บทที่ 1403
แขกผู้มิได้รับเชิญ
ราษฎรต่างพากันซาบซึ้งในพระคุณเพิ่มพูนขึ้นทุกวัน
ทว่าเรื่องราวบริหารจัดการเหล่านี้หลี่ฟู่มิได้เชี่ยวชาญนัก
เขาจึงมอบหมายให้ 'เฝิงชวี่จี๋' ผู้ช่วยเจ้าเมืองคนใหม่เป็นผู้จัดการทั้งหมด
เดิมทีเฝิงชวี่จี๋ผู้นี้เป็นเพียงนายอำเภอตัวเล็กๆ ในเมืองห่างไกล
ทว่ากลับเข้าตาหลี่ฟู่ด้วยความบังเอิญจนได้รับความดีความชอบ
เขาเป็นผู้รอบรู้ในศาสตร์ทั้งหก (หกศิลปวิทยา) แตกฉานในคัมภีร์ร้อยสำนัก
ทั้งยังมีวิสัยทัศน์และมาตรการในการจัดการกิจการบ้านเมืองที่ยอดเยี่ยม แม้หลี่ฟู่จะมิสันทัดในสายงานนี้
แต่ก็พอดูออกว่าเฝิงชวี่จี๋เปี่ยมด้วยความสามารถ จึงดึงตัวมายังเมืองหนานไห่
ให้ดำรงตำแหน่งรักษาราชการแทนผู้ช่วยเจ้าเมือง
รอเพียงให้สร้างผลงานเชิงประจักษ์ก็จะแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งอย่างเป็นทางการทันที
เมื่อภาระหนักอึ้งถูกยกออกจากอก
ชีวิตของหลี่ฟู่และเหลียนฟางโจวก็ผ่อนคลายลงมาก
จนบางครากลับรู้สึกว่างเปล่าในใจขึ้นมาบ้าง
ทางด้าน 'ม่อเว่ย' ยังคงพักอาศัยอยู่ในจวนมิได้มีทีท่าว่าจะจากไป เมื่อเขาไม่เอ่ยปาก
หลี่ฟู่และเหลียนฟางโจวก็ย่อมมิคิดจะขับไล่
บุรุษผู้นี้ก็น่าสนใจนัก พำนักอยู่ในจวนหลี่แท้ๆ
แต่กลับมิใคร่จะเสวนากับหลี่ฟู่และเหลียนฟางโจว วันทั้งวันเอาแต่ขลุกอยู่กับ 'ซวี่เอ๋อร์' คอยดูเจ้าตัวน้อยฝึกยุทธ์
บ่อยครั้งก็ช่วยสอนวิชาตัวเบาหรือกระบวนท่าต่างๆ ให้ พอซวี่เอ๋อร์ไปเรียนหนังสือ
เขาก็กลับไปนอน
บางคราเขานั่งร่ำสุรา ซวี่เอ๋อร์ก็คอยนั่งเคียงข้าง
กินถั่วลิสงเป็นเพื่อน ฟังเขาพรรณนาวาจาที่เจ้าตัวน้อยมิอาจเข้าใจได้เลยแม้แต่น้อย
หลี่ฟู่และเหลียนฟางโจวทำราวกับมองมิเห็นเรื่องเหล่านี้
และมิเคยเข้าไปก้าวก่าย
จะมีก็เพียงหงอวี้ที่ยังจดจำความโหดเหี้ยมของดาบนั้นได้มิลืมเลือน
เมื่อเห็นนายท่านและฮูหยินนิ่งเฉย นางก็มิกล้าเอ่ยปากสอด
แต่มักจะหาเวลาแวบไปยังสวนดอกไม้เพื่อดูนายน้อยอยู่บ่อยครั้ง
พลางลอบมองม่อเว่ยด้วยสายตาระแวดระวังและเปี่ยมด้วยความเป็นอริ
ม่อเว่ยเห็นแล้วก็ได้แต่เหยียดหยามในใจ: หากเขาคิดจะลงมือจริงๆ
ลำพังแม่นางตัวน้อยผู้นี้จะขวางอันใดเขาได้?
ฝ่ายเหลียนฟางโจวเริ่มวางแผนการอย่างกระตือรือร้น
นางตั้งใจว่าปีหน้าจะเที่ยวชมมณฑลหนานไห่ให้ทั่วทุกซอกทุกมุม
ดินแดนหนานไห่นี้กว้างขวางนัก
อุดมไปด้วยผลไม้และอาหารพื้นเมืองเลิศรสที่หาไม่ได้ในแถบจงหยวน(ภาคกลาง)
อีกทั้งภูมิประเทศและขนบธรรมเนียมที่แตกต่างกันในแต่ละท้องที่
ล้วนควรค่าแก่การไปเยือนยิ่ง! นอกจากนี้ยังอยากไปเยือนภูเขาเหยาอีกสักครา
เพราะเรื่องการค้าขายสมุนไพรยังมิได้ข้อสรุปที่แน่นอนเสียทีเดียว!
พลันใจนึกอยากสนุก นางจึงเซ้าซี้หลี่ฟู่ด้วยความตื่นเต้นว่า
ปีหน้าอยากจะลองติดสอยห้อยตามเรือสำเภาของสกุลฝูออกทะเลดูบ้าง
หลี่ฟู่ได้ยินเข้าถึงกับหน้าถอดสี ปฏิเสธทันควันโดยมิเสียเวลาคิด
“ไม่ได้! เด็ดขาดก็ไม่ได้! ทะเลนั้นอันตรายเพียงใด? ข้ามิอาจตามไปดูแลเจ้าได้เพราะต้องรั้งอยู่หนานไห่
หากเกิดเหตุอันใดขึ้นแม้แต่โอกาสจะแก้ไขก็ยังไม่มี แล้วข้าจะไปช่วยเจ้าได้อย่างไร!
เรื่องนี้เจ้าจงเลิกคิดเสียเถิด!”
เท้ามิได้เหยียบแผ่นดินดินแน่น จะมิให้คนเป็นห่วงได้อย่างไร?
เหลียนฟางโจวถูกสาดน้ำเย็นเข้าใส่ยามกำลังฮึกเหิมก็นึกเคืองยิ่งนัก
ใบหน้าพริ้มเพราพลันบึ้งตึงพลางแค่นเสียงฮึ “มันจะอันตรายอย่างที่ท่านว่าเชียวรึ? เรือสำเภาของสกุลฝูออกเดินเรือทุกปีก็เห็นราบรื่นดี
ผู้อื่นไปได้ไฉนข้าจะไปมิได้? อีกอย่าง
ข้ามิได้ไปเพียงเพื่อเที่ยวเล่น
แต่อาจจะนำพาการค้าต่างแดนจำนวนมหาศาลหรือนำของแปลกใหม่กลับมาได้ด้วยนะเจ้าคะ!”
ยามนี้เกาะหุยเฟิงกำลังก่อสร้างประภาคารและปรับปรุงพื้นที่เพื่อใช้เป็นฐานทัพเรือ
รวมถึงขยายท่าเรือเดิมให้กว้างขวางขึ้นเพื่อรองรับเรือพาณิชย์ให้แวะพักเติมเสบียง
อีกทั้งภัยคุกคามจากโจรสลัดชายฝั่งก็ถูกกวาดล้างไปสิ้นแล้ว
“ก็มีสกุลฝูอยู่แล้วมิใช่หรือ เรื่องพวกนี้เหตุใดต้องให้เจ้าลำบาก?” หลี่ฟู่ยังคงยืนกรานคำเดิม
ทว่าเมื่อเห็นสีหน้านางไม่สู้ดีก็เริ่มเสียใจที่ตนใช้น้ำเสียงแข็งกร้าวเกินไป
เขาจึงดึงนางเข้ามากอดพลางเอ่ยอย่างนุ่มนวล “เจ้าอยากได้สิ่งใด
ก็เพียงสั่งให้คนสกุลฝูนำกลับมาให้ก็สิ้นเรื่อง! ยอดรัก
เราเพิ่งจะได้ใช้ชีวิตสงบสุขกันเพียงมิต้องกี่วัน
เจ้าคงมิใจร้ายพอที่จะให้พี่ต้องคอยเป็นห่วงและใจหายใจคว่ำเพราะเจ้าหรอกนะ?
พี่สัญญา ปีหน้าจะพาน้องไปเที่ยวชมหนานไห่ให้ทั่วจนสำราญใจเลยดีไหม?”
เหลียนฟางโจวแค่นเสียงฮึเบาๆ เบือนหน้าหนีมิยอมพูดจา
ในยามคับขัน
หลี่ฟู่พลันเกิดหัวใสคิดหาข้ออ้างในการปฏิเสธที่ยอดเยี่ยมขึ้นมาได้
เขาส่งสายตาไปยังหน้าท้องที่นูนเด่นของนาง พลางยิ้มอย่างพึงใจ “เอาละยอดรัก
อย่าดื้อดึงไปเลย! ต้นปีหน้าเจ้าก็จะคลอดแล้ว ลูกคนที่สองของเรายังเล็กนัก
เจ้าทำใจทิ้งเขาไปออกทะเลได้ลงคอรึ? อีกอย่าง ร่างกายเจ้าก็ต้องได้รับการบำรุงและดูแลอยู่อีกพักใหญ่มิใช่หรือ?”
“...” เหลียนฟางโจวชะงักงันไปในพริบตา จริงด้วย!
นางตื่นเต้นจนลืมเลือน "ก้อนเนื้อ" ในท้องไปเสียสนิท!
ทว่ารอยยิ้มของตาบ้าผู้นี้ช่างขัดตานัก!
เหลียนฟางโจวถลึงตาใส่เขาด้วยความเคือง “ข้าไปมิได้แล้ว
ท่านดูจะพึงพอใจเหลือเกินนะเจ้าคะ?”
“...” หลี่ฟู่ลูบจมูกพลางหัวเราะแก้เก้อ “หามิได้! พี่เพียงแต่...
เป็นห่วงเจ้าจึงกล่าวเช่นนั้น จะเกี่ยวอันใดกับความพึงพอใจเล่า?”
เหลียนฟางโจวเลิกคิ้วมองอย่างจับผิด “จริงรึ?”
“จริงสิ!”
“ข้ามิเชื่อ!” นางเม้มปาก
“นอกจากท่านจะสัญญาว่าวันหน้าท่านจะพาข้าไปด้วยตนเอง ข้าจึงจะเชื่อท่าน!”
หลี่ฟู่ตรองดูแล้วเห็นว่าควรรับปากเพื่อผ่านพ้นสถานการณ์ตรงหน้านี้ไปก่อน
ส่วนเรื่อง "วันหน้า" นั้นก็ให้เป็นเรื่องของวันหน้า
ค่อยว่ากันยามนั้นเถิด!
การจะมาขัดแย้งกับคนตรงหน้าเพื่อเรื่องที่ไม่แน่นอนในอนาคต
ช่างเป็นเรื่องที่โง่เขลานัก
“ได้! พี่จะพาเจ้าไป!” หลี่ฟู่พยักหน้าตกลงโดยมิลังเล
เหลียนฟางโจวจึงเริ่มอารมณ์ดีขึ้นบ้าง นางยิ้มกล่าว “ท่านเป็นผู้ว่าการมณฑลหนานไห่ครบวาระนี้
องค์จักรพรรดิคงจะเรียกตัวท่านกลับเมืองหลวงเป็นแน่ ยามนี้ก็หามิมีศึกสงครามอันใด
ท่านก็ถือโอกาสพักผ่อนยาวๆ เสียเถิดเจ้าค่ะ!”
โดยปกติขุนนางจะมีวาระสามปีต่อหนึ่งรอบ
จากนั้นกรมขุนนางจะทำการประเมินผลงานของนายอำเภอขึ้นไปทั่วแผ่นดิน
เพื่อใช้เป็นเกณฑ์ในการเลื่อนขั้นหรือลดตำแหน่ง
ทว่าขุนนางที่มีภารกิจพิเศษเช่นหลี่ฟู่
เมื่อเสร็จสิ้นวาระย่อมต้องถูกเรียกตัวกลับเข้าสู่เมืองหลวงอย่างแน่นอน
“ได้ พี่จะเชื่อฟังเจ้ายอดรักทุกอย่าง!” หลี่ฟู่พยักหน้ายิ้มรับ
ทว่าในใจกลับคิดว่า:
มิแน่ว่าถึงตอนนั้นในท้องของเจ้าอาจจะมีเจ้าตัวเล็กอีกคนแล้วก็ได้...
วันเวลาผันผ่านจนพ้นปีใหม่และเทศกาลหยวนเซียว
เมืองหนานไห่ซึ่งมีภูมิอากาศอบอุ่นก็เข้าสู่ฤดูใบไม้ผลิที่มวลบุปผาเริ่มผลิบาน
ทั่วทุกแห่งหนเปี่ยมไปด้วยไออุ่นแห่งชีวิต
ในฐานะบุคคลสำคัญที่มีชื่อเสียงที่สุดในหนานไห่
ช่วงเดือนแรกของปีหลี่ฟู่และเหลียนฟางโจวต่างยุ่งจนแทบไม่มีเวลาพักผ่อน
เหลียนฟางโจวนึกขอบคุณครรภ์ที่โตขึ้นทุกวันที่ช่วยให้นางเลี่ยงภาระการต้อนรับขับสู้ไปได้มาก
ในวันที่สิบแปดเดือนหนึ่ง จวนหลี่ก็ได้ต้อนรับแขกผู้มิได้รับเชิญ...
นั่นคือ 'ชุยเส้าซี'
เมื่อเทียบกับคราวที่แล้ว ใบหน้าของชุยเส้าซีดูซีดเซียวลงไปบ้าง
ท่าทางดูอ่อนล้า เห็นได้ชัดว่ารีบเร่งเดินทางจนมิได้หยุดพักผ่อนให้เพียงพอ
เหลียนฟางโจวอดมิได้ที่จะยิ้มทักทาย
“มิเห็นมีใครกำหนดเส้นตายให้เสียหน่อย เหตุใดจึงต้องรีบร้อนปานนั้น! ดูสิ
สภาพช่างดูมิได้เลย เอาละ มิไม่ต้องพูดสิ่งใดแล้ว รีบไปพักผ่อนเสีย
ข้าจะสั่งคนเตรียมน้ำร้อนและอาหารส่งไปให้ คราวนี้ก็อยู่พักให้นานหน่อยเถิด!”
ชุยเส้าซีหัวเราะกล่าว
“ข้าเพียงอยากจะมาให้ทันร่วมงานฉลองครบเดือนของหลานตัวน้อยน่ะสิ
พอดีลืมไปว่าเจ้าจะคลอดเมื่อใด คิดเพียงว่ามาถึงก่อนย่อมดีกว่า
จึงรีบเร่งเดินทางมาเช่นนี้แหละ!”