บทที่ 1429 รำลึกความหลัง ณ เมืองหลวง
เช้าวันต่อมา
ทั่วทั้งเมืองหลวงต้องสั่นสะเทือนด้วยข่าวลืออันน่าสะพรึงกลัว:
เปลวเพลิงที่โหมกระหน่ำเพียงชั่วข้ามคืนได้เปลี่ยนตำหนักบูรพา (ตงกง)
ให้กลายเป็นทะเลเพลิง ทั้งองค์รัชทายาท, พระชายาเอก, พระนัดดา, พระนัดดารอง,
ท่านหญิงน้อย รวมไปถึงเหล่านางสนม กำนัล และขันทีรับใช้ทั้งหมด
ต่างสิ้นชีพในกองเพลิงอย่างไร้ทางหนีรอด!
เมื่อข่าวแพร่กระจายออกไป
เหล่าชนชั้นสูงในเมืองหลวงตกอยู่ในความตื่นตระหนกและหวาดผวา
ทว่าในความกลัวนั้นกลับมีความกระหายใคร่รู้อย่างบ้าคลั่งแฝงอยู่!
การผลัดแผ่นดินอยู่ตรงหน้าแล้ว... บ้างยินดี บ้างโศกเศร้า!
ครั้นอดีตฮ่องเต้ (เซียนตี้) ทรงทราบข่าว ก็ถึงกับประชวรหมดสติไปทันที
เมื่อฟื้นคืนสติ ทรงเรียกหาหลีอ๋องให้เข้าเฝ้าข้างแท่นบรรทม
ว่ากันว่าหลังจากนั้นมีราชทูตพิเศษรุดออกจากเมืองหลวง
มุ่งหน้าสู่ตะวันตกเฉียงเหนือโดยด่วน...
ทว่าราชทูตผู้นั้นจะไปถึงตะวันตกเฉียงเหนือหรือไม่
กลับไม่มีใครล่วงรู้ อย่างน้อยทางฝั่งหย่งอ๋อง
ก็ไม่มีทีท่าว่าได้รับพระราชโองการใด ๆ เลย
หรือจะกล่าวว่า... มีราชทูตผู้นั้นจริงหรือไม่
ก็ยังเป็นเรื่องยากจะยืนยัน
หลังจากหลีอ๋องเข้าวังได้เพียงสองวัน
อดีตฮ่องเต้ก็เสด็จสวรรคตอย่างกะทันหัน ในตอนนั้นเอง
เซี่ยนอ๋องก็นำกำลังพลบุกเข้าวัง
พร้อมป่าวประกาศก้องว่าหลีอ๋องคือผู้วางยาพิษปลงพระชนม์!
หากมิใช่เพราะหลีอ๋องเจ้าเล่ห์เพทุบายและมีซูเฟยคอยหนุนหลังอยู่ในวัง
หรือหากขุมกำลังของเซี่ยนอ๋องกล้าแกร่งกว่านี้อีกนิด
หลีอ๋องคงติดกับดักของเซี่ยนอ๋องจนสิ้นชื่อไปแล้ว!
เหลียนฟางโจวและหลี่ฟู่ฟังถึงตรงนี้ก็ลอบสบตากัน
ทั้งคู่เคยคิดว่าหลีอ๋องเป็นฝ่ายชิงลงมือก่อนเพื่อขึ้นครองราชย์
นึกไม่ถึงว่าเบื้องหลังจะมีเหตุการณ์ซับซ้อนเพียงนี้
หลีอ๋องเองก็เพิ่งตระหนักในตอนนั้นว่า
น้องสามผู้ดูสุภาพเรียบร้อยและไม่ฝักใฝ่ฝ่ายใด
กลับมีความทะเยอทะยานซ่อนไว้อย่างล้ำลึก! ถึงตอนนี้เขาย่อมกระจ่างแจ้งแล้วว่า...
เรื่องของอวี้อ๋อง แท้จริงแล้วเป็นฝีมือของใคร!
ทว่าตัวเขาเองก็มิได้มือสะอาด
เพราะแม้เพลิงไหม้ตำหนักบูรพาเขาจะมิได้เป็นคนสั่งการโดยตรง
แต่กลับเป็นฝีมือของน้องเมียอย่าง คุณชายสามตระกูลจู ที่เป็นผู้วางแผนทั้งหมด!
หลังจากคุณชายสามจูถูกเหลียนฟางโจวซ้อนแผนจนต้องอัปยศขายหน้า ณ
คฤหาสน์หมื่นเหมย เขาได้กลับไปกบดานที่บ้านเกิดอยู่พักใหญ่
ก่อนจะลอบกลับเข้าเมืองหลวงอย่างเงียบเชียบ แม้ไม่ปรากฏตัวต่อหน้าผู้คน
แต่ความเคลื่อนไหวทุกอย่างในเมืองหลวงกลับมิอาจรอดพ้นสายตาของเขาไปได้
ยามที่อดีตฮ่องเต้ประชวรหนัก
ความคิดอันบ้าคลั่งและหาญกล้าก็ผุดขึ้นในใจของคุณชายสามจู!
เขารู้ดีว่า ตราบใดที่อดีตฮ่องเต้ยังอยู่
และหลีอ๋องยังมิได้ขึ้นครองราชย์
เขาจะไม่มีวันชำระแค้นกับเหลียนฟางโจวและหลี่ฟู่ได้เลย! และหากแค้นนี้มิได้ชำระ
เขาก็ยอมตายเสียยังดีกว่า
ดังนั้น เขาจึงลอบเข้าพบหลีอ๋องในช่วงที่พระอาการของฮ่องเต้ทรุดหนัก
พร้อมเปรยเป็นนัยให้กำจัดตำหนักบูรพาเสียเพื่อชิงบัลลังก์!
แม้หลีอ๋องจะใจคอเหี้ยมโหด
แต่เมื่อเทียบกับคุณชายสามจูที่ถูกความแค้นบังตาแล้ว เขากลับมีความกล้าน้อยกว่ามาก
จึงลังเลใจและมิได้ตอบตกลงในตอนแรก
เรื่องนี้ทำให้คุณชายสามจูนึกดูแคลนในใจ: 'ในเมื่อมีใจปรารถนาแล้ว จะลังเลไปใย? ลาภลอยมิได้ตกจากสวรรค์ หากไม่เข้าถ้ำเสือ แล้วจะได้ลูกเสือได้อย่างไร?'
คุณชายสามจูจึงวางแผนอย่างประณีตและลงมือเปลี่ยนแผนการให้กลายเป็นความจริง
จนตำหนักบูรพามอดไหม้กลายเป็นเถ้าถ่านเพียงชั่วข้ามคืน!
เมื่อตำหนักบูรพาสิ้นซาก หลีอ๋องก็ไม่มีทางถอยอีกต่อไป!
จวบจนหลีอ๋องถูกเรียกตัวเข้าวังเพื่อปรนนิบัติอาการประชวร
สำหรับคุณชายสามจูนี่คือโอกาสทองที่ต้องลงมือ
ส่วนความสงสัยของผู้คนน่ะหรือ? จะมีความหมายอะไร! ขอเพียงนั่งบนบัลลังก์ให้มั่น
อำนาจเด็ดขาดในการตัดสินความถูกผิดย่อมอยู่ในมือ!
ทว่าหลีอ๋องยังคงลังเล! เขาคิดว่าในเมื่อตำหนักบูรพาสิ้นชื่อไปแล้ว
การจะไปตำหนิคุณชายสามจูย่อมไร้ประโยชน์ แต่เขาอยากให้เรื่องจบลงเพียงเท่านี้
ในเมื่อเสด็จพ่อเรียกเขาเข้าวังในเวลาเช่นนี้
ย่อมแสดงว่าทรงมีใจเอนเอียงมาทางเขาแล้ว
เหตุใดเขาไม่รอให้เสด็จพ่อเสด็จสวรรคตตามธรรมชาติเล่า?
อย่างไรเสีย นั่นก็คือเสด็จพ่อของเขา! ตั้งแต่เล็กจนโต
นอกจากตำแหน่งรัชทายาทแล้ว เสด็จพ่อทรงรักใคร่เขาเสมอมา
เขาจะลงมือทำร้ายได้อย่างไร? อีกทั้งภายใต้รัศมีบารมีของเสด็จพ่อ... พูดตามตรงคือเขาเองก็มิกล้าพอ...
ครั้งนี้คุณชายสามจูมิได้ลงมือเอง
แต่กลับลอบส่งจดหมายนิรนามไปถึงเซี่ยนอ๋อง
หลีอ๋องไม่เคยระแวงเซี่ยนอ๋องผู้แสนอ่อนโยนและไร้จริตทางการเมืองเลยแม้แต่น้อย
แต่หลังจากอวี้อ๋องสิ้นชีพอย่างปริศนา
คุณชายสามจูกลับพุ่งเป้าไปที่เซี่ยนอ๋องทันที
เมื่อถูกเพ่งเล็ง ร่องรอยย่อมปรากฏ
การสืบสาวราวเรื่องจากปลายด้ายไปหาความจริงนั้นมิใช่เรื่องยาก
ยิ่งกว่านั้น
เซี่ยนอ๋องพยายามรักษาภาพลักษณ์อันบริสุทธิ์เพื่อสั่งสมอำนาจอย่างลับ ๆ
ทำให้เขามีปัญหาเรื่องงบประมาณ กิจการหลายอย่างของเขาเปรียบเสมือนมีเพียงกระดาษบาง
ๆ บังหน้าไว้ เพียงแค่สะกิดนิดเดียวก็ขาดสะบั้น มิอาจทนทานต่อการสืบสวนได้เลย!
เซี่ยนอ๋องแม้ไม่รู้ว่าใครเป็นคนส่งจดหมาย
แต่เขาก็ถูกถ้อยคำในจดหมายล่อลวงอย่างเลี่ยงไม่ได้
หลังจากชั่งน้ำหนักข้อดีข้อเสียเขาก็ตัดสินใจในที่สุด!
ต่อให้ผู้ส่งสารจะประสงค์ร้าย เขาก็ต้องยอมเสี่ยง!
เพราะไม่มีใครรู้ดีไปกว่าเขาว่า หลังจากอวี้อ๋องตาย
เสด็จพ่อที่เคยพิโรธจัดกลับเปลี่ยนพระทัยไม่สั่งถอดถอนหลีอ๋องเป็นสามัญชน
นั่นเพราะทรงเริ่มสงสัยในตัวเขา! บัดนี้ยังทรงเรียกหลีอ๋องเข้าวังไปเฝ้าไข้
แสดงชัดแจ้งว่าบัลลังก์นี้ไม่มีวันตกถึงมือเขาแน่นอน!
อดทนมานานปี จะให้ยอมแพ้ง่าย ๆ ได้อย่างไร! ต่อให้ต้องตาย
เขาก็ต้องสู้สักตั้ง
ความลับไม่มีในโลก ในเมื่อเสด็จพ่อสงสัยเขาได้
สักวันหลีอ๋องก็ต้องสงสัยเขาเช่นกัน หากวันใดหลีอ๋องได้เป็นฮ่องเต้
มีหรือจะปล่อยเขาไว้? ไม่มีวัน!
เซี่ยนอ๋องจึงตัดสินใจเสี่ยงลงมือใช้สายลับในวัง
วางยาพิษปลงพระชนม์อดีตฮ่องเต้
แล้วนำกำลังเข้าปรากฏตัวทันทีเพื่อป้ายความผิดให้หลีอ๋อง
อีกเพียงนิดเดียว... เขาก็จะสำเร็จแล้ว!
ทว่าเขาหารู้ไม่ว่า "อีกเพียงนิดเดียว" นั้น
คือระยะห่างที่เขาไม่มีวันก้าวข้ามไปได้
เพราะทุกอย่าง... ล้วนอยู่ในกำมือของคุณชายสามจูมาตั้งแต่ต้น...
เรื่องราวเหล่านี้ บางส่วนเหลียนเจ๋อได้รับรู้มา
และบางส่วนเขาก็เพิ่งจะมาประติดประต่อได้ในภายหลัง
หลี่ฟู่และเหลียนฟางโจวที่นั่งฟังอยู่ต่างก็รู้สึกสะท้อนใจยิ่งนัก
ใครจะคาดคิดว่าในเวลาเพียงไม่นาน
เมืองหลวงจะเกิดความเปลี่ยนแปลงขนานใหญ่ถึงเพียงนี้!
เหตุการณ์หลังจากนั้นก็เป็นไปตามที่เหลียนฟางโจวและหลี่ฟู่เคยได้ยินมา
หลีอ๋องที่ขึ้นครองราชย์อย่างรีบร้อนเกิดศึกภายในกับเซี่ยนอ๋อง
เมืองหลวงกลายเป็นสนามรบที่วุ่นวายโกลาหล
ในตอนนั้นเอง คุณชายหรงแห่งจวนซิ่งหยางโหวที่เคยนอนสลบไสลมานานก็
"ฟื้นคืนสติ" ขึ้นมา และเขาก็คือคนของเซี่ยนอ๋องนั่นเอง
ในขณะเดียวกัน
คุณชายสามจูก็กลับมาปรากฏตัวต่อหน้าสาธารณชนอีกครั้งด้วยท่วงท่าสง่างามและภูมิฐาน!
ทว่าทุกอย่างเปลี่ยนไปแล้ว คุณชายหรงอาศัยอำนาจของเซี่ยนอ๋อง
ในฐานะคนสนิทที่ทรงอิทธิพล เขาถึงขั้นพากำลังคนบุกไปหาถึงจวนสกุลเหลียน
เขากล่าวอย่างโอหัง บังคับให้เหลียนเจ๋อ "หยิบยืม"
เงินให้เซี่ยนอ๋องเป็นจำนวนสามล้านตำลึง พร้อมทิ้งคำขาดว่า
อีกสามวันจะส่งคนมาเอาเงิน!
เงินสามล้านตำลึงใช่ว่าเหลียนเจ๋อจะหามาให้ไม่ได้
ทว่าเขามีหรือจะยอมมอบเงินให้คุณชายหรง?
นอกจากความแค้นที่คุณชายหรงเคยทำไว้กับเขาและสวีอวี้หยุน
ที่ชาตินี้ไม่มีวันสมานฉันท์กันได้แล้ว หากเขามอบเงินนี้ให้เซี่ยนอ๋อง
มิเท่ากับเป็นการประกาศว่าสกุลเหลียนเลือกเข้าข้างเซี่ยนอ๋องหรอกหรือ?
สกุลเหลียนผูกพันกับหลี่ฟู่
การทำเช่นนั้นเท่ากับเป็นการหาเรื่องใส่ตัวให้หลี่ฟู่ชัด ๆ!
สวีอวี้หยุนรู้สึกเจ็บปวดและละอายใจอย่างยิ่ง
นางโทษตัวเองว่าเป็นต้นเหตุของเรื่องทั้งหมด หากไม่ใช่เพราะนาง
หรงเฟยอวี่คงไม่จองล้างจองผลาญสกุลเหลียน
และสกุลเหลียนคงไม่ต้องตกอยู่ในที่นั่งลำบากเช่นนี้!
สนุกมากค่ะ รอติดตามตอนต่อไปค่ะ
ตอบลบ