บทที่ 1332 ส่งคนเสาะหายา
เหลียนฟางโจวบังเกิดความรู้สึกยากจะบรรยาย
สิ่งทั้งปวงนี้เดิมทีล้วนหลีกเลี่ยงได้ ทว่ากลับอุบัติขึ้นจนได้!
นางมิได้เสียใจภายหลังที่ปลิดชีพจู้อวี้อิ๋ง
สิ่งที่นางเสียใจคือมิได้สังหารนางให้เร็วกว่านี้
ปล่อยให้ความบ้าคลั่งของนางทวีความรุนแรงขึ้นคราแล้วคราเล่า
เมื่อกลับถึงเรือนหลังในยามค่ำคืน ได้พบหน้าหลี่ฟู่
สองสามีภรรยาต่างหยอกล้อสรวลเสเฮฮากับบุตรชาย
บรรยากาศในครอบครัวเปี่ยมล้นด้วยความสุข
เหลียนฟางโจวเดิมทีคิดว่าหลี่ฟู่อย่างน้อยคงต้องเอ่ยถามเรื่องของจู้อวี้อิ๋งบ้าง
ใครจะรู้ว่าเขาราวกับลืมเลือนเรื่องนี้ไปสิ้น มิได้ปริปากเอ่ยถึงแม้เพียงครึ่งคำ
เหลียนฟางโจวอดลอบยิ้มหยันมิได้ หากจู้อวี้อิ๋งใต้ปรโลกรับรู้เข้า
คงยิ่งมิอาจข่มตาหลับกระมัง? มิรู้ว่ายามนั้นนางจะตระหนักแจ้งได้หรือไม่
สิ่งใดมิใช่ของตนย่อมมิใช่ สิ่งที่ฝืนไขว่คว้ามา มิเพียงแต่ไร้รสหวาน
หากแต่ยังขมขื่นยิ่งนัก!
"ข้าคิดว่ามะรืนนี้จะส่งพ่อบ้านน้อยเฉียนกับลั่วกว่างนำคนมุ่งหน้าไปยังเขาเหยาซาน
รบกวนฮูหยินลำบากสักคราในวันพรุ่ง มีสิ่งใดต้องระลึกถึง
จงกำชับพวกเขาทั้งสองให้ถ้วนถี่" หลี่ฟู่กล่าวกับเหลียนฟางโจวในยามค่ำ
"รวดเร็วยิ่งนัก!"
เหลียนฟางโจวชะงักด้วยความแปลกใจ ก่อนจะถามด้วยความห่วงใย
"มีสิ่งใดเปลี่ยนแปลงหรือ? เกิดเรื่องอันใดขึ้นหรือไม่?"
"ฮูหยินปราดเปรื่องยิ่งนัก
ความคิดข้ามิอาจปิดบังเจ้าได้เลย!"
หลี่ฟู่ยิ้มพลางรวบนางมาประคองไว้ในอ้อมกอด กระซิบเสียงเบา
"ไหลจื่อส่งข่าวมาว่า หลังจากเหลียงจิ้นเร่งรีบกลับจวนไปได้เพียงสามวัน
ก็ออกเดินทางอีกครา! ได้ยินว่าเป็นการเดินทางไกล ข้าจึงกังวลใจอยู่บ้าง"
เหลียนฟางโจวใจกระตุกวูบ กลับมาแล้วยังย้อนรอยกลับไปอีกหรือ? ช่างมีความเป็นไปได้ยิ่งนัก!
ด้วยว่าคุณค่าของเขาเหยาซานมิอาจประเมินได้ด้วยหยกล้ำค่าเพียงอย่างเดียว
การกำครอบครองสมุนไพรหายากที่เปี่ยมด้วยสรรพคุณเลิศภพไว้ในมือนั้นหมายถึงสิ่งใด
ทุกคนย่อมประจักษ์แจ้ง เมื่อมีวาสนาและโอกาสเช่นนี้
มีใครบ้างจะตัดใจละวางได้โดยง่าย?
"พ่อบ้านน้อยเฉียนและลั่วกว่างนับเป็นตัวเลือกที่ดี
ทว่าหากต้องเผชิญหน้ากับเหลียงจิ้น เกรงว่าพวกเขาคงมิใช่คู่มือ
หรือว่าข้าจะ—"
"ฮูหยิน!" คำพูดของนางยังมิทันจบ
หลี่ฟู่ก็ใช้นิ้วปิดริมฝีปากนางไว้แผ่วเบา พลางยิ้มกล่าว "เจ้ากำลังตั้งครรภ์
มิอาจเสี่ยงอันตรายได้ อีกทั้งเส้นทางในมณฑลหนานไห่ขรุขระทุรกันดารเพียงใด
ข้าไหนเลยจะวางใจให้เจ้าไป"
เหลียนฟางโจวหมายจะกล่าวต่อ หลี่ฟู่ก็ตัดบทอย่างเด็ดขาด
"ไม่มีสิ่งใดสำคัญไปกว่าเจ้า! ทั้งที่รู้ว่าเป็นเหลียงจิ้น
ข้ายังจะส่งเจ้าไปอีก เช่นนั้นหลี่ฟู่ผู้นี้จะกลายเป็นคนเช่นไร?"
เหลียนฟางโจวชะงักไป ถ้อยคำนี้เจือไปด้วยกลิ่นอายหึงหวงจางๆ
นางจึงเลือกที่จะนิ่งเสียดีกว่า ก่อนจะหลุดขำออกมา "ตกลง ตกลง ข้ามิไปก็ได้!
พรุ่งนี้นอกจากกำชับเรื่องงานกับพ่อบ้านน้อยเฉียนและลั่วกว่างแล้ว
ข้าจะเตรียมของกำนัลเล็กน้อยให้พวกเขาติดมือไปด้วย เพียงแค่ขอแบ่งปันสมุนไพรสักหนึ่งหรือสองชนิด
คิดว่าฝ่ายนั้นคงมิปฏิเสธ"
"หัวใจสำคัญคือความลับ"
หลี่ฟู่พยักหน้าพลางกำชับ "ต้องให้พวกเขารักษาความลับให้จงหนัก
เรื่องนี้มิอาจแพร่งพรายออกไปได้แม้เพียงกึ่งหนึ่ง" แม้ที่นี่จะห่างไกลจากเมืองหลวงนับหมื่นลี้
ทว่ามิอาจประมาทสายตาของผู้มีใจสืบเสาะ
หากพวกคิดคดในเมืองหลวงล่วงรู้เข้าย่อมเกิดภัยมหันต์
ยามสุนัขจนตรอกย่อมกล้ากระโดดข้ามกำแพง มีเรื่องใดบ้างที่พวกมันจะมิกล้าทำ?
เหลียนฟางโจวใจกระตุกวูบ รีบพยักหน้ารับคำ
พ่อบ้านน้อยเฉียนผู้นี้หัวไว หน้าตาหมดจด
ทว่ากลับดูซื่อสัตย์ไร้เล่ห์เหลี่ยม ยามสนทนามักประดับรอยยิ้มซื่อๆ
ทำให้ผู้คนพากันเอ็นดูไว้วางใจ
นับเป็นยอดฝีมือในการจัดการเรื่องบุคคลและการเจรจาทั้งนอกและใน
ส่วนลั่วกว่างนั้นวรยุทธ์สูงส่ง สุขุมละเอียดรอบคอบ พูดน้อยต่อยหนัก
เป็นบุคคลประเภทที่มองเพียงปราดเดียวก็ชวนให้รู้สึกมั่นคงพึ่งพาได้
การให้ทั้งสองร่วมเดินทางไปด้วยกัน นับเป็นการจับคู่ที่ไร้ที่ติ
เหลียนฟางโจวบอกเล่าเรื่องราวของเขาเหยาซานและชาวไป๋เหยาตามที่ตนรู้โดยละเอียด
ความจริงแล้วมิมีกลเม็ดอันใด มีเพียงสี่คำสั้นๆ คือ "จริงใจต่อผู้อื่น"
ยามต้องรับมือกับชนกลุ่มน้อย โดยเฉพาะพวกที่มีความระแวงและอคติล้นปรี่
มีเพียงคำว่า "ความจริงใจ" เท่านั้นที่จะเป็นกุญแจทองเปิดใจพวกเขาได้
ทว่าคำสองคำนี้กล่าวสั้นแต่ทำยากยิ่งนัก
สิ่งที่ยากที่สุดคือการ "เข้าเมืองตาหลิ่วต้องหลิ่วตาตาม"
หากพลั้งเผลอกระทำการใดที่ขัดต่อธรรมเนียมปฏิบัติ
หรือเอ่ยคำพูดผิดหูเพียงประโยคเดียว สิ่งที่เพียรสร้างมาอาจพังทลายในพริบตา
เหลียนฟางโจวจึงกำชับซ้ำแล้วซ้ำเล่า
"ชาวไป๋เหยาใจกว้างชอบต้อนรับแขก อาหารที่เขาจัดหามาให้ต้องกินให้หมด
ยามกินข้าวพวกเขามักคีบกับข้าวให้แขก เจ้าจะแสดงท่าทีรังเกียจมิได้เด็ดขาด
มิเพียงต้องกิน แต่ต้องกินจนเกลี้ยงชามพวกเขาถึงจะปรีดา! อีกทั้งพวกเขายังชมชอบแขกที่คอแข็ง
หากเจ้าดวลสุราจนพวกเขาล้มพับได้ พวกเขาจะนับเจ้าเป็นพี่น้องร่วมตายทันที!"
เห็นพ่อบ้านน้อยเฉียนและลั่วกว่างพยักหน้าจดจำ
เหลียนฟางโจวก็ยิ้มขื่นพลางเอ่ยต่อ "ส่วนเรื่องอื่นมิมีอันใด
ทว่าอาหารของพวกเขา... กระแอม... ค่อนข้างจะประหลาดอยู่บ้าง"
นางบรรยายถึงเมนูอาหารในงานเลี้ยงคืนนั้นให้ฟัง
เพียงเท่านั้นทั้งพ่อบ้านน้อยเฉียนและลั่วกว่างก็หน้าถอดสี
โดยเฉพาะพ่อบ้านน้อยเฉียนที่ทำท่าขยะแขยงปานจะอาเจียน
นอกจากนี้ยังมีสิ่งที่เรียกว่า "น้ำชาใส่น้ำมัน"
ซึ่งเป็นอาหารมื้อเช้า
วิธีการคือตั้งกระทะใส่น้ำมันจนร้อนแล้วนำใบชาแห้งลงไปคั่วจนหอม จากนั้นเติมต้นหอม
กระเทียม ขิง พริกไทย เกลือ และเครื่องปรุงอื่นๆ
ก่อนจะเติมน้ำเปล่าจนเดือดตักใส่ชามดื่ม และด้วยความที่เป็นมื้อเช้าเพื่อให้พุงกาง
มักจะใส่ข้าวสวยหรืออาหารอื่นลงไปในชามชาด้วย
เหลียนฟางโจวกล่าวปิดท้ายด้วยรอยยิ้มปลอบใจ
"รสชาติมินับว่าเลวร้ายนัก มิได้แย่อย่างที่พวกเจ้าคิดหรอก!"
พ่อบ้านน้อยเฉียนสูดปาก พลางยิ้มแหย
"มิน่าเล่าคนพวกนี้ถึงเข้ากับคนภายนอกมิได้ นิสัยเช่นนี้ใครจะไปรับไหว!
เอาเถิด! นายหญิงโปรดวางใจ เพื่อเห็นแก่กิจธุระของนายท่าน บ่าวจะอดทนให้ถึงที่สุด
มิให้เสียเรื่องเด็ดขาด!"
ลั่วกว่างพยักหน้าเช่นกัน "นายหญิงโปรดวางใจ บ่าวย่อมรู้หนักเบา!"
เหลียนฟางโจวกลับส่ายหน้าพลางทอดถอนยิ้ม "พวกเจ้าทำเช่นนี้มิได้!
ความจริงใจนั้นต้องหลั่งไหลออกมาจากใจอย่างเป็นธรรมชาติ
คนพวกนั้นประสาทสัมผัสไวต่อคนนอกยิ่งนัก หากมิได้มาจากใจจริงคงตบตาพวกเขาได้ยาก
เจ้าบอกว่าจะอดทน? แต่พวกเขาอาจมิให้โอกาสเจ้าได้อดทนด้วยซ้ำ!"
ทั้งสองชะงักไป พ่อบ้านน้อยเฉียนพยักหน้ารับด้วยความละอาย
"ความหมายของนายหญิง บ่าวเข้าใจแล้ว! บ่าวรู้แล้วว่าควรทำเช่นไร!"
"บ่าวละอายยิ่งนัก บ่าวก็เข้าใจแล้ว!"
เหลียนฟางโจวจึงยิ้มออก "เช่นนั้นข้าก็เบาใจ! มิใช่เพียงพวกเจ้า
แต่บ่าวรับใช้ที่จะตามไปด้วยทุกคนต้องเข้าใจเรื่องนี้
พวกเจ้ากลับไปเตรียมตัวให้พร้อม ยามค่ำข้าจะให้คนส่งของกำนัลเล็กน้อยไปให้!"
ทั้งสองรับคำแล้วค้อมกายถอยออกไป
เหลียนฟางโจวเริ่มเตรียมของกับชุนซิ่งและปี้เถา คนในป่าเขาล้วนซื่อตรง
ของที่หรูหราฟุ่มเฟือยเกินตัวย่อมเข้ามิถึง
นางจึงเลือกส่งของที่สัมผัสได้ถึงความใส่ใจและใช้ประโยชน์ได้จริง
ชาวไป๋เหยามักดื่มสุรา จึงเตรียมสุรากลั่นชั้นดียี่สิบไห
ส่วนเด็กสาววัยสะพรั่งอย่างซานเฟิ่งก็เหมือนสาวงามทั่วไปที่รักสวยรักงาม
นางจึงเตรียมกล่องเครื่องประดับที่มีปิ่นเงินลวดลายวิจิตรหลายสิบเล่ม
กล่องดอกไม้ประดิษฐ์จากผ้าและกำมะหยี่สำหรับปักผม และกล่องผ้าเช็ดหน้าปักลายดอกไม้สีสดใส
ส่วนหญิงอาวุโสที่มักหนาวสั่นในฤดูเหมันต์ นางเตรียมผ้าสักหลาดหนาไว้สามสิบพับ
นอกจากนี้ยังมีของเบ็ดเตล็ดอย่างเข็มด้าย ปลอกนิ้ว ตะเกียงน้ำมัน ไส้ตะเกียง
ถ้วยชามกระเบื้อง กรรไกร เคียว เมล็ดพันธุ์ผักทุกชนิดที่หาซื้อได้ ไข่ไก่หกตะกร้า
น้ำตาลทรายสามสิบชั่ง และขนมหวานอีกยี่สิบกล่อง...
สัมภาระทั้งหมดนั้นมากมายจนต้องใช้รถม้าถึงสามคันจึงจะบรรทุกได้หมด