บทที่ 1319 ปรับตัวตามท้องถิ่น
ชุยเส้าซีกับเหลียงจิ้น
ย่อมเข้าใจดีว่า เหลียนฟางโจวกำลังช่วยพูดแทนตนทั้งสอง จึงยิ้มแหย ๆ ตอบรับ
ชุยเส้าซีรีบหัวเราะกลบเกลื่อน “เคยชินแล้ว! เคยชินจริง ๆ!
เอ่อ...ทำให้ อาม่าต้องขบขันแล้ว!”
“ใช่ ๆ เคยชินแล้วจริง ๆ!” เหลียงจิ้นก็หัวเราะฝืด ๆ
สมทบ
อาม่าฟังแล้วไม่รู้ว่านางเชื่อจริงหรือไม่ เพียงหัวเราะเสียงดังสองครา
แล้วเปลี่ยนเรื่อง พูดพลางหัวเราะว่า “นิสัยเช่นนี้ไม่ดีเลยนะ!
แต่จะว่าไปก็โทษพวกเจ้าก็ไม่ได้นัก มิใช่แค่พวกเจ้าหรอก!
แม้แต่คนในเผ่าของพวกเราก็เป็นเช่นกัน ออกไปนอกเขาโดนกดขี่ข่มเหงกลับมา
ก็ไม่ไว้ใจคนนอก หากไม่เป็นเช่นนั้น คงไม่พาพวกเจ้ามาถึงที่นี่หรอก!”
พูดจบ อาม่าก็เริ่มสอบถามว่าพวกเขามาจากที่ใด
และพบเจอคนในเผ่าได้อย่างไร
เหลียนฟางโจวเตรียมใจรอคำถามนี้มานานแล้ว จึงรีบพยักหน้ารับ
เล่าความทั้งหมดด้วยท่าทีจริงจัง เพียงตัดเรื่องเกาะหุยเฟิงออกไป บอกแค่ว่า
หลังออกจากท่าเรือเฉวียนโจว ก็หลงทางกลางทะเลเสียกลางคัน
อาม่าซักถามอย่างละเอียดอีกครู่หนึ่ง
แม้บริเวณทะเลส่วนนั้นจะห่างไกลผู้คน แต่นางดูเหมือนจะรู้จักดี
จึงไม่ได้แสดงความเคลือบแคลงในคำพูดของเหลียนฟางโจว เพราะถ้าไม่ใช่เช่นนี้
ก็ยากจะอธิบายได้อย่างลงตัว
ไม่รู้ว่ากี่คนต่อกี่คนในโลกภายนอกที่หมายตายาและสมุนไพรล้ำค่าหายากของเขาเหยาซานเหล่านี้ไว้
ในรอบหลายปีที่ผ่านมา แทบไม่เคยได้อยู่อย่างสงบ
ทั้งกลอุบายร้ายและดีต่างถาโถมเข้ามาไม่หยุด
หลังจากคนในเผ่าถูกหลอกลวงซ้ำแล้วซ้ำเล่า จึงเกิดความรู้สึกต่อต้านคนนอก ยามหัวหน้าเผ่าออกไปขายยาข้างนอก
แม้จะมีบางคนร่วมเดินทางไปด้วย แต่ก็ไม่มีวันต้อนรับคนภายนอกให้ขึ้นเขาโดยเด็ดขาด
เพื่อป้องกันไม่ให้คนนอกลอบเข้ามา
ระหว่างทางจึงเต็มไปด้วยกับดักและด่านตรวจนับไม่ถ้วน
หากเหลียนฟางโจวพวกเขาเข้ามาจากนอกเขาจริง คงไม่มีทางรอดพ้นสายตาไปได้แน่
ส่วนเรื่องทะเลส่วนนั้น อาม่าเพียงยิ้มบาง ไม่ได้กล่าวอันใดอีก
ดูเหมือนว่าพวกเขาจะบังเอิญโชคช่วยจริง ๆ ทั้งหมดอาศัยโชควาสนา เพราะตลอดทั้งปี
จะมีเพียงช่วงเวลาครึ่งเดือนนี้เท่านั้นที่กระแสลมพัดมาทางนี้ หากเป็นช่วงอื่น
ลมทะเลจะพัดพาเรือไปอีกทางหนึ่ง ซึ่งเต็มไปด้วยโขดหินใต้น้ำและกระแสน้ำวน
ไม่เคยมีเรือลำใดรอดกลับมาได้เลย…
หากสิ่งที่นางพูดเป็นความจริง ก็ไม่มีสิ่งใดต้องกังวล แต่หากไม่ใช่
เป็นเพียงข้ออ้างเพื่อสำรวจเส้นทาง
แล้วหวนกลับมาอีกเมื่อใด…สวรรค์ย่อมมีวิธีลงทัณฑ์เอง
นางไม่ต้องลงมือให้เปลืองแรงเลยแม้แต่น้อย!
เหลียนฟางโจวเห็นอาม่าถอนหายใจเบา ๆ แม้สีหน้ายังไม่ผ่อนคลายเต็มที่
แต่ก็ดูอ่อนลงมากแล้ว จึงรีบเอ่ยอย่างจริงใจว่า “อาม่า ท่านพอจะเมตตาส่งคนพาเราลงจากเขาได้หรือไม่? พวกเรามิได้ตั้งใจบุกรุก
ขอได้โปรดให้อภัยเถิดเจ้าค่ะ”
อาม่ายิ้มพลางกล่าว “ไม่ต้องรีบร้อน
ในเมื่อพวกเจ้ามาถึงนี่แล้ว ก็นับว่ามีวาสนา
จะอยู่พักต่ออีกสักสองสามวันก็ไม่เป็นไรหรอก!”
เหลียนฟางโจวมองไปยังเหลียงจิ้นและชุยเส้าซีด้วยสายตาขอความเห็น
ทั้งสามจึงจำต้องพยักหน้ารับคำ
เหลียงจิ้นในใจกลับรู้สึกขุ่นเคืองอยู่ไม่น้อย
ตั้งแต่เมื่อไหร่กันที่พวกคนเผ่าไป๋เหยาเปลี่ยนไปกลายเป็นคนมีน้ำใจขนาดนี้
ถึงขั้นเชื้อเชิญแขกให้อยู่พักด้วย? หากเป็นเมื่อก่อน คงได้ดีใจจนออกนอกหน้า ทว่าตอนนี้กลับยินดีไม่ลง
อาม่าหัวเราะอย่างอารมณ์ดี พลางกล่าว “อากงของพวกเราจะกลับมาวันนี้ พรุ่งนี้ทั้งหมู่บ้านจะจัดงานเลี้ยงใหญ่
พวกเจ้าร่วมโต๊ะด้วยเถิด รุ่งขึ้นข้าค่อยให้คนไปส่ง ไม่ต้องกังวล!
ข้าพูดแล้วว่าพวกเจ้าเป็นแขก ก็ต้องเป็นแขก ไม่มีใครกล้าล่วงเกินแน่นอน!”
เหลียนฟางโจวทั้งสามจึงกล่าวคำขอบคุณและตอบรับอย่างสุภาพ
อาม่าพยักเพยิดไปยังของที่วางอยู่ข้างกาย
เป็นสัญญาณให้ซานเฟิ่งนำกลับไปคืนพวกเขา พลางหัวเราะกล่าว “ในเมื่อเป็นสหายกันแล้ว
พวกเผ่าไป๋เหยาเราไม่มีทางเอาทรัพย์สินของสหายไว้เป็นของตนเองได้
แม้ข้าจะดูไม่ออกนัก แต่ก็รู้ว่าสิ่งของเหล่านี้ล้วนล้ำค่า
พวกเจ้าเก็บกลับไปเถิด!”
ทั้งสามสบตากันเลิ่กลั่ก ชุยเส้าซีจึงกล่าวว่า “อาม่าช่างเกรงใจเกินไปแล้ว ของที่มอบไปแล้ว
จะให้เอากลับคืนได้อย่างไร?”
แต่อาม่ากลับโบกมือปฏิเสธ ซานเฟิ่งก็หอบของทั้งหมดมายื่นคืนให้เรียบร้อย
ทั้งสามจึงทำได้เพียงขอบคุณและเก็บของกลับมา
เหลียนฟางโจวหยิบต่างหูทองประดับไข่มุกขนาดเท่าหัวแม่มือขึ้นมา
แล้วจับมือซานเฟิ่งวางลงบนฝ่ามือของนาง กล่าวยิ้ม ๆ ว่า “ต่างหูคู่นี้ ขอมอบเป็นของขวัญพบหน้ากันครั้งแรกแก่น้องสาวซานเฟิ่ง
ขอให้รับไว้เถิด หากปฏิเสธอีก เราคงรู้สึกละอายใจจนไม่มีหน้าสู้หน้าแล้ว”
ซานเฟิ่งกำลังจะปฏิเสธ แต่เมื่อได้ยินดังนั้น ก็เหลือบมองอาม่า
อาม่าหัวเราะน้อย ๆ แล้วกล่าว “ในเมื่อแม่นางเหลียนมอบให้เป็นของขวัญพบหน้า
เจ้าก็รับไว้เถอะ”
คำพูดเพียงคำเดียวไม่เข้าหูก็อาจถูกจับขังได้ง่าย ๆ เช่นนั้นแล้ว
ต่อให้ร้องเรียกฟ้าหรือวิงวอนแผ่นดิน ก็คงไม่มีใครช่วยได้!
ชุยเส้าซีครุ่นคิดอยู่ชั่วครู่ ก่อนจะหัวเราะเบา ๆ “เรื่องนี้ไม่ยาก อาม่าก็ว่าอยู่ไม่ใช่หรือ ว่าอากงที่ออกไปขายสมุนไพรจะกลับมาวันนี้
งั้นเราคอยหาจังหวะลองหยั่งเชิงเขาดูก่อนก็แล้วกัน”
“ข้าก็คิดเช่นนั้นเหมือนกัน”
เหลียนฟางโจวยิ้มพลางพยักหน้า
ชุยเส้าซีโน้มตัวมากระซิบเสียงต่ำอีกครั้ง “แล้วยังต้องระวังเจ้าคนแซ่เหลียงนั่นด้วย
ข้าเกรงว่าเขาเองก็คงคิดไม่ต่างจากเรา เรื่องใหญ่ขนาดนี้
ข้าไม่เชื่อหรอกว่าตระกูลใหญ่พวกนั้นจะไม่โลภ!”
เหลียนฟางโจวถึงกับชะงัก สีหน้าเคร่งขึ้นในทันที “ไม่ว่าอย่างไร ก็ห้ามให้เขาสำเร็จเป็นอันขาด!
ต่อให้ข้าทำไม่สำเร็จ ก็จะไม่มีวันให้เขาทำได้!”
ไม่อย่างนั้น ตระกูลเหลียงจะได้ลอยหน้าลอยตาไปถึงไหนกันเล่า!
ชุยเส้าซีหัวเราะเบา ๆ “ข้าเพียงอยากเตือนเจ้า
ให้ระวังเล่ห์กลของเขาไว้ให้ดี! เอาเข้าจริง อาม่าดูจะชอบเจ้ามากกว่าเขาเสียอีก
ถ้าพวกเจ้าเกิดมีใจตรงกันจริง ๆ ล่ะก็ อาม่าต้องเอนเอียงมาทางเจ้ามากกว่าแน่! ส่วนเขา…ฮึ!
แค่มองก็รู้แล้วว่าเจ้าเล่ห์ใส่หน้ากาก ใครจะไปชอบได้ลง!”
กำลังสนุกเลย ขอบคุณค่ะ รอติดตามตอนต่อไป
ตอบลบ