บทที่ 1420 ในที่สุดโอกาสก็มาถึง
เหลียนฟางโจวมองดูโจวเชี่ยนที่กำลังกะพริบตาปริบ ๆ
ส่งสายตาหยาดเยิ้มมาให้พร้อมรอยยิ้มละไม
หากมิใช่เพราะความบาดหมางที่เคยเกิดขึ้นอย่างไร้สาเหตุในอดีต
หากมิใช่เพราะสัญชาตญาณขัดขืนของอีกฝ่ายยามถูกนางกุมมือเมื่อวานนี้
และหากมิใช่เพราะรู้อยู่เต็มอกว่าการเข้าหาครั้งนี้แฝงเจตนาร้าย
เหลียนฟางโจวคงเกือบจะถูกท่าทางไร้เดียงสานี้ตบตาเข้าเสียแล้ว!
"ในเมื่อท่านหญิงกล่าวเช่นนี้ ข้าก็มิเกรงใจแล้วนะเพคะ"
เหลียนฟางโจวลังเลครู่หนึ่งก่อนจะยิ้มตอบ
เมื่อเห็นอีกฝ่ายทำปากยื่นเหมือนจะงอนที่นางยังเรียก "ท่านหญิง" อยู่
นางจึงเปลี่ยนมาเรียกด้วยรอยยิ้มว่า "อาเชี่ยน"
ส่วนคำว่า "น้องหญิง" นั้น
เหลียนฟางโจวรู้สึกว่ามันช่างกระดากปากเกินกว่าจะเอ่ยออกมาได้จริง ๆ
โจวเชี่ยนขานรับด้วยรอยยิ้มสดใส
แม้ริมฝีปากอิ่มจะยังเม้มเข้าหากันเล็กน้อยคล้ายจะตัดพ้อที่อีกฝ่ายไม่ยอมเรียกนางว่าน้องสาว
แต่ก็มิได้เซ้าซี้อันใดต่อ
จากนั้นโจวเชี่ยนก็กระตือรือร้นที่จะจัดดอกไม้ใส่แจกันให้เหลียนฟางโจว
นางจึงสั่งให้หงอวี้ไปหยิบแจกันและกระถางดอกไม้มาให้
พลางนั่งยิ้มละไมมองดูโจวเชี่ยนที่วุ่นอยู่กับการจัดดอกไม้และสั่งการอวี๋เหมยกับลวี่เหมยเป็นระยะ
โดยมีหงอวี้และชิงเหอคอยช่วยหยิบจับอย่างครื้นเครง
บรรยากาศช่างดูชื่นมื่นกลมเกลียวเสียจนน่าประหลาด
เหลียนฟางโจวขยับยิ้มที่มุมปาก
ในใจเริ่มนึกสนุกจนอยากจะรู้เสียแล้วว่าโจวเชี่ยนจะมาไม้ไหนกันแน่!
เมื่อจัดดอกไม้เสร็จสิ้น
เหลียนฟางโจวและเหล่าสาวใช้ก็พากันชื่นชมอยู่พักใหญ่
ก่อนที่นางจะสั่งให้หงอวี้ยกแจกันไปประดับไว้ที่ห้องโถง
โจวเชี่ยนดูจะภาคภูมิใจในผลงานของตนมาก
นางยืนชื่นชมแจกันนั้นอยู่อีกครู่ใหญ่
ก่อนจะกล่าวลาเหลียนฟางโจวกลับเรือนพักไปด้วยความเบิกบานใจ
ทันทีที่ลับหลังนาง หงอวี้ก็รีบยกแจกันนั้นขึ้นมาทันที
พร้อมสั่งให้สาวใช้ตัวน้อยยกไปเก็บไว้ในห้องว่างที่ไม่มีคนอยู่ที่เรือนปีกหลัง
เหลียนฟางโจวอดขำไม่ได้ "มันจะมีปัญหาอะไรขนาดนั้นเชียว
เจ้าช่างระแวงเกินไปแล้ว"
หงอวี้ทำปากยื่นพลางกล่าวว่า "แม่นางปี้เถากำชับไว้เจ้าค่ะ
ว่าท่านหญิงคนนี้มีแค้นกับฮูหยิน ย่อมมิได้หวังดีแน่ ของที่ผ่านมือนาง...
ระวังไว้หน่อยย่อมดีกว่าเจ้าค่ะ"
เหลียนฟางโจวยิ้มบาง ๆ มิได้คัดค้านสิ่งใดปล่อยให้นางจัดการไปตามใจ
เวลาล่วงเลยไปจนถึงวันที่สี่
ช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมาโจวเชี่ยนทำตัวสงบเสงี่ยมอย่างเหลือเชื่อ
นอกจากการมานั่งคุยหัวร่อต่อกระซิกและขอคำชี้แนะจากเหลียนฟางโจวแล้ว
นางก็เพียงแต่เดินเล่นในสวนดอกไม้
เวลาที่เหลือส่วนใหญ่มักจะขลุกอยู่แต่ในห้องเพื่อพักผ่อน มิได้มีท่าทีผิดปกติใด ๆ
เลยแม้แต่น้อย
จนเหลียนฟางโจวเริ่มจะไขว้เขวพาลนึกสงสัยในใจว่า 'หรือโจวเชี่ยนจะแค่มาพักผ่อนที่นี่จริง ๆ?'
'หากจะมองในแง่นี้... มันก็พอจะเป็นไปได้เหมือนกัน...'
'หรือว่าท่านพ่อของนางจะใช้แผนละมุนละม่อม
หวังให้นางมาสร้างความคุ้นเคยจนข้าใจอ่อนแล้วไปเกลี้ยกล่อมหลี่ฟู่อีกแรง? หรือว่าการที่นางมาอยู่ที่นี่จะเป็นการสร้างภาพให้คนภายนอกเห็นว่าจวนหลี่กับวังจิ้งหนานมีความสัมพันธ์
"ใกล้ชิด" จนยากจะแยกจาก?'
'ยามที่ข่าวลือแพร่สะพัดจนหนาหู
แล้วอ๋องจิ้งหนานค่อยแสดงความจริงใจเข้าบีบคั้น จนหลี่ฟู่จำต้องพยักหน้าตกลง?'
แม้คำอธิบายนี้พอจะฟังขึ้น
แต่เหลียนฟางโจวกลับรู้สึกว่ามันยังมีบางอย่างที่ "ขาดหาย" ไป!
เพราะในยามที่สถานการณ์บ้านเมืองกำลังบีบคั้นเช่นนี้
แผนการที่เนิบนาบย่อมมิสู้แผนการที่รวดเร็วและรุนแรงดั่งไฟลามทุ่ง
อ๋องจิ้งหนานคงมิมีอารมณ์มานั่งวางเบ็ดล่อเหยื่อหรือต้มกบด้วยน้ำอุ่นเป็นแน่
ขณะที่เหลียนฟางโจวกำลังครุ่นคิดสงสัย ทางด้านโจวเชี่ยน อวี๋เหมย
และลวี่เหมย กลับกระวนกระวายใจจนแทบคลั่ง!
โจวเชี่ยนแอบด่าเหลียนฟางโจวลับหลังไปนับครั้งไม่ถ้วนว่า
"เจ้าเล่ห์!" "จอมบงการ!" และสารพัดคำด่า
กว่านางจะหาโอกาสลงมือที่เหมาะสมได้นั้นมันง่ายเสียเมื่อไหร่? เวลาช่างมีจำกัด หากภายในห้าวันนี้ไม่สำเร็จ
พระชายายังพอจะถ่วงเวลาให้ได้อีกเพียงสามวันเท่านั้น มากกว่านี้ย่อมเป็นไปไม่ได้!
ทว่าภายในจวนหลี่แห่งนี้
เหลียนฟางโจวกลับวางกำลังป้องกันไว้หนาแน่นจนมดสักตัวก็ผ่านไปยาก
อวี๋เหมยและลวี่เหมยนั้นเป็นยอดฝีมือที่ท่านพ่อส่งไปฝึกปราบพยศมาโดยเฉพาะ
ไม่เพียงแต่ฉลาดเป็นกรดแต่ยังมีวรยุทธ์ล้ำเลิศ
ถึงกระนั้นพวกนางก็ยังหาช่องว่างลงมือมิได้เลย!
ส่วนตัวนางเองก็ต้องจำใจไปประจบประแจงเอาอกเอาใจเหลียนฟางโจวทุกเมื่อเชื่อวัน
เรียก "พี่หญิง" อย่างนั้นอย่างนี้จนนางเองยังนึกคลื่นไส้ตัวเอง!
พริบตาเดียววันรุ่งขึ้นก็จะเป็นวันที่ห้าแล้ว
โจวเชี่ยนเริ่มทำใจเผื่อไว้สำหรับการอยู่ต่ออีกสามวัน
ทว่าในขณะที่นางกำลังนั่งสบถด่าเหลียนฟางโจวอยู่ในห้องด้วยความโมโห
ลวี่เหมยก็ก้าวเข้ามาในห้องอย่างรวดเร็ว
นางปิดประตูลงกลอนก่อนจะปรี่เข้ามาที่ข้างกายแล้วกระซิบบางอย่างที่ข้างหู
"จริงหรือ? เยี่ยมไปเลย!"
ดวงตาของโจวเชี่ยนเป็นประกายวาววับขึ้นมาทันทีด้วยความตื่นเต้น
ลวี่เหมยยิ้มกริบ "สวรรค์ยังเมตตา
ในที่สุดโอกาสที่พวกเราเฝ้ารอก็มาถึงจนได้! ท่านหญิงเพคะ
โอกาสทองเช่นนี้หาไม่ได้ง่าย ๆ และหากลงมือพลาดเพียงครั้งเดียว
ย่อมไม่มีโอกาสหน้าอีกแล้ว ท่านหญิง... ท่านเตรียมใจพร้อมแล้วจริง ๆ หรือเพคะ?"
ร่างกายของโจวเชี่ยนสั่นสะท้านขึ้นมาวูบหนึ่ง ใบหน้าพลันซีดเผือดลง
นางขมวดคิ้วแน่นก่อนจะคลายออกพลางแค่นยิ้มเย็น
"เพื่อภารกิจใหญ่ของท่านพ่อ เพื่อให้ตระกูลโจวของพวกเราได้ก้าวสู่จุดสูงสุด
มีสิ่งใดที่ข้าจะสละไม่ได้? หึ...
รอจนท่านพ่อครองบัลลังก์ได้อย่างมั่นคงเมื่อใด...
ถึงตอนนั้นข้าอยากจะทำอย่างไรย่อมเป็นสิทธิ์ของข้า!"
"ท่านหญิงคิดได้เช่นนี้ย่อมดีที่สุดเจ้าค่ะ!
ท่านหญิงตามบ่าวมาเถิด!" ลวี่เหมยยิ้มรับ
พลางสอดมือโอบเอวโจวเชี่ยนแล้วพานางกระโดดทะยานออกทางหน้าต่างหายไป
เมื่อเห็นสาวใช้ตัวน้อยที่นั่งพิงเสาสัปหงกอยู่ที่ระเบียงทางเดิน
ลวี่เหมยก็ขยับยิ้มอย่างลำพองใจ
ช่วงหลายวันที่ผ่านมา
ลวี่เหมยและอวี๋เหมยได้สำรวจเส้นทางเชื่อมต่อระหว่างจวนหน้าและจวนหลังจนจำได้ขึ้นใจ
ว่าเส้นทางใดสั้นที่สุดและรอดพ้นสายตาผู้คนได้มากที่สุด
ลวี่เหมยพาโจวเชี่ยนลัดเลาะจากจวนหลังมาถึงจวนหน้าได้อย่างง่ายดาย
เมื่อพ้นเขตจวนหลังมาแล้ว การเฝ้าระวังดูจะหย่อนยานลงกว่าเดิมมาก ลวี่เหมยพาโจวเชี่ยนหลบซ่อนตามเงาไม้
จนในที่สุดก็มาถึงห้องหนังสือชั้นนอกของหลี่ฟู่
ในช่วงเวลาพิเศษเช่นนี้
หลี่ฟู่แทบจะต้องรับส่งข่าวสารและสั่งการผู้คนอยู่ตลอดเวลา
มิได้ว่างเว้นเหมือนแต่ก่อน
ในแต่ละวันเขาจึงมักจะขลุกอยู่ที่ห้องหนังสือจวนหน้าเป็นเวลานาน
เหลียนฟางโจวรู้ดีว่าเขากำลังยุ่ง จึงมิเคยเข้าไปรบกวนตามใจชอบ
มีเพียงสั่งให้ห้องครัวเคี่ยวน้ำแกงหรือทำโจ๊กส่งมาให้เขาเป็นระยะเท่านั้น
และในวันนี้ อวี๋เหมยก็หาโอกาสในขณะที่ชิงเหอกำลังนำน้ำแกงมาส่งให้หลี่ฟู่
นางอาศัยจังหวะที่รอดพ้นสายตาผู้คุ้มกัน ลอบใส่ "บางอย่าง"
ลงไปในน้ำแกงนั้นอย่างเงียบเชียบ
เมื่อลงมือสำเร็จ นางก็เดินทอดน่องไปเดินเล่นในสวนดอกไม้
เด็ดกิ่งไม้ใบหญ้าตามปกติก่อนจะกลับไปยังเรือนพัก
ในระหว่างนั้น นางได้ส่งสัญญาณให้ลวี่เหมยรับทราบเป็นที่เรียบร้อย
งานที่เหลือต่อจากนี้... จึงตกเป็นหน้าที่ของลวี่เหมยและโจวเชี่ยน
ลวี่เหมยและโจวเชี่ยนอาศัยพุ่มไม้กำบังสายตา
เห็นชิงเหอถือปิ่นโตเปล่าเดินออกมาจากห้องหนังสือ ทั้งสองสบตากัน ลวี่เหมยจึงกระซิบเบา
ๆ "ท่านหญิง โอกาสมาถึงแล้ว อย่าได้ลังเล อย่าได้รั้งรอ... รีบไปเถิดเพคะ!"
หัวใจของโจวเชี่ยนเต้นระรัวจนแทบจะกระดอนออกมาจากอก นางพยักหน้าหงึก ๆ
อย่างเหม่อลอย แต่ฝีเท้ากลับหนักอึ้งจนก้าวไม่ออก
ยามที่ต้องเผชิญกับสถานการณ์จริงเช่นนี้
ความลังเลสงสัยย่อมบังเกิดขึ้นอย่างเลี่ยงไม่ได้!
"ท่านหญิง รีบไปเถิดเพคะ! หากช้ากว่านี้จะเสียการใหญ่!"
ลวี่เหมยร้อนใจจนต้องออกแรงผลักนางเบา ๆ
โจวเชี่ยนมองลวี่เหมยด้วยสายตาที่ซับซ้อน นางแค่นเสียงเหอะเบา ๆ
ก่อนจะกัดฟันตัดสินใจ ก้าวเดินออกจากพุ่มไม้
มุ่งตรงไปยังห้องหนังสือชั้นนอกของหลี่ฟู่ทันที!
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น