บทที่ 1408 ปฏิเสธ
หูต้าไห่และเหล่าขุนนางต่างใจหายวาบ
สีหน้าเปลี่ยนไปทันควันพลางหันไปมองหลี่ฟู่ด้วยความตระหนก
ข้อเสนอที่ฮ่องเต้องค์ใหม่หยิบยื่นให้นั้นช่างเย้ายวนใจนัก
เรียกได้ว่าหาได้ยากยิ่งในประวัติศาสตร์!
อีกทั้งด้วยบารมีและผลงานศึกของใต้เท้าหลี่
ยามผลัดแผ่นดินใหม่เช่นนี้ย่อมเป็นที่ต้องการตัวของราชสำนัก
วาจาเหล่านั้นมิแน่ว่าจะเป็นเพียงเรื่องปด
เผชิญหน้ากับลาภยศสรรเสริญอันมหาศาลเช่นนี้
ใต้เท้าหลี่จะมิหวั่นไหวบ้างเชียวรึ?
ทว่าหลี่ฟู่กลับแค่นหัวเราะ "เหอะ" ออกมาคราหนึ่ง
ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงเย็นเยียบ "หลีอ๋องได้บัลลังก์มาโดยมิชอบ
เจ้าคิดว่าข้าเป็นพวกประพฤติชั่วช้าเกลือกกลั้วกับคนพรรค์นั้นรึ?"
"บังอาจ!" จูเหยียนหน้าถอดสี ตวาดกลับเสียงเย็น
"หลี่ฟู่! อย่าได้ถือดีว่าตนเองมีชัยในศึกสงครามแล้วจะไร้ผู้ต้าน
จนมิเห็นหัวเจ้าชีวิต! หรือว่าเจ้า... คิดจะก่อการกบฏ!"
สิ้นคำประกาศของจูเหยียน
เหล่าทหารรักษาพระองค์เบื้องหลังก็ชักดาบออกจากฝักครึ่งหนึ่ง
เสียงโลหะกระทบกันดังเซ็งแซ่ ประหนึ่งพยัคฆ์ร้ายที่พร้อมจะโจนทะยานเข้าขย้ำเหยื่อ
ฝ่ายทหารคนสนิทของหลี่ฟู่ก็หามิได้เกรงกลัว
ต่างก้าวไปข้างหน้าครึ่งก้าว ชักดาบออกจากฝักครึ่งหนึ่งเช่นกัน
จ้องประสานตากับทหารรักษาพระองค์อย่างดุดัน
จูเหยียนแผดเสียงตะโกน "ดี! ดีมากหลี่ฟู่!
บังอาจชักดาบต่อหน้าราชทูต เจ้าคิดจะก่อกบฏจริงๆ สินะ!
ข้าจะบอกความจริงให้เจ้าเอาบุญ ยามนี้ที่หน้าด่านหนานจู้นอกมณฑลหนานไห่
แม่ทัพหลี่เจี๋ยนำกำลังพลชั้นยอดสองหมื่นนายเตรียมพร้อมอยู่
หากเจ้าบังอาจขยับเพียงนิด กองทัพย่อมบุกเข้าบดขยี้กบฏเช่นเจ้าให้สิ้นซาก!
หากเจ้าเก่งกล้านัก ก็ลองขยับดูสิ!"
หลี่ฟู่ได้ยินดังนั้นกลับระเบิดหัวเราะเสียงดังลั่น "ใต้เท้าจู
กำลังพลเพียงสองหมื่นนายคิดจะมาประกาศศึกในหนานไห่รึ? ท่านดูแคลนข้าหลี่ฟู่เกินไปแล้ว!
หากท่านแน่จริงก็ลองดูเถิด
ว่าพวกเขาจะก้าวข้ามธรณีประตูหนานไห่เข้ามาได้แม้เพียงก้าวเดียวหรือไม่!"
หูต้าไห่และคนอื่นๆ ได้ฟังก็พากันหัวเราะร่าด้วยความขบขัน
จูเหยียนทั้งอับอายทั้งเดือดดาลจนใบหน้าแดงก่ำ พลันตวาดก้อง
"หูต้าไห่ อดีตผู้บัญชาการทหารเมืองหนานไห่อยู่ที่นี่หรือไม่!"
หูต้าไห่ชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะก้าวออกมาข้างหน้าพลางยิ้มยั่ว
"ใต้เท้าจูมีสิ่งใดจะชี้แนะข้าน้อยรึขอรับ!"
จูเหยียนเค้นเสียงสั่ง "ฝ่าบาทมีพระราชโองการ
หากผู้ใดจับกุมกบฏหลี่ฟู่ได้ จะสถาปนาให้เป็น 'หนานไห่อ๋อง'
ทันที!"
หูต้าไห่มองจูเหยียนประหนึ่งมองตัวประหลาด ก่อนจะนิ่งเงียบมิเอ่ยคำ
จูเหยียนคิดไปเองว่าหูต้าไห่เริ่มหวั่นไหว
เพียงแต่ยังเกรงกลัวบารมีหลี่ฟู่จึงลังเลใจ เขาจึงนึกดีใจและฮึกเหิมขึ้นมา
รีบตวาดซ้ำ "หูต้าไห่! มัวรออันใดอยู่ รีบลงมือเร็วเข้า!"
หูต้าไห่แบมือทั้งสองข้างพลางหัวเราะ "ใต้เท้าจู
อย่าได้รีบร้อนนัก! ท่านว่าฝ่าบาทมีพระราชโองการ แล้วราชโองการอยู่ที่ใดเล่า? ข้ามิเห็นแม้แต่เงา!
มิใช่ว่าท่านกุเรื่องขึ้นมาเองหรอกรึ หากภายหลังฝ่าบาทมิยอมรับ
ข้ามิขาดทุนย่อยยับหรอกหรือ!"
จูเหยียนเอ่ยด้วยความไม่พอใจ "นี่คือพระราชดำรัสสด!
ยามนี้ทุกคนในที่นี้ล้วนเป็นพยาน มีหรือฝ่าบาทจะมิยอมรับ? อย่าได้กล่าววาจาจาบจ้วงเช่นนี้!"
"ใครจะไปรู้เล่า?" หูต้าไห่ยังคงยิ้มเยาะ "หากจู่ๆ ใต้เท้าจูกลับคำยืนกรานว่ามิเคยพูด
หรือลงฆ่าปิดปากพวกเราจนสิ้นเล่า? ถึงเวลานั่งพวกข้าคงทำได้เพียงไปร้องเรียนต่ออดีตฮ่องเต้และรัชทายาทในยมโลกเท่านั้นแหละ!"
"กล่าวได้ถูกต้อง!"
"ท่านแม่ทัพหูมีเหตุผลยิ่งนัก!"
"พวกเราต้องตาสว่าง อย่าได้หลงกลคนชั่ว!"
"คนที่ฆ่าได้แม้กระทั่งบิดาและพี่น้อง
ยังมีเรื่องใดที่ทำมิลงอีก!"
ขุนนางและทหารต่างพากันส่งเสียงวิพากษ์วิจารณ์ดังระงม
"พวกเจ้า... พวกเจ้าทุกคน คิดจะก่อกบฏกันหมดแล้วรึ!"
ต่อให้จูเหยียนจะเขลาเพียงใด
ยามนี้เขาก็ดูออกแล้วว่าหูต้าไห่กำลังปั่นหัวเขาเล่นเสียสนุกมือ!
ไหนจะพวกทหารชั้นต่ำที่มิรู้ความเหล่านี้ ยังกล้ามาเยาะเย้ยถากถางเขา
หากมิใช่เพราะสถานการณ์บีบคั้น
เขาคงสั่งประหารพวกมันให้หมดสิ้นเพื่อระบายโทสะในใจ!
หลี่ฟู่ยิ้มกล่าว "ใต้เท้าจู อย่าได้เอะอะก็อ้างเรื่อง 'กบฏ' ขึ้นมาขู่เลย
หรือว่าท่านจงใจจะบีบคั้นให้ข้าต้องก่อกบฏจริงๆ? นิสัยใจคอของข้าหลี่ฟู่เป็นอย่างไร
ต่อให้ท่านมิรู้แจ้งสิบส่วน ก็น่าจะพอรู้บ้างสักสามสี่ส่วน ข้ามิได้คิดจะกบฏ
ทว่าอดีตฮ่องเต้และรัชทายาทสิ้นพระชนม์อย่างมีเงื่อนงำ
หลีอ๋องได้บัลลังก์มามิชอบธรรม! ข้าหลี่ฟู่ขอมิรับคำสั่ง!
หากวันใดหลีอ๋องพิสูจน์ได้ว่าตนเองบริสุทธิ์ไร้มลทิน
ถึงยามนั้นใต้เท้าจูค่อยมาตราหน้าข้า หรือมารับตำแหน่งผู้ว่าการมณฑลก็ยังมิสาย
ทว่ายามนี้... เสียใจด้วย!"
หูต้าไห่และคนอื่นๆ ต่างจ้องมองจูเหยียนด้วยสายตาเย็นเยียบดุดัน
จูเหยียนใจสั่นสะท้าน ความหนาวเหน็บแล่นจากสันหลังขึ้นสู่เบื้องบน
เขาพยายามฝืนทำใจดีสู้เสือถามเสียงแข็ง "เจ้าหมายความว่าอย่างไร?"
หลี่ฟู่แค่นเสียง "หมายความว่า... ใต้เท้าจู
เชิญท่านกลับไปเสียเถิด!"
"หลี่ฟู่! เจ้าตัดสินใจแน่วแน่แล้วรึที่จะขัดราชโองการ?" จูเหยียนตวาด
"ทำไมท่านถึงพูดจาวกวนรบเร้านัก! ฟังภาษามนุษย์มิรู้เรื่องรึ?" หูต้าไห่เอ่ยอย่างรำคาญ
"สิ่งที่ใต้เท้าหลี่กล่าวไปเมื่อครู่ท่านมิได้ยินรึไง? พากองกำลังของท่านไสหัวออกไปจากหนานไห่เดี๋ยวนี้!
มิเช่นนั้น อย่าหาว่าพวกข้ามิเกรงใจ!"
เฝิงชวี่จี๋เสริมขึ้นเช่นกัน "ใช่แล้วใต้เท้าจู
ใต้เท้าหลี่บอกไว้ชัดเจนแล้ว รอให้หลีอ๋องพิสูจน์ความบริสุทธิ์ได้ก่อน
แม่ทัพของพวกข้าย่อมเดินทางกลับไปเอง! ยามนี้ในแผ่นดินหนานไห่แห่งนี้
ใต้เท้าจูอย่าได้มาวางอำนาจเสียให้ยากเลย!"
จูเหยียนโกรธจนกล้ามเนื้อบนใบหน้ากระตุกรัว
หน้าอกกระเพื่อมไหวด้วยความหอบเหนื่อย
ทว่ากลับมิอาจเค้นวาจาโต้ตอบออกมาได้แม้แต่คำเดียว!
ส่วนเซี่ยกงกงนั้น เลิกวางมาดโองอาจไปนานแล้ว
เขาหดหัวมุดอยู่หลังจูเหยียนประหนึ่งนกกระจอกเทศ แสดงท่าทีชัดเจนว่า:
หน้าที่ของข้าคือประกาศราชโองการ ข้าทำเสร็จแล้ว
เรื่องที่เหลือท่านเป็นคนจัดการเองก็แล้วกัน!
ในใจจูเหยียนนั้นเปี่ยมด้วยโทสะและขุ่นเคืองนัก
เขาเป็นลูกพี่ลูกน้องกับฮองเฮาองค์ปัจจุบัน ก่อนมาหนานไห่ครานี้ ฮูหยินจู
(มารดาฮองเฮา) ได้กำชับนักหนาว่าต้องหาทางเหยียดหยามหลี่ฟู่และเหลียนฟางโจวให้สาสม
โดยมีนางคอยหนุนหลัง! ตอนนั้นเขาจึงรับคำอย่างมั่นใจ!
แม้เขาจะพอรู้กิตติศัพท์ความร้ายกาจของหลี่ฟู่และเหลียนฟางโจวมาบ้าง
ทว่ายามนี้สถานการณ์เปลี่ยนไปมิใช่รึ? ผู้ที่ประทับบนบัลลังก์มังกรคืออดีตหลีอ๋อง!
สกุลจูกลายเป็นขุนนางฝ่ายในอันดับหนึ่ง!
หลี่ฟู่และเหลียนฟางโจวจะเก่งกล้าเพียงใด
เมื่ออยู่ต่อหน้าอำนาจที่แท้จริงจะนับเป็นกระไรได้? ต่อให้พวกเขามิยินยอมเพียงใด ก็ต้องสยบอยู่ใต้ฝ่าเท้าของเขาอยู่ดี!
ทว่าเขาคาดมิถึงเลยว่า หลี่ฟู่ผู้นี้จะอาศัยว่าฟ้าสูงแผ่นดินไกล
มิเห็นราชโองการอยู่ในสายตาแม้แต่น้อย! ทำให้เขาต้องอับอายขายหน้าถึงเพียงนี้!
อย่าว่าแต่จะไปเหยียดหยามเขาเลย
ยามนี้อีกฝ่ายมิรุมสกรัมเขาก็นับว่าสวรรค์โปรดแล้ว! อุตส่าห์ได้งานสำคัญมาแท้ๆ
กลับต้องพ่ายแพ้ตั้งแต่ยังมิได้ออกศึก ถูกขับไล่กลับเมืองหลวงอย่างน่าอดสู!
แล้วเขาจะเอาหน้าไปไว้ที่ไหน เมื่อกลับไปจะอธิบายต่อสกุลจูได้อย่างไร?
เมื่อคิดได้ดังนั้น นอกจากความโกรธแล้ว
จูเหยียนเริ่มรู้สึกหวาดกลัวขึ้นมา เขาจึงจำต้องกลืนโทสะลงคอ
เอ่ยด้วยน้ำเสียงที่อ่อนลงว่า "แม่ทัพหลี่
ท่านจะสงสัยสิ่งใดนั่นเป็นเรื่องของท่าน ทว่าในใจของข้าจูเหยียน ฝ่าบาทก็คือฝ่าบาท
วาจาของพระองค์คือราชโองการ! ในเมื่อพระองค์ทรงแต่งตั้งให้ข้ามาเป็นผู้ว่าการมณฑล
ข้าย่อมมิอาจทิ้งหน้าที่ไปได้! ขอให้แม่ทัพหลี่เห็นใจกันสักนิด
เราต่างฝ่ายต่างถอยคนละก้าว ข้าจะรั้งอยู่ที่หนานไห่
ส่วนแม่ทัพหลี่อยากจะครองตำแหน่งผู้ว่าการมณฑลต่อไปก็ตามใจท่านเถิด!
เพียงให้เซี่ยกงกงกลับไปรายงานตัวที่เมืองหลวงเพียงลำพังก็พอ!"
กำลังสนุกค่ะ รอติดตามตอนต่อไปค่ะ ขอบพระคุณมากค่ะ
ตอบลบ