วันอังคารที่ 4 สิงหาคม พ.ศ. 2569

จับแม่ทัพไปไถนา-บทที่ 1385 ของล้ำค่าข้าจักมอบให้เพียงนาง

 

บทที่ 1385 ของล้ำค่าข้าจักมอบให้เพียงนาง

นอกจากเหลียงจิ้นแล้ว คงมีเพียงสามพี่น้องผู้เฒ่าสกุลเหลียงเท่านั้นที่กุมความลับนี้ไว้ ทว่าตาเฒ่าทั้งสามกลับมีท่าทีแข็งกร้าว ยอมตายถวายหัวแต่ไม่ปริปาก แล้วจะต้องรอไปอีกนานเท่าใดกว่าจะได้ข้อมูลที่แน่ชัด? ในเมื่อเหลียงจิ้นยอมเปิดปาก เช่นนั้นก็ลองฟังดู—

อีกอย่าง เดิมทีเขาก็ไม่คิดจะเนรเทศเด็กอายุต่ำกว่าสิบขวบไปยังเหลียวตงอยู่แล้ว อย่างมากก็แค่ส่งไปชายแดนห่างไกลในเขตหนานไห่เท่านั้น

“เพียงเท่านี้ยังไม่พอ” หลี่ฟู่เอ่ยเสียงเรียบ “หากข้าจำไม่ผิด เหมืองแต่ละแห่งล้วนมีกองกำลังคุ้มกันที่ฝีมือไม่ธรรมดาไม่น้อยกว่าสี่ห้าพันคนได้กระมัง คุณชายใหญ่เหลียงบอกมาเสียดีกว่าว่าเรื่องนี้จะจัดการอย่างไร?”

เหลียงจิ้นถึงกับจุกอก เขาถลึงตาใส่หลี่ฟู่ด้วยความแค้นเคือง

“ตกลง!” เขาขบเขี้ยวเคี้ยวฟันพลางพยักหน้า แล้วเอ่ยเสียงเย็น “ข้าจะส่งมอบกองกำลังคุ้มกันเหมืองให้เจ้าเป็นผู้จัดการ!”

นั่นคือขุมกำลังสุดท้ายในมือเขา หากยังกุมอำนาจนี้ไว้ อย่างน้อยก็พอจะปกป้องทายาทรุ่นเยาว์ของสกุลเหลียงให้อยู่รอดปลอดภัยได้ในเงามืด แต่เมื่อปราศจากมัน พวกเขาก็ต้องดิ้นรนเอาตัวรอดกันเองเสียแล้ว!

ในใจเหลียงจิ้นพลันบังเกิดความสิ้นหวังอย่างรุนแรง

หลี่ฟู่จึงยอมพยักหน้า “ตกลงตามนั้น! สำหรับทายาทสกุลเหลียงที่อายุต่ำกว่าสิบปี ข้าจะไม่เอาความ ขอเพียงพวกเขารู้จักสำรวมตนและเคารพกฎหมาย ก็จะไม่มีผู้ใดไปหาเรื่องเดือดร้อนให้!”

เหลียงจิ้นแค่นหัวเราะหึ “ของล้ำค่ารวมถึงข้อมูลทั้งหมด ข้ายินดีจะมอบให้...แต่ข้าจะมอบให้ถึงมือหลี่ฮูหยินด้วยตนเองเท่านั้น ไม่ใช่เจ้า!”

“เหลียงจิ้น!” หลี่ฟู่ตวาดด้วยความโกรธจัด

แต่เหลียงจิ้นกลับไม่ยี่หระ เขาประกาศเจตนาอย่างเด็ดเดี่ยว “ข้าไม่เปลี่ยนใจ! นอกจากหลี่ฮูหยินแล้ว ข้าจะไม่มอบให้ผู้ใดทั้งสิ้น! อีกสิบวันข้างหน้า ณ ป่าไผ่ทิศใต้นอกเมืองหนานไห่สิบลี้ ข้าจะรออยู่ที่นั่น หากไม่เห็นนาง ข้าจะไม่มีวันปริปาก! ฮึ... ข้าจะบอกให้ก็ได้ว่าเรื่องทั้งหมดมีเพียงข้ากับท่านพ่อเท่านั้นที่รู้ซึ้ง ต่อให้เจ้าใช้ทัณฑ์ทรมานจนตาย ท่านพ่อก็ไม่มีวันคายความลับออกมาแม้แต่ครึ่งคำ!”

สิ้นคำ เหลียงจิ้นก็หัวเราะก้องพลางทะยานร่างหายไปจากสายตาของหลี่ฟู่เพียงชั่วพริบตา

หลี่ฟู่ทั้งขุ่นเคืองและฉุนเฉียว เขาจำต้องสะบัดหน้าเดินกลับเข้าค่ายทหาร

เหล่าขุนพลต่างเดินออกจากกระโจม มุ่งหน้าสู่กระโจมแม่ทัพใหญ่ด้วยความฉงนทิศทางลม “เกิดอะไรขึ้น? ท่านแม่ทัพหลี่เพิ่งสั่งให้พวกเราแยกย้ายมิใช่หรือ เหตุใดพริบตาเดียวถึงเรียกตัวกลับมาอีก มีเหตุแปรปรวนในกองทัพงั้นหรือ?”

ทุกคนต่างวิพากษ์วิจารณ์ แต่ไม่มีใครคาดเดาความนัยได้ถูก

ครั้นเมื่อหลี่ฟู่ประกาศคำสั่งโยกย้ายกำลังพล เหล่าขุนพลต่างพากันอึ้งงัน มองหน้ากันเลิ่กลั่ก

หูต้าไห่และคนสนิทของหลี่ฟู่ตั้งท่าจะซักถาม แต่เมื่อเห็นสีหน้าเคร่งเครียดปนโกรธขึ้งของแม่ทัพใหญ่ จึงได้แต่เก็บความสงสัยไว้ในใจและรับคำสั่งไปปฏิบัติอย่างว่าง่าย

เช้าตรู่วันถัดมา แสงเงินแสงทองเพิ่งจับขอบฟ้า กองทัพหลวงก็ยาตราทัพถึงหน้าประตูเมือง เปิดฉากจู่โจมเมืองหลางฉีอย่างสายฟ้าแลบ ในขณะที่เหล่าหัวหน้าเผ่าและเหล่านักรบทั้งหลายยังคงจมดิ่งอยู่ในห้วงนิทรา!

พวกเขาไหนเลยจะคาดคิด ว่าเมืองหลางฉีที่ตนเพิ่งยึดครองมาได้จะถูกกองทัพหลวงบุกตีแตกพ่ายอย่างง่ายดายเช่นนี้?

เพียงชั่วพริบตา ความโกลาหลก็แผ่ซ่านไปทั่วค่าย เหล่าทหารหาญต่างขวัญหนีดีฝ่อล้มตายเกลื่อนกลาด!

ไม่ถึงสองชั่วยาม การสู้รบก็สิ้นสุดลง เมืองหลางฉีกลับคืนสู่เงื้อมมือของราชสำนักอีกครั้ง

หลี่ฟู่สั่งการทันทีให้ปิดประกาศปลอบขวัญราษฎร พร้อมมอบหมายให้เจ้าเมืองจ้าวที่เพิ่งได้รับอิสรภาพกลับมาดูแลกิจการบ้านเมืองเพื่อเรียกความเชื่อมั่น คืนความสงบเรียบร้อยให้แก่พระนคร นอกจากนี้ยังสั่งให้ทหารตรวจค้นทั่วทุกระเบียดนิ้วเพื่อกวาดล้างศัตรูที่ยังหลงเหลืออยู่อย่างละเอียด

บรรดาเชลยจากเผ่าต่างๆ ถูกกักตัวไว้ทางทิศเหนือของเมือง ส่วนหัวหน้าเผ่าทั้งเล็กใหญ่ล้วนถูกคุมขังในคุกหลวง

แม้จะตกเป็นนักโทษ แต่คนเหล่านี้กลับไม่มีทีท่าจะยอมสยบ ต่างพากันด่าทอหลี่ฟู่และพวกพ้องว่าเจ้าเล่ห์เพทุบายและไร้ยางอาย หากมิใช่เพราะถูกลอบจู่โจม ย่อมไม่มีทางพ่ายแพ้เช่นนี้ และใครจะเป็นฝ่ายถูกคุมขังก็ยังไม่แน่!

เหล่าผู้คุมที่ได้ยินต่างโกรธเกรี้ยวจนตัวสั่น ติดเพียงคำสั่งจากเบื้องบนที่ห้ามแตะต้องคนเหล่านี้ มิฉะนั้นป่านนี้คงได้ใช้แส้แช่น้ำเกลือเฆี่ยนตีให้ร้องโหยหวนไปถึงบรรพบุรุษแล้ว!

เมื่อเมืองหลางฉีแตกพ่าย อำเภอฟู่ฉือและอำเภอเฮ้อก็ขวัญเสียดุจวิหคต้องเกาทัณฑ์ กองทัพหลวงจึงกู้คืนพื้นที่ทั้งสองได้โดยแทบไม่ต้องออกแรง

หลี่ฟู่สั่งให้จับกุมหัวหน้ากบฏจากทั้งสองแห่งมาคุมขังไว้ในคุกเดียวกัน

จากนั้น หลี่ฟู่ในนามของทางการได้ส่งเทียบเชิญไปยังหัวหน้าเผ่าน้อยใหญ่ทั่วเมืองหลางฉีและพื้นที่ใกล้เคียง ให้มาร่วมงานเลี้ยงที่เมืองเมืองหลางฉี

แม้ออกตัวว่าเป็นการ "เชิญ" แต่ในเนื้อแท้นั้นคือการข่มขู่ หากผู้ใดบังอาจขัดคำสั่ง เขาจะส่งขุนพลพร้อมกองกำลังไป "เชิญ" ถึงที่ทันที!

ก่อนศึกนี้ หัวหน้าเผ่าผู้จองหองทั้งหลายอาจไม่เห็นเทียบเชิญอยู่ในสายตา ทว่าบัดนี้แม้แต่ชนเผ่าเฮยหลีที่ดุดันยังถูกปราบจนสิ้นซาก แล้วใครเล่าจะกล้าปริปากกล่าวคำว่า "ไม่" ต่อหน้าเขา?

หากรอให้กองทัพทลายถึงประตูบ้าน นั่นคงไม่ใช่เรื่องของการรับเชิญอีกต่อไป!

อีกทั้งเรื่องเช่นนี้มักลามไปทั่ว เมื่อมีคนเริ่มไป คนอื่นๆ ก็พลอยตามน้ำไปด้วย

ห้าวันให้หลัง หัวหน้าเผ่าทั้งสามสิบกว่าเผ่าต่างตบเท้าเข้าสู่เมืองหลางฉีอย่างพร้อมเพรียงไม่มีตกหล่น!

เมืองที่เคยเงียบเหงาพลันเนืองแน่นไปด้วยผู้คน บนท้องถนนมักเห็นผู้คนในชุดชนเผ่าแปลกตาท่าทางรีบร้อนเดินผ่านไปมา

งานรวมตัวครั้งนี้นับว่ายิ่งใหญ่และครบครันที่สุดเท่าที่เคยมีมา

เมื่อทุกคนมาพร้อมหน้า หลี่ฟู่ก็นำทัพขุนพลอย่างหูต้าไห่และเสิ่นต้าอี้ เข้าสู่ห้องโถงด้วยท่วงท่าองอาจ ชุดเกราะเปล่งประกาย กระบี่ข้างกายส่งกลิ่นอายสังหาร

องครักษ์สองแถวในชุดเกราะมันปลาบ ถืออาวุธแวววาววิ่งกวดเข้ามาประจำจุด ท่าทางสง่านิ่งดุจต้นสน

หัวหน้าเผ่าที่เคยกระซิบกระซาบวิพากษ์วิจารณ์ถึงจุดประสงค์ในครั้งนี้ ถึงกับใจเต้นระรัว ต่างพากันนั่งตัวตรงสงบปากสงบคำทันที

ในเมื่อพวกเขายังไม่ตกอยู่ในสถานะนักโทษเหมือนพวกเฮยหลีหรือไป๋อี๋ จึงยังไม่มีความคิดที่จะ "แลกชีวิต" แรงกดดันจากหลี่ฟู่และพวกพ้องจึงทรงพลังมหาศาล

หลี่ฟู่นั่งลงในตำแหน่งประธานด้วยท่าทางผ่าเผยดุจพยัคฆ์ ก่อนจะกวาดสายตามองไปรอบห้องแล้วยิ้มบางๆ “ทุกท่านไม่ต้องเคร่งเครียดไป พวกท่านล้วนเป็นราษฎรผู้เคารพกฎหมายของแคว้นต้าโจว ข้าจัดงานเลี้ยงครั้งนี้เพียงเพื่อทำความรู้จักกับทุกคนเท่านั้น อย่างไรเสียข้ายังต้องรั้งอยู่ที่หนานไห่อีกปีสองปี เกรงว่าในอนาคตคงยังมีเรื่องให้ต้องพึ่งพากันอีกมาก!”

ทุกคนต่างพากันรับคำและยิ้มประจบ สำเนียงภาษากลางที่ปะปนกันหลายท้องที่ฟังดูชุลมุนวุ่นวาย ทว่าคำว่า "เคารพกฎหมาย" ของหลี่ฟู่นั้น กลับยิ่งทำให้หลายคนรู้สึกกระสับกระส่ายหนักกว่าเดิม

หลี่ฟู่พยักหน้าให้พวกเขา ทันใดนั้น แววตาของเขาก็พลันคมปราบและเย็นเยียบ ตวาดเสียงกร้าว:

ทว่าน่าเสียดายนกที่หนานไห่แห่งนี้ นอกจากผู้เคารพกฎหมายเช่นพวกท่านแล้ว ยังมีพวกมักใหญ่ใฝ่สูงที่ไม่พอใจในสิ่งที่มี สำหรับไอ้พวกกบฏสารเลวที่คิดก่อความวุ่นวายในหนานไห่ ข้าจะไม่มีวันละเว้นเด็ดขาด! ทหาร... ลากคอหัวหน้ากบฏออกมาให้ข้า!”

 

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น