"เช่นนั้นคงต้องรบกวนท่านหญิงแล้ว
ขอเพียงท่านหญิงพึงพอใจ ข้าก็ยินดีเพคะ" เหลียนฟางโจวกล่าวด้วยรอยยิ้ม
"ตกลงตามนี้!"
โจวเชี่ยนปรบมือพลางหัวเราะร่วน "นี่ก็เริ่มเย็นแล้ว ข้าขอตัวก่อนดีกว่า
จะได้ไม่รบกวนเวลาอาหารค่ำของฮูหยินหลี่"
เหลียนฟางโจวมิได้รั้งนางไว้
เพียงกล่าวทักทายตามมารยาทก่อนจะเดินไปส่งนางด้วยตัวเองถึงหน้าประตูเรือน
ระหว่างทาง
โจวเชี่ยนยังคงยิ้มแย้มพลางเอ่ยว่าคราวหน้ามิควรลำบากเดินมาส่งนางเช่นนี้
เพราะหากพระชายาทราบเข้าคงจะตำหนินางที่ล่วงเกินผู้ใหญ่
เหลียนฟางโจวจึงจำต้องรับคำด้วยความเกรงใจ
ครั้นหลี่ฟู่กลับมาถึงจวนและทราบว่ามีท่านหญิงผู้หนึ่งมาขอพำนักอยู่ในเรือนหลังอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย
ซ้ำยังเป็นคนที่ไม่น่าอภิรมย์นัก เขาก็ถึงกับขมวดคิ้วมุ่นด้วยความไม่พอใจ
เหลียนฟางโจวเห็นท่าทางของสามีก็หลุดขำออกมาอย่างอ่อนใจ
"ท่านจะมาขมวดคิ้วใส่ข้าเพื่ออะไรกัน? ท่านคิดว่าข้าอยากจะพัวพันกับคนจากวังจิ้งหนานนักหรือ? พระชายาเอ่ยปากเรื่องนี้ต่อหน้าธารกำนัล ท่านหญิงเองก็ช่างรู้งาน
เข้ามาคล้องแขนออดอ้อนอ้อนวอนข้าเสียขนาดนั้น
หากข้าปฏิเสธไปมิกลายเป็นคนไร้น้ำใจไปหรือไร!"
นางกล่าวพลางถอนใจ "ชื่อเสียงนี่มันไม่ใช่ของดีจริง ๆ
ข้าเพิ่งจะซึ้งใจวันนี้เอง! หากเรื่องนี้เกิดขึ้นที่เมืองหลวงล่ะก็ หึ...
อย่าว่าแต่สองแม่ลูกจะใช้คำพูดกดดันข้าเลย ต่อให้มาคุกเข่าอ้อนวอนต่อหน้าผู้คน
ข้าบอกว่าไม่ก็คือไม่! อย่างมากข้าก็แค่แสร้งทำเป็นโง่ไปเสียก็สิ้นเรื่อง
แต่นี่มันน่าเสียดายนัก!"
เหลียนฟางโจวแบมือทั้งสองข้างออกพลางถอนใจอีกครา
"ใครใช้ให้ชื่อเสียงของพวกเราในหนานไห่ดีเลิศเลอขนาดนี้กันเล่า
ดีเสียจนข้าไม่กล้าปล่อยให้มันมีรอยตำหนิแม้เพียงนิดเดียวให้ผู้คนหยิบยกไปนินทาได้!"
หลี่ฟู่ฟังนางบ่นยาวเหยียดก็อดไม่ได้ที่จะระเบิดหัวเราะออกมา
"ถ้าเช่นนั้นตามที่ฮูหยินว่ามา เจ้าชอบอยู่เมืองหลวง
หรือชอบอยู่ที่หนานไห่นี่มากกว่ากันล่ะ?"
เหลียนฟางโจวเอียงคอทำท่าครุ่นคิดอย่างจริงจัง
ก่อนจะเงยหน้าสบตาหลี่ฟู่แล้วกล่าวว่า "ชอบทั้งสองที่เจ้าค่ะ!
ต่างก็มีข้อดีไปคนละแบบ อืม...
ถ้าเอาข้อดีของทั้งสองที่มาผสมกันได้ก็น่าจะสมบูรณ์แบบที่สุด!"
"เจ้านี่ช่างโลภนัก!"
หลี่ฟู่ยิ้มพลางกล่าวต่อ
"ในเมื่อท่านอ๋องจิ้งหนานให้เกียรติพวกเราถึงเพียงนี้
ท่านหญิงของเขาอยากจะพักที่นี่ก็ให้พักไปเถอะ
ข้าก็อยากจะรู้นักว่านางจะแผลงฤทธิ์อะไรได้บ้าง!
ต่อให้อ๋องจิ้งหนานจะมีแผนการชั่วร้ายเพียงใด เขาก็คงหารู้ไม่ว่า
ทั้งเจ้าและข้าต่างไม่ใช่คนที่ชอบให้ใครมาข่มขู่
และจะไม่มีวันยอมก้มหัวให้คำขู่ของใครเด็ดขาด!"
"ข้าเองก็คิดเช่นนั้น" เหลียนฟางโจวยิ้มตอบ
"อย่างไรเสียก็แค่ห้าวัน หวังเพียงว่าเมื่อพ้นห้าวันนี้ไปแล้ว
วังจิ้งหนานจะยอมรามือเสียที อย่าได้คิดหาแผนการใดมาอีกเลย ในสถานการณ์เช่นนี้...
ข้าไม่มีอารมณ์จะไปแก่งแย่งชิงดีกับใครทั้งนั้น!"
หลี่ฟู่รู้ดีว่านางกำลังกังวลเรื่อง เหลียนเซ่อ และคนอื่น ๆ
ที่ยังไม่รู้เป็นตายร้ายแรง เขาจึงกุมมือนางไว้พลางบีบเบา ๆ
แล้วเอ่ยด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน "วางใจเถอะ
สวรรค์ย่อมไม่ใจร้ายกับพวกเราถึงเพียงนั้น
พวกเขาจะต้องกลับมาอย่างปลอดภัยแน่นอน!"
เหลียนฟางโจวพยักหน้าพร้อมรอยยิ้มฝืน ๆ
นางไม่อยากแสดงความทุกข์ระทมให้หลี่ฟู่เห็นจนเขากังวลใจไปมากกว่านี้
ในยามที่สถานการณ์บ้านเมืองอาจพลิกผันได้ทุกเมื่อ
แรงกดดันที่เขาแบกรับไว้มีมากกว่านางหลายเท่า
ทั้งงานวางแผนและงานจัดเตรียมกำลังพลจะให้เขามาต้องพะวงเรื่องของนางอีกทำไม?
นางจึงเก็บงำความโศกเศร้าไว้ แล้วเปลี่ยนเรื่องสั่งคนไปตามซวี่เอ๋อร์มาทานข้าว
พร้อมกำชับห้องครัวให้จัดเตรียมมื้อค่ำพลางชวนสามีคุยเรื่องจิปาถะในบ้าน
หลี่ฟู่พูดคุยกับนางด้วยท่าทีปกติ แต่ในใจกลับไม่สงบแม้เพียงนิด
เขานึกไม่ถึงว่าอ๋องจิ้งหนานจะใจร้อนถึงเพียงนี้!
แผนการหนึ่งยังไม่ทันจบ แผนใหม่ก็รุกคืบเข้ามาติด ๆ!
หรือบางที... เขาอาจจะมองคนผู้นี้ผิดมาตลอด
ความทะเยอทะยานที่ถูกกดทับไว้เนิ่นนาน เมื่อสบโอกาสที่เหมาะสม
เมล็ดพันธุ์ที่ซ่อนอยู่ย่อมปริแตกรากชอนไชงอกงามจนยากจะหยุดยั้ง
แม้แต่ตัวอ๋องจิ้งหนานเองก็คงจะหักห้ามใจตนเองไว้ไม่อยู่!
นั่นคือเหตุผลที่โจวปิ่งหมิงรีบร้อนเปิดเผยเจตนารมณ์ต่อเขา
และหลังจากโจวปิ่งหมิงต้องกลับไปอย่างพ่ายแพ้ได้ไม่นาน
พระชายาจิ้งหนานจึงพาโจวเชี่ยนมาที่หนานไห่อีกครั้ง!
ในเมื่อเขาล่วงรู้ความลับนี้แล้ว หากเขาไม่ยอมสวามิภักดิ์
อ๋องจิ้งหนานย่อมไม่มีวันปล่อยเขาไปง่าย ๆ เป็นแน่
ในการชิงบัลลังก์เช่นนี้ ถ้าไม่ใช่มิตรก็คือศัตรู
ไม่มีพื้นที่ว่างให้คนกลางยืน
หากดึงเขามาเป็นพวกไม่ได้
อ๋องจิ้งหนานย่อมไม่ยอมให้เขาอยู่อย่างสงบแน่นอน!
อีกทั้งหนานไห่อันกว้างใหญ่แห่งนี้ ยามนี้ไร้เงาอำนาจของสี่ตระกูลใหญ่
แถมเผ่าพันธุ์ทางฝั่งตะวันออกเฉียงใต้ที่เมืองเหลียงฉีก็ถูกสยบลงแล้ว
ในสายตาของอ๋องจิ้งหนาน ที่นี่เปรียบเสมือนเนื้อชิ้นมันที่เย้ายวนใจยิ่งนัก
เกรงว่าในใจของเขาคงจะหมายตาแผ่นดินผืนนี้ไว้แล้ว!
หากยึดครองหนานไห่ได้สำเร็จ ที่นี่จะเป็นชัยภูมิอันยอดเยี่ยม
จะถอยเพื่อตั้งรับหรือรุกเพื่อชิงชัยก็ย่อมได้!
ซ้ำแผ่นดินนี้ยังอยู่ติดประตูบ้านของตนเอง
มีหรือที่เขาจะยอมปล่อยมือไปง่าย ๆ?
หลี่ฟู่แค่นยิ้มในใจ ก่อนจะเอ่ยกับเหลียนฟางโจวว่า "ฟางโจว
หากท่านหญิงนั่นจงใจหาเรื่องกลั่นแกล้งเจ้า หรือทำสิ่งใดที่เจ้าไม่ชอบ
เจ้าก็ไม่ต้องเกรงใจนักหรอก อยากจะจัดการนางอย่างไรก็ทำไปเลย!
ในเมื่อข้าได้ล่วงเกินท่านพ่อของนางไปแล้ว จะล่วงเกินลูกสาวอีกสักคนจะเป็นไรไป!"
คำพูดที่จู่ ๆ
ก็โพล่งออกมาทำให้เหลียนฟางโจวชะงักไปครู่หนึ่งก่อนจะหลุดยิ้ม "ได้!"
"ข้าพูดจริงนะ!" หลี่ฟู่ย้ำ
เหลียนฟางโจวครุ่นคิดครู่หนึ่งก่อนพยักหน้า
"ข้าเข้าใจแล้ว!"
ค่ำคืนผ่านไปอย่างไร้เรื่องราว เช้าวันรุ่งขึ้น
ทันทีที่เหลียนฟางโจวตื่นขึ้นมาชำระร่างกายเสร็จสิ้น
โจวเชี่ยนก็พาอวี๋เหมยและลวี่เหมยมาหา
อวี๋เหมยถือตะกร้าดอกไม้ใบใหญ่ข้างในเต็มไปด้วยดอกไม้สดนานาพรรณที่เพิ่งบานสะพรั่ง
ทั้งเหมยฤดูใบไม้ผลิ ดอกไห่ถาง ดอกอวี้จัน โบตั๋นแรกแย้ม คามิลเลีย กุหลาบจีน
กิ่งหลิว และกิ่งไผ่ สีสันสดใสสวยงาม กลีบดอกและใบไม้ยังมีหยาดน้ำค้างใสเกาะพราว
ดูสดชื่นยิ่งนัก
เหลียนฟางโจวเห็นแล้วดวงตาก็เป็นประกายพลางเอ่ยชมด้วยรอยยิ้ม
"ท่านหญิงช่างมีน้ำใจนัก! ฝีมือประณีตจริง ๆ ข้าเองก็ไปเดินที่สวนทุกวัน
แต่กลับมิเคยเลือกเด็ดดอกไม้ได้สวยงามเช่นนี้เลย!"
นางสั่งให้หงอวี้รับตะกร้ามาวางไว้ด้านข้างอย่างระมัดระวัง
โจวเชี่ยนแย้มยิ้มพิมพ์ใจ "พี่หญิงชอบก็ดีแล้ว!
ข้ายังกังวลอยู่เลยว่าท่านจะไม่ชอบ ข้าอุตส่าห์เลือกอยู่นาน
เฟ้นหาแต่ดอกที่เบ่งบานและดูดีที่สุดมาให้ท่านเชียวนะ!"
นางปรายตามองมวยผมของเหลียนฟางโจว
เห็นเพียงปิ่นทองฝังเพชรลายดอกเหมยเพียงชิ้นเดียวที่ดูโดดเด่น
จึงหยิบกรรไกรไม้ไผ่มาตัดดอกกุหลาบจีนสีส้มแดงที่บานได้ที่ดอกหนึ่ง
แล้วบรรจงเสียบลงที่มวยผมด้านซ้ายของเหลียนฟางโจวอย่างเบามือพลางกล่าวว่า
"ดอกนี้บานกำลังดี กลิ่นหอมก็ไม่ฉุนจนเกินไป
เหมาะสำหรับประดับผมที่สุดแล้ว!"
นางสั่งให้คนยกคันฉ่องมาถือส่องด้านหลังให้เหลียนฟางโจวดูพลางถามด้วยรอยยิ้มว่าชอบหรือไม่?
เหลียนฟางโจวคาดไม่ถึงว่าคนนิสัยเช่นโจวเชี่ยนจะมีฝีมือในเรื่องการแต่งกายได้ประณีตถึงเพียงนี้
นางจึงพยักหน้ายิ้มตอบ "ท่านหญิงไม่เพียงแต่มือโปรด
แต่สายตายังยอดเยี่ยมอีกด้วย ข้าชอบมาก ขอบคุณท่านหญิงเพคะ"
"พี่หญิงชอบก็ดีแล้ว!" โจวเชี่ยนยิ้มหวาน
"ขอเพียงท่านชอบ สิ่งที่ข้าตั้งใจทำไปก็ไม่เสียเปล่า! อ้อ...
พี่หญิงเลิกเรียกข้าว่าท่านหญิงเสียทีเถอะ ฟังดูห่างเหินพิกล หากไม่รังเกียจ
เรียกข้าว่าอาเชี่ยน หรือน้องเชี่ยนก็ได้นะ!"
ท่านหญิงนี่ น่ากลัวจะมีแผนร้ายอะไรอีก
ตอบลบ