเรือนจะมีประโยชน์อันใด? เพียงแค่ส่งคนไปเฝ้าประตูหน้าหลังมิให้ใครเข้าออก
รอจนจับตัวการหลักได้แล้ว มีหรือที่พวกนางจะหนีรอดไปได้!
หลี่ฟู่มิคิดข้องแวะกับเรื่องวุ่นวายนี้ จึงกล่าวตัดบท
"เรื่องนั้นเจ้าจงจัดการเองเถิด!
จะคุมตัวไปไว้ที่ศาลาว่าการก็ตามใจเจ้า!"
"ผู้น้อยขอบพระคุณใต้เท้า!" มือปราบหลีเอ่ยพรางปาดเหงื่อพลางละล่ำละลักขอบคุณ
เมื่อทั้งสองก้าวออกมาจากห้องลับ หลี่ฟู่กลับเงียบขรึมลงถนัดตา
แม้จะแสร้งทำสีหน้าเรียบเฉยเพียงใด ทว่าเหล่าเฒ่าหัวหมอด้านนอกนั่นกลับสังเกตเห็นพิรุธได้ไม่ยาก
ความสงสัยรุมเร้าจนคนเหล่านั้นกระวนกระวายใจยิ่งนัก
หากมิใช่เพราะเกรงใจในฐานะของเขา คงมีคนหลุดปากซักถามไปนานแล้ว
ในขณะที่คนอื่นเพียงแค่อยากรู้อยากเห็น
แต่สองพ่อลูกตระกูลฝูกลับนั่งมิติดที่
เกิดเรื่องราวอันใดขึ้นกันแน่?
หลี่ฟู่มิได้เจตนาเสแสร้ง ทว่าเรื่องราวช้าเร็วต้องเปิดเผย
การปิดบังไว้ก็เพียงชั่วคราวเท่านั้น
แม้เวลานี้เขามิจำเป็นต้องเกรงใจสองพ่อลูกตระกูลฝูอีกต่อไป
แต่ก็มิอาจแสดงท่าทีผ่อนคลายเกินไปนัก
มิเช่นนั้นบรรดานายท่านและคุณชายทั้งหลายจะมองเขาเช่นไร?
ฝ่ายมือปราบหลีมิอาจล่วงรู้ถึงสิ่งที่หลี่ฟู่ขบคิด
เห็นอีกฝ่ายรับปากหนักแน่นในห้องลับ แต่ยามนี้กลับทำท่าทางลังเลกังวลใจ
ก็ให้รู้สึกร้อนรนยิ่งนัก อยากจะเอ่ยปากเตือนอยู่หลายคราแต่ก็มิกล้าล่วงเกิน
ได้แต่สะกดกลั้นไว้
ทว่าท่าทีเช่นนี้กลับกลายเป็นการช่วยส่งเสริมการแสดงของหลี่ฟู่โดยมิได้ตั้งใจ
ทำให้สีหน้าของเขาดูสมจริงมิเหมือนการเสแสร้งแต่อย่างใด
ชั่วครู่หนึ่ง หลี่ฟู่จึงระบายลมหายใจยาวพลางกล่าวช้าๆ
"ข้าจะร่วมเดินทางไปยังเมืองเฉวียนโจวด้วย โดยจะออกเดินทางในเช้าตรู่วันพรุ่ง
เรื่องนี้เป็นกิจการภายในท้องที่ ข้ามิสะดวกจะแทรกแซงมากความ
ไว้ถึงเมืองเฉวียนโจวแล้วทุกอย่างคงกระจ่างเอง! นายท่านฝู คืนนี้พวกท่านพ่อลูกพักค้างแรมที่จวนนี้เถิด
พรุ่งนี้จะได้ออกเดินทางได้สะดวก... ทุกท่านยังมีธุระอื่นอีกหรือไม่?"
ผู้คนรอบข้างต่างตระหนกสงสัย ทว่านึกเสียใจที่ถลำลึกเข้ามาในวังวนนี้
เมื่อได้ยินหลี่ฟู่เอ่ยปากเช่นนั้น ต่างก็พากันเก็บงำความอยากรู้อยากเห็น
ลุกขึ้นประสานมืออำลา เพียงพริบตาเดียวคนก็หายไปจนสิ้น!
เหลียงจิ้นเหลือบมองหลี่ฟู่ด้วยสายตาลึกล้ำ
มุมปากหยักยิ้มเย็นชาไร้เสียง ก่อนจะก้าวเท้าตามฝูงชนออกไป
หัวใจของฝูเจียเยว่พลันดิ่งวูบลงไปกึ่งหนึ่ง
ความรู้สึกอัปมงคลผุดขึ้นกลางใจและทวีความรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ ทว่าเขากลับมืดแปดด้าน
นึกมิออกเลยว่าเกิดเรื่องร้ายแรงเพียงใดขึ้นกันแน่?
ด้วยอาศัยที่ผ่านร้อนผ่านหนาวมาค่อนชีวิต
ย่อมฟังความหมายที่แฝงเร้นออก แม้ใต้เท้าหลี่จะกล่าววาจาสุภาพ
และบอกว่าที่ให้พักในจวนเพราะสะดวกต่อการเดินทาง
ทว่าแท้จริงแล้วมันคือการกักบริเวณโดยละม่อมชัดๆ!
ฝูเว่ยร้อนใจ รีบเอ่ยหยั่งเชิงพลางปั้นหน้ายิ้ม "ใต้เท้าหลี่
พวกเรามีบ้านพักอยู่ในเมืองหนานไห่ เกรงว่าจะรบกวนใต้เท้าเกินไปขอรับ
อีกทั้งท่านแม่และฮูหยินของข้ายังรออยู่ที่นั่น ใต้เท้าโปรดวางใจ
เช้าตรู่วันพรุ่งพวกเรามิยอมให้เสียการแน่นอน ให้พวกเรากลับไปพักที่บ้านเถิดขอรับ"
ฝูเจียเยว่มิได้ปริปาก
ทว่าลอบสังเกตปฏิกิริยาของหลี่ฟู่อย่างเงียบเชียบ
หลี่ฟู่มิได้เอ่ยคำ เพียงแต่ยิ้มอย่างลำบากใจ ฝ่ายมือปราบหลีกลับสำแดงท่าทีรำคาญใจออกมา
"ใต้เท้ามีเมตตาถึงเพียงนี้ นายท่านฝูและคุณชายฝูอย่าได้ปฏิเสธเลย!
ส่วนฮูหยินทั้งสองท่านนั้นมิต้องกังวล ข้าจะไปรับพวกนางมาสมทบที่นี่เอง
เช่นนี้พวกท่านคงวางใจได้แล้วกระมัง?"
"เจ้า!" ฝูเว่ยโกรธจนหน้าดำหน้าแดง
ฝูเจียเยว่รีบดึงรั้งบุตรชายไว้ ก่อนจะกล่าวด้วยรอยยิ้มสุภาพ
"เอาเถิด! เช่นนั้นคงต้องรบกวนมือปราบหลีแล้ว"
ในยามนี้ มีเรื่องน้อยลงย่อมดีกว่ามีเรื่องมาก
รอจนถึงเมืองเฉวียนโจวทุกอย่างย่อมกระจ่างแจ้งเอง
มิจำเป็นต้องมาทุ่มเถียงกันด้วยอารมณ์เพียงชั่วแล่นในยามนี้!