วันศุกร์ที่ 16 พฤษภาคม พ.ศ. 2568

จับแม่ทัพไปไถนา-บทที่ 1009 ไฟริษยาของสองแม่ลูกตระกูลเมิ่ง

 

บทที่ 1009 ไฟริษยาของสองแม่ลูกตระกูลเมิ่ง

 

ปิงเหมยและหลี่หมัวหมัวต่างยิ้มยินดี พวกนางหัวเราะกล่าวแสดงความยินดีกับสวีอี้หยุน

กระทั่งได้นำห่านป่าตัวเป็นๆ มาแทนที่จะใช้ห่านเลี้ยงแทน ซึ่งแสดงให้เห็นว่าตระกูลเหลียนให้ความสำคัญกับการแต่งงานครั้งนี้มากเพียงใด และให้ความสำคัญกับคุณหนูใหญ่แค่ไหน

ส่วนสินสอดทองหมั้นจำนวนมากนั้น พวกนางคิดไม่เหมือนสวีอี้เจิน ทั้งสองรู้สึกว่านั่นเป็นเพียงเรื่องสวยงามเพียงเปลือกนอกเท่านั้น

สวีอี้หยุนรู้สึกประหลาดใจเล็กน้อย ใบหน้าของนางจึงแดงเรื่อพร้อมรอยยิ้มบาง

คุณหนู ดูเหมือนว่าตระกูลเหลียนจะจริงใจในการขอคุณหนูแต่งงานจริงๆ! สิ่งที่หาได้ยากที่สุดในโลกนี้คือความจริงใจ เมื่อมีความจริงใจให้กันแล้ว ตระกูลเหลียนก็ไม่มีทางเลี้ยงลูกสะใภ้ไม่ได้ คุณหนูแต่งเข้าไปแล้วก็ใช้ชีวิตอย่างมีความสุขกับคุณชาย ปล่อยเรื่องราวในอดีตไปเถอะเจ้า!” หลี่หมัวหมัวพูดอย่างอ่อนโยน

สวีอี้หยุนรู้สึกกระอักกระอ่วนขึ้นมาทันที ฝืนยิ้มเล็กน้อยแล้วพยักหน้าอย่างคลุมเครือ

ทว่าในใจกลับรู้สึกเศร้า

เมื่อสินสอดถูกส่งมาถึง นางจะต้องแต่งงานจริงๆ หรือนี่?

ในหัวมีแต่ภาพของพี่หรงและภาพของคุณชายเหลียนสลับกันไปมา ทำให้นางรู้สึกเจ็บปวดใจมากขึ้น

แม้จะสามารถหลุดพ้นจากสถานการณ์ปัจจุบันได้ แต่ในใจก็ยังไม่สงบ

ในห้องโถงอุ่น เมิ่งซื่อและสวีกั๋วกงกำลังดูรายการสินสอดทองหมั้น

สวีกั๋วกงยิ้มแย้มด้วยใบหน้าเปล่งปลั่ง ยิ่งดูยิ่งรู้สึกพอใจ ขณะที่เมิ่งซื่อแอบตกใจเงียบๆ ใบหน้านางกลับยิ่งดูแย่ลง

รายการสินสอดยาวถึงแปดหน้า ทำให้เมิ่งซื่อรู้สึกขมขื่นใจอย่างมาก

ฮ่าฮ่าฮ่า! สินสอดนี้นับว่าเป็นสินสอดที่ดีที่สุดในบรรดาขุนนางในเมืองหลวง ไม่คิดว่าตระกูลเหลียนจะร่ำรวยถึงเพียงนี้! ฮ่าฮ่า ตอนนี้ข้าอยากเห็นแล้วว่าใครมันยังจะกล้าพูดว่าชื่อเสียงของลูกสาวข้าไม่ดีอีก!” สวีกั๋วกงพึงพอใจอย่างยิ่ง รู้สึกว่านี่เป็นเรื่องที่ดีในชีวิต เขายิ้มอย่างภาคภูมิใจ

เมิ่งซื่อหัวเราะเยาะเงียบๆ ด้วยความอิจฉา “นายท่านพูดถูก นี่เราลืมไปว่า ลูกเขยของเราคือน้องชายแท้ๆ ของฮูหยินแห่งจวนเว่ยหนิงโหว! ในจวนเว่ยหนิงโหวก็มีฮูหยินเป็นผู้ดูแล จะไม่ช่วยเหลือน้องชายของนางได้อย่างไร!”

ในใจรู้สึกขมขื่นและอดบ่นไม่ได้ว่า "เว่ยหนิงโหวก็เป็นถึงแม่ทัพใหญ่แท้ๆ เฮอะ! ไม่มีความเป็นลูกผู้ชายเลยสักนิด! ปล่อยให้ผู้หญิงมาคุมทั้งจวน วันหนึ่งถ้าจวนถูกขนย้ายจนหมด เขาคงยังไม่รู้ตัวเลยด้วยซ้ำ! ฮึ! แบบนี้ก็ดีแล้ว อยากรู้จริงๆ ว่าเว่ยหนิงโหวจะทนได้สักแค่ไหน ถึงตอนนั้นคงต้องปะทุแน่ๆ แล้วคอยดูสิว่าผู้หญิงโง่เง่าคนนั้นจะถูกเว่ยหนิงโหวรังเกียจยังไงบ้าง!"

คิดเช่นนี้เมิ่งซื่อก็รู้สึกสาแก่ใจ อยากให้หลี่ฟู่โกรธและด่าทอเหลียนฟางโจวทันที ถ้าจะให้ดีควรทำให้นางอับอายแล้วขับไล่นางออกไป

เหลียนฟางโจวกลายเป็นเหยื่อไปโดยไม่รู้ตัว ก็ใครใช้ให้หลี่ฟู่เอาอกเอาใจนางมากมายล่ะ? ในเมืองหลวงเต็มไปด้วยคนที่อิจฉาริษยาแบบเมิ่งซื่อไม่น้อยเลย

สวีกั๋วกงพยักหน้าเห็นด้วยและหัวเราะ “ใช่แล้ว! ก่อนหน้านี้เว่ยหนิงโหวออกศึกไม่รู้เก็บกวาดของดีมาได้เท่าไหร่! ดูตอนนี้สิ ของดีจริงๆ เยอะไม่ใช่น้อย! อี้หยุน..เด็กคนนี้ ช่างมีบุญจริงๆ!”

สวีกั๋วกงอดไม่ได้ที่จะถอนหายใจ ของดีมากมายขนาดนี้ หลายอย่างเขาเองก็ไม่เคยเห็น และตระกูลสวีก็ไม่มี

เมิ่งซื่อแอบมองสวีกั๋วกงอย่างไม่พอใจ ยิ่งรู้สึกไม่ยินยอมแล้วถอนหายใจ “นายท่านอย่าเพิ่งดีใจไปนัก สินสอดแบบนี้ แล้วสินเดิมที่เราจัดเตรียม——”

พูดเช่นนี้ทำให้รอยยิ้มบนใบหน้าของสวีกั๋วกงจางลง

พวกเขาแค่คิดว่าเหลียนเจ๋อเป็นคนธรรมดา เมิ่งซื่อตอนนั้นพูดอย่างใจดีว่าจะเตรียมสินสอดให้สวีอี้หยุนตามมาตรฐานหนึ่งหมื่นตำลึง สวีกั๋วกงยังรู้สึกว่ายกย่องตระกูลเหลียนเกินไป

เมิ่งซื่อกล่าวว่า สวีอี้หยุนยังไงก็เป็นคุณหนูใหญ่ของจวนสวีกั๋วกง ถ้าสินเดิมน้อยเกินไปอาจดูไม่ดี นางในฐานะแม่เลี้ยงก็จะถูกนินทา สวีกั๋วกงจึงยอมพยักหน้าอย่างฝืนใจ

เมิ่งซื่อไม่ได้ทำเพื่อสวีอี้หยุน แต่เพื่อที่ในอนาคตสวีอี้เจินจะได้มีงานแต่งงานใหญ่โต มีสินสอดมากมาย โดยไม่มีใครวิพากษ์วิจารณ์

แม้จะมีคนพูดถึงเรื่องนี้ นางก็มีคำตอบเตรียมไว้ว่า: “ครอบครัวของคุณหนูใหญ่นั้นเป็นอย่างไร ถึงจะต้องให้สินเดิมที่มีมูลค่าหมื่นตำลึง ยังไงตระกูลหรงก็คงต้องให้สินเดิมสักสี่ถึงห้าหมื่นตำลึงจึงจะเหมาะสมกับครอบครัวฝ่ายชาย จริงๆ แล้วก็อยากจะให้สินเดิมมากกว่านี้ แต่ถ้าให้มากเกินไปจนทำให้ครอบครัวฝ่ายชายรู้สึกถูกกดดัน กลัวว่าฝ่ายชายจะรู้สึกเสียหน้า แล้ววันหน้าคุณหนูใหญ่จะใช้ชีวิตอย่างลำบาก…”

สวีอี้เจินในอนาคตจะได้แต่งงานกับทายาทของท่านโหวซิ่นหยาง ซึ่งไม่สามารถนำมาเปรียบเทียบกับตระกูลเหลียนได้เลย!

แต่ไม่คาดคิดว่าตระกูลเหลียนจะสามารถให้สินสอดได้มากขนาดนี้!

สินเดิมหมื่นตำลึงนั้นแทบจะทำให้คนหัวเราะเยาะ! และชื่อเสียงความเป็นคนมีคุณธรรมของเมิ่งซื่อจะถูกทำลายลงทั้งหมด!

นางทนมานานหลายปี กำลังจะส่งสวีอี้หยุนออกไป จะให้มาเสียท่าในเวลานี้ได้อย่างไร?

แต่พอคิดว่าจะต้องให้สินเดิมที่มีมูลค่ามากขนาดนั้น แม่นางเหมิงก็รู้สึกเจ็บใจขึ้นมา: ทรัพย์สินของจวนกั๋วกงก็มีอยู่เท่านี้ แถมเจินเอ๋อร์ก็ต้องแต่งงานเหมือนกัน!

สวีกั๋วกงรู้สึกวุ่นวายในใจ ความดีใจและตื่นเต้นก่อนหน้านี้หายไปหมดสิ้น เขาขมวดคิ้วแล้วพูดว่า "ตระกูลเหลียนก็เหมือนกัน ทำพิธีรีตองไปทำไม! ไม่มีเงินยังจะทำตัวใหญ่โตเกินฐานะ!"

นับตั้งแต่สินสอดเข้ามาในบ้าน เมิ่งซื่อก็รู้สึกหดหู่ยิ่งนัก เมื่อได้ยินเช่นนี้ก็รู้สึกดีขึ้นมาหน่อย จึงยิ้มและกล่าวว่า “นายท่าน ตอนนี้บ่นไปก็ไม่มีประโยชน์แล้ว คิดหาทางแก้ปัญหาดีกว่านะเจ้าคะ!”

"จะทำยังไงได้ล่ะ!" สวีกั๋วกงยกมือขึ้นแล้วถอนหายใจ "อย่าลืมนะว่าการหมั้นครั้งนี้ท่านหมิ่นจวิ้นอ๋องผู้เฒ่าเป็นแม่สื่อ ถ้าสินเดิมดูน่าเกลียดเกินไป หมิ่นจวิ้นอ๋องผู้เฒ่าคงไม่พอใจแน่! ชายชราแบบนั้นไม่สนใจหน้าตาของคนอื่นหรอก ไม่สนว่าอะไรเหมาะหรือไม่เหมาะ ถ้าเกิดเรื่องขึ้นมาจริงๆ บ้านเราคงกลายเป็นตัวตลก! เตรียมสินเดิมใหม่ให้เรียบร้อย แล้วก็ยกที่นาสองแปลงที่หยางจวงแถบชานเมืองทางใต้และหมู่บ้านซาเหอที่ชานเมืองตะวันออกให้นางไปด้วย!"

เมิ่งซื่ออดไม่ได้ที่จะเม้มปากและแอบขมวดคิ้ว หยางจวงที่แถบชานเมืองทางใต้มีที่นาห้าร้อยหมู่ และที่ดินบนภูเขาสามร้อยหมู่ ส่วนที่ดินที่หมู่บ้านซานเหอแถบชานรเมืองตะวันอออกมีที่นาสามร้อยหมู่ แม้จะไม่มากนักแต่ก็เป็นที่ดินชั้นดี สองแห่งนี้นางตั้งใจจะเก็บไว้ให้สวีอี้เจิน

สวีกั๋วกงถอนหายใจอีกครั้งกล่าวว่า “เปิดคลังสมบัติออกมาดูหน่อยว่าในนั้นมีของดีอะไรบ้าง เลือกของดีๆ ออกมาเพิ่มอีกหลายๆ ชิ้น! ถ้าที่จวนไม่มี ก็ไปซื้อมา!”

นายท่าน ท่านพูดเสียง่าย แล้วเงินจะไปหาได้จากที่ไหน!” เมิ่งซื่อทนไม่ไหว ทุกคำที่ได้ยินเหมือนกับเนื้อของนางถูกตัดออก นางกล่าวด้วยโทสะ “ทำไมนายท่านไม่ไปดูบัญชีก่อนแล้วค่อยมาพูดอย่างนี้!”

สวีกั๋วกงขมวดคิ้ว “เจ้าดูแลจวนมาหลายปี ตอนนี้จะให้ข้าไปดูบัญชีรึ? ถ้าไม่พอ เจ้าก็เอาของที่เตรียมให้เจินเอ๋อร์มาแบ่งให้กับอี้หยุนก่อน แล้วค่อยเตรียมให้เจินเอ๋อร์ใหม่! อีกอย่าง ตระกูลเรามีความสัมพันธ์อันดีกับตระกูลหรงมานาน ต่อให้สินสอดน้อยลงหน่อยก็ไม่เป็นปัญหากับเจินเอ๋อร์หรอก!”

สวีกั๋วกงมองหน้าภรรยาที่ดูแย่ลงเรื่อยๆ ก็รู้สึกละอายใจ ไม่รอให้นางพูดอะไรอีกก็ลุกขึ้นเดินหนีไป “เอาเป็นว่าตกลงตามนี้! ข้ามีธุระ ต้องไปก่อน!”

เมิ่งซื่อโกรธจนต้องลูบอกเพื่อระบายโทสะ ถอนหายใจยาวแล้วกล่าวด้วยความแค้น “เป็นคนที่ไม่เคยทำให้สบายใจเลยจริงๆ! ก่อนออกจากจวนก็ยังต้องมาทำให้ข้าเครียดอีก!”

พอดีกับที่สวีอี้เจินเข้ามา แม่ลูกทั้งสองก็ระบายความไม่พอใจร่วมกัน

เมื่อได้ยินว่าต้องเตรียมสินเดิมใหม่ให้สวีอี้หยุน สวีอี้เจินพลันมีหน้าตาไม่สู้ดีและกล่าวด้วยความไม่พอใจ “กับนางที่ไม่กตัญญูแบบนั้น ท่านพ่อกับท่านแม่ไม่ต้องให้เงินสักแดงก็ยังได้ นางเป็นใครกัน! นางคู่ควรหรือ! แต่งงานทั้งทีต้องมาค้นเอาทรัพย์สมบัติจากจวนเราอีก ช่างไม่กตัญญูจริงๆ!”

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

1 ความคิดเห็น: