บทที่ 1105 ข้ามิใช่คนเหลวไหล
เหลียนเช่อจึงแนะนำน้องชายอวิ๋นให้เหลียนเจ๋อรู้จัก พร้อมบอกว่าน้องชายอวิ๋นจะพักอยู่ที่จวนด้วยกัน
เหลียนเจ๋อเมื่อได้ยินก็ยิ้มรับ แต่เมื่อมองไปที่ น้องชายอวิ๋น ใกล้ๆ สีหน้าก็แอบนิ่งไปเล็กน้อย
ก่อนจะลอบมองสำรวจเขาอีกหลายครั้ง
ในใจอดไม่ได้ที่จะคิด เช่อเอ๋อร์นี่มีสายตาแบบไหนกันนะ? ถึงได้พาเด็กสาวกลับมาแล้วเรียกว่าน้องชายอวิ๋น!
ก็คงไม่แปลก...วันๆ เอาแต่อยู่ในเรือนอ่านหนังสือ
ไม่ได้ออกไปพบเจอใครเลยนี่นา...
อย่างไรก็ตาม เหลียนเจ๋อคิดว่าคงไม่เหมาะที่จะพูดอะไรตรงๆ ต่อหน้า
ดีแล้ว ยังไงก็มีพี่สาวอยู่ด้วย ค่อยบอกพี่สาวให้ช่วยจัดการเรื่องนี้แทนเถอะ เขาจะได้ไม่ต้องปวดหัวไปด้วย!
ดังนั้นเขาจึงแสร้งทำเป็นไม่รู้เรื่องอะไร เพียงพยักหน้าให้น้องชายอวิ๋น
พลางยิ้มและพูดว่า “ในเมื่อคุณชายอวิ๋นเป็นสหายของเจ้า
ก็พักอยู่ในจวนของเราอย่างสบายใจเถอะ! มีอะไรก็ไม่ต้องเกรงใจ
บอกกับพ่อบ้านได้ทุกเมื่อ”
“ขอบคุณพี่สองขอรับ!” น้องชายอวิ๋นกล่าวด้วยน้ำเสียงสดใสและดีใจ
เหลียนเจ๋อถึงกับกระตุกยิ้มที่มุมปากในใจ โอ้โห...เรียกพี่สองกันแล้วสินะ...ชัดเจนเลยว่านี่ตั้งใจจะมาเป็นน้องสะใภ้ของเขาชัดๆ!
เขาอดไม่ได้ที่จะลอบหัวเราะและส่ายหน้า
เจ้าคนซื่อบื้ออย่างเช่อเอ๋อร์นี่ ดูท่าแล้วจะโดนคนเขาปั่นหัวจนอยู่หมัดแน่ๆ...
พูดก็พูดเถอะ
ถ้าเหลียนฟางโจวรู้ว่าเขายังมีเวลาว่างมาปวดหัวแทนเหลียนเช่ออยู่ล่ะก็
นางคงตะโกนใส่เขาแน่นอนว่า “เจ้าจัดการเรื่องวุ่นวายในชีวิตของตัวเองก่อนดีไหม!”
เหลียนเจ๋อมองไปด้านหลังของเหลียนเช่อแล้วขมวดคิ้วเล็กน้อย
ก่อนถามขึ้น “เช่อเอ๋อร์ ทำไมเจ้ามาเพียงลำพัง? แล้วอวี่โม่กับอวี่เยี่ยนล่ะ? ทำไมพวกเขาไม่ได้ตามมาด้วย?”
อวี่โม่และอวี่เยี่ยนเป็นเด็กชายรับใช้ของเหลียนเช่อ
ปกติแล้วทั้งสองไม่เคยห่างจากเขาเลย
เหลียนเช่อยิ้มแห้งๆ และอธิบายว่า “อวี่โม่กับอวี่เยี่ยนเดินทางมาพร้อมกับข้าขอรับ
แต่พวกเขาสองคนอาจจะไม่คุ้นกับอากาศและน้ำในที่ใหม่ๆ เลยล้มป่วยระหว่างทาง
ข้าไม่มีทางเลือก จึงต้องให้พวกเขาพักรักษาตัวอยู่ที่โรงเตี๊ยม
รอให้หายดีแล้วค่อยเดินทางตามมา พี่สองอย่ากังวลไปเลย
ข้านั่งเรือพาณิชย์ใหญ่ที่ปลอดภัย ไม่มีอะไรเกิดขึ้นหรอก
อาจารย์ของข้าก็กล่าวไว้ว่า อายุปูนนี้แล้ว ควรลองฝึกฝนเดินทางด้วยตนเองบ้าง”
น้องชายอวิ๋น หรือจริงๆ
แล้วคืออวิ๋นลั่วเอ๋อร์ ซึ่งแอบก้มหน้าพลางหลุบตาลงเล็กน้อย
แต่ในดวงตากลับมีแววเจ้าเล่ห์วูบไหว เรื่องนี้จะโทษนางไม่ได้เลยนะ! ก็เพราะเจ้าพวกอวี่โม่กับอวี่เยี่ยนอะไรนั่นช่างน่ารำคาญเสียเหลือเกิน
เอาแต่ตามติดพี่สามเหลียนไม่ห่าง ดังนั้นนางจึงต้องใช้เล่ห์กลเล็กๆ น้อยๆ
ทำให้พวกเขาต้องนอนพักสักหน่อยเท่านั้นเอง
มันไม่เป็นอันตรายต่อสุขภาพเลยสักนิด!
เหลียนเจ๋อเองก็รู้สึกสงสารเหลียนเช่อไม่น้อย
แม้เขาจะเข้าใจว่าสิ่งที่ท่านราชครูติง (อาจารย์ของเหลียนเช่อ)
กล่าวไว้นั้นถูกต้อง แต่ในฐานะพี่ชาย เขาย่อมอดห่วงไม่ได้
เขาจึงยิ้มและกล่าวด้วยความอ่อนโยน
“ระหว่างทางเจ้าคงเหนื่อยมากแล้วล่ะสิ? เรือนพักถูกเตรียมไว้เรียบร้อยแล้ว เจ้าควรไปพักผ่อนก่อน
ข้าจะให้คนยกน้ำอุ่นไปให้ล้างหน้าล้างตัว แล้วก็ให้ครัวทำอาหารที่เจ้าชอบส่งไปให้
พอถึงเย็น พวกเราค่อยไปบ้านพี่สาวกับพี่เขยกัน
พี่สาวกับพี่เขยรู้ว่าเจ้ามาถึงคงดีใจมากทีเดียว”
เหลียนเช่อเองก็ยิ้มออกมาเช่นกัน
ดวงตาเต็มไปด้วยความอ่อนโยนและคิดถึง เขากล่าวด้วยน้ำเสียงอบอุ่น “อืม เราไปกันแต่หัวค่ำเลยก็ดี
ข้าคิดถึงพี่สาวมากเหลือเกิน แล้วยังซู่เอ๋อร์อีก ข้ายังไม่เคยเจอเขาเลย!”
“งั้นตกลง
เราจะไปกันเร็วหน่อย!” เหลียนเจ๋อยิ้มตอบ
อาหญิงสามที่อยู่ด้วยหัวเราะอย่างอารมณ์ดีและกล่าวว่า
“ในเมื่อเป็นเช่นนี้ ข้ากับชิงเอ๋อร์จะไปล่วงหน้าก่อน
แล้วจะบอกข่าวแก่ฟางโจวด้วย!”
เหลียนเจ๋อและเหลียนเช่อพยักหน้าตอบรับ
พลางมองพวกนางเดินจากไป
เมื่อน้องชายอวิ๋นอยู่เคียงข้างเหลียนเช่อ
เหลียนเจ๋อมองดูอวิ๋นลั่วเอ๋อร์ที่ยืนอยู่ข้างน้องชายตนด้วยท่าทางงดงามอ่อนช้อย
ในใจรู้สึกปวดหัวเล็กน้อย จะจัดการเรื่องของ “น้องชายอวิ๋น” คนนี้อย่างไรดี?*
เหลียนเช่อเห็นพี่ชายมีสีหน้าลำบากใจ
จึงรีบพูดอย่างรู้ใจ “พี่สอง
ไม่ต้องลำบากไปจัดที่อยู่ใหม่หรอก ให้น้องชายอวิ๋นพักอยู่กับข้าในเรือนเดียวกันก็พอ!”
“ดีเลย!” อวิ๋นลั่วเอ๋อร์ตอบรับทันทีด้วยสีหน้าดีใจ
“ไม่ได้!”
เหลียนเจ๋อตอบสวนกลับทันควัน!
เสียงของอวิ๋นลั่วเอ๋อร์ที่เปี่ยมไปด้วยความดีใจและเสียงของเหลียนเจ๋อที่แฝงความกังวลดังขึ้นพร้อมกันโดยมิได้นัดหมาย
ทั้งสามคนชะงักไปครู่หนึ่ง
อวิ๋นลั่วเอ๋อร์ยิ้มและกล่าวว่า“ท่านพี่สอง
จริงๆ แล้วไม่ต้องลำบากขนาดนั้นหรอก ข้าไม่ใช่คนเรื่องมาก ขอแค่มีห้องพักก็พอแล้ว”
คิ้วของเหลียนเจ๋อขมวดเข้าหากันโดยไม่รู้ตัว
เขามองอวิ๋นลั่วเอ๋อร์อีกครั้งด้วยสายตาพิจารณา หรือว่าข้าจะมองนางผิดไป? ผู้หญิงที่ดูสดใสและตรงไปตรงมาเช่นนี้
ไฉนถึงพูดจายอมง่ายราวกับไม่ใส่ใจเรื่องใดเลย?
“แบบนี้มันไม่เหมาะสมเท่าไหร่นะ”
เหลียนเจ๋อพูดขึ้น พร้อมมองอวิ๋นลั่วเอ๋อร์ลึกเข้าไปในดวงตาด้วยรอยยิ้มที่แฝงความหมาย
“หากเรื่องนี้แพร่ออกไป
คงจะฟังดูไม่ดีนัก”
อวิ๋นลั่วเอ๋อร์ชะงักไปเล็กน้อย
สีหน้าของนางเปลี่ยนไปชั่วครู่ แต่เหลียนเจ๋อยังพูดต่อด้วยรอยยิ้ม “คนอื่นอาจจะพูดได้ว่า ตระกูลเหลียนของเราไม่ให้เกียรติแขก”
อวิ๋นลั่วเอ๋อร์ถอนหายใจโล่งอก
แต่ยังอดไม่ได้ที่จะเงยหน้ามองเหลียนเจ๋ออีกครั้งด้วยความรู้สึกประหลาด
ใบหน้าของนางแดงระเรื่อ ก่อนจะก้มหน้าหลบสายตาด้วยความขัดเขิน
นางไม่เพียงแต่ไม่โง่
แต่ยังฉลาดเฉลียวอีกด้วย เพียงแค่คำพูดไม่กี่คำ
นางก็เข้าใจได้ทันทีว่าเหลียนเจ๋อจับได้แล้วว่านางเป็นหญิง
นางยังเข้าใจถึงความหมายในคำพูดของเขาด้วย
ความขัดเขินของนางจึงมาพร้อมกับความกังวลเล็กน้อย
แต่เหลียนเช่อที่ยังไม่เข้าใจอะไรกลับหัวเราะร่าและพูดขึ้นว่า “พี่สอง น้องชายอวิ๋นไม่ถือสาหรอก! เขาเป็นคนง่ายๆ
ไม่เรื่องมากจริงๆ!”
เหลียนเจ๋อลอบกลอกตาด้วยความเหนื่อยใจ
ถ้าเจ้ารู้ว่านางเป็นผู้หญิง เจ้าคงจะถือสาแน่ๆ!
นี่น้องชายคนซื่อของข้าไม่ถูกหลอกขายกลางทาง
แล้วยังเดินทางมาถึงเมืองหลวงได้อย่างปลอดภัย นับว่าเป็นปาฏิหาริย์จริงๆ!
อวิ๋นลั่วเอ๋อร์รีบพูดขึ้นพร้อมรอยยิ้ม “แม้ว่าข้าจะไม่ถือสา
แต่หากทำให้คนนอกเข้าใจผิดจนกระทบถึงชื่อเสียงของตระกูลเหลียน นั่นก็คงไม่ดี
เช่นนั้นข้าขอไปพักที่ห้องรับรองดีกว่า พี่สอง ต้องขออภัยที่รบกวนพวกท่านด้วยนะขอรับ!”
เหลียนเจ๋อลอบหัวเราะในใจ
คุณหนูอวิ๋นคนนี้ ดูท่าคงตั้งใจจะแต่งเข้าบ้านของเจ้าเด็กซื่อคนนี้แน่ๆ
ช่างใส่ใจเรื่องชื่อเสียงของตระกูลเหลียนเสียจริง!
เขายิ้มและพยักหน้า “ได้ ข้าจะให้คนจัดห้องรับรองในเรือนด้านในให้เจ้า
อยู่ตรงมุมทิศตะวันออกเฉียงเหนือ ใกล้กับซุ้มไม้เลื้อยดอกจื่อเถิง(ดอกวิสทีเรีย)
การเดินเข้าออกสะดวกสบายดี”
อวิ๋นลั่วเอ๋อร์อยากจะถามว่าที่พักนั้นอยู่ใกล้หรือไกลจากเรือนของเหลียนเช่อ
แต่กลัวว่าเหลียนเจ๋อจะจับพิรุธได้ จึงกลั้นใจไม่ถามและยิ้มกล่าวขอบคุณแทน
เหลียนเช่อเองแม้จะไม่เข้าใจว่าทำไมพี่สองและน้องชายอวิ๋นถึงต้องให้ความสำคัญกับเรื่องการจัดที่พักขนาดนี้
แต่ด้วยนิสัยไม่ชอบยุ่งเรื่องจุกจิก เขาจึงไม่ได้โต้แย้งหรือซักถามใดๆ
เพียงแต่ยิ้มรับแล้วเปลี่ยนเรื่องพูด “พี่สองแต่งงานแล้ว
แต่ข้ายังไม่ได้แสดงความยินดีเลย ไม่ทราบว่าตอนนี้สะดวกหรือไม่
หากข้าจะไปคารวะพี่สะใภ้?”
เหลียนเจ๋อเมื่อได้ยินก็รู้สึกยินดีในใจ
แต่ในขณะเดียวกันก็แอบรู้สึกเศร้าสร้อยเล็กน้อย เขายิ้มและพยักหน้าตอบ “เวลานี้นางคงไม่มีธุระอะไร เช่นนั้นไปเถอะ!”
กล่าวจบ
เขาสั่งให้สาวใช้คนหนึ่งวิ่งไปบอกกล่าวกับสวีอี้หยุน
เหลียนเช่อและอวิ๋นลั่วเอ๋อร์จึงเดินตามเหลียนเจ๋อไปยังเรือนหลักด้วยกัน
เมื่อสวีอี้หยุนทราบข่าวจากสาวใช้
นางรีบสั่งให้หลี่หมอมอเตรียมของขวัญสำหรับการพบปะ เมื่อเหลียนเช่อและอวิ๋นลั่วเอ๋อร์เข้ามาคารวะ
นางยิ้มตอบรับอย่างอ่อนโยน พร้อมมอบถุงหอมปักลวดลายอย่างประณีตให้คนละใบ
ภายในถุงบรรจุรูปหล่อคู่ทองคำรูปม้าประทานยศและขอพรให้สมปรารถนา อย่างละหนึ่งคู่
หลังจากนั้น
เหลียนเจ๋อจึงนำทั้งสองไปยังที่พักของพวกเขาด้วยตนเอง ระหว่างทาง อวิ๋นลั่วเอ๋อร์รีบพูดขึ้นด้วยความกระตือรือร้น “ข้าอยากไปที่พักของพี่สามเหลียนก่อนขอรับ! ข้าจะได้จำทางถูก!”
เหลียนเจ๋อมองนางด้วยรอยยิ้มเล็กน้อย
ไม่ได้ปฏิเสธคำขอนั้น
เมื่อออกจากเรือนชิงเฟิงย่วน อวิ๋นลั่วเอ๋อร์จู่ๆ ก็สั่งให้คนติดตามทั้งหมดถอยไปก่อน
จากนั้นจึงเอ่ยเรียกเหลียนเจ๋อ
“พี่สอง!”
นางเดินเข้าไปใกล้เหลียนเจ๋อ พลางเงยหน้าขึ้นเล็กน้อยแล้วพูดด้วยน้ำเสียงจริงจัง “ท่านพี่สอง ข้าขอยืนยันว่าข้าไม่ได้เป็นคนเหลวไหล
ต่อให้ข้าพักอยู่เรือนเดียวกับพี่สามเหลียน ก็เป็นเพียงการพักอาศัยเท่านั้น ขอพี่สองอย่าได้เข้าใจข้าผิด
หรือดูแคลนข้าเลยนะขอรับ!”
“...”
เหลียนเจ๋ออ้าปากจะพูด แต่กลับรู้สึกเขินอายจนพูดอะไรไม่ออกไปชั่วขณะ
เขาได้แต่ยืนอึ้งอยู่ตรงนั้นอย่างกระอักกระอ่วน
คุณชายบ้านเหลียนช่างเดียงสาเรื่องสาวๆเกิ้น เจ้ใหญ่จัดไป ขอบคุณคะ
ตอบลบ