วันจันทร์ที่ 24 สิงหาคม พ.ศ. 2569

จับแม่ทัพไปไถนา-บทที่ 1405 ห่วงใยจนใจสับสน

 

บทที่ 1405 ห่วงใยจนใจสับสน

ชุยเส้าซีนั้นมักจะมองหลี่ฟู่ขวางตาอยู่เสมอ ทั้งยังมิเคยยอมรับในความสามารถของอีกฝ่ายอย่างสนิทใจ ทว่าในยามนี้เขากลับปรารถนาต่อสิ่งศักดิ์สิทธิ์และฟ้าดินสุดหัวใจ ขอให้หลี่ฟู่มีปัญญาและฝีมือเก่งกาจสมดังคำอ้างนั้นจริงๆ!

“อาเจี่ยน...” เหลียนฟางโจวเงยหน้าขึ้นมองหลี่ฟู่ ขอบตาพลันร้อนผ่าว น้ำตาเอ่อล้นออกมาก่อนจะไหลพราก นางสะอื้นไห้กล่าว “ข้าขอโทษ... ข้าขอโทษ!”

ชีวิตน้องชายของนางนั้นสำคัญยิ่ง ทว่าชีวิตของอาเจี่ยนก็สำคัญมิแพ้กัน หากฝ่ายใดต้องสูญเสียไปย่อมเป็นความเจ็บปวดที่นางมิอาจทานทน นางมิปรารถนาจะเห็นใครเป็นอันตรายทั้งสิ้น

หากต้องบีบคั้นให้หลี่ฟู่ไปเสี่ยงอันตรายเพื่อช่วยน้องชายตน แล้วเกิดเหตุร้ายขึ้นมานางจะทำใจได้อย่างไร? ทว่าหากหลีอ๋องใช้ชีวิตน้องชายมาข่มขู่ นางจะนิ่งดูดายปล่อยให้เขาปลิดชีวิตคนในครอบครัวไปต่อหน้าต่อตาได้รึ? เช่นนั้นใจของนางย่อมมิอาจสงบสุขไปชั่วชีวิตเช่นกัน!

“เจ้ากล่าววาจาใดกัน!” หลี่ฟู่มีหรือจะมิเข้าใจความคิดนาง เขาประคองใบหน้าพลางเช็ดน้ำตาให้นางอย่างแผ่วเบา “อย่าร้อง... ห้ามร้องเด็ดขาด! เรื่องราวยังมิถึงขั้นเลวร้ายที่สุด เรามาคอยดูกันก่อน ใช่ว่าจะไร้หนทางแก้ไข เจ้าอย่าเพิ่งวุ่นวายจนเสียกระบวนไปเอง ยอดรักของข้าใช่สตรีที่จะถูกทำให้หวาดกลัวได้ง่ายๆ เช่นนี้รึ? เราสองสามีภรรยาจะร่วมสุขแต่ไม่ร่วมทุกข์กันได้อย่างไร เจ้าอย่าได้ดูแคลนบุรุษของเจ้าเด็ดขาด!”

ชุยเส้าซีรู้สึกสับสนในใจอย่างบอกมิถูก เขาเหลือบมองหลี่ฟู่ด้วยสายตาซับซ้อน ก่อนจะพยักหน้าช่วยเกลี้ยกล่อม “จริงอย่างที่เขาว่า ฟางโจว เจ้าสงบใจหน่อยเถิด! ยามนี้เจ้าเพียงแต่ 'ห่วงใยจนใจสับสน' เรื่องราวยังมิได้ล่วงเลยจนกู่มิกลับเสียหน่อย พวกเจ้าสองสามีภรรยารวมหัวกันเมื่อไหร่ มิไปหลอกลวงผู้อื่นก็นับว่าดีแล้ว ใครจะมาหลอกลวงพวกเจ้าได้!”

“นั่นสิ! วาจานี้ช่างถูกใจข้านัก!” หลี่ฟู่พยักหน้าเห็นพ้อง

“พวกท่านนี่มันจริงเลย—” เหลียนฟางโจวถูกคำพูดของทั้งสองยั่วจนหลุดหัวเราะออกมา ความอัดอั้นในใจคลายลงไปบ้าง นางเลิกคิ้วกล่าว “ถูกต้อง! เราต้องช่วยกันหาทางออก เรื่องมันยังมิได้เลวร้ายถึงเพียงนั้น! หากหลีอ๋องบังอาจแตะต้องอาเจ๋อ เช่อเอ๋อร์ พี่สะใภ้ หรืออวิ๋นหาน... ข้าจะทำให้เขาต้องกระเด็นตกจากบัลลังก์นั่นให้ดู!”

ชุยเส้าซีระเบิดหัวเราะเสียงดัง “ยามนี้เขาก็ยังมิได้นั่งมั่นคงนักหรอก! เซี่ยนอ๋องผู้นั้นซ่อนเขี้ยวเล็บไว้มิดชิด ใครจะรู้ว่าในมือยังมีไพ่ตายอันใดอีก หลีอ๋องถูกจู่โจมจนตั้งตัวมิประสาน ยามนี้แค่รับมือเซี่ยนอ๋องก็ปวดเศียรเวียนเกล้าจะแย่ คงมิมีเวลามาวุ่นวายเรื่องอื่นหรอก! อีกทั้งยังมีหย่งอ๋องที่รั้งอยู่ชายแดนตะวันตกเฉียงเหนือ ยามนี้คงเนื้อหอมจนหลีอ๋องและเซี่ยนอ๋องต้องแย่งชิงกันสุดชีวิต มิรู้ว่าหย่งอ๋องจะเข้าข้างฝ่ายใด หรือจะตั้งตนเป็นใหญ่อยู่ในความวุ่นวายนี้ ระหว่างนี้เรายังมีเวลาเหลือเฟือที่จะเตรียมการ!”

“ถูกต้อง!” หลี่ฟู่พยักหน้าพลางขมวดคิ้ว “มิรู้ว่าสถานการณ์ในเมืองหลวงยามนี้เป็นอย่างไรบ้าง ข้าจะรีบส่งคนเดินทางทั้งวันทั้งคืนไปสืบข่าวทันที! อาศัยความโศกเศร้าปนโกลาหลลอบพาสองพี่น้อง พี่สะใภ้ และอวิ๋นหานออกจากเมืองหลวงมาเสีย! แล้วพรุ่งนี้ข้าจะส่งคนไปรับพวกชิงเอ๋อร์ที่หมู่บ้านต้าฟางมาด้วย!”

เหลียนฟางโจวพยักหน้ายิ้มให้เขา “ชั่วคราวเอาตามนี้เถิด! ทว่ามีคำหนึ่งที่เดิมทีข้ามิควรกล่าว แต่ก็ต้องกล่าว... ยามนี้หนานไห่อยู่ในมือเราโดยสมบูรณ์ อาเจี่ยน ท่านควรไปพบปะหารือกับใต้เท้าหูและใต้เท้าสวี่เพื่อวางแผนการให้รัดกุม ดินแดนผืนนี้เราจะเสียไปมิได้เด็ดขาด มิเช่นนั้นในมือเราจะมิเหลือสิ่งใดไว้ต่อรองเลย!”

หลี่ฟู่และชุยเส้าซีต่างใจหายวาบ ชุยเส้าซีพยักหน้าเห็นพ้อง “ฟางโจวกล่าวถูกแล้ว! เรื่องนี้ต้องกันไว้ดีกว่าแก้ ต้องเข้มงวดภายในและผ่อนปรนภายนอก กุมอำนาจการเมืองและการทหารไว้ให้มั่น คอยระวังไส้ศึกและสายลับจากเมืองหลวงที่อาจลอบแฝงตัวเข้ามา!”

หลี่ฟู่แม้จะมีความกังวลปนวุ่นวายใจ แต่ก็รู้ว่าสิ่งที่ทั้งคู่กล่าวมาล้วนมีเหตุผล จึงพยักหน้ารับ “ได้ เรื่องเร่งด่วนมิควรรอช้า คืนนี้ข้าจะหารือกับพวกเขา พรุ่งนี้ค่อยเรียกตัวช่วยและที่ปรึกษา รวมถึงเรียกผางอวี้หลงและใต้เท้าจานกลับมาวางแผนร่วมกัน ส่วนทางเฉวียนโจวก็ต้องมิให้เกิดความวุ่นวายเด็ดขาด!”

ขณะที่ทั้งสามกำลังหารือกันอยู่นั้น เหลียนฟางโจวพลันขมวดคิ้วมุ่น ความเจ็บปวดรุนแรงแล่นผ่านหน้าท้องจนนางต้องกุมท้องร้องออกมาด้วยความทรมาน

“เจ้าเป็นอะไรไป!” หลี่ฟู่และชุยเส้าซีใจตกไปอยู่ที่ตาตุ่ม รีบเอ่ยถามพร้อมกัน

“ข้า...” เหลียนฟางโจวหายใจกระหืดกระหอบ กัดริมฝีปากเอ่ย “ข้าคงจะคลอดแล้ว!”

“อะไรนะ!” สองบุรุษอกสามศอกตกใจจนกระโดดตัวลอย ต่างเบิกตาโพลงอย่างเลิ่กลั่กทำตัวไม่ถูก

เหลียนฟางโจวนึกทั้งฉุนทั้งขำ นางข่มความเจ็บตะโกนสั่ง “พวกท่านสองคนมัวยืนบื้ออยู่อันใด! รีบไปตามหมอตำแยมาเร็วเข้า! ตามชุนซิ่งมาด้วย!”

ทั้งสองขานรับ “อา!” แล้วเตรียมจะวิ่งออกไปพร้อมกัน หลี่ฟู่เป็นฝ่ายรั้งฝีเท้าไว้ทัน เขาหันกลับมาประคองเหลียนฟางโจวแล้วตะโกนสั่งชุยเส้าซี “เจ้าไปเร็วเข้า!”

ชุยเส้าซีรับคำแล้วพุ่งตัวออกไปราวกับเกาทัณฑ์หลุดจากคัน

“ยอดรัก ฟางโจว... น้องอดทนหน่อยนะ พี่จะอุ้มน้องกลับห้อง!” หลี่ฟู่ช้อนตัวนางขึ้นอุ้มด้วยความประหม่าและกังวล

เมื่อกลับถึงห้อง ชุนซิ่งและสาวใช้คนอื่นๆ ที่ทราบเรื่องต่างเข้ามาเตรียมการอย่างเป็นระเบียบ

ด้วยที่เคยผ่านมาแล้วครั้งหนึ่ง หลังจากความตื่นตระหนกวูบแรก เหลียนฟางโจวก็เริ่มสงบใจลงได้

นางรู้ดีว่าเรื่องใดจะใหญ่หลวงเพียงใดก็มิสู้การคลอดบุตรในยามนี้ นี่คือการก้าวขาเข้าสู่ประตูป่าช้าไปครึ่งกึ่ง นางต้องขจัดความฟุ้งซ่านทั้งปวง มุ่งสมาธิทั้งหมดไปกับการคลอดครั้งนี้เพียงอย่างเดียว!

“อาเจี่ยน...” เหลียนฟางโจวนอนอยู่บนเตียง กุมมือหลี่ฟู่ไว้แน่นพลางสบตาเขา พยายามเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่ราบเรียบที่สุด “สถานการณ์ยามนี้คับขันนัก ท่านอย่าได้มารั้งรอเฝ้าข้าอยู่เลย จงไปทำสิ่งที่ท่านควรทำในยามนี้เถิด! ต่อให้ใต้หล้าจะโกลาหลเพียงใด เราก็ต้องรักษาความสงบสุขของหนานไห่และราษฎรที่นี่ไว้ให้ได้! ข้ารักที่นี่ นี่คือแผ่นดินที่เราเพียรพยายามสร้างมากับมือ... ข้ามิเป็นไร มีคนคอยดูแลมากมายมิน่าห่วง อาเจ๋อ เช่อเอ๋อร์ ชิงเอ๋อร์ และอาสาม... พวกเขากำลังรอท่านอยู่นะเจ้าคะ!”

หลี่ฟู่ลังเลและห่วงหน้าพะวงหลังอยู่ชั่วครู่ ก่อนจะกัดฟันพยักหน้า เขาบีบมือนางแน่นพลางเอ่ยอย่างนุ่มนวล “ได้! เช่นนั้นพี่จะไป! น้องมิไม่ต้องกังวลสิ่งใด ตั้งใจคลอดลูกให้ปลอดภัยก็พอ! ทุกอย่างพี่จะเป็นคนจัดการเอง! จำไว้... พี่ขาดเจ้ามิได้ รวมถึงลูกด้วย!”

“เจ้าค่ะ!” เหลียนฟางโจวคลี่ยิ้มหวาน แววตาเปี่ยมด้วยความรักลึกซึ้ง

หลี่ฟู่ยิ้มตอบ ก้มลงจุมพิตที่หน้าผากนางเบาๆ มองหน้านางอีกครั้งก่อนจะหมุนตัวเดินจากไปอย่างมั่นคง

“ทุกอย่างที่นี่ข้าฝากเจ้าด้วย ข้าต้องการให้ฟางโจวและลูกปลอดภัย... ฟางโจวสำคัญที่สุด!” หลี่ฟู่กล่าวอย่างเคร่งขรึมกับชุยเส้าซีที่นั่งกระวนกระวายอยู่นอกโถง

“วางใจเถิด ต่อให้เจ้ามิบอกข้าก็รู้!” ชุยเส้าซีปรายตามองเขาค้อนหนึ่งวง ฟางโจวย่อมสำคัญที่สุดอยู่แล้ว!

หลี่ฟู่มองเขากลับแวบหนึ่งก่อนจะเดินออกไป

เขาสูดลมหายใจเข้าลึก พยายามสงบจิตสงบใจ ก้าวออกจากเรือนที่กำลังวุ่นวายด้วยเหล่าสาวใช้และมามาที่เดินเข้าออกกันขวักไขว่ เพื่อมุ่งหน้าไปจัดการแผนการงานเมืองและงานทหารอย่างเยือกเย็นและรอบคอบ

1 ความคิดเห็น:

  1. ไม่ระบุชื่อ24 สิงหาคม 2569 เวลา 22:31

    สนุกมากค่ะ รออ่านตอนต่อไปค่ะ ขอบคุณค่ะ

    ตอบลบ