วันอังคารที่ 21 กรกฎาคม พ.ศ. 2569

จับแม่ทัพไปไถนา-บทที่ 1371 หนีรอดเพียงลำพัง

 

บทที่ 1371 หนีรอดเพียงลำพัง

ไม่นานนัก ทางการก็ออกประกาศชี้แจงเหตุผล เพื่อปลอบขวัญประชาชน

ผู้คนต่างพากันปรบมือยินดี

บรรดาผู้ที่เคยถูกตระกูลเหลียงกดขี่ ล้วนพากันแห่มาที่ที่ว่าการเพื่อร้องทุกข์กล่าวโทษ

และสำหรับหมายจับประกาศจับ “คุณชายใหญ่แห่งตระกูลเหลียง” ที่ยังลอยนวล ก็มีคนไม่น้อยสนใจเรื่องนี้เป็นพิเศษ

คืนทั้งคืน เหลียนฟางโจวไม่ได้หลับตาแม้แต่น้อย จนกระทั่งหลี่ฟู่กลับมาด้วยสภาพปลอดภัยดี จึงได้โล่งใจ และรีบเอ่ยถามว่า “เป็นอย่างไรบ้าง ทุกอย่างราบรื่นหรือไม่?”

หลี่ฟู่พยักหน้ายิ้ม “ทุกอย่างราบรื่นดี ตอนนี้แค่รอฟังข่าวจากฝั่งเหมือง รอพวกเขาส่งคนและหลักฐานเด็ดกลับมา เรื่องนี้ก็จะกลายเป็นหลักฐานตอกตะปูใส่ฝาโลงแน่นหนา”

เพื่อความมั่นใจมากขึ้น ข้าคิดจะนำคนไปคอยรับด้วยตัวเอง

ตอนนี้เป็นช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อ…ไม่มีที่ให้เราผิดพลาดแม้แต่น้อย”

ใจที่เพิ่งคลายกังวลของเหลียนฟางโจวกลับตึงเครียดขึ้นอีกครั้ง แม้ฝืนยิ้มและพยักหน้า แต่ก็อดกล่าวเสียงเบาไม่ได้ว่า “เดินทางปลอดภัยนะ…เฮ้อ! พูดแล้วก็ชวนกลุ้มใจ ถ้าทุกอย่างไม่ราบรื่น ข้าก็เป็นห่วง แต่พอมันราบรื่นเกินไป ข้าก็กลับไม่สบายใจ รู้สึกว่าไม่น่าจะง่ายดายขนาดนี้

คิดไปก็ขัดแย้งในใจตนเองจริง ๆ!”

หลี่ฟู่สะดุดใจ ครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งก็ยังไม่พบจุดผิด จึงหัวเราะเบา ๆ แล้วว่า “เจ้าอย่าคิดมากเลย! ที่ราบรื่น ก็เพราะเราวางแผนล่วงหน้าอย่างรัดกุม อีกทั้งตระกูลเหลียงก็ไม่คิดว่าเราจะลงมือจริงหลังจากล้อมจวนสองวันเต็ม เราก็แค่จู่โจมก่อนให้พวกมันตั้งตัวไม่ทันเท่านั้น!”

ข้าก็คิดเช่นนั้น” เหลียนฟางโจวใจชื้นขึ้นเล็กน้อย

แนบกายซบอกเขาพลางยิ้ม “ตระกูลเหลียงน่ะหรือ จะเป็นคู่มือของสามีข้าได้อย่างไร เห็นที…ข้าคิดมากไปจริง ๆ แล้ว”

คำพูดนั้นทำให้หลี่ฟู่อดขำไม่ได้

บีบแก้มนางเบา ๆ พร้อมหัวเราะ “แม่นางของข้ายิ่งพูดยิ่งหวานล้ำ! ข้าไปเลยตอนนี้ดีกว่า ไม่ควรชักช้า”

จากนั้นเขาก็สีหน้าเคร่งขรึมลง “เหลียงจิ้นยังไม่ถูกจับ” เขากล่าวจริงจัง “แม้ข้าสั่งให้ทางการออกหมายตามตัวแล้ว แต่ตระกูลเหลียงฝังรากลึกในดินแดนหนานไห่ เหลียงจิ้นเจ้าเล่ห์เหลือร้าย ฝีมือก็ไม่ธรรมดา จะหาที่หลบซ่อนย่อมไม่ยาก ข้ากังวลว่า…ช่วงที่ข้าไม่อยู่ เขาอาจจะคิดบุกมาหาเรื่องเจ้าก็ได้!”

หากเขาติดต่อเจ้ามา ต้องรีบบอก ลั่วกว่าง ห้ามไปพบลับ ๆ เด็ดขาด!

เจ้าอย่าทำอะไรโง่ ๆ นะ!”

ข้ารู้แล้ว!” เหลียนฟางโจวยิ้มอ่อนโยน “แม้ข้าจะไม่ได้มีฝีมืออะไรมาก แต่เจ้าก็ดูออกไม่ใช่หรือ ว่าข้าไม่ใช่พวกที่ชอบสร้างเรื่องให้สามีต้องตามเก็บกวาดหรอก! เจ้าทำหน้าที่ของเจ้าให้เต็มที่ ไม่ต้องเป็นห่วงข้าเลย!”

"อืม!" หลี่ฟู่ในที่สุดก็เบาใจขึ้นบ้าง เขายิ้มพลางปล่อยมือจากนาง

ซวี่เอ๋อร์ ยังไม่รู้เลยว่านอกจวนกำลังเกิดเรื่องใหญ่สะเทือนฟ้าดิน เขาแค่รู้ว่าตั้งแต่เช้า ยังไม่เห็นหน้าท่านพ่อ แถมช่วงนี้ท่านพ่อก็ไม่ค่อยว่างเล่นกับเขาเลย

ตอนที่เขาไปคำนับพร้อมแม่นม

พอเห็นหลี่ฟู่ เด็กน้อยก็ตาเป็นประกาย ทั้งดีใจทั้งตื่นเต้น พลางร้องเรียกเสียงใสว่า “ท่านพ่อ!” แล้วเดินมาคารวะอย่างนอบน้อม พลางเงยหน้าขึ้นพูดว่า “ท่านพ่อ ไปฝึกกระบี่กับข้าในสวนเถอะนะ! เพลงกระบี่ที่ท่านสอนข้าเมื่อวันก่อน ข้าฝึกคล่องแล้วล่ะ ข้าอยากแสดงให้ท่านพ่อดู!”

หลี่ฟู่ยิ้มน้อย ๆ ย่อตัวลงลูบศีรษะเขา หัวเราะพลางว่า “เจ้าฝึกเองไปก่อนนะ รออีกไม่กี่วัน ท่านพ่อจะฝึกด้วยแน่นอน!”

ซวี่เอ๋อร์หน้าหม่นลงนิดหน่อย “อ้อ…” เขาครางเบา ๆ ด้วยความผิดหวัง แต่ก็ไม่ได้เซ้าซี้หลี่ฟู่อีก

หลี่ฟู่เห็นลูกชายเชื่อฟังขนาดนี้ กลับรู้สึกสงสารอยู่ลึก ๆ เขาตบไหล่เด็กน้อยเบา แล้วกล่าวอย่างจริงจังว่า

ท่านพ่อกำลังจะออกไปข้างนอก

ซวี่เอ๋อร์…ท่านพ่อฝากแม่ของเจ้าไว้กับเจ้า เจ้าต้องปกป้องนางให้ดี!”

เด็กน้อยตาเป็นประกายขึ้นมาอีกครั้ง ยืดอกขึ้นอย่างองอาจ ดูสูงขึ้นไปถนัดตา เขาพยักหน้าหนักแน่นว่า

ขอรับ ท่านพ่อ! ท่านวางใจได้เลย

ข้าจะปกป้องท่านแม่ให้ดีที่สุด!”

ดี! แบบนี้แหละ ลูกพ่อ!” หลี่ฟู่หัวเราะอย่างปลื้มใจ จากนั้นจึงบอกลาเหลียนฟางโจวแล้วจากไป

ด้านซวี่เอ๋อร์ ก็ทำตามที่พ่อสั่ง

คอยติดตามอยู่ข้างกายเหลียนฟางโจวไม่ห่างกายแม้ก้าวเดียว

เหลียนฟางโจวถึงกับหัวเราะไม่ได้ร้องไห้ไม่ออก เอ่ยอย่างจนใจว่า “เจ้าหนูนี่ เจ้าอายุเท่าไรกันเชียว! ท่านพ่อแค่พูดล้อเล่น เจ้าจะจริงจังทำไม เราอยู่ในบ้านของตัวเอง แม่ปลอดภัยดีอยู่แล้ว

ไปเถอะ ไปเล่นของเจ้าเถอะนะ!”

แต่ซวี่เอ๋อร์ส่ายหน้าดื้อดึง “ข้าให้สัญญากับท่านพ่อไว้แล้ว ข้าจะต้องปกป้องท่านแม่ให้ได้!”

เหลียนฟางโจวจนใจ จำต้องตามใจเขา

เดิมทีนางตั้งใจจะให้ อิ๋งชุน, พ่านเซี่ย, เสวี่ยชิง และ เสวี่ยหลิว แยกออกไปคุ้มกันซวี่เอ๋อร์โดยเฉพาะ ให้อยู่นอกระยะเป้าหมาย เพื่อความปลอดภัย เพราะ เป้าหมายของเหลียงจิ้น มีแต่ตนเท่านั้น

แต่เมื่อลูกชายยืนยันไม่ยอมไป นางก็ทำได้แค่สั่งให้พวกนางเฝ้าระวังอย่างรอบคอบยิ่งขึ้น

 

ส่วนทางด้าน เหลียงจิ้น หลังจากหนีออกจากเมืองได้โดยปลอดภัย

ในใจก็เคยคิดจะย้อนกลับมาบุกจวนอีกครั้ง อย่างน้อย…ต้องจับเหลียนฟางโจวไปให้ได้!

เขาไม่อาจตัดใจจากนางได้เลย

ทั้งชีวิตนี้ ความยึดติดของเขา คือการได้กักขังนางไว้ข้างกาย

ที่สำคัญกว่านั้น—หากเขาจับตัวนางได้ หลี่ฟู่ย่อมต้องเสียการควบคุม ถึงตอนนั้น จะเรียกร้องอะไร

ก็ขึ้นอยู่กับอารมณ์ของเขาเพียงผู้เดียว!

แต่พอคิดว่านางกำลังตั้งครรภ์

เขาที่ตัดใจลงไปแล้วหลายครั้ง ก็ต้องถอนใจเลิกล้มความคิดซ้ำแล้วซ้ำเล่า

หากนางไม่ได้ตั้งครรภ์ เขายังพอทนให้นางเกลียด

แล้วบังคับให้เป็นไปตามใจได้

แต่เมื่อมีชีวิตอีกชีวิตอยู่ในครรภ์

เขายังจะกล้าทำอะไรได้อีกเล่า?

หากเผลอทำให้เด็กในครรภ์เป็นอะไรไป พลอยให้นางบาดเจ็บ หรือแม้แต่เสียชีวิต

แล้วเขาจะทำอย่างไร?

เหลียงจิ้นไม่อาจลังเลต่อไปได้อีก

หลังจากกัดฟันเลิกแผนเดิม เขาก็เร่งควบม้าตรงสู่ทิศตะวันตกเฉียงเหนือของเมืองหลางฉี ที่ซึ่งชาวเผ่าเฮยหลีตั้งถิ่นฐานอยู่

ในเมื่อเมืองหนานไห่นั้นถูกหลี่ฟู่ตะครุบไว้ก่อน

เช่นนั้นก็ไปตัดสินแพ้ชนะที่เมืองหลางฉีเถิด!

เขาไม่เชื่อหรอกว่า ฟ้าจะเข้าข้างหลี่ฟู่ทุกครั้งไป!

ก่อนออกเดินทางไปเมืองหลางฉี

เหลียงจิ้นยังแวะไปยังจวนชานเมืองแห่งหนึ่ง พาชายฉกรรจ์สิบกว่าคนติดตัวไปด้วย พร้อมสั่งให้พ่อบ้านคนสนิท ส่งข่าวด่วนไปยังหัวหน้าร้านสุราของตระกูลเหลียง

ในเมืองใกล้เคียงแห่งหนึ่ง

พ่อบ้านไม่กล้าชักช้า รีบออกเดินทางทันทีในยามดึก

เคาะประตูยามค่ำคืน ส่งสารลับให้อีกฝ่าย พร้อมเล่าเรื่องคร่าว ๆ ว่า เมืองหนานไห่เกิดเหตุการณ์ใดบ้าง

จากนั้นก็รีบหนีเอาตัวรอดเช่นกัน

หลงจู๊ร้านถึงกับหน้าซีดเผือด ไม่คิดไม่ฝันว่า ทั้งนายท่านใหญ่และนายท่านรอง จะถูกโค่นลงได้ง่ายดายถึงเพียงนี้

เขารีบเปิดสารที่เหลียงจิ้นส่งมา

อ่านจบ สีหน้าก็เคร่งขรึมขึ้นทันตา

ก่อนเผากระดาษสารนั้นทิ้งทันที

แล้วก็เร่งจัดสัมภาระ ขึ้นม้าออกเดินทางในยามค่ำคืน

ในขณะเดียวกัน

หลี่ฟู่ก็นำกำลังพล 200 นายที่ฝึกมาอย่างดี กับทหารธรรมดาอีก 100 นาย ควบม้าออกจากเมืองด้วยความเร็วเต็มกำลัง

คืนนั้น พวกเขาก็ไปสมทบกับกองกำลังล่วงหน้า

ที่กำลังคุ้มกันการขนส่งตัวบุคคลสำคัญจากเหมืองแร่เหล็กและทอง

รวมทั้งหลักฐานสำคัญต่าง ๆ

ผู้นำทีมคือ ผางอวี้หลงกับไห่หม่า

เมื่อเห็นหลี่ฟู่ยอมออกมารับด้วยตัวเอง ผางอวี้หลงกับพรรคพวกก็โล่งใจอย่างยิ่ง ในที่สุด...ก็ส่งงานได้เสียที!

 

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น