วันอังคารที่ 10 มีนาคม พ.ศ. 2569

จับแม่ทัพไปไถนา-บทที่ 1238 เลี้ยงแขก

 

บทที่ 1238 เลี้ยงแขก

ขณะฮูหยินเหลียงกำลังวางแผนครุ่นคิดหาหนทางกำจัดเหลียนฟางโจวอยู่นั้น ทางด้านเหลียนฟางโจวกลับกำลังยุ่งอยู่กับการจัดเตรียมงานเลี้ยงต้อนรับบรรดาฮูหยินทั้งหลาย

ครั้งนี้นางเชิญเหล่าฮูหยินวัยไล่เลี่ยกัน โดยมีภรรยาของเหลียงอี้ และสะใภ้รองแห่งสกุลเหลียงรวมอยู่ด้วย

ส่วนบรรดาฮูหยินผู้ใหญ่ เหลียนฟางโจวมิได้เชิญเข้าร่วม เพียงแต่ส่งเทียบเชิญไป แสดงความเคารพว่ามิกล้ารบกวนผู้ใหญ่ เพียงจัดงานเล็ก ๆ สำหรับสหายรุ่นเดียวกันไว้พูดคุยหยอกล้อ ส่วนงานเลี้ยงใหญ่ในศาลาจะจัดขึ้นในเดือนอ้าย จึงค่อยเชิญเหล่าฮูหยินผู้ใหญ่ทั้งหลายอย่างเป็นทางการ

กระนั้น นางก็มิได้ละเลย เพราะได้มอบของกำนัลไปยังทุกเรือน ทั้งฮูหยินใหญ่และฮูหยินผู้เฒ่า ได้แก่ หีบผ้าไหมเล็กบรรจุเครื่องหอมชั้นดีจากเมืองหลวงที่ช่วยบำรุงจิตใจ, ถุงหอมผ้าเมฆปักลายอันช่วยบรรเทาความอึดอัดแน่นหน้าอก, หวีเขาควายจากร้านเก่าแก่แห่งเมืองหลวง และลูกประคำทำจากอำพันหรือขี้ผึ้งเหลืองหนึ่งสาย

สิ่งของเหล่านี้แม้มิใช่ของล้ำค่า แต่ชนะตรงที่เปี่ยมด้วยน้ำใจ อีกทั้งยังหายากยิ่ง เพราะล้วนเป็นของดีที่มีเพียงในเมืองหลวงเท่านั้น ที่เมืองหนานไห่นี้ ต่อให้มีเงินก็หาซื้อไม่ได้

ในจวนสกุลเหลียง ฮูหยินเหลียงเองก็ได้รับของกำนัลเช่นกัน

นางเปิดออกด้วยความอยากรู้อยากเห็น ครั้นเห็นว่าเหลียนฟางโจวจัดเตรียมทุกสิ่งไว้อย่างรอบคอบละเมียดละไม กลับยิ่งทำให้อึดอัดขุ่นเคืองในใจ พลันสะบัดมือสั่งให้เก็บไป ไม่ต้องให้โผล่มาตรงหน้านางอีก!

ในอกยิ่งขบกัดเขี้ยวกรอดด้วยความแค้น สตรีผู้นี้ช่างมากเล่ห์นัก! หากนางตั้งใจถึงเพียงนี้ แล้วการจะล่อลวงบุรุษสักคนจะทำไม่ได้อย่างนั้นหรือ? ไม่แปลกใจเลย ที่แม้แต่บุตรชายผู้เฉลียวฉลาดที่ไม่ใส่ใจสตรีใดมาก่อน ยังถูกนางล่อลวงจนติดพัน!

วันที่เหลียนฟางโจวเชิญแขกตรงกับวันที่หกเดือนสิบสองพอดี อากาศวันนั้นแจ่มใส แสงอาทิตย์ส่องสว่างอบอุ่น ทำให้ผู้คนรู้สึกสดชื่นแจ่มใสไปตามกัน.

เรือนจัดเลี้ยงทรงหลังคาเอี้ยซานในสวนดอกไม้ด้านหลังที่พักของจวนผู้ว่าการมณฑล ได้รับการทำความสะอาดและจัดตกแต่งไว้ตั้งแต่เมื่อวันวาน

เช้าวันนี้ เพียงย่ำรุ่ง บริเวณระเบียงนอกห้องและลานในสวนก็ถูกจัดวางกระถางดอกไม้นานาพันธุ์อย่างเป็นระเบียบ ทั้งดอกกุหลาบพันปี ดอกชาภูเขา ดอกหอมหมื่นลี้ ดอกไป่เหอ ดอกกุหลาบจีน ดอกเซียนเค่อไหล แต่ละต้นแข่งกันเบ่งบานสีสันสดใสราวกับผ้าปักลายส่องประกาย ภายใต้แสงตะวันอุ่นอาบ กลิ่นหอมละมุนของบุปผาโชยมาแผ่วๆ ชวนให้บรรยากาศยิ่งงดงามอ่อนหวาน

ภายในห้องโถง บนโต๊ะน้ำชา โต๊ะยาว และขอบหน้าต่าง ล้วนมีแจกันดอกไม้จัดวางไว้อย่างประณีตงดงาม ทุกเก้าอี้และม้านั่งล้วนปูเบาะไหมปักบางเบา นุ่มละไมละเอียดวิจิตร ในกระถางกำยานสัมฤทธิ์สีม่วงยังมีควันบางลอยกรุ่น กลิ่นหอมอ่อนละมุนของธูปดอกเหมยอบอวลอยู่ทั่ว

ที่มุมหนึ่งของระเบียงนอกประตู มีเตาไฟดินเหนียวสีแดงขนาดเล็กสำหรับชงชา พร้อมถ่านเงินและอื่นๆ ก็เตรียมไว้ครบถ้วนเรียบร้อยแล้ว รอเพียงแขกมาถึงก็สามารถต้มชาได้ทันที

ในห้องครัวก็วุ่นวายไม่แพ้กัน

บรรดาขนมและของหวานต่าง ๆ เริ่มลงมือเตรียมกันมาตั้งแต่สามวันก่อนแล้ว ล้วนเป็นของประณีตที่หามีได้เพียงในเมืองหลวงเท่านั้น

บางอย่างทำไว้ล่วงหน้าได้โดยไม่เสียรสชาติ จึงจัดเตรียมเสร็จตั้งแต่เมื่อวาน ส่วนบางชนิดต้องใช้ขั้นตอนซับซ้อน และต้องทำสดใหม่จึงจะได้รสเลิศ ก็เตรียมทุกอย่างไว้พร้อม เหลือเพียงรอเวลาให้แขกมาถึงแล้วจึงลงมือทำ

อาหารสำหรับมื้อเที่ยงก็เริ่มจัดเตรียมกันอย่างขะมักเขม้นเช่นกัน

รายการอาหารถูกกำหนดไว้ตั้งแต่สามวันก่อน วัตถุดิบก็จัดหามาครบถ้วนแล้ว มีทั้งเป็ดปักกิ่ง ฟูหรงจีเพี่ยน(เนื้อไก่หั่นบางทอด) เนื้อหมูอบผลอิงเถา เต้าหู้เหวินซือ(เต้าหู้หั่นเส้น) ปลาบดในน้ำซุปทองคำ กุ้งผัดใบชาหลงจิ่น รวมถึงอาหารป่าและผักท้องถิ่นอีกหลายอย่าง นอกจากนี้ยังมีซุปเป็ดตุ๋นลำใยและเห็ดเยื่อไผ่ รวมทั้งหมดสิบสามอย่าง

พ่อครัวใหญ่ผู้รับผิดชอบนั้น ย่อมเป็นพ่อครัวเอกจากจวนในเมืองหลวงที่ตามมาด้วย

รายการอาหารเหล่านี้ใช่ว่าจะเลือกได้ง่ายนัก เหลียนฟางโจวต้องสืบถามจนรู้แน่ชัดถึงรสนิยมและข้อห้ามในการกินของเหล่าสะใภ้ทั้งหลายที่มาร่วมงาน จึงกำหนดรายการอาหารนี้ขึ้นมา

การทำอาหารนี้ยิ่งยากเข้าไปใหญ่ เพียงแค่ 'ฟูหรงจีเพี่ยน'  จานนี้ก็ยุ่งยากมากและมีความต้องการสูงที่สุด เป็นจานเด็ดที่ทดสอบฝีมือพ่อครัวได้มากที่สุด หากเผลอทำผิดพลาดเพียงเล็กน้อย ผลลัพธ์ที่ได้จะไม่สามารถทำให้ 'เนื้อไก่ขาวบริสุทธิ์เหมือนดอกฝูหรงที่บอบบาง' ได้เลย และรสชาติที่นุ่มนวลอร่อยสดใหม่ก็จะลดลงอย่างมาก!

ยกตัวอย่างเช่น ขณะตำเนื้อไก่ ต้องตำให้ละเอียดจนกลายเป็นเนื้อละเอียดดุจโคลน ทั้งยังต้องพิถีพิถันแยกเอาเส้นเอ็นและพังผืดออกให้เกลี้ยง ไม่เช่นนั้นความนุ่มลื่นของชิ้นเนื้อไก่ก็จะด้อยลงทันที

หรือเมื่อถึงขั้นตอนเติมน้ำซุปเข้มข้นที่เคี่ยวจากไก่แก่ กระดูกไก่ เป็ดแก่ นกพิราบ กระดูกหมู หอยเหยาจู้(หอยเชลล์)แห้ง ลิ้นจี่แห้ง ขิง และพริกไทยขาว รวมถึงไข่ขาว ลงไปผสมกับเนื้อไก่ที่ตำไว้ ปริมาณที่ใส่แต่ละครั้ง รวมถึงวิธีการกวน ล้วนขึ้นอยู่กับประสบการณ์ของพ่อครัว นี่เป็นขั้นตอนสำคัญยิ่ง หากไม่แม่นยำพอ สุดท้ายชิ้นไก่ที่ได้จะมีเนื้อเป็นเม็ด ไม่จับตัวเป็นแผ่น และแตกกระจายง่าย

อีกตัวอย่างหนึ่ง เมื่อปรุงเนื้อไก่ลงกระทะ น้ำมันต้องไม่ร้อนเกินไป หากร้อนจัดเกินจะเกิดโพรงรังผึ้ง เนื้อไก่ยังเปลี่ยนสีไม่สวยงาม ส่วนขั้นตอนการราดแป้งสลัดน้ำซุป ก็ต้องไม่ข้นจนเกินไปและไม่ใสจนเกินไป ต้องพอดิบพอดี จึงจะได้ซอสใสราวแก้วเคลือบ เมื่อราดลงบนชิ้นไก่แล้ว ผิวหน้าจะใสวาวราวแก้วผลึกชวนลิ้มรส อีกทั้งรสชาติยังนุ่มละมุนหอมหวานยิ่งขึ้น!

กล่าวโดยสรุป งานเลี้ยงครั้งนี้ล้วนต้องใช้ความอุตสาหะอย่างมาก

เหลียนฟางโจวจึงทุ่มเทแรงกายแรงใจ หวังอาศัยสำรับเลิศรสเหล่านี้เพื่อชนะใจบรรดาสะใภ้ทั้งหลาย และใช้เป็นสะพานเชื่อมเข้าสู่กลุ่มฮูหยินผู้มั่งคั่งในท้องถิ่น

หลังจากมื้อเช้าไม่นาน แขกเหรื่อก็ทยอยกันมาถึงแล้ว!

ปี้เถานำบ่าวไพร่ฝ่ายในออกไปต้อนรับที่หน้าประตู ส่วนเหลียนฟางโจวรออยู่ในห้องโถงเรือนหน้าของเรือนหลังใน

ครั้นแขกเหรื่อก้าวผ่านประตูชั้นในมา นางก็ออกมาต้อนรับด้วยตนเอง

แขกเหรื่อที่ได้รับเชิญในวันนี้ ส่วนใหญ่ก็ล้วนเป็นผู้ที่เคยพบหน้ากันมาแล้วคราวไปเที่ยววัดชิวซิงเมื่อครั้งก่อน ทุกคนต่างเคยประจักษ์ทั้งความงดงามและชั้นเชิงของฮูหยินผู้ครองตำแหน่งฮูหยินผู้ว่าการมณฑล อีกทั้งยังรู้ดีว่านางหาได้สิ้นบุญคุณในสายตาสามีไม่ แถมยังใช้มือเหล็กกวาดล้างเรือนหลังเสียสะอาดสะอ้าน ครานี้ใครได้พบต่างก็ไม่กล้าถือดี ล้วนอดมิได้ที่จะมีความเคารพเกรงใจผสมอยู่ในที

เมื่อพบปะกัน ต่างฝ่ายต่างปฏิบัติตามมารยาท ไม่ปรากฏผู้ใดอวดดีหยิ่งผยองหรือแกล้งหาเรื่องบีบคั้น บรรยากาศจึงเต็มไปด้วยความรื่นเริงกลมเกลียว

ครั้นแขกมาครบ เหลียนฟางโจวจึงยิ้มลุกขึ้น เชิญทุกคนออกไปชมสวนหลังเรือน

บรรดาฮูหยินต่างก็ยิ้มรับพลางพยักหน้า พากันหัวเราะพูดคุยแล้วเดินตามไปพร้อมหน้า

วันนี้เป็นเพียงงานเลี้ยงเพื่อผ่อนคลายสังสรรค์ เหลียนฟางโจวแสดงออกทั้งความจริงใจและความอบอุ่น คำพูดคุยก็ล้วนเป็นเรื่องที่สตรีทั้งหลายชอบแต่เดิม ไม่ว่าจะเป็นการแต่งกาย เครื่องสำอาง ของประดับอัญมณี หรือแม้แต่เรื่องเล็กเรื่องน้อยกับข่าวลือแปลก ๆ ทำให้เหล่าฮูหยินทั้งหลายค่อย ๆ คลายใจ เปิดเผยเป็นกันเองมากขึ้น บทสนทนาก็ยิ่งเต็มไปด้วยเสียงหัวเราะและความสนุกสนาน

แท้จริงแล้ว ไม่เคยมีผู้ใดได้มาเยือนสวนหลังเรือนของจวนผู้ว่าการมณฑลมาก่อน แต่เดิมฮูหยินผู้ว่าการมณฑลผู้ก่อนนั้นมิชอบงานสังคม อีกทั้งฝ่ายขุนนางกับบรรดาคหบดีท้องถิ่นต่างมีความสัมพันธ์เชิงต่อต้าน อีกทั้งโดยนิสัยแล้ว นางก็เหยียดหยาม เห็นว่าบรรดาสตรีในดินแดนกันดารเหล่านี้หยาบคาย ไร้มารยาท ไม่คู่ควรแก่การคบหาเลยแม้แต่น้อย!

ครานี้เมื่อได้ก้าวเข้าสวนหลังเรือน ย่อมอดไม่ได้ที่จะเต็มไปด้วยความอยากรู้อยากเห็น ต่างพากันเหลียวมอง สำรวจกันไปทั่ว พร้อมเสียงหัวเราะพูดคุยกันไม่ขาดปาก

เหลียนฟางโจวเองก็ทำทีว่ามีความสนใจยิ่งนัก ยิ้มฟังถ้อยคำของเหล่าฮูหยินทั้งหลาย พลางหัวเราะเอ่ยว่า สวนนี้ดูโล่งเปล่าเกินไป มองแล้วก็ช่างไร้สุนทรียภาพเสียจริง ๆ รอถึงฤดูใบไม้ผลิปีหน้า ข้าคิดจะปรับแต่งเสียใหม่สักครั้ง พวกท่านพี่น้องพอจะรู้บ้างหรือไม่ว่าในเมืองหนานไห่ใครกันที่เก่งเรื่องจัดสวนที่สุด ช่วยแนะนำให้ข้าสักหนึ่งถึงสองคนเถิด อีกทั้งในเรือนของพวกท่าน หากมีดอกไม้หญ้าใดงดงาม อย่าลืมแบ่งให้ข้าบ้างนะ ห้ามหวงกันเชียว!”

 

 

中国名菜: 北京烤鸭- 藍天博客BS Blog

เป็ดปักกิ่ง

芙蓉鸡片

ฟูหรงพีเจี่ยน

樱桃肉很好吃- 大连市牟传仁大连老菜馆(高尔基路店)的图片- Tripadvisor

หมูอบผลอิงเถา

文思豆腐-海州特产

เต้าหู้เหวินซือ

金汤鱼蓉图片_图品汇

ปลาบดในน้ำซุปทองคำ

กุ้งผัดใบชาหลงจิ่ง

1 ความคิดเห็น:

  1. ไม่ระบุชื่อ10 มีนาคม 2569 เวลา 17:25

    เห็นรูปอาหาร แล้วอยากกินจังเลย
    สนุกมากค่ะ ขอบคุณมากค่ะ รอติดตามตอนต่อไปค่ะ

    ตอบลบ