วันพุธที่ 9 กันยายน พ.ศ. 2569

จับแม่ทัพไปไถนา-บทที่ 1421 ห้องหนังสือ

 

บทที่ 1421 ห้องหนังสือ

ทหารองครักษ์สองนายที่เฝ้าประตูเข้าขัดขวางนางตามหน้าที่

โจวเชี่ยนส่งยิ้มหวานหยดย้อยให้พลางเอ่ยว่า "พี่ชายทหารทั้งสอง พี่หญิงเป็นคนสั่งให้ข้ามาเจ้าค่ะ ข้ามีธุระต้องออกไปข้างนอกพอดี พี่หญิงเลยฝากให้ข้ามาส่งข่าวให้ออกญาด้วย รบกวนพวกท่านช่วยอำนวยความสะดวกให้ข้าสักนิดเถิดเจ้าค่ะ"

"พี่หญิง?" องครักษ์นายหนึ่งหันไปสบตากับเพื่อนร่วมงานด้วยความฉงน

หลี่ฟู่ปกครองลูกน้องอย่างเข้มงวด ทว่าเมื่อองครักษ์ทั้งสองเห็นสตรีเบื้องหน้าสวมใส่ชุดผ้าไหมอวิ๋นจิ่นปักลายดอกฟู่หรงสีแดงเงิน กระโปรงยาวผ้าไหมสีชมพูอ่อนพริ้วไหว ปิ่นปักผมหงส์ทองบนศีรษะประดับด้วยไข่มุกกลมมนเม็ดโตขนาดหัวแม่มือ อีกทั้งใบหน้ายังสะสวยพริ้มเพรา ผิวพรรณผุดผ่องฉายแววสูงศักดิ์ พวกเขาจึงมิกล้าล่วงเกิน

คนหนึ่งถามขึ้นด้วยรอยยิ้ม "แม่นางกำลังจะบอกว่า ท่านเป็นน้องสาวของฮูหยินเราอย่างนั้นหรือ?"

โจวเชี่ยนอุทาน "อา!" ออกมาคล้ายเพิ่งนึกขึ้นได้ นางยกมือขึ้นปิดปากหัวเราะคิกคักพลางเอ่ยเสียงออเซาะ "พี่ชายทหารเข้าใจผิดแล้ว! ข้ามิใช่น้องสาวแท้ ๆ ของพี่หญิง แต่เพราะเราถูกชะตากันข้าจึงเรียกนางเช่นนั้น พระชายาจิ้งหนานคือเสด็จแม่ของข้า เมื่อไม่กี่วันก่อนข้าติดตามเสด็จแม่มาที่นี่ และพำนักอยู่ต่ออีกเพียงไม่กี่วันเท่านั้นเอง"

 

องครักษ์ทั้งสองถึงกับตื่นตะลึง รีบคุกเข่าลงทำความเคารพทันที "ที่แท้คือท่านหญิงหรงอัน! พวกเราต่ำต้อยขอประทานอภัยพ่ะย่ะค่ะ!"

แม้หลี่ฟู่จะคอยระวังอ๋องจิ้งหนาน แต่ลูกน้องระดับล่างย่อมมิอาจล่วงรู้ตื้นลึกหนาบาง พวกเขาทราบเพียงว่าซื่อจื่อแห่งวังจิ้งหนานเคยมาเยือนเพื่อร่วมยินดีที่ท่านแม่ทัพได้บุตรชาย และพำนักอยู่นานโข บัดนี้ท่านหญิงยังติดตามพระชายามาเยือนถึงจวน แม้มิได้เห็นด้วยตาแต่ข่าวลือเรื่องนี้พวกเขาก็เคยได้ยินมาบ้าง

ยิ่งเห็นท่านหญิงผู้นี้มีรูปโฉมงดงาม อ่อนหวาน แววตาดูใสซื่อไร้เดียงสาถึงเพียงนี้ ใครจะไปคาดคิดว่านางซ่อนดาบไว้ในรอยยิ้ม? เมื่อเห็นท่าทีสง่างามและคำเรียกขานฮูหยินว่า "พี่หญิง" อย่างสนิทสนมเยี่ยงคนกันเอง พวกเขาจึงมิได้มีความคลางแคลงใจแม้แต่น้อย

ครั้นโจวเชี่ยนสั่งให้ทั้งสองลุกขึ้น พวกเขายังคงกล่าวขออภัยซ้ำแล้วซ้ำเล่า ก่อนจะยอมเปิดทางให้นางเข้าไปโดยมิได้ไตร่ตรองให้ถี่ถ้วน

เมื่อเห็นโจวเชี่ยนก้าวเข้าสู่ห้องหนังสือของหลี่ฟู่ได้อย่างราบรื่น ลวี่เหมยที่แอบดูอยู่ก็ลอบถอนหายใจยาว นางแค่นยิ้มเย็นก่อนจะเร้นกายจากไปอย่างเงียบเชียบ

ทันทีที่ก้าวเข้าสู่เขตเรือนชั้นในของห้องหนังสือ โจวเชี่ยนก็รู้สึกตื่นตระหนกจนขาเริ่มสั่น นางรีบสูดลมหายใจเข้าลึก ๆ พยายามรวบรวมสมาธิแล้วมุ่งตรงไปยังประตูห้อง

นางหยุดยืนที่หน้าประตู ยกมือขึ้นเคาะเบา ๆ แต่ก็เป็นไปตามคาด... ภายในห้องเงียบกริบไร้เสียงตอบรับ

โจวเชี่ยนรีบผลักประตูแล้วแทรกตัวเข้าไปด้านในทันที

นางเห็นหลี่ฟู่ฟุบสลบอยู่ที่โต๊ะหนังสือ หัวใจพลันเต้นระรัวด้วยความประหม่าทว่าในขณะเดียวกันก็ลอบโล่งใจ นางก้าวเดินเข้าไปหาเขาอย่างสั่น ๆ

ครั้นหยุดยืนอยู่ข้างโต๊ะเบื้องหน้าหลี่ฟู่ โจวเชี่ยนกลับชะงักฝีเท้า มือเรียวเอื้อมไปแตะปิ่นทองบนมวยผมตามสัญชาตญาณ

ยามนี้นางอยู่ใกล้เขาเพียงเอื้อมมือ ยืนอยู่ห่างเพียงสองสามก้าว ในขณะที่เขาหมดสติไปโดยสมบูรณ์และไร้ทางป้องกันตัว

ขอเพียงนางดึงปิ่นในมือออกมาแล้วแทงเข้าที่ลำคอของเขาเพียงครั้งเดียว ชีวิตของเขาก็จะมลายหายไปทันที!

'ถ้าเขาตาย หนานไห่ย่อมต้องโกลาหล เสด็จพ่อต้องหาโอกาสฮุบเมืองนี้ไว้ในกำมือได้อย่างแน่นอน! เหตุใด... เหตุใดเสด็จพ่อต้องบังคับให้ข้าลดตัวลง... มาเป็นอนุภรรยาของเขาด้วย...'

เพียงแค่คิดถึงเรื่องนี้นางก็แทบจะทนรับไม่ได้!

นางไม่ได้รักผู้ชายคนนี้เลยแม้แต่นิดเดียว! เพราะเขามักจะเย็นชาแข็งทื่อประหนึ่งก้อนน้ำแข็ง และในสายตาของเขาดูเหมือนจะไม่เคยมีสตรีนางใดอยู่ในหัวใจเลยสักคน! การแต่งงานกับบุรุษไร้อารมณ์เช่นนี้ ช่างจืดชืดและไร้ความอ่อนโยนสิ้นดี!

บุรุษเช่นนี้จะเอามาทำอะไร? แค่ต้องร่วมนอนเตียงเดียวกับเขา นางก็คงรู้สึกเหมือนจะเสียสติแล้ว มีเพียงคนอย่างเหลียนฟางโจวหรือจู้อวี้อิ๋งเท่านั้นแหละที่ชอบผู้ชายแบบนี้

ยิ่งคิด โจวเชี่ยนยิ่งรู้สึกว้าวุ่นใจ มือของนางราวกับถูกมนต์สะกด เอื้อมไปดึงปิ่นปักผมออกมาช้า ๆ ในขณะที่เสียงเพรียกจากก้นบึ้งหัวใจคำรามกึกก้องขึ้นเรื่อย ๆ!

'ฆ่าเขาซะ!'

'ฆ่าเขาเสียก็ช่วยเสด็จพ่อได้เหมือนกัน ฆ่าเขาเสียทุกอย่างจะได้จบสิ้น!'

ทันใดนั้น ลมระลอกหนึ่งพัดผ่านหน้าต่างที่ปิดไม่สนิทจนเกิดเสียง "ปัง!" โจวเชี่ยนสะดุ้งสุดตัว ปิ่นทองที่นางดึงออกมาถือไว้ในมือร่วงหลุดตกกระทบพื้นเสียงดังกังวาน เสียงโลหะกระทบพื้นนั้นเองที่ช่วยดึงสติของนางให้กลับคืนมาโดยสมบูรณ์

โจวเชี่ยนสะบัดศีรษะอย่างแรง เมื่อนึกถึงความคิดเมื่อครู่และการกระทำที่เกือบจะลงมือไป นางก็ถึงกับหลั่งเหงื่อเย็นออกมาจนชุ่มแผ่นหลัง

นางฆ่าหลี่ฟู่ไม่ได้! ไม่มีวันฆ่าได้เด็ดขาด!

นอกจากจะส่งผลกระทบต่อแผนการใหญ่ของเสด็จพ่อแล้ว หากนางฆ่าหลี่ฟู่จริง นางจะมีชีวิตรอดออกไปจากจวนแห่งนี้ได้อย่างไร?

นางยังไม่อยากตาย!

โจวเชี่ยนสลัดความลังเลทิ้งไป นางรีบปลดถุงหอมที่ห้อยอยู่ที่เอวออกมา เปิดปากถุงแล้วนำไปจ่อที่จมูกของหลี่ฟู่เพื่อให้เขาสูดดม

หลี่ฟู่สูดลมหายใจเข้าลึก ๆ สองสามครั้ง ก่อนจะจามออกมาเสียงดังติดต่อกันสามสี่ครั้ง ร่างกายของเขาเริ่มขยับเขยื้อน เขารีบใช้มือยันโต๊ะพยายามพยุงตัวขึ้นอย่างยากลำบาก ทันทีที่เงยหน้าขึ้นและเห็นคนยืนอยู่ตรงหน้า เขาก็เพ่งมองด้วยสายตาพร่ามัว

แม้หลี่ฟู่จะยังไม่ตื่นเต็มที่และแววตายังดูเลื่อนลอย แม้อวี๋เหมยและลวี่เหมยจะเคยบอกถึงสรรพคุณของยาเสน่ห์นี้อย่างละเอียด แต่สายตาคู่นั้นของหลี่ฟู่กลับทำให้โจวเชี่ยนรู้สึกชาวาบไปทั้งตัว... มันช่างดูคมปลาบจนน่าขวัญผวา!

อีกทั้งรังสีอำมหิตที่แผ่ออกมาจากตัวเขาอย่างไม่ตั้งใจ ทำให้โจวเชี่ยนรู้สึกเหมือนมีเข็มทิ่มแทงแผ่นหลัง จนอยากจะกรีดร้องแล้ววิ่งหนีไปให้พ้น ๆ!

โจวเชี่ยนพยายามข่มอาการขาอ่อน แรงบีบที่ชายเสื้อทำให้ข้อนิ้วซีดขาว นางพยายามเค้นรอยยิ้มที่ดูพิลึกพิลั่นยิ่งกว่าการร้องไห้ส่งไปให้เขา

ดูเหมือนหลี่ฟู่จะไม่พอใจในท่าทางของคนตรงหน้านัก เขาขมวดคิ้วมุ่น จ้องมองนางพลางเอ่ยถามเสียงแหบพร่าอย่างเลื่อนลอย "เจ้า... เป็นใคร?"

หัวใจของโจวเชี่ยนเต้นระรัวจนแทบระเบิด นางพยายามเค้นเสียงออกมาอย่างสั่นเทา "ข้า... ข้าคือ... ฮูหยินของท่านอย่างไรเล่าเจ้าคะ! ข้า... ข้า—"

"ฮูหยิน?" หลี่ฟู่ชะงักไปครู่หนึ่ง เขารู้สึกติดขัดเหมือนมีบางอย่างไม่ถูกต้อง แต่สมองที่มึนงงกลับทำให้นึกอะไรไม่ออก

เมื่อเวลาผ่านไป ความรู้สึกมึนงงกลับแปรเปลี่ยนเป็นความเร่าร้อนปะทุขึ้นที่ท้องน้อย เลือดในกายพลันเดือดพล่านราวกับจะระเบิดออกมา มันแผดเผาหัวใจของเขาจนร้อนรุ่ม ร่างกายโหยหาหนทางปลดปล่อยอย่างรุนแรง

หลี่ฟู่จ้องเขม็งไปที่สตรีเบื้องหน้าโดยไม่รู้ตัว ราวกับจ้องมองอาหารอันโอชะที่กำลังจะถูกเขมือบเข้าสู่ลำคอ

เขารู้ดีว่ายามนี้ตนต้องการสิ่งใด

โจวเชี่ยนเดินเข้าไปหาเขาด้วยอาการสั่นเทา มือเรียวเอื้อมไปประคองแขนของหลี่ฟู่อย่างกล้า ๆ กลัว ๆ พร้อมเค้นรอยยิ้มกล่าว "ท่านพี่... ข้าจะพาท่านไป... พักผ่อน... พักผ่อนสักครู่ดีไหมเจ้าคะ..."

นางมิกล้าแม้แต่จะสบตาเขา ได้แต่ดึงดันพยุงหลี่ฟู่ให้ลุกขึ้นแล้วก้าวตรงไปยังห้องนอนเล็กด้านข้าง

หลี่ฟู่เดินตามไปอย่างกึ่งรู้กึ่งไม่รู้ สัญชาตญาณส่วนลึกในใจกู่ร้องเตือนว่า "อย่าไป! ห้ามเด็ดขาด!" แต่ร่างกายกลับไม่รักดี เดินตามแรงดึงของโจวเชี่ยนไปอย่างว่าง่าย

นี่คือความร้ายกาจของตัวยานี้ ที่นอกจากจะออกฤทธิ์แรงกล้าแล้ว ยังทำให้เหยื่อตกอยู่ในภาวะกึ่งมีสติเล็กน้อย ซึ่งหลังจากเสร็จกิจไปแล้ว ความทรงจำเลือนลางเหล่านั้นจะยิ่งตอกย้ำความผิดพลาดจนดิ้นไม่หลุด

ในขณะเดียวกัน ลวี่เหมยและพวกก็ได้เตรียมแผน "แพะรับบาป" ไว้พร้อมสรรพแล้ว

พวกนางเตรียมซ่อนหลักฐานไว้ในห้องของสาวใช้ตัวน้อยนางหนึ่ง โดยอ้างว่าชิงเหอได้บังเอิญพบปะและพูดคุยกับสาวใช้คนนั้นในระหว่างไปส่งน้ำแกง ส่วนสาวใช้นางนั้นถูกข่มขู่จากพวกลูกสมุนสกุลเหลียงที่ยังหลงเหลืออยู่ ให้ลอบวางแผนทำลายความสัมพันธ์ระหว่างท่านแม่ทัพกับฮูหยิน ทว่าเกิดเหตุผิดพลาดไม่คาดฝัน ท่านหญิงหรงอันผ่านมาพอดีเพราะอยากเข้ามาเตือนให้หลี่ฟู่กลับไปทานข้าวกับฮูหยิน จึงลวงองครักษ์เข้าไปหา แต่กลับถูกผลกระทบของยาเสน่ห์จนเกิดเรื่องเลยเถิดไป...

ส่วนสาวใช้ผู้นั้นย่อมต้อง "ชิงฆ่าตัวตายหนีความผิด" เพื่อให้หลักฐานขาดช่วงไปโดยสิ้นเชิง!

1 ความคิดเห็น:

  1. ไม่ระบุชื่อ9 กันยายน 2569 เวลา 13:36

    หลี่ฟู่ จะตกหลุมพรางมั๊ย ฟางโจว จะมาช่วยทันมั๊ย รอลุ้นค่ะ

    ตอบลบ