ชุยฉ้าวซีเป็นฝ่ายเข้ามาเหลียนฟางโจวอย่างแนบเนียน เขาเอ่ยพร้อมรอยยิ้ม “ฟางโจว เจ้ามองดูสถานที่นี้แล้วรู้สึกอย่างไรบ้าง? พวกเราไปดูที่ดินมาหลายแห่ง แต่คิดว่าที่แห่งนี้เหมาะสมกว่าที่อื่น เจ้ามีความคิดเห็นใด ๆ หรือไม่? หากคิดว่าที่นี่ไม่ดี ก็บอกข้าตรงๆ อย่าได้ลังเล เจ้าแนะนำข้ามาได้เลย ความคิดเห็นของเจ้าไม่มีทางผิดพลาดอยู่แล้ว!”
เหลียนฟางโจวเอ่ยด้วยรอยยิ้ม “พูดถึงการเลือกสถานที่ ข้าสู้คุณชายชุย กับเปี่ยวเจี่ยฟูไม่ได้หรอก ไยเราไม่ไปดูกันก่อน ขอให้มีภูเขาและแหล่งน้ำ ที่ราบกว้างใหญ่ และมีภูมิประเทศง่ายต่อการปรับเปลี่ยน เท่านี้ก็ประเสริฐแล้ว! เหนืออื่นใด สิ่งที่สำคัญยิ่งกว่านั้นก็คือ ขั้นตอนการออกแบบและการก่อสร้าง!”
ชุยฉ้าวซีระบายยิ้ม “ฟางโจวพูดได้ดีจริง ๆ! พูดเพียงไม่กี่คำก็โยงไปถึงจุดสำคัญของเรื่องได้แล้ว!”
เหลียนฟางโจวหลุดหัวเราะคิก แล้วเอ่ยด้วยรอยยิ้ม “คุณชายชุยยกยอข้าเกินไปแล้ว!”กล่าวจบก็รีบยิ้มให้ แล้วเปลี่ยนไปสนทนาพร้อมด้วยเสียงหัวเราะกับฟางฉิงและสามีนาง ครั้นแล้วจึงเร่งฝีเท้าก้าวเดินเข้าไปในที่ดิน
เหลียนเจ๋อกับอาเจี่ยนต่างเห็นชุยฉ้าวซีเดินเข้าไปพี่สาวตน ก็อดกังวลไม่ได้ เด็กหนุ่มจีงรีบพูดกับอาเจี่ยน “พี่เจี่ยน พวกเราก็เดินตรงไปหาพี่สาวด้วยกันเถิด! พี่สาวจะทำสิ่งใดล้วนชอบหารือกับท่าน ท่านไม่เข้าไปช่วยนางตรวจดูบ้างรึ?”
อาเจี่ยนนิ่วอึ้งไป อดเหลือบมองเหลียนเจ๋อไม่ได้ ดวงตาชายหนุ่มสบกับดวงตาอันนิ่งสงบและซื่อบริสุทธิ์ของเหลียนเจ๋อครั้นแล้วชายหนุ่มก็หัวเราะกับความช่างสงสัยของตน แล้วพยักหน้าเอ่ยด้วยรอยยิ้ม “เอาสิ พวกไปกันเถิด!”
พื้นที่อันกว้างใหญ่ไพศาลนี้ดีงามจริง ๆ มีภูเขาสูงตระหง่าน มีพื้นที่ลาดเอียงน้อย ๆหลายแห่ง มีกำแพงหินแข็ง และยังพบลำธารในภูเขาพร้อมกับน้ำตกด้วย ถึงแม้จะไม่ใหญ่ แต่ก็เพิ่มความงดงามและสีสันให้กับภูเขาลูกนี้ได้อย่างไม่ต้องสงสัย นอกเหนือจากภูเขา ยังมีพื้นที่ราบกว้างใหญ่ ซึ่งมีลำธารไหลผ่าน ทำให้เกิดสระน้ำใหญ่น้อยหลายแห่ง สระน้ำนั้นสามารถดัดแปลงให้กลายเป็นทะเลสาบ หลังจากได้ขุดลอกและปรับภูมิทัศน์แล้ว เมื่อถึงเวลานั้น พื้นที่บริเวณรอบ ๆริมทะเลสาบ จะสามารถนำไปพัฒนาได้อย่างมากมายหลากหลายรูปแบบเลย
หลังจากเดินดูมาหนึ่งวันเต็ม ได้มีการชี้จุดว่าบริเวณไหนที่ควรมีการเตรียมการก่อสร้างบ้าง ภายใต้การถกเถียงถึงความถูกต้องเหมาะสมอย่างละเอียดรอบคอบ ทุกคนจึงตัดสินใจเลือกสถานที่นี้อย่างเป็นเอกฉันท์
วันถัดมา ซูจิ่งเหอจึงสั่งการพ่อบ้านให้ไปซื้อที่ดินทั้งหมดซึ่งมีเนื้อที่มากกว่า 1,300 หมู่ จากนั้นผู้ร่วมหุ้นทั้งหลายต่างปรึกษาหารือว่าจะพัฒนาที่ดิน และปลูกสิ่งก่อสร้างอย่างไรบ้าง
เหลียนฟางโจวไม่สะดวกจะแสดงความเห็นมากเกินไปนัก ด้วยกลัวจะเป็นที่สงสัย ดังนั้นเธอจึงออกความเห็นเพิ่มเติมสองสามเรื่องบนพื้นฐานของสิ่งที่พวกเขาคุยกัน ถึงอย่างไร เมื่อเธออยู่ในหมู่บ้านต้าฟางคราวก่อน หญิงสาวได้จาระไนถึงสิ่งปลูกสร้างต่าง ๆที่เธอคิดไว้ให้ชุยฉ้าวซีฟังไปหมดแล้ว
สำหรับจะออกแบบลงรายละเอียดอย่างไร อาทิเช่น ตรงไหนจะปลูกเรือน ตรงไหนจะสร้างศาลา ตรงไหนจะปลูกดอกไม้และต้นไม้ ตรงไหนจะขุดเป็นทะเลสาบและสระน้ำ ตรงไหนจะสร้างสนามแข่งม้าและลานยิงธนู และอื่น ๆ รวมทั้งสิ่งที่ต้องการ ภูเขาหินจำลอง ลูกม้าพันธุ์ดี ดอกไม้ที่มีชื่อเสียงนานาพันธุ์ นกกะเรียนหงอนแดง นกยูง และอื่น ๆ ส่วนเรื่องจะไปซื้อหามาจากไหน ล้วนไม่ใช่งานของเหลียนฟางโจว
ชุยฉ้าวซีและซูจิ่งเหอปรึกษาหารือกันอยู่หลายวัน มีการเชิญปรมาจารย์ผู้มีชื่อเสียงมาออกแบบให้ สำหรับการจัดซื้อสิ่งที่เกี่ยวข้องต่าง ๆนั้น เนื่องจากสกุลซูมีการค้าขายไปทั่วทั้งภาคตะวันตก และมีการติดต่อกับพ่อค้าแทบทุกส่วนของแคว้น การเตรียมการจึงไม่ใช่เรื่องยากเลย
หลังจากหารือกันอย่างละเอียดอยู่ราวสามวัน เหลียนฟางโจว เหลียนเจ๋อและอาเจี่ยนก็กลับไป
ในสามวันนี้ ชุยฉ้าวซีคอยดูแลเอาใจใส่เหลียนฟางโจวเป็นพิเศษโดยไม่สนใจสายตาใคร ยามคนทั้งสามจะกลับชุยฉ้าวซีก็ไม่เต็มใจนัก ชายหนุ่มไปส่งพวกเขาออกจากเมืองด้วยตัวเอง กว่าจะหันกลับเข้าเมืองไปได้ เหลียนฟางโจวต้องเกลี้ยกล่อมอยู่หลายต่อหลายครั้ง
หลังจากเหลียนฟางโจวและคณะจากไป ซูจิ่งเหอและชุยฉ้าวซีได้เตรียมการทุกหัวข้ออย่างเป็นระเบียบแบบแผน พวกเขาเริ่มให้คนมีฝีมือภายใต้อาณัติไปดำเนินงานในทุก ๆด้าน และบัญชาการให้พวกเขามุ่งมั่นทุ่มเทกับการก่อสร้างสวนเร็วให้เสร็จเร็วที่สุดเท่าที่เป็นได้
อย่างไรก็ตาม สิ่งที่สกุลทั้งสองมีเหมือนกันก็คือ เงินและกำลังคน ตราบใดที่กำหนดงานทุกอย่างไว้แล้วทั้งหมด ก็สามารถให้คนดำเนินงานทุกอย่างไปพร้อม ๆกัน ทั้งสองคนหารือกัน และสรุปสุดท้ายว่า โครงการควรเสร็จภายในช่วงเทศกาลฉงหยาง[1]ในวันที่ 9 เดือน 9 น่าจะดีที่สุด เมื่อถึงเวลานั้น อากาศอันเย็นสดชื่นในฤดูใบไม้ร่วง สามารถทำให้การขี่ม้าชมสวน หรือขี้นเขาและลัดเลาะไปตามที่ราบสูง ในช่วงเทศกาลฉงหยางเป็นเรื่องที่แสนวิเศษมิใช่หรือ?
หลังเตรียมการเสร็จ ซูจิ่งเหอเอ่ยกับฟางฉิงว่าเขาอยากจัดการปัญหาฟางฮุ่ยให้จบ!
เขาเต็มใจทำเรื่องนี้ ฟางฉิงดีใจที่มีคนมาช่วย นางจะได้ไม่เหนื่อยมีเวลานั่ง ๆนอน ผู้เป็นภรรยาได้แต่แย้มยิ้มและบอกผู้เป็นสามีให้กระทำการอย่างระมัดระวัง อย่าได้กระทบชื่อเสียงของทั้งสองตระกูล
มือทั้งสองของซูจิ่งเหอกุมใบหน้าผู้เป็นภรรยา ชายหนุ่มก้มหน้าลงแนบริมฝีปากจุมพิตอีกฝ่าย แล้วผุดยิ้มอย่างไม่ใส่ใจนัก “อย่ากังวลเลยน่า จัดการกับสตรีเอาแต่ใจโง่เขลาเช่นนั้น สำหรับสามีเจ้า ก็แค่เรื่องง่าย ๆดั่งปลอกกล้วยเข้าปาก!”
วาจานี้ฟางฉิงเห็นด้วยอย่างไม่มีข้อกังขา
นอกจากนี้ วันนั้นที่ฟางฮุ่ยถูกฟางเย่าและหลิ่วหรงหลอกให้ออกจากจวน พวกเขาพานางไปเที่ยวเดินซื้อของตามร้านรวงริมทางอยู่เป็นนาน ฟางฮุ่ยซื้อเสื้อผ้าอาภรณ์และแป้งประทินโฉม และข้าวของอื่น ๆเป็นอันมาก พอเริ่มเหนื่อย นางก็ขอให้หลิ่วหรงไปส่งนางกลับจวนสกุลซู
หลิ่วหรงเพียงพูดว่าให้กลับไปบอกกล่าวฟางเย่าด้วยตัวเองก่อน เมื่อกลับไปถึงจวนของคนทั้งสอง หลิ่วหรงก็ส่งน้องสามีไปหาฟางเย่า
เมื่อฟางฮุ่ยกล่าวอำลาฟางเย่า และคิดจะกลับ ใครจะรู้ว่าใบหน้าฟางเย่ากลับมืดครึ้มลง ผู้เป็นพี่ชายอบรมอีกฝ่ายโดยไม่ปล่อยนางกลับไป พร้อมทั้งกำชับให้นางทำตัวว่าง่ายพักอยู่ที่บ้านเขาสักสองสามวัน แล้วค่อยกลับบ้านตัวเองไปแต่โดยดี และเลิกคิดทำสิ่งเหลวไหล
ฟางฮุ่ยตกตะลึง แล้วเริ่มเดือดดาล หญิงสาวอับอายเมื่อได้ยินวาจาของพี่ชาย นางกรีดร้องตะโกนด่าทอฟางเย่า
ฟางเย่าจ้องนางอย่างเย็นชา พลางเอ่ยเสียงเย็น “เจ้าดูตัวเองสิ ช่างไม่ต่างจากผู้หญิงปากตลาด แถมยังกล้าคืดปีนเตียงผู้ชายอย่างพี่เขยเจ้าอีก! สตรีข้างกายผู้อื่นเขาดีพร้อมกว่าเจ้านัก เจ้าตัดใจเสียเถิด กลับไปบ้านแต่โดยดี และให้บิดามารดาเจ้าหาคนดี ๆมาแต่งกับเจ้า! หากเรื่องแบบนี้เกิดขึ้นอีกครั้ง ในไม่ช้าก็เร็วเจ้าจะต้องน้ำตาตกในแน่!”
ฟางฮุ่ยแทบไม่เคยโดนผู้เป็นพี่ชายทำให้โกรธจัดมานานแล้ว นางจึงปรี่เข้าไปข่วนหน้าฟางเย่า ฟางเย่าผลักนางกระเด็นไป และจับนางขังไว้ในห้อง
ฟางฮุ่ยรีบถลาไปที่ประตู พลางด่าทออีกฝ่ายลั่น เป็นเช่นนี้ไปสามวันสามคืนกว่านางจะหมดฤทธิ์
พอเห็นว่าผู้เป็นน้องสาวหยุดร่ำไห้ได้ในที่สุด ฟางเย่าจึงเกลี้ยกล่อมนางอย่างอดทน ฟางฮุ่ยแค่ค้อมศีรษะเงียบ ๆและไม่ได้พูดอันใด ฟางเย่าจึงผ่อนการเฝ้าระวังลง และบอกว่าเขาจะส่งนางกลับบ้านในวันพรุ่งนี้
ใครจะรู้ว่า ในวันต่อมาระหว่างทางที่ฟางเย่าไปส่งนางกลับบ้าน นางได้แอบหลบหนีไป
ฟางเย่าอยู่ในสภาพห่อเหี่ยวสิ้นหวัง เขาค้นหานางไปทั่วเมือง แต่ก็คว้าน้ำเหลว ดังนั้นจึงรีบรุดไปจวนสกุลซูเพื่อรายงานฟางฉิง
เหนืออื่นใด ไม่ว่าฟางฮุ่ยจะทำตัวแย่เหลือรับแค่ไหน อย่างไรนางก็เป็นน้องสาวเขา ผู้หญิงโสด และอยู่ในเมืองที่ไม่คุ้นเคย หากเกิดอะไรขึ้น เขาจะไม่เสียใจจนตายรึ?
ฟางฉิงแค่ยิ้มในใจ นางปลอบโยนฟางเย่าสองสามคำ และสั่งให้เขากลับไป พร้อมทั้งรับปากกับอีกฝ่ายว่าฟางฮุ่ยจะไม่เป็นอะไร
ด้วยอิทธิพลของสกุลซูในเมืองชวงหลิว การจะหาคนไม่ใช่เรื่องยากอันใดเลย
และที่สำคัญยิ่งกว่านั้นก็คือ ฟางฮุ่ยต้องการให้ใครหาตัวนางรึ? นางไม่ต้องการหรอก!
หากนางปฏิเสธกลับไปกับฟางเย่า นางก็จะกลับมาจวนสกุลซูแน่นอน!
การหาทางไปจวนสกุลซูในเมืองชวงหลิว ไม่ใช่เรื่องยากลำบากสักนิด
ตามคาด เพียงไม่ถึงหนึ่งชั่วยามต่อมาหลังฟางเย่าออกไป มีบ่าวหญิงชราที่เฝ้าประตูมารายงานว่า คุณหนูรองน้องสาวของฟางฉิงมา!
ฟางฉิงแค่นยิ้ม แล้วสั่งคนให้เชิญนางเข้ามาข้างใน
ทันทีที่ฟางฮุ่ยเข้ามาในจวน นางเห็นฟางฉิงราวกับได้พบญาติสนิทที่สุด นางร่ำไห้พร้อมทั้งเรียก “พี่สาว”น้ำตานองหน้า เหลือแค่ไม่ได้พุ่งตัวเข้าใส่อ้อมอกฟางฉิงเท่านั้น หญิงสาวร่ำไห้โฮ “พี่สาว ท่านต้องช่วยข้านะ!”
ฟางฉิงแสนรังเกียจ ริมฝีปากเหยียดยิ้ม ช่วยเจ้ารึ? ช่วยนางให้มายั่วยวนสามีตนหรือไร?
“เจ้าร้องไห้ทำไม!” ฟางฉิงนิ่วหน้า และพูดอย่างหมดความอดทน “อาเย่าส่งคนมาบอกข้าวันนั้นว่า เขาให้เจ้าอยู่กับเขาสองสามวัน เขาเป็นพี่ชายเจ้า ดังนั้นเขาไม่มีทางข่มเหงเจ้า! ร้องไห้เช่นนี้หมายความว่าอะไร? จะให้คนมาเห็นแล้วเอาไปนินทารึ!”
ฟางฮุ่ยนิ่งอึ้งไป มิคาดว่าฟางฉิงจะพูดมาแบบนั้น ใจนางมีแต่ความชิงชังอีกฝ่ายอย่างล้ำลึก ที่ไร้ความเป็นธรรมและหยาบคาย หญิงสาวใบหน้าหน้าซีดเผือดและเลิกร้องไห้ พลางยกมือปาดน้ำตาและสะอื้นไม่หยุด
**
[1]เทศกาลฉงหยาง เทศกาลฉงหยาง หรือเทศกาลเก้าคู่ (九 จิ่ว เลขเก้าของจีน เมื่อ 九九 รวมกัน ตัวหน้าเปลี่ยนจากเสียง จิ่ว เป็นจิ๋ว รวมอ่านว่า จิ๋วจิ่ว) ก็มาจากวันที่9เดือน9ตามปฏิทินจีนนั่นเอง สำหรับกิจกรรมในวันนี้ ในพื้นที่ต่างๆอาจจะจะมีกิจกรรมที่จัดเพื่อผู้สูงอายุ และเฉลิมฉลองวันนี้ตามประเพณีจีนโบราณ ซึ่งกิจกรรมที่สำคัญที่สืบทอดกันมายาวนานคือ การเดินขึ้นเขาเพื่อสูดอากาศบริสุทธิ์ในฤดูใบไม้ร่วง เพื่อเป็นการออกกำลังกายให้ห่างจากโรคภัยไข้เจ็บของผู้สูงอายุ อีกทั้งยังเป็นกุศโลบายที่ทำให้ลูกหลานสนใจผู้สูงอายุ พาผู้สูงอายุขึ้นเขา สานสัมพันธ์ในครอบครัว
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น