บทที่
1009 ไฟริษยาของสองแม่ลูกตระกูลเมิ่ง
ปิงเหมยและหลี่หมัวหมัวต่างยิ้มยินดี
พวกนางหัวเราะกล่าวแสดงความยินดีกับสวีอี้หยุน
กระทั่งได้นำห่านป่าตัวเป็นๆ
มาแทนที่จะใช้ห่านเลี้ยงแทน ซึ่งแสดงให้เห็นว่าตระกูลเหลียนให้ความสำคัญกับการแต่งงานครั้งนี้มากเพียงใด
และให้ความสำคัญกับคุณหนูใหญ่แค่ไหน
ส่วนสินสอดทองหมั้นจำนวนมากนั้น
พวกนางคิดไม่เหมือนสวีอี้เจิน ทั้งสองรู้สึกว่านั่นเป็นเพียงเรื่องสวยงามเพียงเปลือกนอกเท่านั้น
สวีอี้หยุนรู้สึกประหลาดใจเล็กน้อย
ใบหน้าของนางจึงแดงเรื่อพร้อมรอยยิ้มบาง
“คุณหนู ดูเหมือนว่าตระกูลเหลียนจะจริงใจในการขอคุณหนูแต่งงานจริงๆ!
สิ่งที่หาได้ยากที่สุดในโลกนี้คือความจริงใจ เมื่อมีความจริงใจให้กันแล้ว
ตระกูลเหลียนก็ไม่มีทางเลี้ยงลูกสะใภ้ไม่ได้
คุณหนูแต่งเข้าไปแล้วก็ใช้ชีวิตอย่างมีความสุขกับคุณชาย ปล่อยเรื่องราวในอดีตไปเถอะเจ้า!”
หลี่หมัวหมัวพูดอย่างอ่อนโยน
สวีอี้หยุนรู้สึกกระอักกระอ่วนขึ้นมาทันที
ฝืนยิ้มเล็กน้อยแล้วพยักหน้าอย่างคลุมเครือ
ทว่าในใจกลับรู้สึกเศร้า
เมื่อสินสอดถูกส่งมาถึง
นางจะต้องแต่งงานจริงๆ หรือนี่?
ในหัวมีแต่ภาพของพี่หรงและภาพของคุณชายเหลียนสลับกันไปมา
ทำให้นางรู้สึกเจ็บปวดใจมากขึ้น
แม้จะสามารถหลุดพ้นจากสถานการณ์ปัจจุบันได้
แต่ในใจก็ยังไม่สงบ
ในห้องโถงอุ่น
เมิ่งซื่อและสวีกั๋วกงกำลังดูรายการสินสอดทองหมั้น
สวีกั๋วกงยิ้มแย้มด้วยใบหน้าเปล่งปลั่ง
ยิ่งดูยิ่งรู้สึกพอใจ ขณะที่เมิ่งซื่อแอบตกใจเงียบๆ ใบหน้านางกลับยิ่งดูแย่ลง
รายการสินสอดยาวถึงแปดหน้า
ทำให้เมิ่งซื่อรู้สึกขมขื่นใจอย่างมาก
“ฮ่าฮ่าฮ่า! สินสอดนี้นับว่าเป็นสินสอดที่ดีที่สุดในบรรดาขุนนางในเมืองหลวง
ไม่คิดว่าตระกูลเหลียนจะร่ำรวยถึงเพียงนี้! ฮ่าฮ่า ตอนนี้ข้าอยากเห็นแล้วว่าใครมันยังจะกล้าพูดว่าชื่อเสียงของลูกสาวข้าไม่ดีอีก!”
สวีกั๋วกงพึงพอใจอย่างยิ่ง รู้สึกว่านี่เป็นเรื่องที่ดีในชีวิต
เขายิ้มอย่างภาคภูมิใจ
เมิ่งซื่อหัวเราะเยาะเงียบๆ
ด้วยความอิจฉา “นายท่านพูดถูก นี่เราลืมไปว่า ลูกเขยของเราคือน้องชายแท้ๆ
ของฮูหยินแห่งจวนเว่ยหนิงโหว! ในจวนเว่ยหนิงโหวก็มีฮูหยินเป็นผู้ดูแล
จะไม่ช่วยเหลือน้องชายของนางได้อย่างไร!”
ในใจรู้สึกขมขื่นและอดบ่นไม่ได้ว่า
"เว่ยหนิงโหวก็เป็นถึงแม่ทัพใหญ่แท้ๆ เฮอะ! ไม่มีความเป็นลูกผู้ชายเลยสักนิด!
ปล่อยให้ผู้หญิงมาคุมทั้งจวน วันหนึ่งถ้าจวนถูกขนย้ายจนหมด เขาคงยังไม่รู้ตัวเลยด้วยซ้ำ!
ฮึ! แบบนี้ก็ดีแล้ว อยากรู้จริงๆ ว่าเว่ยหนิงโหวจะทนได้สักแค่ไหน
ถึงตอนนั้นคงต้องปะทุแน่ๆ
แล้วคอยดูสิว่าผู้หญิงโง่เง่าคนนั้นจะถูกเว่ยหนิงโหวรังเกียจยังไงบ้าง!"
คิดเช่นนี้เมิ่งซื่อก็รู้สึกสาแก่ใจ
อยากให้หลี่ฟู่โกรธและด่าทอเหลียนฟางโจวทันที
ถ้าจะให้ดีควรทำให้นางอับอายแล้วขับไล่นางออกไป
เหลียนฟางโจวกลายเป็นเหยื่อไปโดยไม่รู้ตัว
ก็ใครใช้ให้หลี่ฟู่เอาอกเอาใจนางมากมายล่ะ? ในเมืองหลวงเต็มไปด้วยคนที่อิจฉาริษยาแบบเมิ่งซื่อไม่น้อยเลย
สวีกั๋วกงพยักหน้าเห็นด้วยและหัวเราะ
“ใช่แล้ว! ก่อนหน้านี้เว่ยหนิงโหวออกศึกไม่รู้เก็บกวาดของดีมาได้เท่าไหร่!
ดูตอนนี้สิ ของดีจริงๆ เยอะไม่ใช่น้อย! อี้หยุน..เด็กคนนี้ ช่างมีบุญจริงๆ!”
สวีกั๋วกงอดไม่ได้ที่จะถอนหายใจ
ของดีมากมายขนาดนี้ หลายอย่างเขาเองก็ไม่เคยเห็น และตระกูลสวีก็ไม่มี
เมิ่งซื่อแอบมองสวีกั๋วกงอย่างไม่พอใจ
ยิ่งรู้สึกไม่ยินยอมแล้วถอนหายใจ “นายท่านอย่าเพิ่งดีใจไปนัก สินสอดแบบนี้ แล้วสินเดิมที่เราจัดเตรียม——”
พูดเช่นนี้ทำให้รอยยิ้มบนใบหน้าของสวีกั๋วกงจางลง
พวกเขาแค่คิดว่าเหลียนเจ๋อเป็นคนธรรมดา
เมิ่งซื่อตอนนั้นพูดอย่างใจดีว่าจะเตรียมสินสอดให้สวีอี้หยุนตามมาตรฐานหนึ่งหมื่นตำลึง
สวีกั๋วกงยังรู้สึกว่ายกย่องตระกูลเหลียนเกินไป
เมิ่งซื่อกล่าวว่า
สวีอี้หยุนยังไงก็เป็นคุณหนูใหญ่ของจวนสวีกั๋วกง ถ้าสินเดิมน้อยเกินไปอาจดูไม่ดี
นางในฐานะแม่เลี้ยงก็จะถูกนินทา สวีกั๋วกงจึงยอมพยักหน้าอย่างฝืนใจ
เมิ่งซื่อไม่ได้ทำเพื่อสวีอี้หยุน
แต่เพื่อที่ในอนาคตสวีอี้เจินจะได้มีงานแต่งงานใหญ่โต มีสินสอดมากมาย
โดยไม่มีใครวิพากษ์วิจารณ์
แม้จะมีคนพูดถึงเรื่องนี้
นางก็มีคำตอบเตรียมไว้ว่า: “ครอบครัวของคุณหนูใหญ่นั้นเป็นอย่างไร
ถึงจะต้องให้สินเดิมที่มีมูลค่าหมื่นตำลึง
ยังไงตระกูลหรงก็คงต้องให้สินเดิมสักสี่ถึงห้าหมื่นตำลึงจึงจะเหมาะสมกับครอบครัวฝ่ายชาย
จริงๆ แล้วก็อยากจะให้สินเดิมมากกว่านี้ แต่ถ้าให้มากเกินไปจนทำให้ครอบครัวฝ่ายชายรู้สึกถูกกดดัน
กลัวว่าฝ่ายชายจะรู้สึกเสียหน้า แล้ววันหน้าคุณหนูใหญ่จะใช้ชีวิตอย่างลำบาก…”
สวีอี้เจินในอนาคตจะได้แต่งงานกับทายาทของท่านโหวซิ่นหยาง
ซึ่งไม่สามารถนำมาเปรียบเทียบกับตระกูลเหลียนได้เลย!
แต่ไม่คาดคิดว่าตระกูลเหลียนจะสามารถให้สินสอดได้มากขนาดนี้!
สินเดิมหมื่นตำลึงนั้นแทบจะทำให้คนหัวเราะเยาะ!
และชื่อเสียงความเป็นคนมีคุณธรรมของเมิ่งซื่อจะถูกทำลายลงทั้งหมด!
นางทนมานานหลายปี
กำลังจะส่งสวีอี้หยุนออกไป จะให้มาเสียท่าในเวลานี้ได้อย่างไร?
แต่พอคิดว่าจะต้องให้สินเดิมที่มีมูลค่ามากขนาดนั้น
แม่นางเหมิงก็รู้สึกเจ็บใจขึ้นมา: ทรัพย์สินของจวนกั๋วกงก็มีอยู่เท่านี้
แถมเจินเอ๋อร์ก็ต้องแต่งงานเหมือนกัน!
สวีกั๋วกงรู้สึกวุ่นวายในใจ
ความดีใจและตื่นเต้นก่อนหน้านี้หายไปหมดสิ้น เขาขมวดคิ้วแล้วพูดว่า "ตระกูลเหลียนก็เหมือนกัน
ทำพิธีรีตองไปทำไม! ไม่มีเงินยังจะทำตัวใหญ่โตเกินฐานะ!"
นับตั้งแต่สินสอดเข้ามาในบ้าน
เมิ่งซื่อก็รู้สึกหดหู่ยิ่งนัก เมื่อได้ยินเช่นนี้ก็รู้สึกดีขึ้นมาหน่อย จึงยิ้มและกล่าวว่า
“นายท่าน ตอนนี้บ่นไปก็ไม่มีประโยชน์แล้ว คิดหาทางแก้ปัญหาดีกว่านะเจ้าคะ!”
"จะทำยังไงได้ล่ะ!" สวีกั๋วกงยกมือขึ้นแล้วถอนหายใจ
"อย่าลืมนะว่าการหมั้นครั้งนี้ท่านหมิ่นจวิ้นอ๋องผู้เฒ่าเป็นแม่สื่อ
ถ้าสินเดิมดูน่าเกลียดเกินไป หมิ่นจวิ้นอ๋องผู้เฒ่าคงไม่พอใจแน่!
ชายชราแบบนั้นไม่สนใจหน้าตาของคนอื่นหรอก ไม่สนว่าอะไรเหมาะหรือไม่เหมาะ
ถ้าเกิดเรื่องขึ้นมาจริงๆ บ้านเราคงกลายเป็นตัวตลก! เตรียมสินเดิมใหม่ให้เรียบร้อย
แล้วก็ยกที่นาสองแปลงที่หยางจวงแถบชานเมืองทางใต้และหมู่บ้านซาเหอที่ชานเมืองตะวันออกให้นางไปด้วย!"
เมิ่งซื่ออดไม่ได้ที่จะเม้มปากและแอบขมวดคิ้ว
หยางจวงที่แถบชานเมืองทางใต้มีที่นาห้าร้อยหมู่ และที่ดินบนภูเขาสามร้อยหมู่
ส่วนที่ดินที่หมู่บ้านซานเหอแถบชานรเมืองตะวันอออกมีที่นาสามร้อยหมู่
แม้จะไม่มากนักแต่ก็เป็นที่ดินชั้นดี สองแห่งนี้นางตั้งใจจะเก็บไว้ให้สวีอี้เจิน
สวีกั๋วกงถอนหายใจอีกครั้งกล่าวว่า
“เปิดคลังสมบัติออกมาดูหน่อยว่าในนั้นมีของดีอะไรบ้าง เลือกของดีๆ
ออกมาเพิ่มอีกหลายๆ ชิ้น! ถ้าที่จวนไม่มี ก็ไปซื้อมา!”
“นายท่าน ท่านพูดเสียง่าย แล้วเงินจะไปหาได้จากที่ไหน!” เมิ่งซื่อทนไม่ไหว
ทุกคำที่ได้ยินเหมือนกับเนื้อของนางถูกตัดออก นางกล่าวด้วยโทสะ “ทำไมนายท่านไม่ไปดูบัญชีก่อนแล้วค่อยมาพูดอย่างนี้!”
สวีกั๋วกงขมวดคิ้ว
“เจ้าดูแลจวนมาหลายปี ตอนนี้จะให้ข้าไปดูบัญชีรึ? ถ้าไม่พอ
เจ้าก็เอาของที่เตรียมให้เจินเอ๋อร์มาแบ่งให้กับอี้หยุนก่อน
แล้วค่อยเตรียมให้เจินเอ๋อร์ใหม่! อีกอย่าง
ตระกูลเรามีความสัมพันธ์อันดีกับตระกูลหรงมานาน
ต่อให้สินสอดน้อยลงหน่อยก็ไม่เป็นปัญหากับเจินเอ๋อร์หรอก!”
สวีกั๋วกงมองหน้าภรรยาที่ดูแย่ลงเรื่อยๆ
ก็รู้สึกละอายใจ ไม่รอให้นางพูดอะไรอีกก็ลุกขึ้นเดินหนีไป “เอาเป็นว่าตกลงตามนี้!
ข้ามีธุระ ต้องไปก่อน!”
เมิ่งซื่อโกรธจนต้องลูบอกเพื่อระบายโทสะ
ถอนหายใจยาวแล้วกล่าวด้วยความแค้น “เป็นคนที่ไม่เคยทำให้สบายใจเลยจริงๆ!
ก่อนออกจากจวนก็ยังต้องมาทำให้ข้าเครียดอีก!”
พอดีกับที่สวีอี้เจินเข้ามา
แม่ลูกทั้งสองก็ระบายความไม่พอใจร่วมกัน
เมื่อได้ยินว่าต้องเตรียมสินเดิมใหม่ให้สวีอี้หยุน
สวีอี้เจินพลันมีหน้าตาไม่สู้ดีและกล่าวด้วยความไม่พอใจ
“กับนางที่ไม่กตัญญูแบบนั้น ท่านพ่อกับท่านแม่ไม่ต้องให้เงินสักแดงก็ยังได้
นางเป็นใครกัน! นางคู่ควรหรือ! แต่งงานทั้งทีต้องมาค้นเอาทรัพย์สมบัติจากจวนเราอีก
ช่างไม่กตัญญูจริงๆ!”
แก๊งนางร้ายเริ่มแล้ว
ตอบลบ