วันเสาร์ที่ 30 พฤษภาคม พ.ศ. 2569

จับแม่ทัพไปไถนา-บทที่ 1319 ปรับตัวตามท้องถิ่น

 

บทที่ 1319 ปรับตัวตามท้องถิ่น

ชุยเส้าซีกับเหลียงจิ้น ย่อมเข้าใจดีว่า เหลียนฟางโจวกำลังช่วยพูดแทนตนทั้งสอง จึงยิ้มแหย ๆ ตอบรับ

ชุยเส้าซีรีบหัวเราะกลบเกลื่อน “เคยชินแล้ว! เคยชินจริง ๆ! เอ่อ...ทำให้ อาม่าต้องขบขันแล้ว!”

ใช่ ๆ เคยชินแล้วจริง ๆ!” เหลียงจิ้นก็หัวเราะฝืด ๆ สมทบ

อาม่าฟังแล้วไม่รู้ว่านางเชื่อจริงหรือไม่ เพียงหัวเราะเสียงดังสองครา แล้วเปลี่ยนเรื่อง พูดพลางหัวเราะว่า “นิสัยเช่นนี้ไม่ดีเลยนะ! แต่จะว่าไปก็โทษพวกเจ้าก็ไม่ได้นัก มิใช่แค่พวกเจ้าหรอก! แม้แต่คนในเผ่าของพวกเราก็เป็นเช่นกัน ออกไปนอกเขาโดนกดขี่ข่มเหงกลับมา ก็ไม่ไว้ใจคนนอก หากไม่เป็นเช่นนั้น คงไม่พาพวกเจ้ามาถึงที่นี่หรอก!”

พูดจบ อาม่าก็เริ่มสอบถามว่าพวกเขามาจากที่ใด และพบเจอคนในเผ่าได้อย่างไร

เหลียนฟางโจวเตรียมใจรอคำถามนี้มานานแล้ว จึงรีบพยักหน้ารับ เล่าความทั้งหมดด้วยท่าทีจริงจัง เพียงตัดเรื่องเกาะหุยเฟิงออกไป บอกแค่ว่า หลังออกจากท่าเรือเฉวียนโจว ก็หลงทางกลางทะเลเสียกลางคัน

อาม่าซักถามอย่างละเอียดอีกครู่หนึ่ง แม้บริเวณทะเลส่วนนั้นจะห่างไกลผู้คน แต่นางดูเหมือนจะรู้จักดี จึงไม่ได้แสดงความเคลือบแคลงในคำพูดของเหลียนฟางโจว เพราะถ้าไม่ใช่เช่นนี้ ก็ยากจะอธิบายได้อย่างลงตัว

ไม่รู้ว่ากี่คนต่อกี่คนในโลกภายนอกที่หมายตายาและสมุนไพรล้ำค่าหายากของเขาเหยาซานเหล่านี้ไว้ ในรอบหลายปีที่ผ่านมา แทบไม่เคยได้อยู่อย่างสงบ ทั้งกลอุบายร้ายและดีต่างถาโถมเข้ามาไม่หยุด หลังจากคนในเผ่าถูกหลอกลวงซ้ำแล้วซ้ำเล่า จึงเกิดความรู้สึกต่อต้านคนนอก ยามหัวหน้าเผ่าออกไปขายยาข้างนอก แม้จะมีบางคนร่วมเดินทางไปด้วย แต่ก็ไม่มีวันต้อนรับคนภายนอกให้ขึ้นเขาโดยเด็ดขาด

เพื่อป้องกันไม่ให้คนนอกลอบเข้ามา ระหว่างทางจึงเต็มไปด้วยกับดักและด่านตรวจนับไม่ถ้วน หากเหลียนฟางโจวพวกเขาเข้ามาจากนอกเขาจริง คงไม่มีทางรอดพ้นสายตาไปได้แน่

ส่วนเรื่องทะเลส่วนนั้น อาม่าเพียงยิ้มบาง ไม่ได้กล่าวอันใดอีก ดูเหมือนว่าพวกเขาจะบังเอิญโชคช่วยจริง ๆ ทั้งหมดอาศัยโชควาสนา เพราะตลอดทั้งปี จะมีเพียงช่วงเวลาครึ่งเดือนนี้เท่านั้นที่กระแสลมพัดมาทางนี้ หากเป็นช่วงอื่น ลมทะเลจะพัดพาเรือไปอีกทางหนึ่ง ซึ่งเต็มไปด้วยโขดหินใต้น้ำและกระแสน้ำวน ไม่เคยมีเรือลำใดรอดกลับมาได้เลย…

หากสิ่งที่นางพูดเป็นความจริง ก็ไม่มีสิ่งใดต้องกังวล แต่หากไม่ใช่ เป็นเพียงข้ออ้างเพื่อสำรวจเส้นทาง แล้วหวนกลับมาอีกเมื่อใด…สวรรค์ย่อมมีวิธีลงทัณฑ์เอง นางไม่ต้องลงมือให้เปลืองแรงเลยแม้แต่น้อย!

เหลียนฟางโจวเห็นอาม่าถอนหายใจเบา ๆ แม้สีหน้ายังไม่ผ่อนคลายเต็มที่ แต่ก็ดูอ่อนลงมากแล้ว จึงรีบเอ่ยอย่างจริงใจว่า อาม่า ท่านพอจะเมตตาส่งคนพาเราลงจากเขาได้หรือไม่? พวกเรามิได้ตั้งใจบุกรุก ขอได้โปรดให้อภัยเถิดเจ้าค่ะ”

อาม่ายิ้มพลางกล่าว ไม่ต้องรีบร้อน ในเมื่อพวกเจ้ามาถึงนี่แล้ว ก็นับว่ามีวาสนา จะอยู่พักต่ออีกสักสองสามวันก็ไม่เป็นไรหรอก!”

เหลียนฟางโจวมองไปยังเหลียงจิ้นและชุยเส้าซีด้วยสายตาขอความเห็น ทั้งสามจึงจำต้องพยักหน้ารับคำ

เหลียงจิ้นในใจกลับรู้สึกขุ่นเคืองอยู่ไม่น้อย ตั้งแต่เมื่อไหร่กันที่พวกคนเผ่าไป๋เหยาเปลี่ยนไปกลายเป็นคนมีน้ำใจขนาดนี้ ถึงขั้นเชื้อเชิญแขกให้อยู่พักด้วย? หากเป็นเมื่อก่อน คงได้ดีใจจนออกนอกหน้า ทว่าตอนนี้กลับยินดีไม่ลง

อาม่าหัวเราะอย่างอารมณ์ดี พลางกล่าว อากงของพวกเราจะกลับมาวันนี้ พรุ่งนี้ทั้งหมู่บ้านจะจัดงานเลี้ยงใหญ่ พวกเจ้าร่วมโต๊ะด้วยเถิด รุ่งขึ้นข้าค่อยให้คนไปส่ง ไม่ต้องกังวล! ข้าพูดแล้วว่าพวกเจ้าเป็นแขก ก็ต้องเป็นแขก ไม่มีใครกล้าล่วงเกินแน่นอน!”

เหลียนฟางโจวทั้งสามจึงกล่าวคำขอบคุณและตอบรับอย่างสุภาพ

อาม่าพยักเพยิดไปยังของที่วางอยู่ข้างกาย เป็นสัญญาณให้ซานเฟิ่งนำกลับไปคืนพวกเขา พลางหัวเราะกล่าว ในเมื่อเป็นสหายกันแล้ว พวกเผ่าไป๋เหยาเราไม่มีทางเอาทรัพย์สินของสหายไว้เป็นของตนเองได้ แม้ข้าจะดูไม่ออกนัก แต่ก็รู้ว่าสิ่งของเหล่านี้ล้วนล้ำค่า พวกเจ้าเก็บกลับไปเถิด!”

ทั้งสามสบตากันเลิ่กลั่ก ชุยเส้าซีจึงกล่าวว่า อาม่าช่างเกรงใจเกินไปแล้ว ของที่มอบไปแล้ว จะให้เอากลับคืนได้อย่างไร?”

แต่อาม่ากลับโบกมือปฏิเสธ ซานเฟิ่งก็หอบของทั้งหมดมายื่นคืนให้เรียบร้อย ทั้งสามจึงทำได้เพียงขอบคุณและเก็บของกลับมา

เหลียนฟางโจวหยิบต่างหูทองประดับไข่มุกขนาดเท่าหัวแม่มือขึ้นมา แล้วจับมือซานเฟิ่งวางลงบนฝ่ามือของนาง กล่าวยิ้ม ๆ ว่า ต่างหูคู่นี้ ขอมอบเป็นของขวัญพบหน้ากันครั้งแรกแก่น้องสาวซานเฟิ่ง ขอให้รับไว้เถิด หากปฏิเสธอีก เราคงรู้สึกละอายใจจนไม่มีหน้าสู้หน้าแล้ว”

ซานเฟิ่งกำลังจะปฏิเสธ แต่เมื่อได้ยินดังนั้น ก็เหลือบมองอาม่า

อาม่าหัวเราะน้อย ๆ แล้วกล่าว ในเมื่อแม่นางเหลียนมอบให้เป็นของขวัญพบหน้า เจ้าก็รับไว้เถอะ”

คำพูดเพียงคำเดียวไม่เข้าหูก็อาจถูกจับขังได้ง่าย ๆ เช่นนั้นแล้ว ต่อให้ร้องเรียกฟ้าหรือวิงวอนแผ่นดิน ก็คงไม่มีใครช่วยได้!

ชุยเส้าซีครุ่นคิดอยู่ชั่วครู่ ก่อนจะหัวเราะเบา ๆ เรื่องนี้ไม่ยาก อาม่าก็ว่าอยู่ไม่ใช่หรือ ว่าอากงที่ออกไปขายสมุนไพรจะกลับมาวันนี้ งั้นเราคอยหาจังหวะลองหยั่งเชิงเขาดูก่อนก็แล้วกัน”

ข้าก็คิดเช่นนั้นเหมือนกัน” เหลียนฟางโจวยิ้มพลางพยักหน้า

ชุยเส้าซีโน้มตัวมากระซิบเสียงต่ำอีกครั้ง แล้วยังต้องระวังเจ้าคนแซ่เหลียงนั่นด้วย ข้าเกรงว่าเขาเองก็คงคิดไม่ต่างจากเรา เรื่องใหญ่ขนาดนี้ ข้าไม่เชื่อหรอกว่าตระกูลใหญ่พวกนั้นจะไม่โลภ!”

เหลียนฟางโจวถึงกับชะงัก สีหน้าเคร่งขึ้นในทันที ไม่ว่าอย่างไร ก็ห้ามให้เขาสำเร็จเป็นอันขาด! ต่อให้ข้าทำไม่สำเร็จ ก็จะไม่มีวันให้เขาทำได้!”

ไม่อย่างนั้น ตระกูลเหลียงจะได้ลอยหน้าลอยตาไปถึงไหนกันเล่า!

ชุยเส้าซีหัวเราะเบา ๆ ข้าเพียงอยากเตือนเจ้า ให้ระวังเล่ห์กลของเขาไว้ให้ดี! เอาเข้าจริง อาม่าดูจะชอบเจ้ามากกว่าเขาเสียอีก ถ้าพวกเจ้าเกิดมีใจตรงกันจริง ๆ ล่ะก็ อาม่าต้องเอนเอียงมาทางเจ้ามากกว่าแน่! ส่วนเขา…ฮึ! แค่มองก็รู้แล้วว่าเจ้าเล่ห์ใส่หน้ากาก ใครจะไปชอบได้ลง!”

 

 

1 ความคิดเห็น:

  1. ไม่ระบุชื่อ30 พฤษภาคม 2569 เวลา 20:27

    กำลังสนุกเลย ขอบคุณค่ะ รอติดตามตอนต่อไป

    ตอบลบ