วันจันทร์ที่ 15 มิถุนายน พ.ศ. 2569

จับแม่ทัพไปไถนา-บทที่ 1335 ขอขมา

 

บทที่ 1335 ขอขมา

ใต้เท้าเติ้งจ้องมองนางด้วยสายตาเย็นเยียบครู่หนึ่งก่อนจะแค่นหัวเราะ "เรื่องนี้ต้องหาทางออกโดยไว มิเช่นนั้นมิใช่เพียงนางจะจัดการนังเด็กนั่น ทว่านางจะจัดการข้า และจัดการตระกูลเติ้งทั้งตระกูล! เจ้าเป็นเพียงสตรีจะไปรู้อะไร! ยามนี้หลี่ฮูหยินกำลังจ้องตะครุบตระกูลเติ้งตาเป็นมัน ครานี้ดีนัก นังลูกไม่รักดีกลับส่งข้ออ้างใส่พานถวายให้ถึงมือ!"

ยิ่งคิดเขาก็ยิ่งเดือดดาล บริภาษออกมาอย่างรุนแรง "นังเด็กสารเลวนั่น นางเป็นอริกับตระกูลเติ้งมาแต่ชาติปางก่อนรึอย่างไร! หรือตระกูลเติ้งติดค้างหนี้สินนางมาแต่ชาติที่แล้วชาตินี้ถึงต้องมาทวงคืน! ทำงานใหญ่เสีย ทำเรื่องเลวร้ายดียิ่งนัก!"

คราก่อนเพียงเรื่องเล็กน้อย ตระกูลเติ้งยังต้องเสียเส้นทางการค้าไปถึงสามสาย เขายังหลงคิดว่าหากหลี่ฮูหยินเบื่อหน่ายเมื่อใดคงพอจะหาทางทวงคืนมาได้บ้าง ทว่ายามนี้เกรงว่ามิเพียงของเก่าจะมิได้คืน ของใหม่ยังจะต้องประเคนให้นางเพิ่มอีก!

ทั้งสองคราล้วนเกิดจากบุตรสาวที่มิเอาถ่านผู้นี้ จะมิให้ใต้เท้าเติ้งกลัดกลุ้มใจได้อย่างไร?

ฮูหยินเติ้งอ้าปากหมายจะโต้แย้ง ทว่าสุดท้ายก็มิได้เอ่ยคำใด ทำได้เพียงซับน้ำตาพลางถามว่า "ท่านพี่ แล้วควรทำประการใดดี!"

ใต้เท้าเติ้งแค่นเสียงฮึอย่างรำคาญใจ "เจ้าบอกว่าวันนี้หลี่ฮูหยินมาเยือนมิใช่รึ? นางกล่าวสิ่งใดบ้าง?"

ฮูหยินเติ้งรวบรวมสมาธิ รีบถ่ายทอดคำพูดของเหลียนฟางโจวออกมาทุกถ้อยคำมิให้ตกหล่น

ใต้เท้าเติ้งบังเกิดความฉงนสงสัยขึ้นมาทันที "นางมิเอ่ยถึงเรื่องนั้นแม้แต่คำเดียวรึ?"

"มิมีเลยเจ้าค่ะ!" ฮูหยินเติ้งส่ายหน้าพลางทอดถอนใจ "เป็นเพราะนางมิเอ่ยถึงเลยแม้แต่นิดเดียวนี่ล่ะ ที่ทำให้ข้ามิอาจสงบใจได้! มิรู้ว่านางกำลังวางแผนร้ายอันใดอยู่!"

ใต้เท้าเติ้งขมวดคิ้ว "มิกังขาว่านางวางแผนอันใด ย่อมมิใช่เรื่องดีแน่! เจ้าเองก็กระไร..."

เขาขมวดคิ้วมุ่นด้วยความมิพอใจอย่างยิ่ง "เรื่องพรรค์นี้เจ้าคิดจะปกปิดให้พ้นรึ? นางประสบพบเจอด้วยตนเอง พยานหลักฐานใดล้วนมิจำเป็น ในเมื่อนางมิเอ่ย ไฉนเจ้าถึงมิชิงเอ่ยก่อน?"

"ข้า—" ฮูหยินเติ้งถึงกับใบ้กิน นางจะปริปากได้อย่างไร? ยามนั้นนางใช่ว่าจะมิคิดชิงขอขมาลาโทษ ทว่ารู้แจ้งเห็นจริงน่ะเรื่องหนึ่ง แต่จะให้กระทำลงไปน่ะอีกเรื่องหนึ่ง ถ้อยคำเหล่านั้นมันจุกอยู่ที่ลำคอ ลังเลอยู่หลายคราสุดท้ายก็มิอาจเปล่งออกมา จนกระทั่งเหลียนฟางโจวลุกขึ้นกล่าวลานั่นแล!

ใต้เท้าเติ้งเห็นสีหน้านางก็ล่วงรู้ถึงสิ่งที่อยู่ในใจ จึงขมวดคิ้วกล่าวว่า "เอาเถิด! พรุ่งนี้เช้าจงรีบให้หวีเอ๋อร์กับทงเอ๋อร์กลับมาที่เมืองหนานไห่เสีย พ่อลูกเราจะได้ปรึกษาหารือกันให้รัดกุม! ส่วนเจ้าจงเตรียมของกำนัลล้ำค่าชุดใหญ่ไว้ เตรียมใจไว้ให้ดี เกรงว่าเราต้องไปขอขมาถึงจวนสกุลหลี่ด้วยตนเอง! ถึงยามนั้นควรจะเจรจาเยี่ยงไร เจ้าจงไปตรึกตรองดูให้ดี!"

ฮูหยินเติ้งไหนเลยจะกล้าคัดค้านแม้เพียงกึ่งคำ? รีบรับคำสั่งอย่างระมัดระวังทันที

พลันนึกขึ้นได้จึงเอ่ยต่อ "จริงสิเจ้าค่ะ หลี่ฮูหยินกล่าวว่า... พรุ่งนี้นางจะมาอีก... หากนางมา ข้าควรจะรับหน้าอย่างไรดี?"

ใต้เท้าเติ้งแค่นยิ้มเย็น จ้องมองนางเขม็ง "เรื่องแค่นี้ยังต้องมาถามข้าอีกรึ? หากแม้แต่เรื่องขี้ผงเพียงเท่านี้เจ้ายังจัดการมิได้ ตำแหน่งผู้ดูแลจวนนี้เจ้าก็มิต้องเป็นมันแล้ว!"

ฮูหยินเติ้งหน้าซีดเผือด รีบกล่าวว่า "ข้า... พรุ่งนี้เช้าข้าจะส่งจดหมายไปที่จวนหลี่ แจ้งหลี่ฮูหยินว่าพรุ่งนี้ข้ามีธุระต้องออกไปนอกเมือง ขอเลื่อนการเยี่ยมเยียนไปอีกสักสองวันค่อยไปคำนับนางถึงจวน ดีหรือไม่เจ้าค่ะ?"

ใต้เท้าเติ้งแค่นเสียงฮึในลำคอ มิได้คัดค้านอันใด

ฮูหยินเติ้งลอบถอนหายใจแผ่วเบา เรื่องราวจึงได้ข้อสรุปเช่นนี้เอง

วันที่สอง เหลียนฟางโจวจัดการส่งตัวแม่บ้านของจวนเติ้งที่นำเทียบเชิญมาหาให้กลับไป นางหมุนเทียบเชิญสีแดงสดเลี่ยมทองในมือเล่น พลางปรายตามองเห็ดหลินจือขนาดมหึมาล้ำค่าคู่หนึ่งที่ส่งมาพร้อมกัน แล้วลอบแค่นยิ้มเย็นชา

หงอวี้อดมิได้ที่จะยิ้มกล่าวว่า "นายหญิงคำนวณมิมีผิดเพี้ยน ตระกูลเติ้งส่งคนมาจริงๆ ด้วยเจ้าค่ะ!"

"เรื่องเช่นนี้ต้องคำนวณด้วยรึ?" เหลียนฟางโจวยิ้มพลางโยนเทียบเชิญลงบนโต๊ะน้ำชาอย่างไม่ยี่หระ "ฮูหยินเติ้งเมื่อวานคงขวัญหนีดีฝ่อไปมิน้อย นางไหนเลยจะกล้าเผชิญหน้ากับข้าอีก? หากพบข้าอีกครา เกรงว่านางคงหวาดกลัวจนนั่งมิติดเก้าอี้เสียมากกว่า! นางมิได้ตรึกตรองดูเลยว่า เห็นตระกูลเติ้งเป็นสถานที่วิเศษเลิศเลออันใด ข้าถึงจะต้องมีแก่ใจไปเยือนทุกวี่วัน?"

คำกล่าวนั้นทำเอาชุนซิ่งและหงอวี้พากันหัวเราะร่า ชุนซิ่งทอดถอนใจกล่าวว่า "ฮูหยินเติ้งผู้นั้นยามปกติมิใช่คนเขลา ทว่าครานี้กลับเบาปัญญาไปเสียได้! เมื่อวานนายหญิงอุตส่าห์ไปถึงจวน นางกลับมิมีวาจาอ่อนน้อมแม้กึ่งคำ! บุตรสาวตนเองไปก่อเรื่องงามหน้าอันใดไว้ ตัวนางเองจะไม่ล่วงรู้รึ?"

"นั่นน่ะสิ! หรือยังหลงนึกว่านายหญิงจะยอมรามือไปง่ายๆ!" หงอวี้สำทับ

เหลียนฟางโจวยิ้มกล่าว "นางไหนเลยจะไม่รู้? เพียงแต่ทำใจยอมลดหน้าลาตาลงมิได้เท่านั้น! ทว่านางมิเอ่ยออกมาก็ดีแล้ว นางเป็นเพียงสตรีเฝ้าเรือนหลัง จะเอ่ยสิ่งใดได้? อย่างมากก็แค่ถ้อยคำสวยหรูที่ไร้ประโยชน์! เรื่องนี้... ท้ายที่สุดย่อมต้องให้ใต้เท้าเติ้งเป็นผู้ตบแต่งบัญชีจึงจะนับว่าสิ้นสุด!"

เหล่านายบ่าวหยอกล้อกันครู่หนึ่ง ซวี่เอ๋อร์เดินเข้ามา เหลียนฟางโจวก็หันไปเล่นหัวกับบุตรชาย มิติดใจเรื่องตระกูลเติ้งอีก เมื่อตระกูลเติ้งเตรียมตัวพร้อม ย่อมต้องคลานมาหาถึงที่เอง

ผ่านไปสองวัน ใต้เท้าเติ้งและฮูหยินก็มาขอเข้าพบผู้ว่าการมณฑลและฮูหยินจริงๆ

ยามที่ใต้เท้าเติ้งมาขอพบ หลี่ฟู่ยังคงจัดการราชการอยู่ที่ว่าการส่วนหน้า เหลียนฟางโจวจึงให้คนไปแจ้งหลี่ฟู่ ส่วนตนเองสั่งให้เชิญสองสามีภรรยาตระกูลเติ้งเข้าไปรอที่โถงรับรองในเรือนหลัง พร้อมจัดหาน้ำชาไว้ต้อนรับ

หลินหมอมอจัดแจงที่นั่งให้แขก สั่งสาวใช้ยกชามาถวาย แล้วจึงพาสาวใช้ตัวน้อยถอยฉากออกไปอย่างเงียบเชียบ ในโถงรับรองจึงเหลือเพียงสองสามีภรรยาตระกูลเติ้ง บ่าวไพร่ที่ติดตามมาล้วนถูกกันไว้ภายนอกประตูชั้นสอง

รอบกายเงียบสงัด ผ่านไปเนิ่นนานก็มิเห็นผู้ใดมาต้อนรับ หรือแม้แต่คนเดินผ่าน

ฮูหยินเติ้งเริ่มกระวนกระวายใจ กระซิบถามใต้เท้าเติ้งเสียงเบา "ท่านพี่ ใต้เท้าหลี่กับหลี่ฮูหยินนี่มันอย่างไรกัน? หากมิปรารถนาจะพบก็ควรบอกกล่าว ทว่านี่กลับเชิญเราเข้ามาแล้วปล่อยให้รอเก้อ พวกเขาคิดจะทำสิ่งใดกันแน่?"

ใต้เท้าเติ้งเองก็กังขาเต็มอก ทว่าใบหน้ายังคงนิ่งเฉย "เจ้าจะพูดมากไปทำไม? ให้รอก็รอ มีอันใดต้องถาม? หากการกลั่นแกล้งให้เรารอเช่นนี้จะช่วยให้พวกเขาคลายโทสะลงได้บ้าง ก็นับว่าคุ้มค่าแล้ว!"

ฮูหยินเติ้งฝืนยิ้มแห้ง มิกล้าปริปากอีก

ครู่ใหญ่ หลี่ฟู่จึงประคองเหลียนฟางโจวเดินมาพร้อมขบวนสาวใช้และหมอมอ ใต้เท้าเติ้งเหลือบเห็นก็รีบลุกขึ้นลนลาน ฉุดฮูหยินเติ้งให้ลุกตาม แล้วเดินออกไปต้อนรับทันที

"ใต้เท้าหลี่! หลี่ฮูหยิน!" ใต้เท้าเติ้งประสานมือปั้นยิ้ม

เหลียนฟางโจวปรายตามองพวกเขาคราหนึ่ง ก่อนจะยกมือปิดปากหัวเราะ "คิกๆ" แล้วกล่าวว่า "ใต้เท้าเติ้ง ฮูหยินเติ้ง ออกมาต้อนรับเช่นนี้ ช่างดูราวกับเป็นเจ้าบ้านเสียเอง หากผู้ใดมิรู้ความ คงนึกว่าข้ากับสามีต่างหากที่เป็นแขกมาเยือน!"

สองสามีภรรยาตระกูลเติ้งหน้าม้าน ใต้เท้าเติ้งรีบแก้ตัว "หลี่ฮูหยินกล่าวล้อเล่นแล้ว ทำเอาข้าน้อยมิรู้จะเอาหน้าไปไว้ที่ใด! ต่อให้ข้าน้อยใจกล้าเทียมฟ้า ก็มิบังอาจทำตัวเป็นเจ้าบ้านในจวนของใต้เท้าได้หรอก!"

"อ้อ?" เหลียนฟางโจวเลิกคิ้ว ยิ้มหยัน "ในจวนใต้เท้าหลี่มิกล้า แล้วในจวนผู้อื่นเล่า... กล้าหรือไม่?"

"เรื่องนี้... มิกล้า มิกล้าแน่นอน! ข้าน้อยเคารพกฎหมายบ้านเมืองเสมอมา ไหนเลยจะกล้ากระทำการอวดดีไร้มารยาทเช่นนั้น!" ใต้เท้าเติ้งยิ่งอับจนถ้อยคำ ได้แต่แข็งใจปั้นยิ้มสู้

ใครจะคาดคิดว่าหลี่ฮูหยินผู้นี้จะวาจาเชือดเฉือนมิไว้หน้าถึงเพียงนี้? เพียงแรกพบก็สาดประกายไฟใส่กันจนตั้งตัวมิประสาน!

 

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น