วันพฤหัสบดีที่ 1 ตุลาคม พ.ศ. 2569

จับแม่ทัพไปไถนา-บทที่ 1443 บริภาษกึกก้อง

 

บทที่ 1443 บริภาษกึกก้อง

ฉินเช่อเฟยรีบปราดเข้ามาช่วยเกลี้ยกล่อม "จ้าวฮูหยิน รีบขอประทานอภัยโทษจากพระชายาเถิด! การได้ร่วมโต๊ะเสวยกับพระชายานั้นเป็นเกียรติยศเพียงใด จ้าวฮูหยินเหตุใดจึงไร้มารยาทเช่นนี้ นึกจะไปก็ไปรึ!"

จ้าวฮูหยินยิ่งฟังก็ยิ่งฉุนขาด นางแหงนหน้าหัวเราะร่า "ฮ่า!" อย่างทรนงก่อนจะเอ่ยอย่างโอหัง "พระชายาจะถามหา 'กฎ' กับหม่อมฉันรึ? เช่นนั้นหม่อมฉันจะบอกให้ชัดแจ้ง ในเมืองเฉวียนโจวแห่งนี้ คำพูดของหม่อมฉันคือกฎ! บนแผ่นดินเฉวียนโจว หม่อมฉันคือเจ้าบ้าน มิใช่แขกรับเชิญ! หม่อมฉันนึกจะไปก็ไป ไม่จำเป็นต้องขอขมาใครทั้งสิ้น! ไว้รอวันใดพระชายาเสด็จกลับเมืองหลวงแล้วจัดงานเลี้ยงเชิญหม่อมฉันไปร่วมงาน ถึงตอนนั้นค่อยมางัดกฎระเบียบเมืองหลวงมาใช้กับหม่อมฉันเถิด! เพราะที่นี่... เรามิได้ใช้กฎของเมืองหลวง!"

"เจ้า!" ฉินเช่อเฟยตวาดลั่น "บังอาจนัก!"

ฝ่ายพระชายาฮั่นหยางอ๋องโกรธจนตัวสั่นเทิ้ม มือทั้งสองข้างสั่นระริก ใบหน้าเปลี่ยนสีสลับเขียวคล้ำ—นางไม่เคยพบเจอความอัปยศเช่นนี้มาก่อนในชีวิต!

แม้จะเป็นการชิงดีชิงเด่นในหมู่พี่น้องสะใภ้หรือระหว่างเมียหลวงเมียน้อย ทุกคนต่างก็ใช้เล่ห์เหลี่ยมลับหลัง ต่อหน้ายังคงรักษาท่าทีสุภาพเกรงใจกัน ต่อให้จะเหน็บแนมเสียดสี ก็ต้องผ่านการตีความหลายชั้นกว่าจะถึงแก่น!

ไม่เคยมีใคร... ไม่เคยมีสตรีหน้าไหนกล้าสามหาวถึงเพียงนี้! มิหนำซ้ำยังทำต่อหน้าข้าทาสบริวารมากมาย

จ้าวฮูหยินแค่นยิ้ม "เหอะ" ในใจพลันรู้สึกสะใจอย่างบอกไม่ถูก "บังอาจอะไรรึ? อย่าเอะอะก็ข่มขู่กันหน่อยเลย นี่ก็เป็นกฎเมืองหลวงด้วยรึ? เสียใจด้วยนะที่ลูกไม้เมืองหลวงมันใช้ไม่ได้ผลที่นี่! หากพระชายาไม่คุ้นชินกับที่นี่ ก็เชิญเสด็จกลับเมืองหลวงไปเสียสิเพคะ! หม่อมฉันจะไปส่งเสด็จด้วยตัวเองเลย!"

"เจ้า!" พระชายาฮั่นหยางอ๋องต่อให้มีขันติธรรมสูงส่งเพียงใดก็ไม่อาจทนคำเสียดสีนี้ได้ ยามนี้นางและฮั่นหยางอ๋องต่างก็หวาดระแวงและอ่อนไหวกับเรื่องนี้ที่สุด สิ่งที่กลัวที่สุดคือการที่มีคนพูดจาเช่นนี้ใส่ และยิ่งเป็นการเผชิญหน้าด่าทออย่างไร้ความเกรงอกเกรงใจ!

"คุกเข่าลงเดี่ยวนี้!" พระชายาใบหน้าซีดเผือด เอ่ยเสียงเย็น "เปิ่นกงคือพระชายาที่ฮ่องเต้องค์ก่อนทรงแต่งตั้ง เจ้าบังอาจมาพูดจาเพ้อเจ้อสามหาวต่อหน้าเปิ่นกง ต่อให้วันนี้เปิ่นกงจะสั่งประหารเจ้า ก็ถือว่าเป็นความผิดของเจ้าเอง ใครก็เอาผิดเปิ่นกงมิได้แม้ครึ่งคำ! จ้าวฮูหยิน เจ้าจะเชื่อหรือไม่!"

จ้าวฮูหยินวางอำนาจในเฉวียนโจวมานานปี มีหรือจะนึกเกรงพระชายาที่พ่ายแพ้จนต้องหนีซุกหัวซุนมาพึ่งพิงคนอื่น?

อีกอย่าง... นี่มันถิ่นของนาง!

นางแค่นยิ้มเย็นพลางแค่นเสียงอย่างทะนง "พระชายาวางอำนาจบารมีใหญ่โตจริงนะเพคะ! แต่มาแผ่อิทธิพลในถิ่นของคนอื่นเช่นนี้ พระชายามิรู้สึกขัดเขินบ้างรึ? คิดจะฆ่าหม่อมฉัน? ฮ่าๆ ได้สิ! หม่อมฉันจะรอ! หากพระชายามีปัญญา ก็จงเอาศีรษะหม่อมฉันไปเถิด! หม่อมฉันก็อยากรู้นักว่า หากพระชายาฆ่าหม่อมฉันแล้ว จะมีปัญญาหนีพ้นเขตแดนหนานไห่ไปได้หรือไม่!"

พระชายาฮั่นหยางอ๋องที่เผลอพลั้งปากขู่ฆ่าไปเริ่มนึกเสียใจในภายหลัง ทว่าพอโดนจ้าวฮูหยินตอกกลับเช่นนั้น นางก็โกรธจนแทบจะสิ้นสติ กระแทกฝ่ามือลงบนโต๊ะพลางชี้หน้าจ้าวฮูหยินแล้วกรีดร้อง "คุกเข่า! กดตัวนางให้คุกเข่าลง! แล้วตบปากนางให้เปิ่นกงเดี๋ยวนี้!"

เหล่าสาวใช้และนางข้าหลวงรับคำเป็นพัลวัน พากันกรูเข้าไปหมายจะจับตัวจ้าวฮูหยิน

จ้าวฮูหยินร้อนรนรีบยื้อยุดฉุดกระชากกับกลุ่มคนพลางตะโกนลั่น "ใครก็ได้! เข้ามาสิ! พวกเจ้าตายกันหมดแล้วหรือไง! ยังไม่รีบเข้ามาช่วยข้าอีก!"

สาวใช้และคนสนิทห้าหกคนที่ติดตามจ้าวฮูหยินมา เมื่อได้ยินเสียงนายหญิงตะโกนเรียกอย่างร้อนรนก็พากันชะงักด้วยความงงงวย

พอได้สติก็กรูเข้าไปในห้อง เห็นคนของพระชายากำลังฉุดกระชากลากถูเจ้านายตนเองอยู่ก็ตกใจ ไม่ทันได้คิดสิ่งใด พากันตะโกน "หยุดนะ!" "ปล่อยนายหญิงของพวกเรา!" แล้วโถมเข้าใส่ทันที สองฝ่ายตะลุมบอนฉุดกระชากลากถูจนโถงทั้งโถงเต็มไปด้วยเสียงกรีดร้องและเสียงโอดครวญด้วยความเจ็บปวด ผสมปนเปไปกับเสียงโต๊ะเก้าอี้และแจกันถูกกระแทกแตกกระจายลงพื้น ช่างโกลาหลวุ่นวายยิ่งนัก!

ท่ามกลางความชุลมุน สาวใช้คนหนึ่งถูกผลักจนถลาเข้าหาโต๊ะเสวย นางแผดร้องลั่นก่อนจะกระแทกเข้ากับโต๊ะอย่างจัง แรงส่งทำเอาถ้วยโถโอชามกระเด็นกระดอนกระจัดกระจาย พระชายาฮั่นหยางอ๋องตกใจจนกรีดร้องรีบลุกหนี ทว่าบนอาภรณ์และใบหน้ายังคงถูกน้ำแกงสาดกระเซ็นใส่จนดูไม่ได้!

"หยุดเเดี๋ยวนี้! หยุดให้หมด!" พระชายาโกรธจนถึงขีดสุด แผดเสียงตวาดลั่น

ฉินเช่อเฟยเองก็ตะลึงงัน นึกไม่ถึงว่าเรื่องราวจะบานปลายไปถึงเพียงนี้ นางรีบช่วยตะโกนห้ามปรามอีกแรง

ทว่าสองฝ่ายที่กำลังนัวเนียกันอยู่นั้น ใครเล่าจะยอมหยุดก่อน? ต่างคนต่างก็มิได้โง่เขลา หากใครหยุดก่อนย่อมถูกอีกฝ่ายรุมทุบตีจนน่วมฝ่ายเดียวน่ะสิ! ใครจะยอมเจ็บตัวฟรีๆ?

ประกอบกับสถานการณ์ที่วุ่นวายและเสียงดังหนวกหู พระชายาและฉินเช่อเฟยเดิมทีเป็นสตรีสูงศักดิ์ในห้องหอ กิริยาที่ถูกอบรมมาแต่เล็กย่อมไม่อนุญาตให้พวกนางไปยืนเท้าสะเอวแผดเสียงแข่งกับพวกแม่ค้าในตลาดสด คนที่กำลังตีกันอยู่จึงสัมผัสไม่ได้ถึงความน่าเกรงขามจากเสียงของพวกนางเลยแม้แต่นิด ยิ่งทำให้ไม่มีใครยอมฟัง!

ไม่ยอมฟังเองไม่พอ แต่ละฝ่ายกลับหวังให้อีกฝ่ายยอมฟัง จึงยิ่งทุ่มกำลังใส่กันหวังจะซัดให้หมอบก่อนที่ฝ่ายตรงข้ามจะยอมรามือ

ดังนั้น ยิ่งพระชายาตะโกนห้าม สถานการณ์กลับยิ่งโกลาหลหนักกว่าเดิม!

"ขบถแล้ว! นี่มันขบถชัดๆ!" พระชายาฮั่นหยางอ๋องรู้สึกหน้ามืดตามัว โลกหมุนเคว้งไปหมด!

ความอัปยศเช่นนี้ นางไม่เคยประสบพบเจอมาก่อนเลย!

"ฉินเช่อเฟย! ไป... ไปทูลท่านอ๋อง! ให้ท่านอ๋องส่งทหารองครักษ์มาจัดการ! ไปเดี๋ยวนี้!"

"พระชายา แต่นี่มัน..." ฉินเช่อเฟยอึกอักด้วยความลำบากใจ การไปตามท่านอ๋องพาทหารมาน่ะมันง่าย แต่เรื่องนี้ย่อมปิดไม่อยู่แน่ หากข่าวแพร่ออกไป... มันจะอัปยศขายหน้าเพียงใด!

ฉินเช่อเฟยได้แต่นึกแค้น: คนในมณฑลหนานไห่นี่มันเป็นคนประเภทไหนกัน! เหตุใดจึงไร้ยางอายและหน้าด้านหน้าทนถึงเพียงนี้! ไม่รู้จักรักษาเกียรติหรือศักดิ์ศรีกันบ้างเลย!

"ไม่สนใจอะไรทั้งนั้นแล้ว!" พระชายาแค่นยิ้มอย่างเดือดดาล เอ่ยเสียงเย็น "ยังไม่รีบไปอีก! ให้ท่านอ๋องเชิญใต้เท้าจ้าวมาด้วย ให้เขามาเห็นกับตาว่าฮูหยินแสนดีของเขาเป็นคนเช่นไร!"

เมื่อเห็นว่าห้องนี้โกลาหลจนอยู่ไม่ได้แล้ว ฉินเช่อเฟยจึงไร้ทางเลือก จำต้องรับคำสั่งมุ่งหน้าออกไป

ทว่ายังไม่ทันก้าวไปได้กี่ก้าว ก็เห็นกลุ่มคนห้อมล้อมสตรีนางหนึ่งในอาภรณ์สีเขียวมรกต ใบหน้าสะสวยแววตาแจ่มใส ก้าวย่างอย่างมีพลังเข้ามา สตรีผู้นั้นเห็นภาพตรงหน้าก็ถึงกับตะลึงงัน ร้องออกมาด้วยความตกใจ "นี่มันเกิดเรื่องอะไรขึ้นกัน! สวรรค์ช่วย!"

"หลี่ฮูหยิน! หลี่ฮูหยินมาแล้วเพคะ! พระชายา!" ฉินเช่อเฟยเมื่อเห็นชัดว่าผู้มาเยือนคือเหลียนฟางโจว ก็ดีใจราวกับสวรรค์มาโปรด รีบตะโกนเรียกด้วยความยินดี

พระชายาฮั่นหยางอ๋องเห็นชัดเช่นกัน ในใจแวบหนึ่งรู้สึกยินดีตามสัญชาตญาณ ทว่าพริบตาต่อมาก็กลับกลายเป็นความขุ่นเคือง นางปรายตาเย็นเยียบมองฉินเช่อเฟยที่ยังไม่รู้ตัวแวบหนึ่ง: ข้าที่เป็นถึงพระชายายังคุมสถานการณ์ไม่อยู่ หรือเหลียนฟางโจวจะคุมได้? หากเป็นเช่นนั้น มิเท่ากับพิสูจน์ว่าข้าด้อยกว่านางรึ!

"พระชายา... นี่... นี่เกิดอะไรขึ้นกันแน่เพคะ?" เหลียนฟางโจวมองภาพตรงหน้าอย่างอึ้งกิมกี่ นางจินตนาการไม่ออกเลยว่าเรื่องราวพรรค์นี้จะมาเกิดขึ้นต่อหน้าพระชายาฮั่นหยางอ๋องผู้แสนสุภาพเรียบร้อยได้อย่างไร

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น