บทที่ 1395 ปรารถนาแห่งใจ
“ฮูหยินล้อข้าเล่นแล้ว! เขา...” ชูเอ๋อร์กะพริบตาที่รื้นด้วยหยาดน้ำตาพลางฝืนยิ้ม
ทว่าในใจกลับเปี่ยมไปด้วยความซาบซึ้งและปรีดา
นางมิใช่คุณหนูตระกูลเล่อเจิ้งอีกต่อไปแล้ว
และตระหนักดีว่าชาตินี้คงไร้วาสนาจะได้พบหน้ามารดาอีก ทว่าเมื่อกลับมาถึงหนานไห่
ความถวิลหาอยากพบมารดาสักครั้งกลับยิ่งทวีความรุนแรงขึ้นทุกวัน! นางไม่เคยเอ่ยปาก
ไม่เคยแสดงออกหรือส่งนัยใดๆ ให้เขาเห็น เพราะเกรงว่าเขาจะลำบากใจ
จึงพยายามกดข่มความรู้สึกไม่ให้คิดถึงเรื่องนี้ยามอยู่ต่อหน้าเขา
นางคิดไม่ถึงจริงๆ! แม้ไม่ได้เอ่ยปาก
แต่เขากลับใส่ใจในความรู้สึกของนางถึงเพียงนี้
ถึงขั้นขอร้องผ่านใต้เท้าหลี่มายังฮูหยินหลี่
เพียงแค่ได้รับรู้ถึงความใส่ใจของเขา
แม้สุดท้ายจะไม่ได้พบหน้ามารดาจริงๆ นางก็คงไม่มีสิ่งใดต้องเสียใจอีกแล้ว
“ฮูหยินเจ้าคะ” ชูเอ๋อร์รีบเอ่ย
“ข้าทราบดีว่าเรื่องนี้จัดการได้ยากยิ่งนัก เป็นเขาเองที่...
ออกจะทำเรื่องให้ท่านลำบากใจเกินไป หากฮูหยินไม่สะดวกใจ
ก็ขอให้ยกเลิกเรื่องนี้เสียเถิดเจ้าค่ะ! ข้ามิได้พูดตามมารยาท แต่มาจากใจจริง
ขอฮูหยินโปรดเชื่อข้าด้วย!”
เหลียนฟางโจวมองดูดวงตาคู่สวยที่ฉ่ำวาวด้วยน้ำตานั้นแล้วอดไม่ได้ที่จะยิ้มออกมา
“นิสัยของเจ้าน่ะมักจะรักความสงบและไม่ชอบหาเรื่องใส่ตัว โชคดีเหลือเกินที่แม่ทัพผางรักเจ้าด้วยใจจริง
เห็นเจ้าสำคัญที่สุดและมั่นคงต่อเจ้าเพียงผู้เดียว!
หากไปเจอผู้ชายประเภทที่มีสามภรรยาสี่อนุ ต่อให้เจ้าได้เป็นภรรยาเอก
ก็คงถูกบีบคั้นจนต้องหนีไปอยู่วัดอยู่ห้องพระเป็นแน่!”
“ฮูหยิน!” ชูเอ๋อร์หน้าแดงระเรื่อ ทว่าในใจกลับอบอุ่น
นางเอ่ยอย่างเขินอายว่า “ดูท่านพูดเข้าสิเจ้าคะ ข้าเองก็นึกละอายใจ
รู้สึกว่าตนเองช่างไร้ประโยชน์เหลือเกิน”
“ไม่ใช่ไร้ประโยชน์ แต่เรียกว่ามีบุญวาสนา!” เหลียนฟางโจวยิ้มแย้ม
“เมื่อก่อนข้าไม่เชื่อเรื่องพรหมลิขิต
แต่ตอนนี้ข้าเชื่อแล้วว่าทุกอย่างฟ้ากำหนดไว้จริงๆ อย่างตัวข้าเอง
ใครจะคิดว่าชีวิตจะมาถึงจุดนี้ได้? หรืออย่างเจ้า ใครเล่าจะคาดเดาอนาคตได้ถึงเพียงนี้? เจ้าแค่รักษาตัวตนเช่นนี้ไว้ก็พอแล้ว
ความรู้สึกที่แม่ทัพผางมีต่อเจ้าน่ะ ใครมองก็รู้ว่าเขาไม่มีวันเปลี่ยนใจแน่นอน!
ทว่ามีอยู่อย่างหนึ่ง...”
เมื่อเห็นชูเอ๋อร์ผู้แสนอ่อนโยนราวกับหยาดน้ำเช่นนี้
เหลียนฟางโจวก็อดไม่ได้ที่จะเกิดความสงสารจับใจ “ข้าจะพูดอะไรสักหน่อย
เจ้าอย่าได้รังเกียจว่าข้าปากมากก็แล้วกัน ข้าถึงจะกล้าพูด!”
ชูเอ๋อร์หลุดยิ้ม รีบตอบกลับทันควัน “ฮูหยินกล่าวอันใดเช่นนั้นเจ้าคะ!
ในหนานไห่แห่งนี้ใครบ้างไม่รู้ว่าฮูหยินคือยอดสตรีที่หาได้ยากยิ่ง? การได้รับคำชี้แนะจากท่านนับเป็นวาสนาของข้า
และจะติดตัวข้าไปชั่วชีวิต ผู้อื่นคงอิจฉาข้าจะแย่ มีหรือข้าจะรังเกียจท่าน!”
เหลียนฟางโจวยิ้มรับแล้วเริ่มเข้าเรื่อง “พูดกันตามตรงเถิด
ในฐานะผู้หญิง หากเรามีสามีและรักสามีเราจริงๆ
ใครบ้างจะเต็มใจแบ่งปันความรักครึ่งหนึ่งไปให้ผู้หญิงคนอื่น? ใครจะยอมให้สามีไปมีลูกกับคนอื่นเพื่อมาแย่งความรักที่ควรเป็นของลูกเราไป?
ชื่อเสียงประเภท ‘แม่พระ’ ที่ยอมกลืนเลือดกินเนื้อตัวเองน่ะ
ไม่ต้องมีเสียยังจะดีกว่า! แม่ทัพผางกำลังจะไปรับตำแหน่งรองเจ้าเมืองหลางฉี
ในภายหน้าเส้นทางขุนนางย่อมสดใส เรื่องอื่นเราไม่ต้องไปยุ่ง แต่เรื่อง ‘ผู้หญิง’
ของเขา เจ้าต้องหนักแน่นเข้าไว้! หากเจ้าถอยให้หนึ่งครั้ง ย่อมมีครั้งที่สอง
และตามมาด้วยครั้งที่สาม! บางทีผู้ชายเขาอาจไม่ได้ต้องการเอง แต่พวกคนไม่ดูตาม้าตาเรือมักจะคอยส่งคนมาประเคนให้เสมอ
เจ้าต้องจัดการให้เด็ดขาด! อย่าว่าแต่เมียน้อยหรืออนุที่ถูกกฎหมายเลย
แม้แต่สาวใช้ข้างห้องหรือนางรำนักร้อง เจ้าก็ต้องคอยระวังไว้!”
ชูเอ๋อร์ถึงกับอึ้งไป
นางก้มหน้าเงียบงันครู่ใหญ่ก่อนจะถอนใจอย่างเศร้าสร้อย
“คำพูดของฮูหยินช่างแทงใจข้านัก คำว่ากุลสตรีผู้มีเมตตานั้นข้าเลิกใส่ใจมานานแล้ว
หากมิใช่เพราะคำนี้ ข้าคงไม่ต้องใช้ชีวิตโดดเดี่ยวในบ้านไร่หลังเล็กๆ ตั้งหลายปี
ข้ารู้ซึ้งดีว่ามันคือสิ่งที่ทำร้ายคนได้มากที่สุด! พี่ผางดีต่อข้าเหลือเกิน...
แต่ว่า เขาเป็นผู้ชาย หากเขาต้องการจะรับอนุจริงๆ ข้าจะพูดอะไรได้เล่า!
ข้าจะไปบังคับเขาได้อย่างไร! ไม่ปิดบังฮูหยินเลย
ในยามที่เขากำลังจะไปรับตำแหน่งรองเจ้าเมือง ในใจข้ามีทั้งความยินดีและความกังวล
และสิ่งที่ข้ากังวลที่สุดก็คือเรื่องนี้แหละเจ้าค่ะ ข้ารู้จักนิสัยตัวเองดี
ข้ามิใช่นักสู้ที่ไปแก่งแย่งชิงดีกับใครได้ หากวันนั้นมาถึงจริงๆ...”
ชูเอ๋อร์ถึงกับอึ้งงัน สมองพลันว่างเปล่าไปชั่วขณะ
หากวันนั้นมาถึงจริงๆ นางจะทำอย่างไรได้? นางควรจะทำเช่นไร?
“ไปรับตำแหน่ง!” ชูเอ๋อร์พลันบังเกิดความตื่นตระหนกอย่างสุดระงับ
ร่างกายทรุดฮวบลงคุกเข่าต่อหน้าเหลียนฟางโจว พลางดึงชายเสื้ออ้อนวอน “ฮูหยินเจ้าคะ
ท่านช่วยข้าด้วย! ขอท่านโปรดชี้แนะข้าที! ข้า... ข้า—”
“ทำอะไรของเจ้าน่ะ! รีบลุกขึ้นเร็ว!”
เหลียนฟางโจวคาดไม่ถึงว่าคำพูดเพียงไม่กี่คำจะสะกิดใจนางจนเตลิดไปไกล
นางตกใจรีบลุกขึ้นประคองชูเอ๋อร์ให้กลับมานั่งลงดังเดิมพลางยิ้มปลอบ
“มันไม่ได้ร้ายแรงขนาดนั้นหรอก อย่าคิดมากไปเลย! แม่ทัพผางใส่ใจเจ้าถึงเพียงนี้
เห็นชัดว่าเขาให้ความสำคัญกับเจ้ามาก
เจ้าควรจะพูดคุยกับเขาให้กระจ่างชัดในเรื่องนี้
ข้าเชื่อว่าเขาคงยินดีรับปากตามคำขอของเจ้า
อีกอย่างเพื่อให้เขาเตรียมใจไว้ล่วงหน้า
ยามที่ต้องเจอกับพวกประสงค์ร้ายหรือพวกที่พยายามยัดเยียดผู้หญิงให้ เขาจะได้รู้วิธีรับมืออย่างไรเล่า”
“จะเป็นเช่นนั้นรึเจ้าคะ?” ชูเอ๋อร์กะพริบตาปริบๆ
พลางถอนใจ “จะมีสักกี่คนที่มีวาสนาเหมือนฮูหยินกัน! บุรุษอย่างใต้เท้าหลี่
ในใต้หล้านี้จะมีสักกี่คนกันเชียว!”
“ไม่ลองดูแล้วจะรู้ได้อย่างไร?” เหลียนฟางโจวเอ่ย
“เจ้าก็พูดไปตรงๆ เลยว่า เจ้าไม่มีเล่ห์เหลี่ยมแพรวพราว
หากข้างกายเขามีผู้หญิงคนอื่น เจ้าก็คงไม่มีปัญญาไปจัดการหรือแก่งแย่งกับใครได้
เขาคงไม่ใจดำยอมให้เจ้าต้องทนลำบากใจหรอก! แต่ถ้า... หากวันหน้าเขามีคนอื่นจริงๆ
เจ้าก็จงแยกเรือนหลังใหญ่ไว้ต่างหาก
สั่งให้อนุทุกคนพำนักอยู่ในนั้นห้ามย่างกรายออกมาแม้แต่ก้าวเดียว
ถือเสียว่านัยน์ตาไม่เห็นใจก็ไม่เป็นทุกข์! ทว่าพวกนางคงไม่ยอมสงบเสงี่ยมง่ายๆ
เจ้าต้องหนักแน่นเข้าไว้ ไม่ว่าพวกนางจะมีเหตุผลร้อยแปดประการใด
หากใครบังอาจก้าวออกมาแม้เพียงครึ่งก้าว ก็จงสั่งโบยให้พิการไปครึ่งตัว
แล้วเลี้ยงดูให้อยู่บนเตียงไปตลอดชีวิต! เพียงเท่านี้ก็สยบพวกนางได้อยู่หมัดแล้ว!”
ชูเอ๋อร์ใจสั่นสะท้านพลางพยักหน้าตาม “วิธีของฮูหยินช่างล้ำเลิศนัก
ข้าจะจำไว้เจ้าค่ะ!”
นางเอ่ยต่อพร้อมรอยยิ้ม “ฮูหยินโปรดวางใจ แม้ข้าจะมีนิสัยอ่อนแอ
แต่ก็มิใช่คนที่ไม่รู้ความ ข้าไม่อยากแก่งแย่งกับใคร
หากทำเป็นไม่เห็นได้ย่อมดีที่สุดเจ้าค่ะ!”
เหลียนฟางโจวทราบดีว่านางเลือกใช้วิธีที่สองเสียแล้ว
ในใจก็ได้แต่ลอบถอนหายใจพลางยิ้มบางๆ โดยไม่เอ่ยสิ่งใดต่อ อย่างไรเสียชูเอ๋อร์ก็เป็นคนในยุคสมัยนี้
อีกทั้งยังเป็นคุณหนูตระกูลใหญ่ผู้เคร่งครัดอย่างตระกูลเล่อเจิ้ง
หากมิใช่เพราะต้องเผชิญกับมรสุมชีวิตมาหลายปี
นางคงเป็นภรรยาที่ยึดมั่นในหลักสามเชื่อฟังสีคุณธรรมอย่างเคร่งครัด
การที่นางยอมรับได้ถึงขั้นนี้ ก็นับว่ายากลำบากมากแล้ว!
ได้แต่หวังว่าสตรีที่งดงามปานกล้วยไม้ในหุบเขาผู้นี้
จะไม่ต้องกลายเป็นคนหยาบช้าหรือโหดเหี้ยมเพราะความริษยาเลย
“ฮูหยินเจ้าคะ...” เสียงของชูเอ๋อร์ฉุดเหลียนฟางโจวออกจากภวังค์
นางจึงเงยหน้าขึ้นยิ้มให้นาง
ชูเอ๋อร์ยิ้มน้อยๆ พลางเอ่ยเสียงนุ่ม “ข้านึกสงสัยนัก
จนอดไม่ได้ที่จะขอถามฮูหยินสักประโยค
ฮูหยินมีวิธีจัดการใต้เท้าหลี่อย่างไรหรือเจ้าคะ ถึงได้ยอมสยบให้ท่านเช่นนี้? หรือฮูหยินเองก็...
ตกลงกับใต้เท้าหลี่ไว้ก่อนแล้วเหมือนกัน?”
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น