วันอาทิตย์ที่ 13 กันยายน พ.ศ. 2569

จับแม่ทัพไปไถนา-บทที่ 1425 เอาแต่ใจ ไร้เหตุผล

 

บทที่ 1425 เอาแต่ใจ ไร้เหตุผล

โจวเชี่ยนถูกเหลียนฟางโจวหัวเราะเยาะจนเริ่มเปลี่ยนจากความอายกลายเป็นโทสะ นางขบเขี้ยวเคี้ยวฟันพลางพยักหน้ายอมรับอย่างเสียไม่ได้

ลวี่เหมยรีบสำทับทันที "ฮูหยินหลี่ ท่านก็ได้ยินแล้ว!"

เหลียนฟางโจวโบกมืออย่างไม่แยแส มิได้สนใจนางแต่กลับหันไปกล่าวกับโจวเชี่ยน "ขอกล่าววาจาที่ไม่เสนาะหูสักประโยค ตั้งแต่ข้ากับสามีย้ายมาอยู่ที่หนานไห่ แม้จะเป็นเพื่อนบ้านกับวังจิ้งหนาน แต่พวกเราไม่เคยส่งคนหรือเดินทางไปเยี่ยมเยียนเลยแม้แต่ครั้งเดียว พูดง่าย ๆ คือ สามีข้าไม่เคยคิดจะประจบสอพลอวังจิ้งหนานของพวกท่านเลยแม้แต่นิดเดียว... ท่านหญิง แม่นางลวี่เหมย แม่นางอวี๋เหมย พวกท่านยอมรับความจริงข้อนี้หรือไม่?"

ลวี่เหมย อวี๋เหมย และโจวเชี่ยน ต่างก็นิ่งเงียบไร้คำโต้

เหลียนฟางโจวยิ้มบาง ๆ ก่อนจะกล่าวต่ออย่างไม่รีบร้อน "และขอกล่าวอีกประโยคที่อาจจะไม่รื่นหูนัก! ท่านหญิงเองก็มิได้มีรูปโฉมงดงามล่มเมืองหรือมีความสามารถล้ำเลิศประเสริฐศรี อีกอย่าง สามีข้าก็มิใช่เจ้าหนุ่มละอ่อนที่ไม่เคยเห็นโลกเห็นตะวัน พอเจอท่านหญิงแล้วจะเกิดอาการ 'หิวโซ' จนทนไม่ไหวเชียวหรือ? เว้นเสียแต่ว่า... ในตอนนั้นเขาจะไม่มีสติสมบูรณ์ หรือพูดง่าย ๆ คือ 'ถูกลอบกัด' ถึงได้เป็นเช่นนั้น! ข้อนี้ท่านหญิงกับแม่นางทั้งสองคงไม่อาจปฏิเสธได้กระมัง?"

ลวี่เหมยแค่นยิ้ม "แล้วอย่างไร? เรื่องนั้นเกี่ยวอะไรกับท่านหญิงของเรา! พวกเราเขารู้เพียงว่า ชื่อเสียงความบริสุทธิ์ของท่านหญิงถูกทำลายด้วยน้ำมือของแม่ทัพหลี่ แม่ทัพหลี่ไม่ควรให้คำอธิบายหน่อยหรือ? ส่วนเรื่องที่แม่ทัพหลี่จะถูกลอบทำร้ายหรือไม่นั้น มิใช่ธุระของพวกเรา ฮูหยินกับท่านแม่ทัพเชิญไปสืบสวนกันเอาเองเถิด!"

"แม่นางลวี่เหมยจะรีบร้อนไปใย?" เหลียนฟางโจวชายตามองนางอย่างเย็นชา "เจ้าก็เอาแต่พร่ำคำว่าความบริสุทธิ์ ๆ อยู่นั่นแหละ หรือเจ้าเห็นกับตาว่าสามีข้าทำลายความบริสุทธิ์ของท่านหญิงเข้าจริง ๆ?"

ลวี่เหมยหัวเราะ "หึ" อย่างดูแคลน "ฮูหยินหลี่ช่างกล่าววาจาปัดสวะให้พ้นตัวเสียจริง! ไม่ต้องมาพูดจาอ้อมค้อมดึงบ่าวเข้าไปเกี่ยวหรอก ใคร ๆ ก็เห็นว่าท่านหญิงอยู่ในสภาพเช่นไร เสื้อผ้าหลุดลุ่ยถึงเพียงนั้น... ยังจะบอกว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้นอีกหรือ? พูดออกไปจะมีใครเชื่อ!"

"ไม่มีใครเชื่อหรอก!" เหลียนฟางโจวยิ้มตอบ "เพียงแต่แม่นางลวี่เหมยชอบมองคนอื่นเป็นคนโง่เสียเหลือเกิน! สามีข้าไม่สนใจวังจิ้งหนาน และยิ่งไม่สนใจท่านหญิงผู่นี้ แต่เรื่องพรรค์นี้กลับมาเกิดขึ้นในห้องหนังสือของเขาพอดี! เหอะ พวกเจ้ากลับกล้ามาคาดคั้นข้า? ข้าต่างหากที่ต้องคาดคั้นพวกเจ้า!"

เหลียนฟางโจวถลึงตาใส่ กลิ่นอายความโกรธแผ่ซ่าน "กล้ามาวางแผนสกปรกกับผู้ชายของข้า ก็ต้องเตรียมใจรับผลที่จะตามไว้ให้ดี! เหอะ มือพวกเจ้าช่างยาวนักนะ กล้ามาลงมือในถิ่นของข้า อยากตายไวๆใชไหม!"

ม่อเว่ยทนไม่ไหวจนหลุดขำ "คิก" ออกมา

หลี่ฟู่เงยหน้าถลึงตาใส่เขาทันที

ลวี่เหมยหน้าแดงก่ำด้วยความโกรธ "ฮูหยินหลี่ ท่านช่างใส่ความคนหน้าด้าน ๆ!"

อวี๋เหมยเองก็เดือดดาลไม่แพ้กัน "ฮูหยินหลี่ ท่านพูดจาอะไรเช่นนี้? จะบอกว่าท่านหญิงจงใจทำร้ายตัวเองอย่างนั้นหรือ! ท่านดูถูกการอบรมสั่งสอนของวังจิ้งหนานเกินไปแล้ว!"

"หรือมิใช่?" เหลียนฟางโจวแค่นยิ้มเย็น "สามีข้าไม่มีแรงจูงใจที่จะทำอะไรท่านหญิงเลยแม้แต่นิด ในยามที่มีสติเขายิ่งไม่มีทางลงมือแน่ แต่พอท่านหญิงมาถึงกลับเกิดเรื่องขึ้นมาทันที จะให้เชื่อว่ามิใช่แผนการที่ท่านหญิงจงใจวางไว้เพื่อใส่ร้ายเขา ข้าไม่มีวันเชื่อ! อะไรคือการทำลายความบริสุทธิ์? อย่ามาโยนความผิดบาปให้สามีข้าหน่อยเลย ก็แค่เห็นไหล่เห็นแขนแค่คืบ เนื้อหนังก็ไม่ได้แหว่งไปเสียหน่อย! อีกอย่าง ใครจะไปรู้ล่ะว่านางอาจจะฉีกเสื้อผ้าตัวเองก็ได้!"

"เจ้า!" โจวเชี่ยนเบิกตากว้างอย่างไม่เชื่อหู ตกตะลึงจนทำอะไรไม่ถูก

"เจ้าอะไรรึ?" เหลียนฟางโจวเย้ยหยัน "สามีข้าในตอนนั้นสติไม่แจ่มใส ย่อมปล่อยให้เจ้าจูงจมูกทำอะไรก็ได้ตามใจชอบ! อีกอย่าง หากเขาจะข่มเหงเจ้าจริง เขาก็ไม่ได้เอาผ้ามาอุดปากเจ้าไว้เสียหน่อย เจ้าเป็นถึงท่านหญิง มิใช่สาวใช้ตัวเล็ก ๆ ที่ความเป็นความตายอยู่ในกำมือเขา—ถ้าเป็นเช่นนั้นจริงเจ้าคงไม่กล้าพยศเช่นนี้หรอก! ทำไมไม่ร้องตะโกนล่ะ? ในเมื่อเจ้าไม่ร้องไม่เรียกเอง ต่อให้เขาไม่ได้ทำอะไร หรือต่อให้เขาทำอะไรลงไปจริง ๆ นั่นมันก็เพราะเจ้า 'เสนอตัวอย่างต่ำช้า' เองต่างหาก!"

โจวเชี่ยนร้อง "อา!" ออกมาคำหนึ่ง ร่างกายสั่นสะท้านจนเกือบจะสิ้นสติไปตรงนั้น

เหลียนฟางโจวชี้ไปที่ม่อเว่ยแล้วเยาะเย้ยต่อ "เจ้าบอกว่าเขาเห็นแขนเจ้าแล้วคือการทำลายความบริสุทธิ์? งั้นบุรุษผู้นี้ก็เห็นเจ้าเต็มตาเหมือนกันนะ! ตามตรรกะของเจ้า บุรุษที่ทำลายความบริสุทธิ์ของเจ้ามีถึงสองคนเชียวล่ะ! ท่านหญิงตั้งใจจะให้เรื่องนี้จบลงอย่างไรดีล่ะ?"

"หุบปาก! หุบปากเดี๋ยวนี้!" โจวเชี่ยนทนฟังต่อไปไม่ไหว นางยกมืออุดหู กรีดร้องโวยวายด้วยความอับอายจนอยากจะแทรกแผ่นดินหนีไปเสียให้พ้น

"นั่นสิ นั่นสิ!" ม่อเว่ยเองก็สะดุ้งโหยงรีบโบกมือ "ฮูหยินหลี่ เรื่องนี้มันเกี่ยวอะไรกับข้าด้วยเล่า!"

เหลียนฟางโจวปรบมือหัวเราะร่วน "ข้าว่าพวกเจ้าสองคนดูเข้ากันดีออกนะ! นอกจากฝ่ายหนึ่งยังไม่แต่ง ฝ่ายหนึ่งยังไม่ตบแต่ง ความเข้าขาถ้อยทีถ้อยอาศัยเมื่อครู่นี้ยังหาได้ยากยิ่งนัก!"

ม่อเว่ยแทบสำลักน้ำลายตัวเอง เอ่ยอย่างปวดหัว "ฮูหยินหลี่ มุกตลกแบบนี้อย่าเล่นเลย ไม่ขำสักนิด! ใครมาเห็นสภาพนี้เขาก็ต้องพูดแบบนี้กันทั้งนั้น ข้าล่ะมองไม่เห็นความเข้าขาตรงไหนเลย!"

โจวเชี่ยนได้ยินม่อเว่ยแสดงท่าทางรังเกียจนางต่อหน้าต่อตา—แม้ว่านางจะมองข้ามหัวม่อเว่ยมาตลอด แต่การถูกผู้อื่นแสดงท่าทีรังเกียจนั้นเป็นคนละเรื่องกัน! นางยิ่งโกรธแค้นจนอยากจะพุ่งเข้าไปฉีกปากม่อเว่ยให้ขาด

ลวี่เหมยและอวี๋เหมยเห็นว่าสถานการณ์เริ่มคุมไม่อยู่ ลวี่เหมยจึงแค่นยิ้มเย็น "ฮูหยินหลี่ทำตัวอันธพาลเช่นนี้ไม่กลัวผู้คนเขาหัวเราะเยาะหรือ! ในเมื่อท่านยืนกรานเช่นนี้ พวกเรามันแค่บ่าวตัวเล็ก ๆ คำพูดไม่มีน้ำหนัก คงไม่มีอะไรจะกล่าวแล้ว! ขอตัวลา! เห็นทีต้องให้พระชายาเป็นฝ่ายมาคุยกับฮูหยินเองเสียแล้ว!"

"ทำไม? เห็นข้าเป็นหัวหลักหัวตอหรืออย่างไร?" หลี่ฟู่ค่อย ๆ ลุกขึ้นยืน พลันแค่นยิ้มอย่างเย็นชา เขามองโจวเชี่ยนด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความขยะแขยงและขุ่นเคือง "เจ้าบอกว่าข้าจู่ ๆ ก็คว้ามือเจ้า? ฉุดเจ้าเข้าไปในห้องนอน? กล้าสาดน้ำครำใส่ข้าต่อหน้าต่อตาเช่นนี้ ต่อให้เจ้าเป็นท่านหญิงแล้วอย่างไร? ท่านหญิงหรงอัน ดูท่าท่านจะยังไม่รู้จักนิสัยของคนอย่างหลี่ฟู่ดีพอ และท่านพ่อของท่านก็ไม่รู้จักข้าเลยแม้แต่น้อย! กล้ามาวางแผนสกปรกกับข้าเพื่อบีบให้ข้ายอมสยบงั้นหรือ? กลับไปบอกพ่อเจ้าเถอะ ว่าให้ไปนอนฝันกลางวันเอา!"

ลวี่เหมยไม่มีท่าทีเกรงกลัว นางยิ้มเยาะ "ที่นี่คือจวนผู้ว่าการมณฑล ใต้เท้าหลี่จะกลับขาวเป็นดำอย่างไรย่อมทำได้อยู่แล้ว! ใต้เท้ามิเห็นต้องทำเป็นพูดจาเที่ยงธรรมเอาหน้าเลย ฟังแล้วมันน่าขัน!"

เหลียนฟางโจวหัวเราะ "คิก" ออกมา "แม่นางลวี่เหมย ในโลกนี้คงไม่มีใครกลับขาวเป็นดำได้เก่งกาจและดูเที่ยงธรรมเท่าเจ้าอีกแล้ว! เจ้ามิได้เห็นกับตา เหตุใดถึงกล้ายืนยันนักหนาว่าสามีข้าพูดเท็จ? เหอะ พระชายาจิ้งหนานนอกจากจะอบรมลูกสาวเก่งแล้ว ยังฝึกสาวใช้ได้เก่งกาจเหลือเกินนะ! ดีล่ะ ข้าก็อยากจะถามนางดูเหมือนกัน ว่าการส่งลูกสาวมาซุกไว้ที่จวนข้า แท้จริงแล้วคืออยากจะให้มา 'ยั่วสวาท' สามีข้าอย่างนั้นหรือ! ข้าต้องถามนางให้รู้ความ ว่าข้าเหลียนฟางโจวไปทำอะไรให้นางขุ่นเคืองนักหนา นางถึงได้วางแผนสกปรกทำร้ายข้าถึงเพียงนี้!"

เหลียนฟางโจวแสร้งทำเป็นโกรธจัด ลุกขึ้นหมายจะฉุดกระชากโจวเชี่ยนออกไปพร้อมกัน

ฝ่ายโจวเชี่ยนและสาวใช้ทั้งสองถึงกับยืนอึ้งตะลึงงัน: 'นี่มันตรรกะอะไรกัน? นางควรจะต้องกล้ำกลืนฝืนทนและพยายามทำให้เรื่องจบลงเงียบ ๆ มิใช่หรือ?'

1 ความคิดเห็น:

  1. ไม่ระบุชื่อ13 กันยายน 2569 เวลา 12:55

    เป็นไง เจอเหลียนฟางโจว ไปไม่เป็นเลย

    ตอบลบ