บทที่
1331 วาระสุดท้ายของจูอวี้อิ๋ง
จูอวี้อิ๋งทรุดฮวบลงกับพื้นอย่างโรยแรง
ลมหายใจรวยรินดุจเทียนใกล้ดับ
เหลียนฟางโจวที่ประทับนั่งอยู่เบื้องบนด้วยท่วงท่าสง่างามสูงศักดิ์
กอปรกับแววตาประหลาดใจนั้น ได้กลายเป็นเข็มพิษที่ทิ่มแทงใจนางอย่างรุนแรง
จูอวี้อิ๋งพลันถลึงตาที่เต็มไปด้วยเพลิงแค้น จ้องมองสตรีเบื้องหน้าด้วยความอาฆาตมาดร้าย
เหลียนฟางโจวคลี่ยิ้มอย่างโล่งอก:
มิผิดตัวแน่... สตรีนางนี้คือจูอวี้อิ๋งมิต้องสงสัย!
สายตาที่นางใช้มองข้ามักจะเป็นเช่นนี้เสมอ!
พลันนั้น
จูอวี้อิ๋งก็ส่งเสียงหัวเราะ "ฮิๆ" ออกมาอย่างบ้าคลั่ง
ก่อนจะเอ่ยอย่างโอหังว่า "เหลียนฟางโจว
เจ้าช่างหน้าด้านไร้ยางอายนิสัยสตรีชั้นต่ำเสียนี่กะไร! ยังจะมีหน้ากลับมาอีกหรือ?
หรือว่าพวกบุรุษในหอนางโลมมากมายเพียงนั้นยังปรนเปรอเจ้ามิหนำใจ!"
อิ๋งชุนและพ่านเซี่ยที่ยืนอยู่ข้างกายเหลียนฟางโจวพลันหน้าถอดสี
ตวาดบริภาษนางพร้อมกัน
เหลียนฟางโจวยกมือขึ้นห้ามปรามคนสนิท
พลางแย้มยิ้มส่งให้จูอวี้อิ๋งอย่างเยือกเย็น
"ข้าคงต้องทำให้เจ้าผิดหวังเสียแล้ว!เจ้ารู้หรือไม่ว่าใครเป็นผู้ช่วยข้าไว้?
เหลียงจิ้นอย่างไรเล่าที่เป็นคนช่วยข้า!"
หากเป็นผู้อื่น
จูอวี้อิ๋งย่อมมิทรงเชื่อ ทว่าหากเป็นเหลียงจิ้น นางมิติดใจสงสัยแม้เพียงนิด!
เพราะในมณฑลหนานไห่นี้ เหลียงจิ้นย่อมมีอานุภาพเพียงพอที่จะกระทำการนี้ให้สำเร็จ
คราก่อนยามที่นางยังอยู่ในคฤหาสน์ตระกูลเหลียงและถูกจูอวี้อิ๋งลอบทำร้าย
ภายหลังนางผู้นี้ก็ได้ลิ้มรสการแก้แค้นอันโหดเหี้ยมของเหลียงจิ้นมาแล้ว
ซึ่งเรื่องนี้เหลียนฟางโจวทราบระแคะระคายมาจากไล่จื่ออย่างละเอียดยิบ
หากในใต้หล้านี้จะมีใครสักคนที่จูอวี้อิ๋งมิกล้าแม้แต่จะนึกโกรธแค้น
ผู้นั้นย่อมเป็นเหลียงจิ้นมิต้องสงสัย!
เป็นดั่งคาด
รอยยิ้มบนหน้าจูอวี้อิ๋งพลันแข็งทื่อ
นางถลึงตาจ้องเหลียนฟางโจวด้วยความเจ็บแค้นและไม่ยินยอม
สายตานั้นประดุจใบมีดคมกริบที่หมายจะแล่เนื้อเถือหนังคนตรงหน้าให้สิ้นซาก
"ข้ามิเชื่อ!"
จูอวี้อิ๋งกัดฟันกรอด เค้นวาจาออกมาทีละคำ
"ข้ามิเชื่อว่าวาสนาของเจ้าจะประเสริฐเลิศล้ำไปเสียทุกครา!
เจ้ามันก็แค่หลอกตัวเอง! หลอกตัวเองทั้งเพ!"
"หลอกตัวเองงั้นหรือ?"
เหลียนฟางโจวยักคิ้วอย่างมินำพาพลางกล่าวว่า "ข้าหาใช่เจ้าไม่
อีกอย่าง วันนี้ข้านั่งอยู่ต่อหน้าเจ้าอย่างสง่าผ่าเผย
อดีตที่ข้าพานพบจะเป็นเช่นไร แล้วมันจะสำคัญอันใดเล่า?"
ใบหน้าของจูอวี้อิ๋งพลันซีดเผือดราวกับกระดาษ
นางพลันนึกถึงวาจาที่หลี่ฟู่เคยลั่นวาจาไว้...
เขาเคยกล่าวว่า ต่อให้นางต้องประสบเคราะห์กรรมย่ำแย่เพียงใด เขาก็ยังคงรักนาง
รักมั่นมิต่างจากเดิมแม้เพียงกระผีกริ้น!
ในที่สุดจูอวี้อิ๋งก็มิอาจทานทนได้อีกต่อไป
นางกุมศีรษะพลางกรีดร้องออกมาเสียงแหลมสูง
เสียงร้องอันโหยหวนบาดลึกเข้าไปในโสตประสาท
ชวนให้ผู้สดับฟังรู้สึกสะท้านเยือกด้วยความทรมาน!
ทว่าเหลียนฟางโจวยังคงจ้องมองนางด้วยสายตาเย็นเยียบ
วางเฉยไร้ความรู้สึก
จูอวี้อิ๋งกรีดร้องจนลำคอแห้งผากจึงสงบลง
นางหอบหายใจพลางเค้นเสียงรอดไรฟัน "เหลียนฟางโจว ข้าแค้นเจ้านัก!
ข้าแค้นเจ้ายิ่งนัก!"
เหลียนฟางโจวเอ่ยอย่างเรียบเฉย
"งั้นหรือ? ทว่าข้ากลับมิได้แค้นเคืองเจ้าถึงเพียงนั้น
ข้ากลับรู้สึกว่าเจ้าน่าเวทนายิ่งกว่า! ชาติตระกูลของเจ้าสูงส่งกว่าข้า
เติบโตท่ามกลางความรักถนุถนอมของบิดามารดาและพี่น้องดุจแก้วตาดวงใจ
เดิมทีเจ้าควรจะได้ออกเรือนกับบุรุษที่มีฐานะทัดเทียม ได้คู่ครองที่บิดามารดาคัดสรรมาอย่างดีเลิศ
ภายหน้าจะมีบุตรธิดาที่ฉลาดหลักแหลม ได้ครองคู่ชูชื่นกับสามีจนแก่เฒ่า
มีลูกเต็มบ้านหลานเต็มเมือง!
ทว่าความดื้อรั้นและทิฐิที่ไร้เหตุผลกลับทำลายทุกสิ่งสิ้น
รวมถึงทำลายตัวเจ้าเองด้วย! เจ้ามิควรต้องมาลงเอยในสภาพเช่นนี้เลย...
ช่างเป็นการทำร้ายทั้งผู้อื่นและตนเองโดยแท้! ดังนั้น
ข้าจึงรู้สึกว่าเจ้านั้นช่างน่าเวทนาและน่าสมเพชยิ่งนัก!"
"หุบปาก!
หุบปาก! เจ้าหุบปากเดี๋ยวนี้!" จูอวี้อิ๋งกรีดร้องพลางอุดหู
ส่ายหน้าไปมาอย่างบ้าคลั่ง "เจ้าโกหก! เจ้าพูดจาเพ้อเจ้อ!
เป็นเจ้าต่างหากที่ทำลายชีวิตข้า! เจ้าเป็นคนทำร้ายข้า!"
วาจาแต่ละคำของเหลียนฟางโจวประดุจใบมีดคมกริบ
ที่กรีดลงบนขั้วหัวใจของจูอวี้อิ๋งอย่างแม่นยำ กรีดลึกถึงกระดูกจนเลือดสาดกระจาย
มันช่างเจ็บปวดรวดเร็วกว่าวาจาบริภาษใดๆ ในใต้หล้าจะเทียบเทียมได้!
เหลียนฟางโจวเพียงแค่นหัวเราะเยาะ
พลางเอ่ยเสียงเรียบ "ข้าจะพูดจาเพ้อเจ้อหรือไม่ ในใจเจ้าย่อมรู้ดีที่สุด
หากข้าต้องมาเสียเวลาทุ่มเถียงเรื่องไร้สาระเช่นนี้กับเจ้า
ข้าก็คงเป็นคนเขลาเต็มที!"
"ยามนี้เจ้าลำพองใจนักใช่ไหม?"
จูอวี้อิ๋งเงยหน้าขึ้นฉับพลัน
ใบหน้าบิดเบี้ยวดูน่าเกลียดประดุจอสรพิษ แววตาอาฆาตมืดดำประดุจไฟนรกที่ลุกโชน
นางกัดฟันกรอด "เจ้าได้วางท่าสูงส่งต่อหน้าข้า ยามนี้คงลำพองใจมากสินะ?
ไสหัวไป! ข้าไม่อยากเห็นหน้าเจ้า! ไสหัวไปเดี๋ยวนี้!"
"เจ้าเข้าใจผิดอีกแล้ว!"
เหลียนฟางโจวส่ายหน้าพลางกล่าวว่า
"ข้าไม่เคยรู้สึกว่าตนเองต่ำต้อยกว่าเจ้าแม้เพียงชั่วอึดใจเดียว
ดังนั้นจึงไม่มีความรู้สึกว่าต้องวางท่าสูงส่งเพื่อข่มเจ้าให้ลำพองใจ!
เจ้าไม่อยากเห็นหน้าข้าหรือ? วางใจเถิด
ข้าเองก็มิปรารถนาจะเห็นเจ้าเช่นกัน! นับจากนี้ไป
เราทั้งคู่จะได้สงบสุขเสียที!"
"เจ้าหมายความว่าอย่างไร!"
จูอวี้อิ๋งสัมผัสได้ถึงลางร้ายบางอย่าง หัวใจพลันบีบรัดโดยสัญชาตญาณ
เหลียนฟางโจวคลี่ยิ้ม
ท่วงท่ายิ่งดูสงบนิ่งเยือกเย็น "เจ้าคิดว่าข้าหมายความว่าอย่างไรเล่า?
คุณหนูหกตระกูลจูหาใช่คนเขลา
มิแน่ใจเชียวหรือว่าคำบอกใบ้ที่ชัดแจ้งเพียงนี้หมายถึงสิ่งใด?"
"เจ้า...
เจ้า—" จูอวี้อิ๋งสั่นสะท้านไปทั้งร่าง นางกัดฟันกรอด "เจ้าจะฆ่าข้า?"
แววตาของเหลียนฟางโจวพลันเปลี่ยนเป็นเยือกเย็นและดุดัน
นางเอ่ยเสียงต่ำ "แล้วเจ้าเล่า ไม่อยากฆ่าข้าหรือ?"
จูอวี้อิ๋งหัวเราะร่าอย่างบ้าคลั่ง
"ข้านึกเสียดายนัก! หากครานั้นข้าลงมือปลิดชีพเจ้าให้สิ้นซากเสียแต่ทีแรก
ป่านนี้ข้าคงตายตาหลับไปแล้ว!"
"เจ้าไม่มีทางทำเช่นนั้น"
เหลียนฟางโจวส่ายหน้า "ต่อให้เริ่มใหม่ได้อีกกี่ครา
เจ้าก็ไม่มีวันลงมือให้จบสิ้นในทีเดียว หากมิได้ทรมานข้า ใจเจ้าจะสงบลงได้อย่างไร?"
จูอวี้อิ๋งแค่นยิ้มเย็น
"ก็จริง! เจ้ามิรู้หรอกว่าข้าปรารถนาจะทรมานเจ้าเพียงใด
ต้องให้เจ้าตกนรกทั้งเป็น ข้าถึงจะใช้ชีวิตได้ดีขึ้นมาบ้าง!"
"เจ้าเสียสติไปแล้ว!
ข้ามิมีสิ่งใดจะเสวนากับเจ้าอีก วาจาพวกนี้ต่อให้ฟังเป็นเรื่องตลก
ฟังบ่อยเข้าก็ชวนให้เบื่อหน่ายนัก" เหลียนฟางโจวเอ่ยอย่างเรียบเฉย
"ข้ามิได้มีรสนิยมพิสดารเช่นเจ้า มิมีอารมณ์จะมานั่งทรมานใคร!
สุราพิษหรือแพรขาว... เจ้าเลือกเอาเองเถิด!"
"เจ้ามีสิทธิ์อันใด!"
จูอวี้อิ๋งถลึงตาจ้องเหลียนฟางโจวด้วยความแค้นเคือง
ลมหายใจเริ่มขาดห้วงและหนักหน่วงประดุจสัตว์ป่าที่บาดเจ็บ
นางหอบหายใจรัวพลางตะคอกว่า "ข้าจะพบแม่ทัพหลี่! ข้าจะพบแม่ทัพหลี่!
เจ้ามีสิทธิ์อันใดมาตัดสินความเป็นความตายของข้า! เจ้ามีสิทธิ์อันใด!"
ช่างน่าขันสิ้นดี!
สตรีผู้นี้ถึงกับวางท่าสูงศักดิ์ สั่งให้นางเลือกระหว่างแพรขาวหรือสุราพิษ!
นาง...
จูอวี้อิ๋งผู้นี้
จะต้องมาจบชีวิตลงตามความต้องการของสตรีบ้านนอกที่นางเคยเหยียดหยามและมองว่าต่ำต้อยกว่าในทุกด้านอย่างนั้นหรือ?
นางมิมีวันยอม!
ต่อให้ต้องมอดม้วยก็มิอาจยอมรับได้!
"เขาจะไม่มาพบเจ้า"
เหลียนฟางโจวยิ้มเยาะ
"ดูท่าอาการอวดดีคิดไปเองของเจ้าจะรักษามิหายจนถึงวันตาย
สามีของข้าไม่มีทางมาพบเจ้าแน่นอน! เร่งเลือกเสียเถิด หากเจ้ามิเลือก
ข้าจะเป็นคนเลือกให้เจ้าเอง!"
"ข้ามมิเลือก!
ข้ามิเลือก!" จูอวี้อิ๋งหอบหายใจด้วยความแค้น "เจ้ามิคู่ควร!
เจ้ามิคู่ควรสักนิด! บังอาจมาเอาชีวิตข้า เจ้าเป็นตัวอะไรกัน..."
เหลียนฟางโจวจ้องมองนางนิ่งๆ
ครู่หนึ่งก่อนเอ่ย "ไม่ยินยอมงั้นหรือ? เช่นนั้นยามถึงหน้าพญายมราช
ก็จงไปร้องเรียนเอาเถิด! ทว่าเรื่องนี้เจ้าจะได้รับความยุติธรรมหรือไม่
ในใจเจ้าย่อมรู้ดีที่สุด!"
เหลียนฟางโจวหยัดกายลุกขึ้นพลางสั่งการเรียบๆ
"มอบสุราให้นางเถิด จะได้มิต้องเสียความ"
อิ๋งชุนและพ่านเซี่ยย่อกายรับคำสั่ง
จูอวี้อิ๋งคลุ้มคลั่งกรีดร้อง
พลันเกิดแรงฮึดจากที่ใดมิอาจทราบได้
นางทะลึ่งพรวดขึ้นจากพื้นแล้วหมายจะโจนทะยานเข้าใส่เหลียนฟางโจว
อิ๋งชุนและพ่านเซี่ยตกใจหน้าถอดสี
รีบพุ่งตัวเข้าไปขวางและจับกุมจูอวี้อิ๋งไว้มั่น
จูอวี้อิ๋งดิ้นรนสุดชีวิต
กรีดร้องและด่าทออย่างบ้าคลั่ง
ทว่าเหลียนฟางโจวกลับมิได้หันหลังกลับมามองแม้เพียงหางตาขณะเดินจากไป
นางไม่มีความจำเป็นต้องใส่ใจสตรีนางนี้อีกต่อไป!
เมื่อบานประตูเบื้องหลังปิดสนิท
เสียงกรีดร้องและคำสาปแช่งประดุจเสียงจากอเวจีก็ค่อยๆ
แว่วหายไปพร้อมกับความแค้นที่ฝังรากลึกมาเนิ่นนาน ในที่สุด...
บัญชีหนี้แค้นครั้งนี้ก็ได้ถูกสะสางจนสิ้นซากเสียที
รอคิดตามต่อไปค่ะ
ตอบลบ