บทที่ 1289 พาไปพบหัวหน้าใหญ่
ตระกูลฝูทำการค้าทางทะเลมาตลอด เพื่อป้องกันตัว
ฝูเว่ยกับบิดาต่างก็ฝึกฝนเพลงหมัดมาบ้าง แม้จะไม่ถึงขั้นยอดฝีมือ แต่หากต้องรับมือกับ
“มือสมัครเล่น” อย่างชุยเส้าซีก็ถือว่าเกินพอแล้ว
เหลียนฟางโจวเคยชินกับการเห็นหลี่ฟู่กับเหลียนเจ๋อฝึกวรยุทธ์ แค่เห็นท่วงท่าของฝูเว่ยก็รู้ทันทีว่าอีกฝ่ายผ่านการฝึกมาโดยเฉพาะ
นางกลัวว่าชุยเส้าซีจะเสียเปรียบ จึงร้อนใจขึ้นมา
นางสบถเสียงเบา แล้วรีบก้มลงคว้าก้อนหินใหญ่ที่พื้น ยกขึ้นแล้วทุ่มใส่หลังเท้าของฝูเว่ยอย่างแรง!
ฝูเว่ยมัวแต่มั่นใจ เหวี่ยงหมัดใส่ ไม่มีทางคิดได้เลยว่า ภรรยาขุนนางใหญ่อย่างฮูหยินหลี่จะกล้าทำตัวห้าวหาญเช่นนี้!
กว่าที่เขาจะรู้ตัว หลังเท้าก็โดนหินทุ่มเข้าเต็มแรงเสียแล้ว เขากรีดร้องเสียงดัง
“อ๊ากกก!” เจ็บจนต้องยกเท้าเต้นอยู่กับที่ โซเซไปมา
บ่าวรับใช้ “หมิงซาน” ตกใจสุดขีด ร้องลั่น “คุณชาย!”
แล้วรีบพุ่งเข้าไปพยุงไว้ทันที
ชุยเส้าซีถึงกับตบมือหัวเราะลั่น รีบวิ่งมาข้างเหลียนฟางโจว ยกนิ้วโป้งให้นางอย่างชื่นชม
หัวเราะร่า “ฟางโจว! เจ้ายังเก่งไม่เปลี่ยนเลยจริง ๆ!”
พวกลูกน้องของไห่หม่าที่อยู่รอบ ๆ เห็นท่าทางของฝูเว่ยแล้วก็กลั้นหัวเราะไม่อยู่
แอบขำกันคิกคัก จนกระทั่งถูกไห่หม่าจ้องเขม็งใส่ ถึงได้รีบหุบหัวเราะกันถ้วนหน้า
ฝูเว่ยโกรธจนหน้าแดงก่ำ พอหายใจได้หน่อยก็จ้องเหลียนฟางโจวเขม็ง ตาแทบจะพ่นไฟ
คำรามว่า “นังสารเลว!
ถึงกับใช้วิธีต่ำช้าแบบนี้รึ! เจ้ายังกล้าทำได้ลงคอ!”
เหลียนฟางโจวหัวเราะ “ต่ำช้าอย่างนั้นหรือ?
เจ้าไม่มีตาหรือไร? ข้าลงมืออย่างเปิดเผยต่อหน้า
หากจะพูดถึงเล่ห์กลต่ำช้า—ใครจะเทียบเจ้ากับพ่อเจ้าได้? ใส่ร้ายป้ายสี
พรากชีวิตผู้คน วางแผนฮุบกิจการ ยึดสมบัติของผู้อื่นไปเสวยสุขอยู่หลายสิบปี พอคนเจ้าของที่แท้จริงมาเอาคืนกลับทำเป็นโกรธ
หน้าด้านยิ่งนัก!”
“เจ้า!” ฝูเว่ยหน้าเขียวคล้ำด้วยความโกรธ พลันหันขวับไปตะโกนใส่ไห่หม่า
“พี่หม่า! จับนังสารเลวนี่ที! จับตัวมันไว้ให้ได้!”
ไห่หม่ามองเหลียนฟางโจว แล้วยิ้มเย็น “ปากคมไม่เบาเลยนะฮูหยินหลี่
แต่เสียดาย... ต่อหน้าเรามันใช้ไม่ได้ผลหรอก! ขออภัยด้วยแล้วกัน!”
เหลียนฟางโจวเชิดหน้าขึ้น น้ำเสียงราบเรียบแต่แฝงความเหยียด “ในเมื่อข้าตกอยู่ในมือพวกเจ้าแล้ว ข้าก็ไม่ได้โง่ถึงขั้นจะคิดว่าพูดไม่กี่คำแล้วพวกเจ้าจะปล่อยข้า
ไม่ต้องยุ่งยาก ข้าเดินเองก็ได้!”
พูดจบ นางก็พาชุยเส้าซีเดินไปข้างหน้าแต่โดยดี
ชุยเส้าซีได้แต่ทอดถอนใจในใจ ยามนี้ไม่มีทางเลือกอื่นใด ได้แต่เดินตามไปอย่างเงียบ
ๆ อยู่ข้างกายนาง
ไห่หม่าหัวเราะเยาะอีกครั้ง ไม่ได้ขัดขืนอะไร เพียงสั่งให้ลูกน้องตามประกบทั้งสองไว้
มีเพียงฝูเว่ยเท่านั้นที่ยังแค้นเคืองไม่หาย แววตาแทบจะกินเลือดกินเนื้อ
อยากเข้าไปเอาคืนให้หายแค้นเต็มที แต่ไม่รู้หมิงซานกระซิบอะไรกับเขาเบา ๆ เขาจึงกัดฟันทนกลืนโทสะลงไป
เหลียนฟางโจวกับชุยเส้าซีเพิ่งถูกไห่หม่านำกลับมา ก็เห็น “จิ่วเตา”
มือขวาคนสนิทของหัวหน้าใหญ่ “ผางอวี้หลง” รออยู่ตรงทางเข้าแล้ว เมื่อเห็นพวกเขาเดินมา
จิ่วเตาก็รีบก้าวออกมาต้อนรับ ยกมือคารวะพลางยิ้มแย้ม “ท่านผู้นี้คงเป็นฮูหยินหลี่กระมัง? รองหัวหน้าใหญ่, คุณชายฝู—เชิญพร้อมกันเลย
หัวหน้าใหญ่รออยู่แล้ว!”
ไห่หม่าหัวเราะรับคำทันที พลางแลสายตากับฝูเว่ยอย่างรวดเร็ว ทั้งคู่ต่างก็แปลกใจ—หัวหน้าใหญ่รู้ข่าวเร็วขนาดนี้ได้อย่างไรกัน?
ภายในโถงใหญ่ปูพื้นด้วยหนังฉลาม ตกแต่งหยาบกระด้างไม่พิถีพิถัน
ผางอวี้หลง หัวหน้าใหญ่ของเกาะ
นั่งตระหง่านอยู่บนเก้าอี้ยาวตรงกลางอย่างสง่างาม โดยรอบยืนรายล้อมด้วยสาวใช้นุ่งน้อยห่มน้อย
และเหล่าลูกน้องในชุดฉูดฉาดไม่เป็นระเบียบ
ไห่หม่ารีบเร่งเดินขึ้นหน้า ก้มตัวคารวะพลางยกมือขึ้นยิ้มประจบ “ขอแสดงความยินดีพี่ใหญ่! โชคหล่นทับเราจริง ๆ! ดูนี่เถิด—ฮูหยินหลี่อยู่ตรงนี้แล้ว
ที่แท้นางถูกไอ้หนุ่มคนนี้ช่วยหนีไป หาใช่พวกคนของเราทำหล่นของขึ้นเรือไม่ครบอย่างที่คิด!”
ผางอวี้หลงมองเหลียนฟางโจวแวบหนึ่ง แต่สายตากลับหันไปจับจ้องฝูเว่ยที่เดินตามไห่หม่าเข้ามา
พลางยิ้มเยาะ “น้องฝูเว่ย
เจ้าไปโดนอะไรมา? ทำไมถึงเดินกระเผลก?”
ฝูเว่ยหน้าแดง อึกอักตอบ “เอ่อ...
เมื่อกี้ ข้าพลั้งเผลอ... ข้อเท้าพลิกนิดหน่อย”
“โอ้?” ผางอวี้หลงขานรับเบา ๆ
อย่างไม่ใส่ใจนัก แต่ยังไม่ทันพูดอะไรต่อ เหลียนฟางโจวก็หัวเราะเยาะขึ้นเสียงหนึ่ง
“ฮึ! คุณชายฝู ช่างกล้าโกหกหน้าตาเฉย เจ้าถูกข้าขว้างหินใส่เท้าต่างหาก
ยังจะกล้าอ้างว่าแค่พลิกข้อเท้าอีกเรอะ?”
“เจ้า!” ฝูเว่ยถูกนางแฉกลางที่ประชุมถึงกับหน้าแดงก่ำ พูดไม่ออกด้วยความอับอายและโกรธแค้นสุดขีด
ชุยเส้าซีก็หัวเราะลั่นตามไปด้วย “นั่นสิ!
อย่างเจ้านี่ยังเป็นบุรุษอยู่อีกหรือ? กล้าทำแต่ไม่กล้ารับ!”
ฝูเว่ยได้แต่ขบเขี้ยวเคี้ยวฟันอย่างแค้นใจ ไม่กล้าโต้เถียงต่อหน้าผางอวี้หลง
ผางอวี้หลงขมวดคิ้วเล็กน้อย ก่อนจะแย้มยิ้มบาง ไม่ได้ใส่ใจนัก
ทว่าในใจของไห่หม่า กลับรู้สึกเย็นวาบขึ้นมาในบัดดล เขารู้ดีว่า
หัวหน้าใหญ่ผู้นี้เป็นคนที่ใฝ่ในอำนาจ คุมทุกอย่างอยู่มือ คำพูดของฝูเว่ยแม้ดูไม่มีอะไร—ก็แค่ชายคนหนึ่งถูกหญิงสาวใช้เล่ห์กลทุบเท้าเข้าให้
ใครเล่าจะกล้ายอมรับต่อหน้าผู้คน?
หัวหน้าใหญ่ก็คงไม่ถือโทษที่เขาปิดบังความอัปยศเล็กน้อยเช่นนี้
แต่ทว่า...นางผู้นี้กลับเปิดโปงกลางที่ประชุมเช่นนี้ หากมองอีกมุม
มันก็คือการกล่าวหาฝูเว่ยว่ากล้าโกหกใส่หน้าหัวหน้าใหญ่โดยตรง!
แล้วใจของผางอวี้หลงจะไม่ติดขัดได้อย่างไร?
ไห่หม่าจึงรีบยิ้มประจบ ยกมือคารวะพลางก้าวขึ้นหน้า โน้มตัวเข้าไปกระซิบอธิบายความจริงอย่างละเอียดให้ผางอวี้หลงฟัง
ผางอวี้หลงได้ฟังจบก็หัวเราะลั่น โบกมือสั่งให้คนจัดที่นั่งให้ไห่หม่าและฝูเว่ยทันที
จากนั้นเขาจึงหันไปจ้องมองเหลียนฟางโจว เอ่ยเสียงหัวเราะพลางถาม “เจ้าก็คือฮูหยินหลี่นั่นหรือ? ไม่แปลกใจเลยที่ว่ากันว่าใต้เท้าหลี่กลัวเมีย
หญิงเช่นเจ้าดูท่าก็มีเขี้ยวเล็บใช่เล่น! ในเมื่อเจ้าตกอยู่ในมือข้าแล้ว
คิดบ้างหรือไม่ว่าจะมีชะตาเช่นไร?”
เหลียนฟางโจวลอบสำรวจผางอวี้หลงหลายครั้งแล้ว เมื่อได้ฟังน้ำเสียงไม่เร่งรีบ
ไม่แสดงอารมณ์ ในใจก็รู้สึกสับสนขึ้นมา “ชายผู้นี้...คิดจะเล่นไม้อะไรกันแน่?”
“ปัง!” หมัดใหญ่ของไห่หม่าทุบลงบนโต๊ะน้ำชาดังสนั่น ตะโกนเสียงกร้าว
“หัวหน้าใหญ่ถามอยู่ ไม่ได้ยินหรือไง? ตอบเร็วเข้า!”
ผางอวี้หลงเพียงปรายตามองไห่หม่านิ่ง ๆ ไม่ได้พูดอะไรเพิ่มเติม สีหน้ายังคงเรียบเฉยดั่งเดิม
เหลียนฟางโจงจึงเงยหน้าขึ้น ยิ้มตอบ “คำพูดของหัวหน้าใหญ่ ช่างแปลกดีนัก! เรื่องเช่นนี้
ข้าไม่ใช่ผู้มีสิทธิ์ตัดสินใจ จะเกิดอะไรขึ้นก็คงต้องรอฟังคำบัญชาเท่านั้น!”
“หัวหน้าใหญ่!” ไห่หม่าพูดเสียงขุ่น “นางผู้นี้ปากกล้าจนน่าหงุดหงิดเหลือเกิน! ข้าว่าปล่อยให้ข้าพาไป ‘อบรม’
สักหน่อยเถิด เดี๋ยวก็คงเชื่องขึ้นเอง!”
ผางอวี้หลงกลับไม่แสดงท่าทีเห็นด้วยหรือขัดข้อง เพียงหันไปมองเหลียนฟางโจวด้วยรอยยิ้มคล้ายยิ้มไม่ยิ้ม
เอ่ยอย่างเยือกเย็นว่า “ฮูหยินหลี่
ได้ยินแล้วหรือไม่? เจ้าจะเลือกพูดดี ๆ อย่างเชื่อฟัง หรือจะรอให้รองหัวหน้าสั่งสอนเสียก่อนค่อยยอมพูดดี
ๆ กันเล่า?”
ใจของเหลียนฟางโจวเต้นแรงดั่งกลอง เหงื่อเย็นซึมเต็มฝ่ามือ
นางตอบเสียงเรียบเย็น “ข้าย่อมไม่มีสิทธิ์เลือกแต่แรกอยู่แล้ว
อย่างไรก็ขึ้นอยู่กับคำของหัวหน้าใหญ่ท่านเท่านั้น!”
ไห่หม่าพลันลุกพรวดขึ้น ก้าวเร็ว ๆ มาหาเหลียนฟางโจว ก่อนจะผลักชุยเส้าซีที่พยายามจะเข้ามาขวางจนล้มกระแทกพื้น
แล้วก็มีลูกน้องสองคนตรงเข้ามาจับแขนของชุยเส้าซีไว้ ลากออกไปด้านข้างโดยไม่ปรานี
ชุยเส้าซีตกใจสุดขีด ร้องลั่น “ฟางโจว!
ฟางโจว!”
ไห่หม่าหัวเราะอย่างเหี้ยมเกรียม คว้าต้นแขนของเหลียนฟางโจวไว้แน่น ก้มหน้าลงมากระซิบเสียงเย็นยะเยือก
“เดี๋ยวพ่อจะ ‘จัดให้’ จนเจ้าหมดแรงแม้แต่จะร้อง ค่อยดูสิ
ยังจะกล้าทำท่าทางทรนงเยี่ยงนี้อยู่อีกไหม! ถึงตอนนั้น ข้าจะยอมคารวะเจ้าเลยก็ได้
ฮ่าๆๆ!”
จะมีใครมาช่วยมั๊ย
ตอบลบ