วันเสาร์ที่ 5 กันยายน พ.ศ. 2569

จับแม่ทัพไปไถนา-บทที่ 1417 ท่านหญิงผู้ผิดปกติ

 

บทที่ 1417 ท่านหญิงผู้ผิดปกติ

"โถ่... จะเป็นเช่นนั้นได้อย่างไร หากเป็นอย่างที่พวกท่านว่า ข้ามิกลายเป็นนางปีศาจพันปีไปแล้วหรือ!" คำหยอกล้อของพระชายาจิ้งหนานเรียกเสียงหัวเราะครืนจากทุกคน

เมื่อเข้ามาถึงห้องโถง ต่างฝ่ายต่างนั่งลงตามลำดับอาวุโส พระชายาจึงกวักมือเรียกโจวเชี่ยนให้เข้ามาทำความเคารพเหล่าฮูหยิน

ทว่าโจวเชี่ยนมีฐานะเป็นถึงท่านหญิง มีหรือที่คนเหล่านั้นจะกล้ารับการคารวะ ต่างรีบลุกขึ้นลี้ตัวหลบฉากพลางโบกไม้โบกมือละล่ำละลักว่า "มิกล้ารับเจ้าค่ะ" กันถ้วนหน้า

หากมิใช่เพราะพระชายาสั่งไว้ มีหรือที่คนอย่างโจวเชี่ยนจะยอมก้มหัวให้คนเหล่านี้ แต่เมื่อเห็นทุกคนแสดงท่าทีนอบน้อมยำเกรงและลนลานหลบเลี่ยงไม่กล้ารับไหว้ นางกลับรู้สึกสนุกขึ้นมาเสียอย่างนั้น ใบหน้าที่เคยบึ้งตึงจึงแปรเปลี่ยนเป็นอ่อนโยนละมุนละไม แย้มยิ้มพิมพ์ใจจนทุกคนอดไม่ได้ที่จะเอ่ยปากชมไม่ขาดสาย

เหลียนฟางโจวตั้งท่าจะหลบฉากเช่นกัน แต่โจวเชี่ยนกลับเรียกนางไว้เสียก่อน อีกฝ่ายเงยหน้าสบตาด้วยแววตาอ้อนวอนอย่างจริงใจ "ฮูหยินหลี่อย่าได้เกรงใจเลย คนอื่นไม่รับไหว้ข้าก็พอจะทำใจกล้าหน้าทนข้ามไปได้ แต่ท่านจะทำเช่นนั้นได้อย่างไร? ในใจอเจี่ยนยังมีเหตุผลอื่นอยู่นะเจ้าคะ!"

เหลียนฟางโจวชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะยิ้มตอบ "ท่านหญิงกล่าวเช่นนี้... ทำเอาข้าสับสนไปหมดแล้วเจ้าค่ะ"

"ไม่สับสนหรอก!" โจวเชี่ยนแย้มยิ้ม "หากข้าพูดออกไป ท่านย่อมเข้าใจทันที! เมื่อก่อนข้ายยังเยาว์นัก มิตระหนักความหนักเบา ทั้งยังถูกผู้อื่นยั่วยุจนใช้อารมณ์วู่วามสร้างความลำบากใจให้ฮูหยินหลี่ มานึกดูตอนนี้ช่างโง่เขลานัก สมควรแล้วที่ถูกสั่งสอน! ตั้งแต่นั้นมาข้าก็มิกล้าเหลวไหลอีก ข้าอยากจะขอโทษท่านมานานแล้ว ติดที่ไม่มีโอกาสได้พบหน้า ในเมื่อวันนี้ได้เจอท่านแล้ว โปรดรับการคารวะจากอาเชี่ยนด้วยเถิด เรื่องราวในหนหลัง... เป็นอาเชี่ยนที่ทำผิดไปเองเจ้าค่ะ!"

"เชี่ยนเอ๋อร์พูดถูกแล้ว" พระชายาจิ้งหนานพยักหน้าเสริมด้วยรอยยิ้ม "ฮูหยินหลี่ เรื่องในครานั้นข้าเองก็ได้ยินมาบ้าง นังหนูนี่ถูกข้ากับท่านพ่อของนางตามใจจนเสียคน ไม่รู้จักฟ้าสูงแผ่นดินต่ำจนหาเรื่องใส่ตัว! หลังจากนั้นข้าเลยสั่งสอนเสียชุดใหญ่ถึงได้ดีขึ้นมาบ้าง พูดไปแล้วข้าต้องขอบคุณฮูหยินหลี่ด้วยซ้ำ ดังนั้นการคารวะนี้ ท่านต้องรับไว้!"

"พระชายาและท่านหญิงโปรดอย่ากล่าวเช่นนั้นเลยเพคะ!" เหลียนฟางโจวยังคงไม่เข้าใจเจตนาที่สองแม่ลูกขุดคุยเรื่องเก่าที่เมืองหลวงขึ้นมาพูด นางรีบเข้าไปประคองมือโจวเชี่ยนไว้ สัมผัสได้ว่าอีกฝ่ายมีอาการขัดขืนเล็กน้อยตามสัญชาตญาณก่อนจะแสร้งทำเป็นว่าง่ายให้พยุงแต่โดยดี เหลียนฟางโจวจึงยิ่งฉีกยิ้มกว้างขึ้น "จะว่าไปข้าเองก็มีส่วนผิดไม่น้อย หากท่านหญิงไม่รื้อฟื้น ข้าก็แทบจะลืมไปสิ้นแล้ว ในเมื่อเป็นเช่นนี้ข้าจะขอรับน้ำใจไว้ก็แล้วกัน เรื่องนั้น... ก็ให้มันพ้นผ่านไปดั่งลมพัดเถิดเจ้าค่ะ ท่านหญิงเป็นคนร่าเริงแถมยังรูปโฉมงดงาม ข้าเองก็ปรารถนาจะผูกมิตรกับท่านหญิงเช่นกัน!"

"จริงหรือ! เยี่ยมไปเลย!" โจวเชี่ยนอุทานอย่างยินดี "ฮูหยินหลี่ยังเยาว์นักแต่กลับเป็นบุคคลที่มีชื่อเสียงขจรขจายในน่านน้ำใต้ ตั้งแต่ได้ยินเรื่องราวราวปาฏิหาริย์ของท่าน ข้าก็เลื่อมใสยิ่งนัก! หากได้เป็นสหายกับท่านและได้ติดตามร่ำเรียนวิชาสักเล็กน้อย คงถือเป็นวาสนาของข้าแท้ ๆ!"

เหล่าฮูหยินคนอื่น ๆ ได้ยินดังนั้นก็พากันหัวเราะร่วน "นั่นสิเพคะ ฮูหยินหลี่คือยอดสตรีอันดับหนึ่งแห่งหนานไห่ แม้แต่บุรุษยังต้องชิดซ้าย ท่านหญิงช่างตาถึงจริง ๆ เพคะ!"

พระชายาจิ้งหนานหัวเราะพลางเอ็ดลูกสาวอย่างไม่จริงจังนัก "ดูเจ้าสิ! นิสัยมุทะลุหาความมั่นคงมิได้เช่นนี้ จะไปเทียบเท่าฮูหยินหลี่ได้แม้เพียงครึ่งได้อย่างไร? ฮูหยินเห็นเจ้าแล้วคงอยากจะเดินหนีเสียมากกว่า แต่นี่เจ้ากลับไปหมายตาเขาเสียแล้ว!"

ประโยคนี้เรียกเสียงฮาไปทั้งโถง

โจวเชี่ยนเขย่าแขนเหลียนฟางโจวพลางกะพริบตาปริบ ๆ "ฮูหยินหลี่ ท่านดูท่านแม่ของข้าสิ มีที่ไหนมาว่าลูกสาวตัวเองต่อหน้าคนอื่นเช่นนี้! ฮูหยิน... หรือว่าท่านจะช่วยไว้หน้าข้าสักคราว ให้ข้าได้ยืดอกต่อหน้าท่านแม่บ้างจะได้ไหม!"

"ท่านหญิงล้อข้าเล่นแล้ว" เหลียนฟางโจวยิ้มบาง ๆ

"ข้าเอาจริงนะ!" โจวเชี่ยนทำปากยื่นแสดงท่าทางออดอ้อนแบบเด็กสาว "หรือว่าฮูหยินจะรังเกียจว่าข้าหัวช้า จนไม่อยากจะชี้แนะสั่งสอน!"

เมื่อเห็นท่าทางออดอ้อนและจริตก้านที่ดูใสซื่อไร้เดียงสานั้น เหลียนฟางโจวกลับรู้สึกขนลุกซู่ไปทั้งตัวประหนึ่งมีแมลงไต่ตามหลัง!

'ความรู้สึกนี้มัน... น่ากลัวชะมัด!'

นางมิใช่มารดาเสียหน่อย จะมาทำท่าออเซาะใส่เพื่ออะไร!

ทว่าคนรอบข้างกลับมองว่าท่านหญิงหรงอันผู้นี้ช่างน่ารักน่าเอ็นดูเหลือเกิน เด็กสาวที่น่ารักขนาดนี้หากไม่ช่วยลุ้นก็คงผิดต่อสวรรค์ เหล่าฮูหยินจึงพากันคะยั้นคะยอแกมหยอกล้อช่วยพูดให้เหลียนฟางโจวใจอ่อน

พระชายาจิ้งหนานเองก็นั่งฟังด้วยรอยยิ้ม มิได้คัดค้านแม้แต่คำเดียว

เหลียนฟางโจวถูกรุมล้อมจนปวดหัว เริ่มจะตั้งรับไม่ไหวและไม่มีเหตุผลสมควรที่จะปฏิเสธ ในเมื่อพระชายาและท่านหญิงยอมลดตัวมาพำนักที่นี่ก็นับว่าให้เกียรติอย่างยิ่ง เป็นแขกผู้มีเกียรติที่บ้านอื่นอยากเชิญเพียงใดก็มิอาจได้ตัวมา หากยังดึงดันปฏิเสธคงจะดูไร้น้ำใจเกินไป

นางจึงทำได้เพียงยิ้มตอบ "หากท่านหญิงไม่รังเกียจ..."

"ไม่รังเกียจ ไม่รังเกียจเลย!" ท่านหญิงหรงอันชิงพูดขัดขึ้นทันควันด้วยความดีใจประหนึ่งกลัวว่าอีกฝ่ายจะเปลี่ยนใจ นางยิ้มแก้มปริ "ขอเพียงฮูหยินยอมให้ข้าอยู่รับการสั่งสอน ต่อให้ต้องเป็นสาวใช้คอยรินน้ำส่งน้ำอยู่ข้างกายท่าน ข้าก็ยินดี!"

ทุกคนต่างหัวเราะชอบใจกับคำพูดนั้น

เหลียนฟางโจวเองก็ขำตามพลางโบกมือวุ่น "ท่านหญิง... คำนี้มิอาจกล่าวส่งเดชได้นะเพคะ! ท่านมาพำนักที่นี่ถือเป็นแขกผู้สูงศักดิ์ยิ่ง มีที่ไหนจะเอาแขกมาใช้งานเป็นสาวใช้? หากคนภายนอกรู้เข้ามิรุมประณามข้าจนหลังเหวอะหรือ อีกอย่าง สาวใช้ที่ทั้งฉลาดเฉลียวและงดงามล่มเมืองเช่นท่านหญิง จวนของข้าคงมิมีปัญญาจ้างหรอกเพคะ!"

เหลียนฟางโจวหันไปหาจิ้งหนานหวางเฟย เตรียมจะกล่าวบางอย่าง แต่พระชายากลับชิงยิ้มแล้วกล่าวว่า "นังหนูนี่ชอบทำตัวเหลวไหลจริง ๆ! แต่ในเมื่อนางถูกชะตากับฮูหยินหลี่และตั้งใจจะเรียนรู้กิริยามารยาทจากท่าน เช่นนั้นคงต้องรบกวนฮูหยินแล้ว! ข้ามิอาจอยู่รบกวนท่านได้นาน เพราะต้องไปถือศีลสวดมนต์ที่อารามเจ้าแม่กวนอิมเป็นเวลาห้าวัน อีกห้าวันค่อยให้คนมารับนางก็แล้วกัน ฝากด้วยนะฮูหยินหลี่"

"พระชายาเกรงใจไปแล้วเพคะ มีท่านหญิงมาอยู่เป็นเพื่อนก็นับเป็นวาสนาของหม่อมฉันเช่นกัน" เหลียนฟางโจวจำต้องฝืนยิ้มตอบรับ

เดิมทีนางตั้งใจจะรั้งตัวพระชายาไว้ด้วย เพราะอย่างน้อยพระชายาก็เป็นผู้ใหญ่ หากอยู่นางย่อมควบคุมลูกสาวได้ แต่คิดไม่ถึงว่าพระชายาจะปลีกตัวไปอยู่อารามเสียอย่างนั้น แผนการจึงพังทลาย!

เหลียนฟางโจวรู้สึกว่าโรค "มองคนในแง่ร้าย" ของนางเริ่มกำเริบอีกครั้ง แม้นางจะดูไม่ออกว่าพระชายาคิดอะไรอยู่ แต่สำหรับท่านหญิงหรงอันผู้นี้... นางไม่มีวันเชื่อเด็ดขาดว่าสันดานจะเปลี่ยนได้ง่าย ๆ!

อย่างไรก็ตาม... ก็แค่ห้าวันสั้น ๆ ต่อให้นางมาอยู่ที่นี่ อย่างมากก็พกสาวใช้กับแม่นมมาแค่ไม่กี่คน แค่สั่งคนให้คอยจับตาดูไว้ให้ดี ก็คงไม่น่าจะแผลงฤทธิ์อะไรได้มากนัก

เมื่อเห็นเหลียนฟางโจวตกลง โจวเชี่ยนก็รีบเข้าไปขอบคุณด้วยกิริยาชดช้อย เหลียนฟางโจวจึงสั่งให้หงอวี้ไปตามแม่นมหลินมาจัดเตรียมเรือนรับรองให้เรียบร้อย

1 ความคิดเห็น: