วันศุกร์ที่ 5 มิถุนายน พ.ศ. 2569

จับแม่ทัพไปไถนา-บทที่ 1325 กลับมาพบกันอีกครั้ง

 

บทที่ 1325 กลับมาพบกันอีกครั้ง

ชุยเส้าซีรู้ดีว่า สามีภรรยาคู่นี้ต้องมีถ้อยคำมากมายจะพูดคุยกันหลังจากพลัดพรากกันไปนาน หลี่ฟู่ย่อมไม่อยากให้เขาอยู่ตรงนี้ให้เกะกะสายตาแน่นอน จึงยิ้มกล่าว ตลอดทางที่ผ่านมาก็เดินทางเรื่อย ๆ ไม่ได้เร่งรีบ ก็เลยไม่เหนื่อยนัก ซวี่เอ๋อร์ พาอาชุยไปเดินเล่นในสวนดีไหม?”

ซวี่เอ๋อร์หันไปมองพ่อแม่ เห็นแม่พยักหน้ายิ้มให้ ก็รับคำว่า “ดีขอรับ!” จากนั้นล่ำลาทั้งสอง แล้วจูงมือชุยเส้าซีออกไป

หลี่ฟู่กับเหลียนฟางโจวเดินไปส่งถึงหน้าประตู พลันหลี่ฟู่ก็ขมวดคิ้ว แววตาไม่พอใจนักในใจบ่นขึ้นว่า บอกว่าไม่เหนื่อยก็แล้วไปเถอะ แล้วคำว่า ‘ไม่ได้เร่งรีบ’ คืออะไร? ในเมื่อฟางโจวก้าวกลับมาเหยียบแผ่นดินเมืองหนานไห่ได้แล้ว ไหนเลยจะไม่รู้ว่าข้ากับลูกเป็นห่วงและคิดถึงนางแค่ไหน? ถ้าเป็นข้า—ต้องรีบร้อนกลับให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้สิ! …อ้อ เขาจงใจพูดให้ได้ยินสินะ!”

หลี่ฟู่หันมามองภรรยา แล้วจู่ ๆ ก็ยิ้ม ก่อนจะช้อนตัวนางขึ้นอุ้มข้ามแขนอย่างไม่ให้ตั้งตัว พาเหวี่ยงเข้าเรือนตะวันออกไปในพริบตา ท่ามกลางเสียงร้องตกใจของเหลียนฟางโจว

สาวใช้ทั้งหลายหน้าแดง รีบเบี่ยงตัวหลบ แสร้งทำเป็นมองไม่เห็น

ภายในห้อง หลี่ฟู่นั่งลงบนตั่งนุ่ม แต่ยังคงกอดเหลียนฟางโจวไว้แนบแน่น
อุ้มให้นั่งลงบนตักตนเอง ไม่ยอมปล่อย เขาโน้มใบหน้าเข้าไป หอมแก้มนางเบา ๆ แล้วโอบแน่นขึ้นอีก ก้มหน้าซบลงที่ซอกคออุ่นของนาง ถูไถเบา ๆ พลางกระซิบเสียงต่ำ เมียรักของข้า…ฟางโจวของข้า คิดถึงข้าบ้างไหม?”

กลิ่นกายอันคุ้นเคยและอบอุ่นโอบล้อมเข้ามาอย่างรุนแรง จนเหลียนฟางโจวถึงกับใจสั่นระรัว นางโอบคอเขาไว้แน่น ซบหน้าลงที่อกเขาอย่างอ่อนแรง เสียงเอ่ยแผ่วเบาเหมือนถอนใจ จะไม่คิดถึงได้อย่างไร? เจ้าคือสามีของข้านี่นา…ข้าเองก็ประมาทเกินไป ทำให้เจ้าต้องเป็นห่วงอีกแล้ว…”

น้ำเสียงแผ่วหวานเจือด้วยความรู้สึกผิดแผ่วเบา ยิ่งฟังยิ่งน่าเอ็นดู ยิ่งทำให้ใจของเขาอ่อนยวบลงทันใด

อ้อมกอดนี้—คนในอ้อมแขนนี้ กลิ่นหอมที่คุ้นเคยนี้…ไม่ใช่ฝันอีกต่อไป!

นางกลับมาแล้ว—จริง ๆ!

หลี่ฟู่ยิ่งกอดแน่นขึ้นอีก ราวอยากหลอมรวมนางไว้ในเลือดเนื้อของตน ได้ยินเสียงถอนหายใจเบา ๆ เอ่ยว่า ข้ากังวลแทบบ้า เจ้าไม่ผิดหรอก…เป็นข้าต่างหากที่ผิด! เรื่องทั้งหมด ไว้ค่อยว่ากันทีหลัง…ตอนนี้ ข้าแค่อยากได้เจ้า อยู่กับเจ้า เท่านั้น…”

น้ำเสียงของหลี่ฟู่เปลี่ยนเป็นเข้มกระด้าง เขายกมือประคองใบหน้าของนางขึ้น แล้วก้มหน้าลงจูบอย่างรุนแรง จูบที่เร่าร้อนราวกับเพลิง ลึกล้ำจนราวจะกลืนกินนางเข้าไปทั้งคน

เหลียนฟางโจวเองก็ถูกปลุกอารมณ์ขึ้นมา จึงโอบรอบคอเขาแน่น พลางจูบตอบอย่างไม่ปิดกั้น ด้วยตาแวววาวด้วยความรักและปรารถนา ร่างทั้งร่างอ่อนระทวยในอ้อมแขนเขาราวกับหยาดน้ำ

ทว่าอยู่ดี ๆ เหลียนฟางโจวก็พลันนึกบางอย่างขึ้นมา สมองเหมือนถูกไฟช็อตหนึ่งวูบ สะดุ้งตกใจจนแทบเหงื่อเย็นไหลทั่วหลัง ร้อง “อ๊า!” ออกมาเบา ๆ สีหน้าถอดสี แล้วไม่รู้เอาแรงจากที่ไหน ผลักหลี่ฟู่ออกอย่างแรงทันที

ทั้งสองกำลังแนบชิดแน่นแฟ้น คลอเคลียด้วยความรัก หลี่ฟู่ไม่ทันคาดคิด ว่าภรรยาผู้แสนหวานที่กำลังหน้าแดงซ่านเย้ายวนในอ้อมกอด จะพลิกอารมณ์กลับอย่างกะทันหันเช่นนี้ เขาเกือบถูกนางผลักจนล้มกลิ้งลงกับพื้น

ภรรยา...เจ้า!” น้ำเสียงหลี่ฟู่พลันต่ำลงเต็มไปด้วยความขุ่นเคือง จ้องนางด้วยแววตาไม่พอใจอย่างยิ่ง ใบหน้าแสดงออกชัดว่าไม่เข้าใจ

โดยเฉพาะเมื่อนึกถึงว่า—นางเพิ่งเดินทางกลับมาพร้อมกับชุยเส้าซี ท่าทีปฏิเสธเมื่อครู่นั้น ก็อดไม่ได้ที่จะโยงเข้ากับอีกฝ่ายในทันที ความขุ่นเคืองผสมความหึงหวงพลันปะทุ เขายกมือฟาดฝ่ามือฉาดหนึ่งลงบนสะโพกนุ่มของนางแล้วเอ็ดเสียงต่ำ เจ้าชักจะกำแหงเกินไปแล้ว! คิดว่าข้าจะไม่กล้าจัดการเจ้ารึ? หืม?”

เจ้า! เจ้า!” เหลียนฟางโจวทั้งอายทั้งโมโห ใบหน้าแดงก่ำ ไม่กล้ามองสบตาเขา รีบเบี่ยงตัวหลบแล้วพยายามยันตัวลุกขึ้นจากตักเขาอย่างลนลาน

นางกำลังจะอ้าปากอธิบาย แต่ยังไม่ทันพูด เขาก็โอบเอวจะโถมตัวลงมาหาอีกครั้ง เหลียนฟางโจวถึงกับตกใจสุดขีด รีบร้องออกมาเสียงดัง ข้าตั้งครรภ์แล้ว!”

การเคลื่อนไหวของหลี่ฟู่หยุดชะงักทันที ทั้งร่างราวกับกลายเป็นหินไปในพริบตา เขาอึ้งงัน ก่อนจะพูดเสียงแผ่ว เจ้าว่าอะไรนะ? พูดอีกทีสิ…”

เหลียนฟางโจวจึงได้ถอนหายใจยาวอย่างโล่งอก สงบจิตใจลงได้ แล้วจึงเงยหน้าขึ้นสบตาเขา กุมมือเขาไว้แน่น แล้วยิ้มอ่อนโยนกล่าวเบา ๆ ข้าตั้งครรภ์แล้ว เกือบสองเดือนแล้วล่ะ”

“……” หลี่ฟู่อ้าปากจะพูดอะไรบางอย่าง แต่สายตาแข็งค้างอยู่กับที่
ใบหน้าเต็มไปด้วยความตื่นตะลึง ประหลาดใจ และ—ความคับอกคับใจ!

อารมณ์ที่พลุ่งพล่านเมื่อครู่ เหมือนถูกน้ำเย็นราดรดจนหมดสิ้นในพริบตา

เหลียนฟางโจว “พู่” หัวเราะออกมา ยื่นมือไปหยิกแก้มเขาเบา ๆ พลางถลึงตาใส่ด้วยท่าทีขบขัน สีหน้าเจ้าคืออะไรเนี่ย! หรือว่า... ข้าตั้งครรภ์แล้ว เจ้ากลับไม่พอใจ?”

เปล่านะ! ข้าดีใจ!” หลี่ฟู่ตอบเสียงอู้อี้

จริงรึ? แต่ข้าดูแล้วเจ้าช่างไม่เหมือนคนดีใจเลยสักนิด! ถ้าดีใจจริง—ยิ้มให้ข้าดูหน่อยสิ!” เหลียนฟางโจวเชิดปากใส่

เมียรักของข้า!” หลี่ฟู่ถึงกับคันฟันไปทั้งปาก เขาครางในใจอย่างหงุดหงิด เจ้าจะให้ข้ายิ้มออกได้ยังไงเล่า?”

เห็นนางทำท่าจะไม่พอใจ เขารีบเปลี่ยนคำพูด ก็ได้ ๆ ข้ายิ้มก็ได้!” ว่าแล้วก็ฝืนยิ้มออกมา แต่ยิ่งยิ้มก็ยิ่งหุบไม่อยู่ สุดท้ายก็หัวเราะลั่นออกมาอย่างไม่อายฟ้าอายดิน โอบกอดนางไว้ แล้วก้มลงจูบริมฝีปากสีระเรื่อที่ยังบวมเจ่ออย่างแรง เลิกคิ้วหัวเราะเสียงดัง ข้ากำลังจะได้เป็นพ่ออีกครั้ง! ฮ่า ๆ ๆ ข้ากำลังจะได้เป็นพ่ออีกครั้งแล้ว!”

เหลียนฟางโจวมองเขา ดวงตาเต็มไปด้วยความอบอุ่น หัวใจอบอวลด้วยความสุข อดไม่ได้ที่จะหัวเราะร่าอย่างมีความสุขเช่นกัน

เขายื่นมือใหญ่มาลูบหน้าท้องนูนเล็ก ๆ ของนางอย่างแผ่วเบา ความรู้สึกอบอุ่นแผ่ซ่านผ่านฝ่ามือ เขายิ้ม ข้าได้ลูกชายเพิ่มอีกคนแล้ว! เมียรัก…เจ้าลำบากแล้ว!”

เหลียนฟางโจวยิ้มหวานเต็มใบหน้า หัวใจเต็มเปี่ยมไปด้วยความอ่อนโยนและความสุข ริมฝีปากยกยิ้มสูง ดวงตาชุ่มชื้นระยับเปล่งประกาย

เจ้ารู้ได้ยังไงว่าเป็นลูกชาย? ถ้าเป็นลูกสาวขึ้นมาจะไม่เสียใจรึ?” นางก้มหน้ามองหน้าท้อง มือหนึ่งลูบเบา ๆ อย่างทะนุถนอม

หลี่ฟู่หัวเราะ ซวี่เอ๋อร์เป็นลูกชายคนเดียวก็ดูเหงาอยู่ไม่น้อย ถ้าอีกคนเป็นชายด้วยก็จะดีมาก! แต่ถ้าเป็นลูกสาว ข้าก็รักไม่ต่างกันหรอก! เพราะยังไงก็เป็นลูกของเรา เป็นลูกของเมียรักของข้าอย่างไรเล่า!”

เหลียนฟางโจวได้ยินแล้วก็หัวเราะคิกไม่หยุด

เมียรักของข้า…” หลี่ฟู่กุมมือของนางไว้ จูบเบา ๆ ที่แก้มและมุมปาก เสียงหัวเราะต่ำ ๆ ปนเคืองน้อย ๆ เอ่ยอย่างน้อยใจ เจ้าอย่ามัวแต่รักแต่ลูก จนลืมพ่อของเด็กเสียล่ะ…”

คำพูดของเขาทำเอาเหลียนฟางโจวถึงกับรู้สึกผิดขึ้นมาทันที ใช่สิ…ทั้งสองห่างกันไปนาน ผ่านอะไรมามาก ไม่ใช่แค่เขาคิดถึงนาง—นางเอง…ก็คิดถึงเขาไม่แพ้กันเลย...

หลี่ฟู่มองเห็นความลังเลและความอ่อนโยนของนางอย่างแจ่มชัดในสายตา
เขาหัวเราะเบา ๆ แล้วโน้มตัวไปกระซิบบางสิ่งข้างหูของนางด้วยน้ำเสียงต่ำ

เหลียนฟางโจวถึงกับหน้าแดงซ่าน รีบโบกมือพลางหัวเราะพลางปฏิเสธเสียงเบา ไม่ได้นะ! ไม่ได้เด็ดขาด!”

แต่หลี่ฟู่จะยอมง่าย ๆ ที่ไหน? เขาตื๊อไม่ปล่อย ตื๊ออยู่นาน ในที่สุดเหลียนฟางโจวก็ยอมจำนน หน้าร้อนผ่าวช่วยเขาอย่างเขินอาย

แม้จะไม่ได้กินเนื้อ…แค่ได้น้ำแกงก็ยังพอแก้ความอยากได้บ้าง!

เมื่อทุกอย่างเสร็จสิ้นและเช็ดล้างเรียบร้อย ความปรารถนาอันแรงกล้าในดวงตาของหลี่ฟู่จึงค่อย ๆ จางลงไปบ้าง เขากอดนางไว้ในอ้อมแขน พูดคุยเล่าถึงเรื่องราวที่เกิดขึ้นหลังจากต้องจากกัน

พอได้ยินว่าในคืนวันนั้น…พวกเขาแทบจะสวนทางกัน เหลียนฟางโจวถึงกับเจ็บใจแทบขาด มือทุบลงบนตั่งด้วยความเสียใจ

หลี่ฟู่ได้แต่ยิ้มขื่นแล้วกล่าว ตอนนี้เรากลับมาเจอกันแล้ว เจ้ารู้สึกเสียใจถึงเพียงนี้ แล้วเจ้ารู้ไหม ว่าข้า—ซึ่งรู้แน่ชัดว่าเจ้าพึ่งจะจากไปไม่นาน แต่กลับรอแล้วรอเล่า รอจนไม่ได้เห็นเจ้าแม้แต่นิดเดียว…มันเป็นความรู้สึกแบบไหน?” หลี่ฟู่ถอนหายใจหนึ่งเฮือก…ไม่อาจเอ่ยคำได้อีก

วันนั้นเขารีบร้อนกลับมาถึงท่าเรือเมืองเฉวียนโจว รีบให้คนไปสืบข่าว ก็ได้รู้ว่าเหลียนฟางโจวยังไม่เดินทางมาถึง เขาจึงเฝ้ารออยู่ที่ท่าเรือด้วยตนเอง

เขายังให้คนพายเรือเล็กล่องตรวจไปตามแนวชายฝั่ง หากมีเบาะแสใด ๆ ก็ให้รีบรายงานโดยทันที

ใครจะรู้…ว่าเขารออยู่จนท้องฟ้ามืดสนิท รอจนหมู่ดาวประดับเต็มฟ้า แต่เหนือผิวน้ำกลับไร้วี่แววของเหลียนฟางโจวกับพรรคพวกแม้แต่น้อย…

 

1 ความคิดเห็น: