บทที่ 1032 เรื่องแปลกๆในห้องหอ
ระหว่างทางคิดเพียงว่า อาหญิงสามคงเหน็ดเหนื่อยกับการเดินทางครั้งนี้
จึงพูดคุยกันเล็กน้อยเพื่อช่วยย่อยอาหาร
จากนั้นก็ให้ชุนซิ่งพานางและเหลียนฟางชิงไปพักผ่อนที่เรือนที่เตรียมไว้แล้ว
ยังไงก็ตาม ครั้งนี้อาหญิงสามก็เดินทางมายังเมืองหลวงได้ยาก
คงจะอยู่จนกว่าจะหมดปีแล้วค่อยกลับไปใช่ไหม?
เมื่อพูดถึงเรื่องนี้เหลียนฟางโจวก็ปวดหัวอีกครั้ง หวังว่าพระนัดดารองจะลืมเรื่องของชิงเอ๋อร์ไปแล้ว
และอย่าให้มีเรื่องวุ่นวายเกิดขึ้นอีกเลย!
ต้องยอมรับว่า ชิงเอ๋อร์เป็นคนที่มีชีวิตชีวามาก
การที่นางมาอยู่ที่เมืองหลวงเป็นเวลานานเช่นนี้ การที่จะปิดบังไม่ให้พระนัดดารองรู้ก็คงเป็นไปไม่ได้
ตอนนี้ก็ได้แต่ปิดบังได้นานเท่าไรก็ต้องพยายามปิดบังต่อไป
การมาของอาหญิงสามทำให้จวนเว่ยหนิงโหวครึกครื้นอยู่สองวัน
เนื่องจากอีกไม่นานก็จะถึงวันแต่งงานของเหลียนเจ๋อแล้ว งานต่าง ๆ
ก็เริ่มยุ่งเหยิงไปหมด
เหลียนฟางชิงยังคงอยู่ที่จวนเว่ยหนิงโหวเพื่อช่วยดูแลซู่เอ๋อร์
ส่วนหลี่ฟู่ก็ต้องไปทำงานที่ที่ว่าการเป็นครั้งคราว ส่วนอาหญิงสามได้ย้ายมาอยู่ที่จวนตระกูลเหลียนเพื่อดูแลและช่วยจัดการเรื่องต่างๆ
เหลียนฟางโจวมักจะไปที่นั่นแต่เช้าตรู่
และกลับมาก็ช่วงค่ำของทุกวัน
แม้แต่โจวซื่อก็ไปที่นั่นเพื่อช่วยเหลือเช่นกัน
เมื่อถึงวันวิวาห์จริง
ๆ รถม้าและเกี้ยวก็ทยอยกันเข้ามาไม่ขาดสาย แขกเหรื่อล้นหลาม จวนตระกูลเหลียนประดับด้วยสีแดงสดใส
พรมแดงปูทั่ว บรรเลงดนตรีเสียงกลองอย่างครึกครื้น เสียงดังสนั่นไปทั่ว
แม้ว่าจะเตรียมการไว้ดีแล้ว
แต่เนื่องจากแขกมามากเกินคาด ทุกคนจึงยุ่งจนแทบไม่ได้หยุด
แม้แต่จะดื่มน้ำสักแก้วก็ไม่มีเวลา
โชคดีที่แม้จะมีปัญหาเล็กน้อย
แต่ก็ไม่มีเรื่องใหญ่เกิดขึ้น เหลียนฟางโจวจึงรู้สึกโล่งใจอย่างมาก
ในวันสำคัญนี้
เหลียนฟางชิงก็ปรากฏตัวด้วย เพื่อช่วยต้อนรับบรรดาแขกสาวๆ ที่มางาน
สาวๆ
ทั้งหลายต่างได้รับคำสั่งจากผู้อาวุโสในตระกูลว่าการมาเยี่ยมเยือนที่จวนตระกูลเหลียนในวันนี้คือโอกาสที่จะต้องสร้างความสัมพันธ์ที่ดี
แม้ว่าทุกคนจะรู้เรื่องระหว่างเหลียนฟางชิงกับพระนัดดารองบ้างเล็กน้อย
แต่ก็ไม่มีใครไม่รู้กาลเทศะถึงขนาดจะเอ่ยถึงเรื่องนี้ต่อหน้าเหลียนฟางชิงในตอนนี้
โดยรวมแล้ว
บรรยากาศในฝั่งนี้ยังคงเป็นไปด้วยดี
เมื่อเวลาผ่านไปจนถึงยามค่ำคืน
เจ้าสาวก็ถูกต้อนรับกลับมาและนั่งอยู่ในห้องใหม่อย่างเงียบๆ
ที่ลานหน้า ในจวนก็เริ่มจัดงานเลี้ยงฉลอง
เหลียนเจ๋อในฐานะเจ้าบ่าวก็เดินไปรอบๆ โต๊ะเพื่อดื่มอวยพรให้แขก ขณะที่หลี่ฟู่
เหลียนฟางโจว และคนอื่นๆ ก็ยุ่งอยู่กับการต้อนรับแขกที่มาเยือน
เหลียนฟางชิงยังเด็ก
จึงไม่จำเป็นต้องรับหน้าที่ต้อนรับในงานเลี้ยงฉลองนี้ ส่วนอาหญิงสามก็เพิ่งมาจากอำเภอยู่เหอได้ไม่กี่วัน
ยังไม่คุ้นเคยกับกฎระเบียบและผู้คนในเมืองหลวง จึงไม่ได้ออกมา
แต่ก็อยู่กับเหลียนฟางชิงที่ลานหลังบ้าน
ช่วยกันดูแลภายในบ้านเพื่อป้องกันไม่ให้มีใครฉวยโอกาสทำอะไรที่ไม่ดีในขณะที่ไม่มีใครสังเกตเห็น
เหลียนฟางชิงโดยนิสัยเป็นคนที่ชอบความสนุกสนาน
เมื่ออยู่ในลานในบ้านก็อดทนกับความเงียบไม่ได้
โดยเฉพาะเมื่อได้ยินเสียงหัวเราะและความครึกครื้นจากภายนอก ก็ยิ่งทำให้นางรู้สึกคันไม้คันมืออยากจะออกไป
เมื่อคิดว่านางไม่สามารถไปร่วมงานเลี้ยงที่สนุกสนานได้
ก็อดไม่ได้ที่จะถอนหายใจด้วยความผิดหวัง
อาหญิงสามได้ยินเสียงนั้นจึงยื่นนิ้วออกมาจิ้มที่หน้าผากของนางพร้อมกับจ้องตาแล้วเอ่ยว่า
“วันนี้เป็นวันมงคลของพี่ชายรองของเจ้า เจ้าซึ่งเป็นน้องสาวแท้ๆ
จะมาถอนหายใจทำไมกัน? มันไม่เป็นมงคลเอาเลยนะ!”
เหลียนฟางชิงแลบลิ้นออกมา
แล้วจู่ๆ ก็โผเข้ากอดแขนของอาหญิงสามแล้วเอ่ยด้วยรอยยิ้ม “อาหญิงสาม
ทำไมเราไม่ไปดูเจ้าสาวกันล่ะเจ้าคะ?”
อาหญิงสามเองก็อยากเห็นเจ้าสาวของเหลียนเจ๋อว่าจะหน้าตาเป็นอย่างไรเช่นกัน
เพราะตลอดทั้งวันเหลียนเจ๋อยิ้มไม่หุบเลย นางจึงอยากรู้มากว่าเจ้าสาวใหม่จะสวยขนาดไหน
“แต่... คิดอีกที อย่าเลยดีกว่า!
ถ้าเผื่อทำให้เจ้าสาวตกใจขึ้นมาจะไม่ดีเสียเปล่าๆ
ยังไงพรุ่งนี้ก็ได้เจอกันอยู่ดี!” อาหญิงสามตอบ
“ยังไงพรุ่งนี้ก็ได้เจออยู่แล้ว แต่ถ้าเราไปดูตอนนี้ก็คงไม่เป็นไรหรอกกระมัง!”
เหลียนฟางชิงทำปากยื่นแล้วพูดว่า “พี่สะใภ้ใหม่ของข้ายังไม่ได้กินข้าวแน่ๆเลย
พวกเราเอาข้าวไปให้นางกิน แล้วก็ถือโอกาสดูนางด้วยกันเลยสิ!”
อาหญิงสามทั้งอยากจะไป
แต่ก็ถูกเหลียนฟางชิงปลุกปั่นเข้า เลยอดไม่ได้ สุดท้ายก็ไปพร้อมกับเหลียนฟางชิง
ทั้งสองคนกลัวว่าถ้าเหลียนฟางโจวรู้เรื่องนี้ทีหลังจะโกรธและมาตำหนิ
จึงตกลงกันอย่างเงียบๆ ว่าไม่พาคนรับใช้ไปด้วย แต่ยกกล่องใส่อาหารไปเอง และแอบไปที่ห้องหอราวกับกำลังทำไม่ดีอยู่
ความจริงแล้ว
การที่พวกนางแอบทำเรื่องนี้เพราะความอยากรู้อยากเห็น
ไม่เพียงแต่จะไม่ทำให้เหลียนฟางโจวโกรธหรือมาตำหนิ แต่กลับกลายเป็นว่าพวกนางได้ทำสิ่งที่เป็นประโยชน์เป็นอย่างยิ่ง...
เมื่ออาหญิงสามและเหลียนฟางชิงมาถึงเขตเรือนที่ตั้งห้องหอ
หญิงรับใช้ชราทั้งสองที่เฝ้าประตูรีบเข้ามาทักทายด้วยรอยยิ้ม
เมื่อเห็นกล่องใส่อาหารในมือของพวกนาง ก็ยิ่งไม่พูดอะไรสักคำ
เมื่อเข้าไปในลาน
บรรยากาศเงียบสงัด ทั้งสองคนรู้สึกทั้งตื่นเต้นและประหม่า จึงเดินย่องเบาๆ
ผ่านทางเดินและลานบ้านมาจนถึงหน้าประตูห้องหอ
พวกนางมองหน้ากันแล้วยิ้มให้กัน
เหลียนฟางชิงยกมือขึ้นเตรียมจะเคาะประตู
แต่ทันใดนั้นก็ได้ยินเสียงเหมือนเครื่องลายครามตกพื้นจากในห้อง ทำให้ทั้งสองคนตกใจ
จากนั้นยังได้ยินเสียงพูดที่ฟังไม่ชัดและร้อนรน
ทั้งสองคนยิ่งรู้สึกงุนงงและตกตะลึง
เกิดอะไรขึ้น?
เหลียนฟางชิงยกนิ้วชี้ขึ้นแตะที่ริมฝีปากเป็นสัญญาณให้เงียบ
แล้วค่อยๆ เข้าไปใกล้ประตูอย่างระมัดระวัง นางค่อยๆ ดันประตูเปิดออกเพียงเล็กน้อย
แล้วแอบมองเข้าไปด้วยดวงตาที่หรี่ลง
เมื่อนางเห็นสิ่งที่อยู่ในห้อง
สีหน้าของนางก็เปลี่ยนไปทันที
ทันทีที่เห็น นางก็รีบหันหลังกลับแล้วดึงอาหญิงสามให้รีบเดินออกไป
“เกิดอะไรขึ้น? ในห้องนั้น…เกิดอะไรขึ้น?” เมื่อออกมาจากเขตเรือนของห้องหอแล้ว อาหญิงสามก็รีบถามทันที
เหลียนฟางชิงหน้าซีดเล็กน้อย
นางตั้งสติแล้วกล่าวว่า “มัน...น่ากลัวมาก...”
จริงๆ แล้วนางเห็นจากช่องประตูว่าพี่สะใภ้ใหม่ของนางกำลังร่วมมือกับสาวใช้คนหนึ่ง
กดตัวสาวใช้อีกคนที่กำลังดิ้นรนลงกับพื้น
แล้วใช้ผ้าคลุมหน้าคลุมปากและจมูกของสาวใช้นั้น ดูเหมือนว่าต้องการจะทำให้อีกฝ่ายหมดสติ...
“นี่—” อาหญิงสามตกใจตาค้าง “เจ้า...เจ้าไม่ดูผิดไปหรือ?”
นี่มันเรื่องอะไรกัน? เจ้าสาวคนนั้นคงไม่เสียสติไปแล้วหรอกหรือ
ถึงได้ทำแบบนี้กับสาวใช้ที่ติดตามมาด้วย พวกนางต้องการทำอะไรกันแน่?
“ข้าไม่ดูผิดแน่!” เหลียนฟางชิงพูดพร้อมกับทำปากยื่น
“หรือว่าท่านไม่ได้ยินเสียงแปลกๆ อะไรเลย?”
นั่นก็จริง อาหญิงสามมีสีหน้าเปลี่ยนไปหลายครั้ง
และไม่สามารถหาคำอธิบายใดๆ ได้
ไม่รู้ทำไม
แต่เมื่อเหลียนฟางชิงนึกถึงใบหน้าที่บิดเบี้ยวและดุดันของเจ้าสาวที่เห็นเมื่อครู่ นางก็รู้สึกไม่ชอบใจมากขึ้น
ไม่ชอบที่คนคนนี้จะมาเป็นพี่สะใภ้ของนางเลย!
“เราควรไปหาพี่ใหญ่กันเถอะ! เรื่องนี้มันแปลกเกินไป! ไม่สิ ข้าจะไปหาพี่ใหญ่เอง
อาหญิงสาม ท่านรออยู่ที่นี่ หากมีอะไรเกิดขึ้นในเขตเรือนนั้น ท่านจะได้รู้เรื่อง”
เหลียนฟางชิงกล่าว
“ตกลง! ข้าจะรออยู่ที่นี่ เจ้ารีบไปหาเหลียนฟางโจวเร็วๆเข้าเถอะ!” อาหญิงสามพยักหน้าอย่างรวดเร็ว
ในวันมงคลเช่นนี้
การพบเรื่องแปลกๆ แบบนี้คงไม่มีใครที่รู้สึกสบายใจ
เหลียนฟางชิงพยักหน้าแล้วรีบวิ่งออกไปทันที
ในงานเลี้ยงฉลองสมรสในวันนี้
มีการจัดโต๊ะเลี้ยงทั้งสามระดับคือระดับสูง กลาง และธรรมดา รวมทั้งหมดสามร้อยโต๊ะ
แขกที่มาร่วมงานต่างก็รู้ดีว่าเจ้าภาพคงยุ่งมาก
ดังนั้นหากไม่ได้มีความสัมพันธ์ที่ใกล้ชิดสนิทสนมจริง ๆ
แขกทั่วไปก็จะรู้จักกาลเทศะ รัยประทานอาหารเสร็จก็จะขอตัวกลับ
ในช่วงเวลานี้
แขกสองในสามส่วนได้รับประทานอาหารเสร็จและลากลับไปแล้ว ทำให้เหลียนฟางโจวและคนอื่น
ๆ ได้มีเวลาหายใจหายคอ
เหลียนฟางชิงก็ถือว่ามีไหวพริบ
ไม่ได้เข้าไปหาเหลียนฟางโจวตรง ๆ เพื่อกระซิบ
ซึ่งอาจดึงดูดความสนใจและบอกเป็นนัยว่ามีปัญหาเกิดขึ้นในจวน แต่นางเลือกที่จะไปหาไห่ถังก่อน
ให้ไห่ถังแอบกระซิบบอกเหลียนฟางโจวตอนที่รินชาให้ และบอกว่าอีกฝ่ายรออยู่ในห้องเล็กที่เงียบสงบอีกห้องหนึ่ง
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น