ชวงหลิงกับชวงซิ่วรีบก้าวเข้าไปช่วยประคองฟางฉิงที่หมุนกายกลับเข้าเรือน
ฟางฉิงเหลือบมองฟางฮุ่ย แล้วเอ่ยด้วยรอยยิ้ม “เจ้าจะเข้ามานั่งในเรือน หรือกลับไปพักผ่อนที่เรือนรับรองดีเล่า?”
ฟางฮุ่ยชำเลืองมองอีกฝ่าย แล้วเอ่ยด้วยรอยยิ้ม “ข้าจะนั่งอยู่ที่นี่เป็นเพื่อนท่านพี่เจ้าค่ะ!”
ฟางฉิงแย้มยิ้ม “ได้สิ” ก่อนจะหันกายเข้าเรือนไป ฟางฮุ่ยจึงพาสาวใช้ของตนเองชื่อเป่าเอ๋อร์ตามเข้าไปข้างในทันที
ฟางฉิงเอียงหน้ากระซิบกับชวงซิ่ว ชวงซิ่วผงกศีรษะรับคำ และในไม่ช้าก็ออกไปอีกครั้ง
ฟางฉิงและฟางฮุ่ยยังคงกลับมานั่งในเรือนอุ่นปีกตะวันตก
ฟางฮุ่ยอดแย้มยิ้มถามขึ้นมาไม่ได้ “เอ่อ ท่านพี่ เมื่อไรพี่เขยจะกลับมาสักทีเล่า?” ฟางฉิงในใจกรุ่นด้วยโทสะ นางอยากหัวเราะนัก ดูสิ นี่นะหรือครอบครัวบ้านเดิมของนาง น้องสาวนางไม่รู้หรือว่าคำว่า”ไร้ยางอาย” มันเขียนว่าอย่างไร
“น่าจะกลับมาในช่วงบ่ายนะ!”ฟางฉิงตอบไปส่ง ๆ ก่อนที่ฟางฮุ่ยจะพูดอะไร นางก็ชิงพูดขึ้น “ข้ายังมีงานต้องจัดการน้องสาวกลับไปพักผ่อนที่ห้องพักรับรองเถิด! ชวงหลิง ขอคนสองคนช่วยพาคุณหนูบ้านข้าไปพักทีสิ!”
“ไม่ ไม่! ข้ายังไม่เหนื่อยเลย!”ฟางฮุ่ยตาลุก และรีบพูดขึ้น “ท่านอยากทำธุระอันใดก็ไปทำเถิด ไม่ต้องสนใจข้าหรอกข้าจะนั่งอยู่ที่นี่แหละ!”
ฟางฮู่ยตั้งตารอคอยด้วยความยินดีปรีดา อยากให้ฟางฉิงรีบออกไปเร็ว ๆ ! ทีนี้ละก็ พอพี่เขยกลับมาเมื่อใด นางก็สามารถอยู่กับเขาตามลำพังแล้ว แถมได้มีโอกาสคุยกันมากขึ้นด้วย! นี่คือโอกาสอันหาได้ยากในรอบพันปีเชียวนะ!
ฟางฉิงเอ่ยอย่างเย็นชา “ทำแบบนี้ไม่ได้ ! ถึงแม้เจ้าจะเป็นน้องสาวฝั่งบ้านข้า แต่เจ้าไม่ใช่คนสกุลซู! กฎของสกุลซูห้ามใครละเมิดเด็ดขาด เจ้านายไม่อยู่คนที่เป็นแขกจะรั้งอยู่ได้อย่างไร? ”
“เช่นนั้นเจ้าก็อย่าถือว่าข้าเป็นแขกสิ ไม่ได้หรือไร?!” ฟางฮุ่ยกลอกตาใส่ฟางฉิง และเร่งเร้าฟางฉิงจนแทบจะอดทนไม่ไหว “ท่านไปทำธุระของท่านเถิด ข้าจะอยู่ที่นี่เอง!”
“อวดดีนัก!”ใบหน้าฟางฉิงบึ้งตึง หญิงสาวเอ่ยอย่างเย็นชา “เจ้าเป็นน้องสาวฝั่งข้า เจ้ามาบ้านข้า แต่ปฏิเสธจะปฏิบัติตามกฎของที่นี่ ที่จริงแล้วแสดงให้เห็นชัดเจนว่า เจ้าอยากทำให้ข้าอับอายขายหน้าใช่หรือไม่? หากข้าตามใจเจ้า ก็จะทำให้แม้แต่ท่านพ่อและท่านแม่เสียหน้าไปด้วย!”
ฟางฮุ่ยเห็นพี่สาวต่างแม่ใบหน้าเปลี่ยนสีทันใด สายตานางเยียบเย็นเสียดแทงประดุจคมมีด ก็อดใจสั่นหวั่นไหวไม่ได้ นางเม้มปากแล้วขึงตาใส่ผู้เป็นพี่สาว “เจ้าคิดจะทำอะไร? อย่าลืมสิ ท่านแม่ขอให้เจ้าดูแลข้า เจ้ากล้าไม่เชื่อฟังรึ?”
ฟางฉิงเหยียดยิ้ม แล้วเอ่ยอย่างเย็นชา “ข้าสอนกฎเจ้า เพื่อเจ้าจะไม่ทำให้สกุลฟางขายหน้า นี่คือการดูแลเอาใจใส่ที่ประเสริฐสุดแล้ว ไม่เช่นนั้น ภายหน้าเจ้าแต่งออกไป ผู้อื่นจะเอาไปโพทะนาว่าลูกสาวสกุลฟางไร้การอบรม! เจ้าจะไปเอง หรือให้คนของข้าพาเจ้าไป?”
ฟางฉิงไม่มีเวลาและความอดทนมากพอ จะแจกแจงเหตุผลกับนาง ดวงตาหญิงสาวขุ่นมัวเต็มที หากเด็กสาวดื้อรั้นผู้นี้ตัองการเล่นบทคนพาล นางก็แค่ใช้กำลังบังคับเอาตรง ๆนี่แหละ
“เจ้า! เจ้า!”ฟางฮุ่ยหน้าเผือดซีด้วยโทสะ นางไม่คิดเลยว่าฟางฉิงจะเปลี่ยนสีหน้าแทบจะทันทีที่มารดานางกลับไป
ผู้เป็นน้องสาวบันดาลโทสะเสียจนมือสั่นระริก ในใจว้าวุ่นกระสับกระส่าย นางกรีดร้องและสบถด่าในใจ อยากจะทึ้งร่างฟางฉิงให้เป็นชิ้น ๆนัก แต่พอเห็นมามาสองคนที่หน้าตากระหายอยาก เดินตรงมายังนาง จึงนึกรู้โดยพลันว่าคราวนี้ฟางฉิงเอาจริงแล้ว!
นางแพศยาผู้นี้ คิดจริง ๆ รึว่าจะยืนหยัดปีนขึ้นกิ่งไม้สูงได้ตลอดไป? รอนางกลับไปก่อนเถิด นางจะให้มารดาสั่งสอนนางตัวดีเสียให้เข็ด ต่อให้มาคุกเข่าอ้อนวอนขอให้ยกโทษให้ นางก็จะไม่ยอมเด็ดขาด!
พอจิตนาการเห็นภาพฟางฉิงกำลังคุกเข่าต่อหน้าตนเอง และร่ำไห้อย่างน่าสงสาร พร้อมวิงวอนขอให้ยกโทษให้ฟางฮุ่ยก็รู้สึกสบายใจขึ้นมาในที่สุด หญิงสาวแค่นเสียงอย่างเย็นชา และหมุนกายเร่งฝีเท้าออกไปอย่างมีโทสะ
เป่าเอ๋อร์รีบตะโกนเรียก “คุณหนู!” แล้วเร่งฝีเท้าตามไป
ราวครึ่งชั่วยามต่อมา ชวงซิ่วกลับมาจากข้างนอก พร้อมนำหนุ่มสาวคู่หนึ่งมากับนางด้วย
เมื่อคนทั้งสองซึ่งมีอายุราว 17 ถึง 18 หนาว เห็นฟางฉิง ก็รีบคารวะ และยิ้มแย้มร้องเรียก “พี่สาว!”
ฟางฉิงสีหน้าดีขึ้นเมื่อเห็นพวกเขา ริมฝีปากจึงระบายยิ้ม “ไม่ต้องมากพิธี นั่งลงเถิด!”
ทั้งสองคนนี้เป็นน้องชายของฟางฉิง ชื่อฟางเย่าและน้องสะใภ้ชื่อหลิ่วหรง
ฟางเย่าเป็นบุตรชายที่เกิดจากหร่วนซื่อ
ภายใต้แผนตอบโต้อย่างมีเป้าหมายของฟางฉิง ฟางเย่าไม่มีความลังเลแม้แต่น้อยที่จะเข้ามาเป็นพวกเดียวกับพี่สาว จะมีบุรุษสักกี่คน ที่จะปฏิเสธหน้าที่การงานดี ๆมั่นคงมีอนาคตกันเล่า?
กระทั่งภรรยาซึ่งเป็นรักแรกพบของเขา ก็คือหนึ่งในแผนการซึ่งมีฟางฉิงอยู่เบื้องหลัง!
เมื่ออยู่ภายใต้อิทธิพลของหลิ่วหรง ฟางเย่าก็ยิ่งเข้าข้างฟางฉิงมากขึ้น และกลายเป็นไม่สนิทกับมารดาและน้องสาวแท้ ๆไปเลย เขาคอยช่วยพูดแก้ต่างให้ฟางฉิงอยู่บ่อยๆ จึงเป็นเหตุให้เขาเหินห่างกับหร่วนซื่อ ยิ่งเมื่อมาเจอหร่วนซื่อหาเรื่องฟางฉิงอย่างไร้เหตุผลอยู่บ่อย ๆแล้ว ฟางเย่าก็ยิ่งไม่ชอบใจมากขึ้น
ตอนนี้ ฟางเย่าตั้งรกรากในเมืองชวงหลิวทำงานเป็นผู้ดูแลร้านผ้าไหมและผ้าแพรที่ใหญ่ที่สุดในสกุลฟาง เขามีรายได้งดงาม ซ้ำสามีและภรรยาต่างก็รักใคร่กันดี ทั้งคู่ต่างซาบซึ้งในบุญคุณของฟางฉิงนัก
สำหรับฟางฮุ่ย เดิมทีฟางฉิงมีใจจะชักนำคนดี ๆมาให้ พวกผู้ชายสนใจแต่หน้าที่การงาน ส่วนผู้หญิงแน่นอนก็ย่อมต้องการแต่งกับผู้ชายดี ๆ!
ทว่าฟางฮุ่ยเป็นคนที่ทั้งใจกล้าและโง่เขลา นางคิดยั่วยวนแม้กระทั่งพี่เขย แล้วอย่างนี้ฟางฉิงจะอดทนต่อพฤติกรรมนางได้อย่างไร?
หลังจากนินทาผู้คนกันมาพอหอมปากหอมคอ ฟางฉิงก็ถอนหายใจ “วันนี้ท่านแม่และน้องสาวมาที่นี่อีกแล้ว ต่อหน้าเจ้าข้าคงไม่พูดอ้อมค้อม น้องสาวที่มีใจคิดไม่ซื่อ ข้าคงไม่อาจร่วมสมาคมได้! ดังนั้นข้าไม่ต้องการให้นางพักอยู่ในจวน ในเมื่อนิสัยนางเป็นเช่นนี้ ใครเล่าจะรู้ว่า ภายหน้าจะเกิดอะไรขึ้น? ข้าอยากให้เจ้าพานางไปเสีย ให้นางพักอยู่ที่บ้านเจ้าสักสองสามวัน แล้วค่อยส่งนางกลับบ้านไป!”
“พี่สาว...” ฟางเย่าพลันละอายแก่ใจ เขารู้ความคิดของมารดาและน้องสาว พอฟางฮุ่ยอายุ 14 หนาว มารดาเขาจึงอดใจไม่ไหว จึงลุกขึ้นมาลงมือ ไม่ใช่ว่าเขาไม่เกลี้ยกล่อมนาง แต่ตรงกันข้าม เขาถูกมารดาด่าทอบ่อย ๆ ซ้ำบิดาเขาดันสอนเขาว่านี่เป็นเรื่องที่ดี หากพี่น้องช่วยกันปรนณิบัติสามีคนเดียวกัน และฟางฮุ่ยจะได้ช่วยฟางฉิงดูแลนายน้อยซู และกีดกันเขาจากผู้หญิงอื่น ภายหน้าสกุลซูจะได้เป็นของสกุลฟางแต่เพียงผู้เดียว
ไม่ต้องคิดเลย ที่บิดาพูดมาเช่นนี้ คงเพราะถูกมารดาล้างสมองมาเป็นแน่
แม้เขาจะร้องไห้ไม่ได้หัวเราะไม่ออก ทว่าเขาทำจะอะไรกับบุพการีได้เล่า?
ฟางเย่าพยักหน้าทันทีและพูดขึ้น “พี่สาว อย่าได้กังวล เราจะพาเสี่ยวฮุ่ยไปเดี๋ยวนี้!”
ฟางฉิงพยักหน้าแย้มยิ้ม “เช่นนั้น ข้าต้องขอโทษเจ้าด้วยที่ต้องรบกวนแล้ว!”
“พี่สาวเกรงใจไปแล้ว!”ฟางเย่ายิ้มอย่างอึกอักอยู่ครู่หนึ่ง ครั้นแล้วจึงเอ่ย “พี่สาว เรื่องนี้ไม่ควรให้ดำเนินต่อไปแบบนี้! ไม่เช่นนั้น พี่สาวจะลองเป็นคนกลางหาคู่ครองให้เสี่ยวฮุ่ยดูไหม...”
ในมุมมองของฟางเย่า ความคิดของมารดาและน้องสาวน่าอันตรายนัก ไม่ต้องเอ่ยถึงเรื่องที่พี่สาวคนโตเป็นคนที่เก่งกาจมากฝีมือ อีกทั้งพี่เขยหาใช่คนดีมีคุณธรรมสักเท่าไรเลย!
ดูตามนิสัยของพี่เขย ต่อให้เขาถูกเสี่ยวฮุ่ยวางแผนจับ และหากเกิดอะไรขึ้นกับคนทั้งสอง เขาพูดได้เลยว่าพี่เขยคงไม่ยอมรับผิดชอบ และหากเขาไม่ยอมรับผิดชอบ จะมีใครหน้าไหนทำอะไรเขาได้เล่า?
หากใครบอกว่าชื่อเสียงเขาจะเสื่อมเสีย เขาคงไม่สนเลยสักนิด! จะบอกว่าเขาข่มเหงผู้อื่นรึ? เขาก็จะตอบโต้ว่าเรื่องที่เกิดขึ้นเป็นเพราะเขาถูกหลอก!
และที่เป็นไปได้มากที่สุดก็คือ เขาถูกวางแผนจับ เขาจะต้องแก้แค้นเอาคืนอย่างแน่นอนที่สุด และคนที่ต้องพ่ายแพ้ก็มีแต่เสี่ยวฮุ่ยเท่านั้น
ถอยออกมาให้ห่างแสนก้าวนั่นแหละดี ต่อให้เสี่ยวฮุ่ยผ่านด่านเข้าสกุลซูมาได้สำเร็จ เกรงว่าเพียงนางก้าวเท้าหน้าเข้าประตูมา เท้าหลังคงตามเข้าไปในอารามชีแล้ว ภายในสองสามเดือนถึงครึ่งปี ข่าวการตายคงแพร่มาถึงหู!
พี่สาวคือบุคคลที่เจ้าแผนการเข้มแข็งและเด็ดขาดมาก มารดาและน้องสาวไม่แสดงความเมตตาต่อนาง ซ้ำยังเอาแต่ข่มเหงนางซ้ำ ๆเรื่อย ๆ อย่าคิดว่าพี่สาวจะยอมอ่อนข้อให้พวกนางตลอดไป! เมื่อถึงตอนนั้นอย่าให้พี่สาวเป็นฝ่ายลงมือถอนรากถอนโคนด้วยตัวเองก็ประเสริฐแล้ว!
...
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น