บทที่ 1341 ฉลาดแต่กลับถูกความฉลาดเล่นงาน
“ใครบอกว่าจะปล่อยให้คนมาดูหมิ่นดูแคลนกันเล่า?”
หลี่ฟู่แย้มยิ้มพลางโอบนางกลับไปนั่งลง
มือประคองไหล่บางไว้อย่างทะนุถนอม “เจ้าพักผ่อนอยู่ในห้องให้ดีเถิด
เรื่องนี้ข้าจะจัดการเอง เจ้ากำลังตั้งครรภ์
ข้าไม่อยากให้เจ้าต้องไปเผชิญเรื่องพรรค์นี้ หากเจ้าโมโหจนกระทบกระเทือนถึงครรภ์
มิต้องเสียมากกว่าได้หรือ?”
“ท่านน่ะหรือ?” เหลียนฟางโจวย่อมรู้ดีว่าสตรีมีครรภ์ห้ามถูกกระทบจิตใจ
นางถอนใจอย่างขัดเสียไม่ได้ “ท่านจะไหวหรือ? อย่างไรท่านก็เป็นเจ้าเมือง
ส่วนผู้ถูกกล่าวหาก็คือภริยาของท่าน ไม่ว่าท่านจะทำเช่นไร
ย่อมหนีไม่พ้นข้อครหาว่าเข้าข้างคนของตนเอง ท่านจะหาเรื่องใส่ตัวไปไย!”
“วางใจเถอะ ข้ามิเปิดช่องให้ผู้ใดครหาได้หรอก!”
หลี่ฟู่ยิ้มกว้างก่อนลุกขึ้นยืน สั่งความให้หงอวี้ดูแลนายหญิงให้ดี
ส่วนตนเองนั้นสาวเท้าเดินออกไปอย่างองอาจ
เหลียนฟางโจวทำได้เพียงรอคอยอย่างกังวล
“คุณหนูสามสกุลเติ้ง!” น้ำเสียงเย็นเยียบของหลี่ฟู่ดังขึ้นเหนือศีรษะ
เติ้งเมิ่งหานสะท้านไปทั้งร่าง เสียงสะอื้นหยุดกะทันหัน
นางเงยหน้าขึ้นมองเขาอย่างรวดเร็ว
พลันนึกขึ้นได้ว่าใบหน้าตนมีรอยแผลเป็น
นางจึงรีบก้มหน้าลงด้วยความอัปยศ พยายามซุกงุดใบหน้าไว้กับอก
สองมือเนียนนุ่มกำหมัดแน่น
เล็บแหลมคมจิกเข้ากลางฝ่ามือจนแดงฉานแทบกระฉูดเลือด
แต่นางกลับไม่รู้สึกเจ็บแม้แต่น้อย
ในใจนางมีเพียงความแค้น! แค้นเหลือคณา!
นางคือบุตรีสายตรงของหนึ่งในสี่ตระกูลใหญ่แห่งมณฑลหนานไห่
เป็นแก้วตาดวงใจของบิดามารดา ตระกูลมั่งคั่งประดุจเชื้อพระวงศ์
เหตุใดเขาจึงไม่ชายตาแลนางแม้เพียงนิด!
เหตุใดเพียงตำแหน่งอนุเขายังมิยอมมอบให้นาง!
ขอเพียงได้อยู่เคียงข้าง ต่อให้ต้องเป็นเพียงสาวใช้คอยรับใช้
นางก็ยินยอมพร้อมใจ...
หลี่ฟู่กวาดสายตาคมปราบดุจกระบี่มองไปยังฝูงชน
ผู้คนต่างพากันเงียบกริบโดยสัญชาตญาณ
“เจ้ามาทำอะไรที่นี่?” เขาถามด้วยน้ำเสียงเย็นชา
วาจาที่ไร้เยื่อใยนั้นปลุกเติ้งเมิ่งหานให้ตื่นจากภวังค์ความโศกเศร้า
ความเย็นเยียบแล่นพล่านเข้าสู่หัวใจ ทำให้นางเริ่มแข็งขืนขึ้นมา
เติ้งเมิ่งหานสูดลมหายใจลึก ก่อนจะเอ่ยว่า “ใต้เท้า ข้าน้อยล่วงเกินฮูหยิน
จึงมาขอให้ฮูหยินลงทัณฑ์เจ้าค่ะ!”
“โอ้?” หลี่ฟู่เลิกคิ้วขึ้น
“เจ้าไปล่วงเกินฮูหยินตอนไหน เหตุใดเปิ่นกวน (ข้าผู้เป็นขุนนาง) ถึงมิรู้เรื่อง?
ช่างประหลาดแท้! เจ้าล่วงเกินนาง แต่นางมิได้เอาความ
เจ้ากลับเสนอหน้ามาถึงประตูบ้านเองเชียวหรือ?”
เติ้งเมิ่งหานชะงักไปครู่หนึ่งก่อนจะรีบกล่าว “ฮูหยินมิถือสา
ย่อมเป็นวาสนาของข้าน้อย! ทว่า... ฮูหยินกลับกักขังบิดาของข้าน้อยไว้
ยามนี้ที่บ้าน...”
“บังอาจ!” สีหน้าหลี่ฟู่พลันมืดครึ้ม
ตวาดเสียงดังกึกก้อง “เจ้าว่ากระไร? ลองพูดใหม่อีกทีซิ?
เจ้าหาว่าฮูหยินกักขังบิดาของเจ้าอย่างนั้นรึ!”
เสียงตวาดนั้นทำเอาผู้คนรอบข้างใจสั่นขวัญแขวน
หลายคนเริ่มลอบหัวเราะเยาะ
ใครบ้างไม่รู้ว่าใต้เท้าและฮูหยินรักใคร่ปานจะกลืนกิน
คุณหนูเติ้งผู้นี้คงเสียสติไปแล้วกระมัง
ถึงกล้ากล่าวหาว่าฮูหยินกักขังนายท่านเติ้ง? ฮูหยินเป็นสตรีฝ่ายใน จะไปกักขังบุรุษ...
แถมยังเป็นบุรุษมีอายุไว้ในเรือนได้อย่างไร
เรื่องนี้หากแพร่ออกไปจะกลายเป็นเช่นไร!
คุณหนูเติ้งผู้นี้สมองคงเลอะเลือนไปแล้วจริงๆ นอกจากจะกล้าพูดเช่นนี้
ยังกล้าพูดต่อหน้าใต้เท้าอีก มิต่างอะไรกับการรนหาที่ตาย!
เติ้งเมิ่งหานเพิ่งได้สติว่าคำพูดของตนแฝงความนัยที่น่าอัปยศเพียงใด
ใบหน้าพลันแดงก่ำ รีบร้อนละล่ำละลัก “ใต้เท้าโปรดเมตตา ข้าน้อย... ข้าน้อยมิได้หมายความเช่นนั้น
ข้าน้อย—”
“ไม่ต้องพูดแล้ว!” หลี่ฟู่ตัดบทอย่างเย็นชา
“เปิ่นกวนก็ได้ยินเรื่องที่นายท่านเติ้งหายตัวไปเช่นกัน
แต่คนในตระกูลเจ้ากลับไม่มีใครไปแจ้งความที่ศาลาว่าการ ในเมื่อราษฎรมิร้องเรียน
ขุนนางย่อมมิอาจก้าวก่าย! แต่เจ้ากลับมาสาดโคลนใส่ฮูหยิน ใครสั่งสอนเจ้ากัน?
อีกอย่าง พี่ชายทั้งสองของเจ้าเล่า? มารดาเจ้าเล่า?
ตระกูลเติ้งปล่อยให้แม่นางน้อยที่ยังไม่ออกเรือนและไม่รู้ความเช่นเจ้า
มาอาละวาดที่เรือนหลังของข้าได้อย่างไร? ข้าขอเตือนเจ้าไว้
ฮูหยินกำลังตั้งครรภ์และต้องการความสงบ หากนางเป็นอะไรไปแม้เพียงนิด
ข้าจะเอาผิดที่เจ้าเพียงผู้เดียว!”
เหล่าจีนมุงเริ่มส่งเสียงวิพากษ์วิจารณ์ซุบซิบ ใช่แล้ว...
สกุลเติ้งมิได้ไร้สิ้นผู้คน
เหตุใดจึงปล่อยให้ดรุณีแรกรุ่นนางหนึ่งออกมาก่อหวอดสร้างเรื่อง? ช่างขัดต่อหลักเหตุผลยิ่งนัก
เห็นทีเรื่องนี้ต้องมีเงื่อนงำอำพราง!
“นางตั้งครรภ์อีกแล้วรึ!” เติ้งเมิ่งหานโพล่งถามออกไป
แววตาที่เต็มไปด้วยความสูญเสีย ผิดหวัง และร้าวรานนั้น
ผู้ใดที่มีดวงตาย่อมมองออกอย่างทะลุปรุโปร่ง
ชาวบ้านที่ยืนมุงอยู่แถวหน้าเห็นเข้าก็ยิ่งนึกดูแคลน
ที่แท้คุณหนูสามสกุลเติ้งผู้นี้จนถึงยามนี้ก็ยังมิตัดใจจากใต้เท้าหลี่!
มิน่าเล่าพอได้จังหวะถึงรีบมาหาเรื่องฮูหยินหลี่ ช่าง... ไร้ยางอายสิ้นดี!
เติ้งเมิ่งหานสะกดกลั้นความขมขื่นในใจ เอ่ยตอบว่า
“มิเกี่ยวกับท่านแม่และพี่ชายทั้งสอง! เป็นข้า... เป็นข้าที่แอบมาเอง!”
“แอบมาอย่างนั้นรึ?” หลี่ฟู่แค่นเสียงเย็น
“ต่อให้เป็นเช่นนั้น เจ้าที่เป็นเพียงสตรีในห้องหอ
มีสิทธิ์อันใดมาโยนความผิดเรื่องบิดาหายตัวไปให้ฮูหยิน? เจ้าจะไปรู้อันใด
หรือใช้เพียงความนึกคิดเพ้อเจ้อของตนเองตัดสิน? เปิ่นกวนคร้านจะถือสาหาความกับเจ้า!
ทหาร... ไปสกุลเติ้ง บอกให้พี่ชายสองคนของนางมารับตัวกลับไป!”
พูดจบเขาก็จ้องเขม็งไปที่เติ้งเมิ่งหาน “หากมีคราวหน้า
อย่าหาว่าเปิ่นกวนไร้เมตตา!”
หลี่ฟู่สะบัดหน้าจากไปทันที
เหล่าเจ้าหน้าที่รีบเข้าสลายฝูงชนที่มามุงดู
เหลือเพียงบ่าวสองคนยืนคุมตัวเติ้งเมิ่งหานไว้
เติ้งเมิ่งหานปล่อยโฮออกมา ร่างบางหมอบราบลงกับพื้นพลางร่ำไห้
“ใต้เท้าหลี่! ใต้เท้าหลี่! ผู้น้อยยินดีปรนนิบัติรับใช้เป็นวัวเป็นม้าเพื่อไถ่โทษ
ขอใต้เท้าโปรดปล่อยท่านพ่อของข้าไปเถิด! ปล่อยเขาไปเถิด
เรื่องนี้มิเกี่ยวข้องกับเขาจริงๆ!”
ทว่าหลี่ฟู่เดินไปไกลสุดกู่แล้ว มีหรือจะได้ยินเสียงคร่ำครวญของนาง
บ่าวที่คุมอยู่ข้างๆ กระตุกมุมปากอย่างเหยียดหยาม
ก่อนจะยืนรอคนสกุลเติ้งด้วยท่าทีเฉยเมย
ทางด้านพี่ชายสกุลเติ้ง เมื่อเห็นคนจากศาลาว่าการมาถึงก็ใจหายวาบ
พอได้ยินคำสั่งแกมบังคับให้ไปรับตัวเติ้งเมิ่งหาน
หัวใจของทั้งคู่ก็เย็นเฉียบไปถึงขั้ว!
น้องสาวทำงานพลาดเสียแล้ว!
ภายใต้ความตื่นตระหนก ความโกรธแค้นก็พุ่งขึ้นมาแทนที่
มิน่าเล่าเขาถึงว่าบุตรสาวคือตัวล้างผลาญ!
ยังมีดรุณีบ้านใดล้างผลาญได้เท่าบ้านเขาอีกหรือไม่? นางคงคิดจะผลาญทรัพย์สินสกุลเติ้งจนสิ้นซากถึงจะพอใจ!
ช่างเป็นพวกทำเรื่องดีไม่ได้ ทำเรื่องร้ายมีเหลือล้น!
กระทั่งการแบกกิ่งหนามขอขมา นางยังทำเสียเรื่องถึงเพียงนี้!
ทั้งสองมิกล้าชักช้า
สั่งเตรียมรถม้าพลางยื้อตัวเจ้าหน้าที่ที่มาแจ้งข่าวไว้ไม่ให้ไปไหน
พร้อมลอบยัดเงินสินบนแลกกับการสอบถามความนัย
เจ้าหน้าที่ผู้นั้นได้รับนัยมาจากหลี่ฟู่แล้ว
จึงเอ่ยบอกอย่างตรงไปตรงมา “นายน้อยสกุลเติ้งทั้งสอง
ปกติข้าเห็นพวกท่านออกจะเฉลียวฉลาด เหตุใดครานี้ถึงเลอะเลือนได้เพียงนี้? ปล่อยให้คุณหนูเติ้งไปอาละวาดได้อย่างไร!
พวกท่านรู้หรือไม่นางพูดอันใด? พออ้าปากก็ปรักปรำว่าฮูหยินซ่อนตัวนายท่านเติ้งไว้
บีบให้ฮูหยินส่งตัวคนออกมา! ฟังดูซิว่ามันใช่คำพูดคนหรือไม่!
หากคำนี้แพร่ออกไปจนคนเชื่อ ชื่อเสียงของฮูหยินมิป่นปี้หรือ? ใต้เท้าจะเอาหน้าไปไว้ที่ใด? ที่ท่านมิลงมือลงไม้ในตอนนั้น
ก็เพราะเห็นแก่หน้าสกุลเติ้งและเห็นว่านางยังไม่รู้ความดอกนะ!
ยามนี้ฮูหยินตั้งครรภ์ได้สองเดือนเศษกำลังพักฟื้น
หากนางได้รับความกระทบกระเทือนจนแท้งลูกขึ้นมา สกุลเติ้งเตรียมตัววิบัติได้เลย!
ยามนี้คุณหนูสามยังรออยู่ที่นั่น พวกท่านอย่ามัวพูดมาก
รีบตามข้าไปรับตัวนางกลับเถิด! แล้วจำไว้ว่าคุมตัวให้นางให้ดี อย่าให้นางแอบหนีออกมาได้อีก
คราวหน้าคงมิโชคดีเช่นนี้แล้ว!”
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น