วันอังคารที่ 8 กันยายน พ.ศ. 2569

จับแม่ทัพไปไถนา-บทที่ 1420 ในที่สุดโอกาสก็มาถึง

 

บทที่ 1420 ในที่สุดโอกาสก็มาถึง

เหลียนฟางโจวมองดูโจวเชี่ยนที่กำลังกะพริบตาปริบ ๆ ส่งสายตาหยาดเยิ้มมาให้พร้อมรอยยิ้มละไม หากมิใช่เพราะความบาดหมางที่เคยเกิดขึ้นอย่างไร้สาเหตุในอดีต หากมิใช่เพราะสัญชาตญาณขัดขืนของอีกฝ่ายยามถูกนางกุมมือเมื่อวานนี้ และหากมิใช่เพราะรู้อยู่เต็มอกว่าการเข้าหาครั้งนี้แฝงเจตนาร้าย เหลียนฟางโจวคงเกือบจะถูกท่าทางไร้เดียงสานี้ตบตาเข้าเสียแล้ว!

"ในเมื่อท่านหญิงกล่าวเช่นนี้ ข้าก็มิเกรงใจแล้วนะเพคะ" เหลียนฟางโจวลังเลครู่หนึ่งก่อนจะยิ้มตอบ เมื่อเห็นอีกฝ่ายทำปากยื่นเหมือนจะงอนที่นางยังเรียก "ท่านหญิง" อยู่ นางจึงเปลี่ยนมาเรียกด้วยรอยยิ้มว่า "อาเชี่ยน"

ส่วนคำว่า "น้องหญิง" นั้น เหลียนฟางโจวรู้สึกว่ามันช่างกระดากปากเกินกว่าจะเอ่ยออกมาได้จริง ๆ

โจวเชี่ยนขานรับด้วยรอยยิ้มสดใส แม้ริมฝีปากอิ่มจะยังเม้มเข้าหากันเล็กน้อยคล้ายจะตัดพ้อที่อีกฝ่ายไม่ยอมเรียกนางว่าน้องสาว แต่ก็มิได้เซ้าซี้อันใดต่อ

จากนั้นโจวเชี่ยนก็กระตือรือร้นที่จะจัดดอกไม้ใส่แจกันให้เหลียนฟางโจว นางจึงสั่งให้หงอวี้ไปหยิบแจกันและกระถางดอกไม้มาให้ พลางนั่งยิ้มละไมมองดูโจวเชี่ยนที่วุ่นอยู่กับการจัดดอกไม้และสั่งการอวี๋เหมยกับลวี่เหมยเป็นระยะ โดยมีหงอวี้และชิงเหอคอยช่วยหยิบจับอย่างครื้นเครง บรรยากาศช่างดูชื่นมื่นกลมเกลียวเสียจนน่าประหลาด

เหลียนฟางโจวขยับยิ้มที่มุมปาก ในใจเริ่มนึกสนุกจนอยากจะรู้เสียแล้วว่าโจวเชี่ยนจะมาไม้ไหนกันแน่!

เมื่อจัดดอกไม้เสร็จสิ้น เหลียนฟางโจวและเหล่าสาวใช้ก็พากันชื่นชมอยู่พักใหญ่ ก่อนที่นางจะสั่งให้หงอวี้ยกแจกันไปประดับไว้ที่ห้องโถง

โจวเชี่ยนดูจะภาคภูมิใจในผลงานของตนมาก นางยืนชื่นชมแจกันนั้นอยู่อีกครู่ใหญ่ ก่อนจะกล่าวลาเหลียนฟางโจวกลับเรือนพักไปด้วยความเบิกบานใจ

ทันทีที่ลับหลังนาง หงอวี้ก็รีบยกแจกันนั้นขึ้นมาทันที พร้อมสั่งให้สาวใช้ตัวน้อยยกไปเก็บไว้ในห้องว่างที่ไม่มีคนอยู่ที่เรือนปีกหลัง

เหลียนฟางโจวอดขำไม่ได้ "มันจะมีปัญหาอะไรขนาดนั้นเชียว เจ้าช่างระแวงเกินไปแล้ว"

หงอวี้ทำปากยื่นพลางกล่าวว่า "แม่นางปี้เถากำชับไว้เจ้าค่ะ ว่าท่านหญิงคนนี้มีแค้นกับฮูหยิน ย่อมมิได้หวังดีแน่ ของที่ผ่านมือนาง... ระวังไว้หน่อยย่อมดีกว่าเจ้าค่ะ"

เหลียนฟางโจวยิ้มบาง ๆ มิได้คัดค้านสิ่งใดปล่อยให้นางจัดการไปตามใจ

เวลาล่วงเลยไปจนถึงวันที่สี่ ช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมาโจวเชี่ยนทำตัวสงบเสงี่ยมอย่างเหลือเชื่อ นอกจากการมานั่งคุยหัวร่อต่อกระซิกและขอคำชี้แนะจากเหลียนฟางโจวแล้ว นางก็เพียงแต่เดินเล่นในสวนดอกไม้ เวลาที่เหลือส่วนใหญ่มักจะขลุกอยู่แต่ในห้องเพื่อพักผ่อน มิได้มีท่าทีผิดปกติใด ๆ เลยแม้แต่น้อย

จนเหลียนฟางโจวเริ่มจะไขว้เขวพาลนึกสงสัยในใจว่า 'หรือโจวเชี่ยนจะแค่มาพักผ่อนที่นี่จริง ๆ?'

'หากจะมองในแง่นี้... มันก็พอจะเป็นไปได้เหมือนกัน...'

'หรือว่าท่านพ่อของนางจะใช้แผนละมุนละม่อม หวังให้นางมาสร้างความคุ้นเคยจนข้าใจอ่อนแล้วไปเกลี้ยกล่อมหลี่ฟู่อีกแรง? หรือว่าการที่นางมาอยู่ที่นี่จะเป็นการสร้างภาพให้คนภายนอกเห็นว่าจวนหลี่กับวังจิ้งหนานมีความสัมพันธ์ "ใกล้ชิด" จนยากจะแยกจาก?'

'ยามที่ข่าวลือแพร่สะพัดจนหนาหู แล้วอ๋องจิ้งหนานค่อยแสดงความจริงใจเข้าบีบคั้น จนหลี่ฟู่จำต้องพยักหน้าตกลง?'

แม้คำอธิบายนี้พอจะฟังขึ้น แต่เหลียนฟางโจวกลับรู้สึกว่ามันยังมีบางอย่างที่ "ขาดหาย" ไป!

เพราะในยามที่สถานการณ์บ้านเมืองกำลังบีบคั้นเช่นนี้ แผนการที่เนิบนาบย่อมมิสู้แผนการที่รวดเร็วและรุนแรงดั่งไฟลามทุ่ง อ๋องจิ้งหนานคงมิมีอารมณ์มานั่งวางเบ็ดล่อเหยื่อหรือต้มกบด้วยน้ำอุ่นเป็นแน่

ขณะที่เหลียนฟางโจวกำลังครุ่นคิดสงสัย ทางด้านโจวเชี่ยน อวี๋เหมย และลวี่เหมย กลับกระวนกระวายใจจนแทบคลั่ง!

โจวเชี่ยนแอบด่าเหลียนฟางโจวลับหลังไปนับครั้งไม่ถ้วนว่า "เจ้าเล่ห์!" "จอมบงการ!" และสารพัดคำด่า

กว่านางจะหาโอกาสลงมือที่เหมาะสมได้นั้นมันง่ายเสียเมื่อไหร่? เวลาช่างมีจำกัด หากภายในห้าวันนี้ไม่สำเร็จ พระชายายังพอจะถ่วงเวลาให้ได้อีกเพียงสามวันเท่านั้น มากกว่านี้ย่อมเป็นไปไม่ได้!

ทว่าภายในจวนหลี่แห่งนี้ เหลียนฟางโจวกลับวางกำลังป้องกันไว้หนาแน่นจนมดสักตัวก็ผ่านไปยาก อวี๋เหมยและลวี่เหมยนั้นเป็นยอดฝีมือที่ท่านพ่อส่งไปฝึกปราบพยศมาโดยเฉพาะ ไม่เพียงแต่ฉลาดเป็นกรดแต่ยังมีวรยุทธ์ล้ำเลิศ ถึงกระนั้นพวกนางก็ยังหาช่องว่างลงมือมิได้เลย!

ส่วนตัวนางเองก็ต้องจำใจไปประจบประแจงเอาอกเอาใจเหลียนฟางโจวทุกเมื่อเชื่อวัน เรียก "พี่หญิง" อย่างนั้นอย่างนี้จนนางเองยังนึกคลื่นไส้ตัวเอง!

พริบตาเดียววันรุ่งขึ้นก็จะเป็นวันที่ห้าแล้ว โจวเชี่ยนเริ่มทำใจเผื่อไว้สำหรับการอยู่ต่ออีกสามวัน

ทว่าในขณะที่นางกำลังนั่งสบถด่าเหลียนฟางโจวอยู่ในห้องด้วยความโมโห ลวี่เหมยก็ก้าวเข้ามาในห้องอย่างรวดเร็ว นางปิดประตูลงกลอนก่อนจะปรี่เข้ามาที่ข้างกายแล้วกระซิบบางอย่างที่ข้างหู

"จริงหรือ? เยี่ยมไปเลย!" ดวงตาของโจวเชี่ยนเป็นประกายวาววับขึ้นมาทันทีด้วยความตื่นเต้น

ลวี่เหมยยิ้มกริบ "สวรรค์ยังเมตตา ในที่สุดโอกาสที่พวกเราเฝ้ารอก็มาถึงจนได้! ท่านหญิงเพคะ โอกาสทองเช่นนี้หาไม่ได้ง่าย ๆ และหากลงมือพลาดเพียงครั้งเดียว ย่อมไม่มีโอกาสหน้าอีกแล้ว ท่านหญิง... ท่านเตรียมใจพร้อมแล้วจริง ๆ หรือเพคะ?"

ร่างกายของโจวเชี่ยนสั่นสะท้านขึ้นมาวูบหนึ่ง ใบหน้าพลันซีดเผือดลง

นางขมวดคิ้วแน่นก่อนจะคลายออกพลางแค่นยิ้มเย็น "เพื่อภารกิจใหญ่ของท่านพ่อ เพื่อให้ตระกูลโจวของพวกเราได้ก้าวสู่จุดสูงสุด มีสิ่งใดที่ข้าจะสละไม่ได้? หึ... รอจนท่านพ่อครองบัลลังก์ได้อย่างมั่นคงเมื่อใด... ถึงตอนนั้นข้าอยากจะทำอย่างไรย่อมเป็นสิทธิ์ของข้า!"

"ท่านหญิงคิดได้เช่นนี้ย่อมดีที่สุดเจ้าค่ะ! ท่านหญิงตามบ่าวมาเถิด!" ลวี่เหมยยิ้มรับ พลางสอดมือโอบเอวโจวเชี่ยนแล้วพานางกระโดดทะยานออกทางหน้าต่างหายไป

เมื่อเห็นสาวใช้ตัวน้อยที่นั่งพิงเสาสัปหงกอยู่ที่ระเบียงทางเดิน ลวี่เหมยก็ขยับยิ้มอย่างลำพองใจ

ช่วงหลายวันที่ผ่านมา ลวี่เหมยและอวี๋เหมยได้สำรวจเส้นทางเชื่อมต่อระหว่างจวนหน้าและจวนหลังจนจำได้ขึ้นใจ ว่าเส้นทางใดสั้นที่สุดและรอดพ้นสายตาผู้คนได้มากที่สุด

ลวี่เหมยพาโจวเชี่ยนลัดเลาะจากจวนหลังมาถึงจวนหน้าได้อย่างง่ายดาย

เมื่อพ้นเขตจวนหลังมาแล้ว การเฝ้าระวังดูจะหย่อนยานลงกว่าเดิมมาก ลวี่เหมยพาโจวเชี่ยนหลบซ่อนตามเงาไม้ จนในที่สุดก็มาถึงห้องหนังสือชั้นนอกของหลี่ฟู่

ในช่วงเวลาพิเศษเช่นนี้ หลี่ฟู่แทบจะต้องรับส่งข่าวสารและสั่งการผู้คนอยู่ตลอดเวลา มิได้ว่างเว้นเหมือนแต่ก่อน ในแต่ละวันเขาจึงมักจะขลุกอยู่ที่ห้องหนังสือจวนหน้าเป็นเวลานาน

เหลียนฟางโจวรู้ดีว่าเขากำลังยุ่ง จึงมิเคยเข้าไปรบกวนตามใจชอบ มีเพียงสั่งให้ห้องครัวเคี่ยวน้ำแกงหรือทำโจ๊กส่งมาให้เขาเป็นระยะเท่านั้น

และในวันนี้ อวี๋เหมยก็หาโอกาสในขณะที่ชิงเหอกำลังนำน้ำแกงมาส่งให้หลี่ฟู่ นางอาศัยจังหวะที่รอดพ้นสายตาผู้คุ้มกัน ลอบใส่ "บางอย่าง" ลงไปในน้ำแกงนั้นอย่างเงียบเชียบ

เมื่อลงมือสำเร็จ นางก็เดินทอดน่องไปเดินเล่นในสวนดอกไม้ เด็ดกิ่งไม้ใบหญ้าตามปกติก่อนจะกลับไปยังเรือนพัก

ในระหว่างนั้น นางได้ส่งสัญญาณให้ลวี่เหมยรับทราบเป็นที่เรียบร้อย งานที่เหลือต่อจากนี้... จึงตกเป็นหน้าที่ของลวี่เหมยและโจวเชี่ยน

ลวี่เหมยและโจวเชี่ยนอาศัยพุ่มไม้กำบังสายตา เห็นชิงเหอถือปิ่นโตเปล่าเดินออกมาจากห้องหนังสือ ทั้งสองสบตากัน ลวี่เหมยจึงกระซิบเบา ๆ "ท่านหญิง โอกาสมาถึงแล้ว อย่าได้ลังเล อย่าได้รั้งรอ... รีบไปเถิดเพคะ!"

หัวใจของโจวเชี่ยนเต้นระรัวจนแทบจะกระดอนออกมาจากอก นางพยักหน้าหงึก ๆ อย่างเหม่อลอย แต่ฝีเท้ากลับหนักอึ้งจนก้าวไม่ออก ยามที่ต้องเผชิญกับสถานการณ์จริงเช่นนี้ ความลังเลสงสัยย่อมบังเกิดขึ้นอย่างเลี่ยงไม่ได้!

"ท่านหญิง รีบไปเถิดเพคะ! หากช้ากว่านี้จะเสียการใหญ่!" ลวี่เหมยร้อนใจจนต้องออกแรงผลักนางเบา ๆ

โจวเชี่ยนมองลวี่เหมยด้วยสายตาที่ซับซ้อน นางแค่นเสียงเหอะเบา ๆ ก่อนจะกัดฟันตัดสินใจ ก้าวเดินออกจากพุ่มไม้ มุ่งตรงไปยังห้องหนังสือชั้นนอกของหลี่ฟู่ทันที!

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น