วันพฤหัสบดีที่ 4 มิถุนายน พ.ศ. 2569

จับแม่ทัพไปไถนา-บทที่ 1324 กลับถึงจวน

 

บทที่ 1324 กลับถึงจวน

หลังจากกล่าวทักทายกันตามธรรมเนียมเรียบร้อย เหลียนฟางโจวก็ยิ้มกล่าวอย่างซาบซึ้ง หากมิใช่เพราะคุณชายชุย ข้าคงกลับมาไม่ได้แล้ว! เรื่องราวยาวนัก ไว้เข้าไปค่อยเล่ากันทีหลังเถิด ส่วนคนติดตามที่มาด้วยนั้น เป็นเจ้าหน้าที่จากที่ว่าการอำเภอหลี ต้องขอบคุณพวกเขาที่ช่วยคุ้มกันตลอดทาง พ่อบ้านเล็กเฉียน เจ้านำพวกเขาไปจัดที่พักให้ดี ๆ อย่าได้ละเลย!”

ขอรับ ๆ! ขอให้ฮูหยินวางใจ ข้าจัดการได้แน่นอน!” พ่อบ้านเล็กเฉียนหน้าบานเป็นจานเชิง รีบรับคำอย่างแข็งขัน คำนับแล้วนำเจ้าหน้าที่ทั้งหมดไปจัดที่พักด้วยตัวเอง

สำหรับผู้มีพระคุณช่วยชีวิตฮูหยิน จะปล่อยให้ถูกมองข้ามได้อย่างไร?

ฝูงคนพากันรายล้อมเหลียนฟางโจวเดินเข้าสู่เรือนด้านใน นางก็รีบถามขึ้น
ใต้เท้าอยู่ที่เมืองหนานไห่หรือไม่? แล้วซวี่เอ๋อร์ล่ะ ระยะนี้อยู่ในโอวาทดีหรือไม่?”

ปี้เถาถอนใจเบา ๆ ก่อนจะยิ้มตอบ ช่างประจวบเหมาะนัก ใต้เท้ากลับมาเมืองหนานไห่แล้ว ข้าน้อยได้ให้คนไปตามที่หน้าจวนแล้ว ส่วนคุณชายซวี่ก็เรียบร้อยดี ขอให้ฮูหยินวางใจ ตอนนี้คงยังนอนหลับพักกลางวันอยู่ หากรู้ว่าท่านกลับมา คงดีใจจนบอกไม่ถูกเลยล่ะเจ้าค่ะ!”

ชุนซิ่งเองก็กล่าวพลางหัวเราะด้วยความโล่งใจ ฮูหยินกลับมาได้ก็ดีแล้ว ใต้เท้าแทบจะเป็นบ้าเพราะความเป็นห่วง ส่วนคุณชายซวี่...เหมือนโตขึ้นในชั่วข้ามคืน ไม่ร้องไห้งอแงเลย เอาแต่รอฮูหยินกลับมา เราเองยังนึกกลัวว่าเขาจะร้องไห้เสียอีก ดูท่าคุณชายซวี่จะรู้ความขึ้นมากทีเดียว!”

ปี้เถา หงอวี้ และสาวใช้อื่น ๆ ก็พากันพูดจาเจื้อยแจ้ว ทั้งถอนใจ ทั้งกล่าวชม

หัวใจของเหลียนฟางโจวพลันอ่อนยวบ ดวงตาเต็มไปด้วยความอ่อนโยน ริมฝีปากก็คลี่ยิ้มออกมาอย่างไม่รู้ตัว สาว ๆ พวกนี้ก็เริ่มพูดเกินจริงเป็นแล้ว เด็กอย่างซวี่เอ๋อร์เพิ่งจะสามขวบกว่า ๆ จะโตแค่ไหนกันเชียว?

แค่ไม่ร้องไห้งอแง อยู่ในโอวาทได้ก็นับว่าดีมากแล้ว

พอเดินเข้าประตูเรือนชั้นใน ก็เห็นแม่นมจูงมือซวี่เอ๋อร์ออกมา
อิ๋งชุน, พ่านเซี่ย และสาวใช้อื่น ๆ ต่างก็ออกมาต้อนรับพร้อมหน้า

ท่านแม่! ท่านแม่!” ซวี่เอ๋อร์ร้องเรียกด้วยเสียงใส ก่อนจะสะบัดมือออกจากแม่นม วิ่งถลาเข้าหาเหลียนฟางโจวอย่างรวดเร็ว

ซวี่เอ๋อร์!” เมื่อเห็นร่างเล็กน้อยวิ่งตรงเข้ามา เหลียนฟางโจวถึงกับน้ำตารื้น รีบโน้มตัวลง อ้าแขนโอบลูกชายเข้ามากอดแน่น

ท่านแม่ ข้าคิดถึงท่านแม่มากเลยขอรับ!” ซวี่เอ๋อร์กอดแน่นไม่ยอมปล่อย ซบหน้าลงกับอกนาง มือเล็ก ๆ กำเสื้อของมารดาไว้แน่น

แม่ก็คิดถึงเจ้าเหมือนกัน เจ้าตัวน้อยของแม่…” เหลียนฟางโจวโอบไหล่เล็ก ๆ ของเขาไว้ ลูบศีรษะเบา ๆ แล้วลูบแผ่นหลังอย่างแผ่วเบา หัวใจยิ่งนุ่มนวลลงทุกที จนแทบจะละลายกลายเป็นสายน้ำ

ลูกแม่จ๋า แม่จะไม่จากเจ้าไปอีกแล้ว!” เหลียนฟางโจวยิ้มฝืนกลั้นน้ำตาไว้แทบไม่อยู่...

ซวี่เอ๋อร์พยักหน้าพร้อม “อื้ม” อย่างหนักแน่นทางจมูก จากนั้นก็คลายอ้อมกอดออกเบา ๆ แต่ยังคงจับชายเสื้อของเหลียนฟางโจวไว้ แหงนหน้าขึ้นมองนางแล้วพูดว่า ข้าไม่โกรธท่านแม่หรอก ข้ารู้ว่าท่านแม่รักข้าที่สุด ไม่มีทางจะทิ้งข้าไปแน่! ทั้งหมดเป็นเพราะพวกคนร้ายทำให้วุ่นวาย! ข้าจะตั้งใจฝึกวิชากับท่านพ่อและท่านอาเซียว พอข้าโตแล้ว ข้าจะอยู่เคียงข้างคอยปกป้องท่านแม่ จะไม่มีใครกล้ามารังแกท่านแม่อีก!”

คำพูดที่แม้ยังไร้เดียงสาแต่กลับเอ่ยด้วยท่าทีจริงจัง ทำให้ทุกคนที่อยู่ตรงนั้นอดไม่ได้ที่จะหัวเราะออกมา

ลูกแม่! ซวี่เอ๋อร์คนดีของแม่!” เหลียนฟางโจวลูบศีรษะเขาเบา ๆ ความอบอุ่นซาบซ่านอยู่ในอก นางมองเขาด้วยรอยยิ้มอ่อนโยน เต็มไปด้วยความรัก ก่อนจะหลุดหัวเราะออกมา แล้วกล่าวแหย่ พอเจ้าโตขึ้นจริง ๆ แล้ว ก็จะเอาแต่คอยปกป้องภรรยาของเจ้าน่ะสิ ไหนเลยจะห่วงแม่อีก!”

ฮูหยินเจ้าคะ!” ปี้เถาทนไม่ไหวหัวเราะตาม “คุณชายยังเล็กอยู่เลยนะเจ้าคะ!” หลินหมอมอและคนอื่น ๆ ก็พากันหัวเราะออกมาอย่างกลั้นไม่อยู่

ซวี่เอ๋อร์ได้ยินเช่นนั้นก็ร้อนรนขึ้นมาทันที รีบส่ายหน้าปฏิเสธ ไม่ ไม่! ภรรยาข้ามีคนของท่านแม่ยายคอยปกป้องอยู่แล้ว ข้าจะปกป้องท่านแม่!”

เหลียนฟางโจวชะงักไปเล็กน้อย ก่อนจะหัวเราะลั่น คนอื่น ๆ ก็พลอยหัวเราะครืนขึ้นมาด้วย เพิ่งนึกขึ้นได้ว่า—ใช่สิ ซวี่เอ๋อร์มีคู่หมั้นแล้ว!

เหลียนฟางโจวกลั้นยิ้มแล้วกล่าวแกล้งแหย่ เจ้าจำภรรยาเจ้าได้แม่นเชียวนะ! ระวังไว้นะ ถ้าภรรยาเจ้าได้ยินเข้าอาจจะโกรธก็ได้!”

ซวี่เอ๋อร์ทำหน้าไม่เข้าใจ กระพริบตาปริบ ๆ อย่างงุนงง ภรรยาข้าจะโกรธทำไมกันล่ะ?”

เหลียนฟางโจวยิ้มพลางตอบ พอโตขึ้นเจ้าก็จะเข้าใจเองแหละ!”

โอ้…” ซวี่เอ๋อร์ตอบรับเสียงหนึ่ง แต่ก็ยังไม่เข้าใจนัก ก่อนจะพูดต่อ
แต่ข้าไม่สนหรอก! ถ้านางจะโกรธ ก็ให้นางกลับไปอยู่กับมารดาของนาง ข้าจะอยู่กับท่านแม่!”

เหลียนฟางโจวชะงักไปอีกครั้ง ก่อนจะหัวเราะเสียงใส ลูกแม่คนดี!”

ปี้เถาและสาวใช้ทั้งหลายต่างหัวเราะกันลั่น บรรยากาศหม่นเศร้าเมื่อครู่พลันจางหายไปไม่หลงเหลือ

ชุยเส้าซีเองก็อดไม่ได้ที่จะส่ายหน้าพลางยิ้ม ขำอยู่ในใจ—ฟางโจวคนนี้ก็เหลือเกิน โตป่านนี้แล้วยังเล่นแหย่ลูกอีก!

ซวี่เอ๋อร์คนนี้...หน้าตาเหมือนหลี่ฟู่เสียมาก แต่ดวงตาคู่นี้กลับเหมือนนางไม่มีผิด…

เขามองเด็กน้อยด้วยความรู้สึกยินดีแทนนางในใจ ทว่าในความยินดีนั้น ก็ปนเปื้อนด้วยความหดหู่อย่างบอกไม่ถูก…

เหลียนฟางโจวจู่ ๆ ก็เงยหน้าขึ้นยิ้มให้ชุยเส้าซี แล้วจูงมือซวี่เอ๋อร์เดินเข้าไปใกล้ พลางกล่าวยิ้ม ๆ คนผู้นี้คือท่านอาชุย โชคดีที่ตลอดทางมีท่านอาชุยช่วยเหลือแม่ไว้ มิเช่นนั้น แม่คงลำบากแน่! เร็วสิ ทักทายท่านอาชุยหน่อย!”

ซวี่เอ๋อร์ปล่อยมือจากนาง แล้วประสานมือโค้งคำนับอย่างนอบน้อม
หลานชายคารวะท่านอาชุย ขอบคุณที่ช่วยชีวิตท่านแม่ขอรับ!”

เด็กดี!” ชุยเส้าซีย่อตัวลงประคองเด็กน้อยไว้ แล้วยิ้มตอบ อาชุยกับท่านแม่ของเจ้า…รวมถึงท่านพ่อของเจ้าด้วย ต่างก็เป็นสหายกัน ระหว่างด้วยสหายกันย่อมไม่ต้องพูดคำขอบคุณหรอก เพราะฉะนั้นเจ้าก็ไม่ต้องเกรงใจ!”

ซวี่เอ๋อร์หันไปมองแม่ แล้วพยักหน้ารับเบา ๆ “ขอรับ” อย่างว่าง่าย
เหลียนฟางโจวจึงยิ้มพลางว่า ไปเถอะ พวกเราเข้าไปข้างในกันก่อน”

ระหว่างทาง เหลียนฟางโจวก็แนะนำเรือนและคนในจวนให้ชุยเส้าซีรู้จักคร่าว ๆ พลางสอบถามปี้เถา แม่นม และคนอื่น ๆ ถึงพฤติกรรมของซวี่เอ๋อร์ช่วงที่ผ่านมา

พอเพิ่งนั่งลงในห้อง ก็ได้ยินเสียงหนึ่งดังขึ้น ฮูหยิน!” เสียงยังไม่ทันขาด คนผู้นั้นก็ย่างเท้าก้าวเข้ามาจากด้านนอกอย่างรวดเร็ว

เหลียนฟางโจวเงยหน้าขึ้นโดยไม่รู้ตัว พอสายตาสบกับอีกฝ่าย ก็ราวกับเวลาหยุดนิ่ง สายตาทั้งสองประสานกัน ประหนึ่งห่างไกลกันมานานแสนนาน ความรู้สึกพลุ่งพล่านดั่งคลื่นทะเลโถมเข้าใส่ ทั้งสุข ทั้งเศร้า ทั้งดีใจ ทั้งเจ็บปวด—จนไม่มีคำพูดใดหลุดออกมาจากปากทั้งสองคน

ชุยเส้าซีได้แต่นิ่งอึ้งไปชั่วขณะ แล้วหัวเราะฝืน ๆ อย่างขมขื่นในใจ

ในเสี้ยววินาทีนั้น เขาก็เข้าใจอย่างแจ่มแจ้ง…ว่าเขาจะไม่มีวันเข้าไปอยู่ในโลกของคนสองคนนี้ได้เลย

เขาเคยคิดว่า เวลาผ่านมาหลายปี เขาตัดใจได้แล้ว เมื่อได้พบกับหลี่ฟู่อีกครั้ง เขาคิดว่าตัวเองจะทำใจยอมรับได้ เช่นเดียวกับที่เขาเผชิญหน้านาง ด้วยใจที่อวยพรให้นางเป็นสุข ขอเพียงนางมีความสุข เท่านี้เขาก็เพียงพอแล้ว

แต่ในที่สุด…เขาก็ทำไม่ได้ หรือจะเรียกได้ว่า—มันไม่เหมือนกันเลย

ขอเพียงนางมีความสุข เขาก็พอใจ แต่ส่วนหลี่ฟู่จะเป็นอย่างไร…จะสุขหรือทุกข์ มันเกี่ยวอะไรกับเขา? หรือในใจลึก ๆ…เขาอาจจะหวังลึก ๆ ว่า หลี่ฟู่จะไม่ได้มีความสุขเสียด้วยซ้ำ!

ชุยเส้าซีพลันเข้าใจความรู้สึกของเหลียงจิ้นขึ้นมานิดหน่อย ความรู้สึกของเขาต่อหลี่ฟู่ คงไม่ต่างจากความรู้สึกของเหลียงจิ้นที่มีต่อตนเองกระมัง?

เขาแสร้งกระแอมเบา ๆ แล้วกล่าวทักขึ้นอย่างยิ้มแย้ม ใต้เท้าหลี่…นานแล้วมิได้พบกัน!”

หลี่ฟู่หันขวับมา พอเห็นว่าเป็นชุยเส้าซี ก็ตาเป็นประกาย นานจริง ๆ! ข้าคาดไว้แล้วว่าเจ้าต้องมา และเจ้าก็มา…จริง ๆ ด้วย!”

เหลียนฟางโจวเองก็นึกขึ้นได้ว่าชุยเส้าซียังอยู่ รู้สึกหน้าแดงนิด ๆ อย่างกระดาก เจ้ารู้ได้อย่างไรว่าข้าจะมากับเขา? เจ้ารู้ว่าเขาเป็นคนช่วยข้า?”

หลี่ฟู่พยักหน้ายิ้ม ๆ กลับมาได้ก็ดีแล้ว! เรื่องนี้เล่ายาวนัก! ไหน ๆ พี่ชุยก็มาถึงแล้ว พักอยู่สักระยะก็ดี เดี๋ยวเราค่อยคุยกันอีกทีนะ พี่ชุยคงเหนื่อยมาตลอดทาง ไปพักก่อนเถิด!”

 

1 ความคิดเห็น: