บทที่ 1337 เจรจาล้มพับ
ตระกูลเล่อเจิ้งแม้ขุมกำลังมหาศาล
สมาชิกสายหลักสายรองสืบทอดกันมาเนืองแน่น ทว่าเพราะถือคติทางสายกลาง
ยึดถือความเรียบง่าย ทุกด้านจึงมิได้โดดเด่นนัก อาศัยเพียงความ "มั่นคง"
และ "ความยิ่งใหญ่" เป็นที่ตั้ง
หากใต้เท้าหลี่ผู้นี้เป็นขุนพลกรำศึก ถือหลักอาญาสิทธิ์เหล็ก
ขอเพียงมีท่าทีแข็งกร้าวและหาข้ออ้างเข้าจัดการตระกูลเล่อเจิ้งได้ ย่อมไร้ปัญหา
ทั้งยังเป็นการเชือดไก่ให้ลิงดู ให้ทุกคนรู้จักสำรวมตน
ส่วนตระกูลเหลียงนั้น ในช่วงปีหลังมานี้รุ่งเรืองถึงขีดสุด
มีอำนาจบารมีมากที่สุด จนกลายเป็นจ้าวผู้ครองหนานไห่อย่างแท้จริง
นี่คือกระดูกชิ้นโต หากสามารถแทะกระดูกชิ้นนี้ได้สำเร็จ
ตระกูลอื่นอีกสามแห่งย่อมต้องยอมสยบสวามิภักดิ์ทันที
เมื่อนั้นปัญหาในหนานไห่ย่อมคลี่คลายไปตามครรลอง
ทว่าการจะแทะกระดูกชิ้นโตนี้มิใช่เรื่องง่าย
ย่อมต้องผ่านการห้ำหั่นนองเลือด
แต่ผู้ว่าการมณฑลคนใหม่มิใช่ขุนนางฝ่ายทหารที่สร้างตัวมาจากกองทัพหรอกรึ? มิได้อาศัยความชอบทางทหารจนได้รับแต่งตั้งเป็นโหวหรอกรึ?
คนประเภทนี้มักโปรดปรานการแทะกระดูกชิ้นโตเสียด้วยสิ!
สรุปแล้ว ไม่ว่าจะวิเคราะห์เยี่ยงไร
ตระกูลเติ้งของเขาก็มิควรเป็นรายแรกที่ต้องรับเคราะห์!
ทว่า เขากลับชุบเลี้ยงบุตรสาวที่ "ดี" ยิ่งนัก!
ก่อเรื่องซ้ำแล้วซ้ำเล่า
จนผลักดันตระกูลตนเองขึ้นสู่ยอดคลื่นลมพายุโดยมิอาจหลีกเลี่ยง!
คราก่อนเพียงเพราะหลงรักใต้เท้าหลี่จนทำให้หลี่ฮูหยินขุ่นเคืองใจ
และโดนสั่งสอนไปเล็กน้อย แม้จะเป็นเรื่องมิงาม ทว่าก็มิใช่ความผิดที่มิอาจอภัยได้
แต่ครานี้ นางกลับบังอาจถึงเพียงนี้! ถึงขั้นหมายเอาชีวิตหลี่ฮูหยิน!
ลำพังเพียงหมายเอาชีวิตก็ร้ายแรงพอแล้ว
แต่นี่กลับใช้กลอุบายที่ชั่วร้ายอำมหิตยิ่งนัก และที่สำคัญคือในยามนั้น
ภายในครรภ์ของหลี่ฮูหยินเพิ่งจะมีเลือดเนื้อเชื้อไขของใต้เท้าหลี่...
เพียงแค่ลำดับเหตุการณ์ทั้งหมดนี้
ใต้เท้าเติ้งก็รู้สึกได้ถึงไอเย็นที่แล่นปราดจากกระดูกสันหลังขึ้นไปถึงท้ายทอยจนหนาวสะท้าน
หลังจากปรึกษาหารือกับบุตรชายทั้งสองและหลงจู๊คนสนิท
เขาจึงจำต้องตัดใจสละเส้นทางการค้าเพิ่มอีกสามสาย สายหนึ่งตรงสู่หางโจว
สายหนึ่งชี้ไปทางจี่หนาน และอีกสายเชื่อมต่อไปยังหนานชาง
ทั้งยังยินดีถอนตัวจากการรับซื้อผลิตผลพื้นเมืองและของป่าในหนานไห่ทั้งหมด พร้อมยกจุดรับซื้อทุกแห่งให้โดยดุษฎี
การกระทำนี้มิต่างจากการเฉือนเนื้อตนเอง
เพราะเท่ากับยอมสละกิจการที่เหลืออยู่ถึงสี่ส่วน
หากรวมกับเส้นทางการค้าสามสายที่เสียไปก่อนหน้า
และความสูญเสียจากการร่วมค้ากับตระกูลฝู
ยามนี้ตระกูลเติ้งเหลือกิจการมิถึงครึ่งของแต่ก่อนเสียด้วยซ้ำ!
ใครจะรู้
หลี่ฟู่มิเพียงจะมิยินดีกับการสละกิจการที่มิต่างจากการควักหัวใจนี้
แม้แต่คำตกลงก็มิมีให้!
เขาแค่นยิ้มเย็นชา "ดูจากท่าทางของใต้เท้าเติ้งแล้ว
ราวกับว่าฮูหยินของข้าเป็นฝ่ายเอาเปรียบตระกูลเติ้งของท่านอย่างใหญ่หลวงรึ?"
ใต้เท้าเติ้งชะงักงัน ยิ้มขื่นพลางกล่าวว่า
"ใต้เท้าไฉนเอ่ยเช่นนั้น? ข้าน้อยกระทำถึงเพียงนี้ ก็นับว่าเปี่ยมด้วยความจริงใจแล้ว!"
หลี่ฟู่แค่นหัวเราะ "ชิ" ออกมาคราหนึ่ง ก่อนจะเอ่ยว่า
"จริงใจรึ? เส้นทางการค้าสามสายที่ท่านว่ามา
ฮูหยินของข้าจะต้องการหรือไม่มินับเป็นเรื่องสลักสำคัญ
เพราะในมือนางก็มีอยู่สามสาย เพียงพอให้นางเล่นสนุกแล้ว!
ส่วนกิจการรับซื้อผลิตผลพื้นเมืองและของป่าในหนานไห่ หึๆ
ยังต้องรอให้ตระกูลเติ้งของท่านมาหยิบยื่นให้อีกรึ? ข้าว่าท่านกล่าวสลับกันเสียมากกว่า
หากจะบอกว่า 'มอบให้' ควรเป็นฮูหยินข้ามอบให้ตระกูลเติ้งเสียมากกว่ากระมัง!"
ใต้เท้าเติ้งทั้งโกรธทั้งแค้น
ในใจก่นด่าหลี่ฟู่และเหลียนฟางโจวว่าไร้ยางอาย เขาพลันกัดฟันกรอด
"ต้องกระทำเช่นไรหลี่ฮูหยินจึงจะพึงพอใจ ขอใต้เท้าโปรดชี้แนะ!"
ใต้เท้าเติ้งมิเพียงชิงชังหลี่ฟู่และเหลียนฟางโจว
แต่ยังพาลโกรธไปถึงตระกูลเหลียงและตระกูลเล่อเจิ้ง
เมื่อวันก่อนเขาและบุตรชายได้ไปเยี่ยมเยียนสองตระกูลนั้น
หมายจะขอให้ช่วยออกหน้าไกล่เกลี่ย ใครจะรู้ว่าต่างฝ่ายต่างพากันปัดสอยมิไยดี!
ช่างไร้สายตายิ่งนัก มิรู้รึว่าวันนี้หลี่ฟู่จัดการตระกูลเติ้งได้
วันหน้าย่อมจัดการพวกมันได้เช่นกัน!
ตระกูลเล่อเจิ้งเอาแต่รักษาตัวรอด ตระกูลเหลียงก็เอาแต่ปัดและคอยดูละครฉากใหญ่
มิรู้จริงๆ ว่าพวกมันคิดอ่านประการใด!
หลี่ฟู่ปรายตามองเขาพลางยิ้ม
"ท่านกล่าวเช่นนี้แต่แรกก็สิ้นเรื่อง? เพียงวาจาไม่กี่คำ ไฉนต้องอ้อมค้อมให้เสียเวลา! ฮูหยินข้ากล่าวว่า
นับแต่นี้ไปให้ตระกูลเติ้งถอนตัวจากกิจการค้าขายกับต่างแดนทั้งหมด
เรื่องนี้จึงจะถือว่าสิ้นสุด!"
ใต้เท้าเติ้งเบิกตาโพลง ลอบสูดลมหายใจเย็นเฉียบเข้าปอด!
เนิ่นนานกว่าจะเรียกสติคืนมาได้ เขาข่มโทสะพลางเอ่ยว่า "นี่...
นี่มิเท่ากับบีบให้ตระกูลเติ้งต้องสิ้นหวังไร้ทางทำกินหรอกรึ!"
หากไร้ซึ่งการค้ากับต่างแดน
ตระกูลเติ้งยังจะนับเป็นหนึ่งในสี่ตระกูลใหญ่ได้อีกรึ? เกรงว่าจะต้องร่วงหล่นลงไปเป็นตระกูลชั้นสามชั้นสี่ในทันที!
เมื่อมิมีการค้าทางทะเล มิมีสินค้าจากโพ้นทะเลมาหมุนเวียน
เขาจะเอาสิ่งใดไปขายให้เหล่าพ่อค้า? แล้วผ้าไหม ใบชา และเครื่องปั้นดินเผาที่เคยกว้านซื้อมาเพื่อส่งออก
จะระบายให้แก่ผู้ใด?
ผลกระทบนี้รุนแรงเกินกว่าจะประเมินค่าได้ มิหาต้องคำนวณให้เสียเวลา
ก็ล่วงรู้ได้ทันทีว่านี่คือการทำลายรากเหง้าของตระกูล!
ความโกลาหลที่จะตามมา ร้านค้ามากมายต้องปิดตัวลงเพราะขาดสินค้า
บ่าวไพร่และหลงจู๊นับมิถ้วนต้องถูกเลิกจ้าง
พันธมิตรทางการค้าทั้งต้นน้ำและปลายน้ำต้องขาดสะบั้นลง...
เกรงว่าต้องผลาญทรัพย์สินจนเกลี้ยง จึงจะพอเอาตัวรอดจากพายุลูกนี้ได้!
"หานเอ๋อร์ทำผิดต่อฮูหยินจริง
ทว่าไม้เด็ดครานี้ของหลี่ฮูหยิน มันไม่เกินไปหน่อยหรือ!"
ใต้เท้าเติ้งหน้าเขียวคล้ำ เอ่ยเสียงเย็น
"ต่อให้ใต้เท้าจะทรงอำนาจวาสนาสูงส่งเพียงใด
เรื่องนี้ขอใต้เท้าโปรดประทานอภัย ข้าน้อยมิอาจรับปากได้!
หากหลี่ฮูหยินปรารถนาจะระบายโทสะ
พรุ่งนี้ข้าพเจ้าจะมัดนังลูกไม่รักดีมามอบให้หลี่ฮูหยิน
จะทุบตีสังหารหรือจัดการประการใดล้วนสุดแท้แต่ฮูหยินจะบัญชา! ข้าน้อยขอลา!"
การจัดการเช่นนี้ แม้จะถูกตราหน้าว่าไร้น้ำใจ
เลือดเย็นมิเห็นแก่สายเลือด ส่งผลกระทบต่อชื่อเสียงการค้าบ้าง
ทว่าหากเทียบกับการต้องถอนตัวจากการค้าโพ้นทะเลแล้ว
ผลเสียนั้นนับว่าเล็กน้อยกระจิริดยิ่งนัก!
มาถึงขั้นนี้ ใครก่อเรื่องย่อมต้องรับกรรมเอง
ถือเสียว่ามิเคยกำเนิดนังเด็กนั่นมาก็แล้วกัน!
จะให้ตระกูลเติ้งทั้งตระกูลต้องล่มจมเพราะนางเพียงคนเดียวได้อย่างไร!
มิเช่นนั้น น้ำพักน้ำแรงที่เขาสร้างมาค่อนชีวิต
มิสูญสิ้นไปกับตาหรอกรึ!
ใต้เท้าเติ้งเอ่ยเสียงเย็นชาพลางประสานมือเตรียมจะจากไป
ทว่ามิทันตั้งตัว
ชายฉกรรจ์ในชุดบ่าวไพร่สีเขียวเจ็ดแปดคนพลันปรากฏกายขึ้นที่หน้าประตูอย่างไร้สุ้มเสียง
ขวางเส้นทางออกไว้อย่างแน่นหนา
ใต้เท้าเติ้งใจสะท้าน สีหน้าเปลี่ยนแปรไปในฉับพลัน
จ้องมองหลี่ฟู่พลางคำรามเสียงต่ำ "ใต้เท้าหลี่หมายความว่าอย่างไร!"
หลี่ฟู่เพียงแค่นยิ้มเย็น มิได้ปริปาก
ลางสังหรณ์ร้ายในใจใต้เท้าเติ้งยิ่งทวีความรุนแรง เขาตวาดกร้าว
"ใต้เท้าหลี่คิดจะควบคุมตัวข้าน้อยรึ! ข้าน้อยมีความผิดประการใด!"
หลี่ฟู่แค่นยิ้ม "เปิ่นกวน (ข้าผู้เป็นขุนนาง)
บอกว่าเจ้ามีความผิด เจ้าก็ย่อมมีความผิด เจ้าคิดว่าคนภายนอกจะเชื่อข้า
หรือจะเชื่อเจ้า? บุตรสาวของเจ้าบังอาจคิดสังหารฮูหยินของข้า
ช่างขวัญกล้าเทียมฟ้าเสียจริง! ข้าจะจับตัวเจ้าไว้
เจ้ายังกล้าร้องขอความเป็นธรรมอีกรึ?"
"ข้า—" ใต้เท้าเติ้งพลันสิ้นฤทธิ์ลงทันตา
เขาผู้เป็นบิดามีหน้าที่ต้องสั่งสอนบุตรสาว จะร้องขอความเป็นธรรมได้อย่างไร?
"ข้ากล่าวแล้ว
พรุ่งนี้จะมัดนังลูกไม่รักดีมาส่งให้! ความผิดนางมิอาจอภัย
ใต้เท้าจงจัดการไปตามกฎหมายบ้านเมืองเถิด!"
ใต้เท้าเติ้งเอ่ยด้วยความขุ่นเคือง
หลี่ฟู่หัวเราะ "ชิ" ออกมาคราหนึ่ง "ท่านวางใจเถิด
นางหนีมิพ้นแน่! และตัวท่านเอง... ก็หนีมิพ้นเช่นกัน! คน! พาใต้เท้าเติ้งลงไปดูแลให้ดี
อย่าให้ใต้เท้าต้องลำบาก!"
สิ้นเสียงสั่งการของหลี่ฟู่ ชายฉกรรจ์เหล่านั้นก็ขานรับ
"ขอรับ!" พร้อมกัน ก่อนจะรวบตัวใต้เท้าเติ้งไว้
ใต้เท้าเติ้งทั้งตระหนกทั้งโกรธแค้น ตวาดเสียงหลง "หลี่ฟู่!
เจ้าใช้หน้าที่ล้างแค้นส่วนตัว!"
หลี่ฟู่จ้องมองเขาด้วยสายตาเย็นเยียบพลางเอ่ย "เติ้งเสี่ยวหยา
ท่านช่างสำคัญตนผิดไปแล้ว! บุตรสาวท่านลงมือกับฮูหยินข้าคราแล้วคราเล่า
หากข้ายอมละเว้นท่านไป วันหน้าฮูหยินข้าคงมิอาจอยู่อย่างสงบสุขได้! หากจะโทษ
ก็จงโทษที่ท่านชุบเลี้ยงบุตรสาวได้ 'ดี'
ยิ่งนัก จะโทษผู้อื่นมิได้! ท่านวางใจ ข้าทำงานมีขั้นตอนมีเหตุผล
ความแค้นย่อมมีต้นสายปลายเหตุ ท่านแม้มีความผิดฐานสั่งสอนบุตรมิได้ความ
ทว่าโทษนั้นมิถึงตาย
ข้าเพียงต้องขออภัยที่ต้องให้ท่านพำนักอยู่ที่นี่อย่างสงบสักสองสามวัน
เมื่อพ้นกำหนดแล้วย่อมจะส่งท่านกลับไป! ทว่า หากท่านมิสำรวมคิดจะก่อเรื่อง
ก็จงลองดู! เอาตัวไป!"
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น