แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ภรรยา แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ภรรยา แสดงบทความทั้งหมด

วันอาทิตย์ที่ 18 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561

ภรรยาข้าผู้ร้ายกาจเจ้าเล่ห์ -บทที่ 30 โรงเต๊ยมยุทธภพ


หลินฉู่เอ๋อร์ขึงตาใส่มู่หรงหยุนชู พลางเอื้อนเอ่ย “เงื่อนไขประการแรกสำหรับผู้ที่จะย่างเท้าเข้ามาในโรงเตี๊ยมยุทธภพได้   จำต้องเป็นชาวยุทธ์  เจ้าเป็นด้วยรึ?
“มิใช่”
“เช่นนั้นเจ้าก็มิสมควรเข้าไป?  ใบหน้าของหลินฉู่เอ๋อร์บึ้งตึงนัก
 มู่หรงหยุนชูตวัดสายตาเฉยเมยใส่ฟางหงเฟยที่ยืนเคียงข้างภรรยาแวบหนึ่ง  แล้วจึงหันไปถามผู้คุมกฏทั้งสื่ทางด้านหลัง  “โรงเตี๊ยมยุทธภพคือโรงเตี๊ยมของพรรคมาร  หรือสำนักคุ้มภัยเจิ้นหย่วน?

วันพฤหัสบดีที่ 4 มกราคม พ.ศ. 2561

ภรรยาข้าผู้ร้ายกาจเจ้าเล่ห์ -บทที่ 29 ศัตรูที่ยากจะเลี่ยง

มู่หรงหยุนชูคลี่ยิ้มยาว  เอ่ยว่า “ท่านมีฝืมือเทียบเท่าท่านหมอฮั่วโต๋วตามที่เขาร่ำลือกันหรือไม่?  หากชื่อพิษอะไรยังไม่อาจบอกได้   เขายังสู้หน้าอยู่ในโลกยุทธภพได้อย่างไร?
            เฟิ่งเฉิงเอ่ยแย้มยิ้ม  “ท่านไม่ได้ตั้งใจลากข้าลงน้ำจริงๆใช่หรือไม่”
            “ข้าไม่กล้าทำลายชื่อเสียงอันแข็งแกร่งสูงส่งปานป้อมปราการของท่านหรอก”  มู่หรงหยุนชูโต้กลับ
ผู้คุมกฏทิศพายัพหันมาจ้องหน้าเฟิ่งเฉิงด้วยความฉงน  “ท่านก็กินดื่มอาหารเหล่านี้เช่นกัน  ไฉนจึงมิโดนพิษเล่า?
            เฟิ่งเฉิงเลิกคิ้ว  เอ่ยขึ้น “ก็เพราะข้าเลือกกินจานที่ไม่มีพิษไง”

วันศุกร์ที่ 15 ธันวาคม พ.ศ. 2560

ภรรยาข้าผู้ร้ายกาจเจ้าเล่ห์ - บทที่ 28 ห้าพยัคฆ์เจาะขุนเขา

          มู่หรงหยุนชูทอดถอนใจออกมาอย่างปลดปลง   เสี่ยวเอ้อร์ของโรงเตี๊ยมถือถาดอาหารและเครื่องดื่มเต็มสองมือมาด้วยความพินอบพิเทา   ทยอยวางอาหารทีละจานบนโต๊ะ  จากนั้นจึงเอ่ยเชิญชวนให้รับประทานอาหารตามปกติ  แล้วจึงล่าถอยไป
            มู่หรงหยุนชูปรายตามองอาหารเต็มโต๊ะตรงหน้า  แล้วจึงหยิบตะเกียบเริ่มลงมือกิน  คนที่เหลือจึงเริ่มลงมือกินตามบ้าง   ตาเฒ่านักเล่านิทานยังคงเล่าเรื่องพร้อมเล่นดนตรีประกอบต่อไป  พรรณาถึงการต่อสู้ฟาดฟันของเหล่าจอมยุทธ์ในยุทธภพเป็นส่วนใหญ่   คนทั้งกลุ่มที่มาด้วยกันต่างนั่งล้อมวงกินอาหาร พร้อมทั้งฟังคนเล่านิทานไป  ด้วยความเพลิดเพลินนัก

วันจันทร์ที่ 4 ธันวาคม พ.ศ. 2560

ภรรยาข้าผู้ร้ายกาจเจ้าเล่ห์ - บทที่ 27 เมื่อโจรทำการค้า

                       ท้องฟ้ากระจ่างใส  ดวงอาทิตย์ส่องแสงเจิดจ้า  แม้ล่วงเข้าฤดูใบไม้ร่วงอย่างเป็นทางการแล้ว   ทว่าสภาพอากาศยังคงร้อนอบอ้าวนัก  โดยเฉพาะยามนั่งอยู่ในห้องโดยสารบนรถม้าที่ปิดทึบแน่นหนา   อากาศแทบจะเล็ดรอดเข้ามามิได้เลย   ช่างพาให้ร้อนและเหนียวตัวยิ่งนัก   ความร้อนในฤดูใบไม้ร่วงมิอาจดูแคลนได้จริงๆ   มู่หรงหยุนชูล้วงผ้าเช็ดหน้าขึ้นมาซับเหงื่อที่ผุดพรายบนหน้าผาก  แล้วยกกระโปรงขึ้น   พลางย่อตัวมุดออกจากห้องโดยสาร และไปนั่งข้างนอกเคียงข้างคนขับรถม้า

วันอาทิตย์ที่ 20 สิงหาคม พ.ศ. 2560

ภรรยาข้าผู้ร้ายกาจเจ้าเล่ห์ -บทที่ 26 หยกกักวิญญาณ

                       หลังจากจัดให้เฟิ่งเฉิงเข้าพักในห้องพักรับรองเรียบร้อยแล้ว  มู่หรงหยุนชูจึงกลับเรือนหยวนชิงเฟิง  เพื่อนั่งรอแขกผู้มิได้รับเชิญ  ที่คาดว่าจะมี   นั่งเก้าอี้ยังไม่ทันอุ่นดี  คนเหล่านั้นก็มาถึงเสียแล้ว
                        “ฮูหยิน..” ผู้คุมกฏทิศบูรพา ทักษิณ ประจิมและพายัพ ทั้งสี่ยืนเรียงแถวอยู่ด้านนอก หน้าประตูห้องหนังสือที่เปิดกว้าง   ด้วยกริยาท่าทางของบุรุษองอาจ ที่สง่างามน่าเลื่อมใสยิ่งนัก  ดูเหมือนว่า   หากนางไม่เชิญ  พวกเขาก็ไม่อาจก้าวล่วงผ่านประตูเข้ามาได้

วันจันทร์ที่ 29 พฤษภาคม พ.ศ. 2560

ภรรยาข้าผู้ร้ายกาจเจ้าเล่ห์ -บทที่ 25 นักเล่านิทานตากับหลาน

                     ในที่สุดฤดูร้อนในเมืองจินหลิงได้สิ้นสุดลง   เข้าสู่ฤดูฝนแรกในเดือนหกอย่างเป็นทางการ  ฝนตกหนักราวกับฟ้ารั่ว  ฝนตกติดกันข้ามวันข้ามคืน  ในวันถัดมา ในยามรุ่งอรุโณทัย  สายฝนได้ชะล้างความร้อนระอุ  ให้บรรเทาเบาบางลง   สายลมเย็นชุ่มฉ่ำพัดมาเอื่อยๆ  ในที่สุดก็ล้างเปลวความร้อนออกไปจนสิ้น  นำมาซึ่งความเย็นสบาย  ผู้คนต่างพากันชื่นอกชื่นใจนัก
                        มู่หรงหยุนชูย่างเท้าออกจากบ้านไปบนถนนที่ชื้นแฉะ พร้อมกับสาวใช้ลู่จี   บางทีเหตุผลที่ออกมาเดินบนถนนครานี้   อาจเป็นเพราะความเย็นสบายที่นานๆจะได้พบเจอสักที  วันนี้ถนนของเมืองจินหลิงจึงคลาคล่ำไปด้วยผู้คนมากมาย

วันพฤหัสบดีที่ 4 พฤษภาคม พ.ศ. 2560

ภรรยาข้าผู้ร้ายกาจเจ้าเล่ห์ -บทที่ 24 ยืมมือเล่นงาน

            เฉียนซ่งก่วน ผู้ตรวจสอบสำนักแลกเงิน คลี่ยิ้มอย่างคนที่เจนโลกมามาก  และคุ้นเคยกับเรื่องราวเบื้องลึกดี  พลันหัวเราะแล้วโพล่งถามขึ้น “คุณหนูตั้งใจจะจัดการอย่างไรดีขอรับ?”
            “ท่านสามารถรู้เส้นทางของคนทั้ง5กลุ่มหรือไม่? มู่หรงหยุนชูไม่ตอบ แต่ถามกลับ
            “ทราบขอรับ” เฉียนซ่งก่วนอธิบายเส้นทางเดินของทั้ง5กลุ่ม ทีละกลุ่ม

วันอาทิตย์ที่ 9 เมษายน พ.ศ. 2560

ภรรยาข้าผู้ร้ายกาจเจ้าเล่ห์ -บทที่ 23 สมควรแก่เวลา

           ฉู่ฉางเกอไม่คาดคิดว่า กระดาษแผ่นใหญ่นี้  มีถ้อยคำเขียนไว้เพียงคำว่า ขอบคุณแค่สองคำเท่านั้น  พร้อมกันนั้นพ่อครัวฟาได้นำข่าวร้ายที่ไม่คาดฝันมาด้วย นั่นคือ ตัวมู่หรงหยุนซูได้ถูกลอบวางยาพิษกลืนวิญญาน
            แค่เพียงชั่วเวลาสั้นสั้น ความรู้สึกราวกับแผ่นดินกำลังแยกเป็นเสี่ยงๆ  ฟาดเปรี้ยงที่ศีรษะของฉู่ฉางเกอจนกลายเป็นคนโง่งมในทันที  เป็นนานกว่าที่ประมุขหนุ่มผู้นี้จะฟื้นคืนสติสัมปชัญญะกลับมาได้  ครั้นแล้วจึงขยำขยี้กระดาษในมือ จนละเอียดกลายเป็นเป็นผุยผง ทรุดตัวลงกองกับพื้น ปรากฏรอยยิ้มเย็นยะเยือกของมารน้อยไร้เดียงสาฉายชัดบนใบหน้า  จากรอยยิ้มเริ่มแปรเปลี่ยนเป็นเสียงหัวเราะที่ดังขึ้นทุกทีๆ “ฮ่าฮ่า..ฮ่า......ฮะฮ่าฮ่า.....”

วันพฤหัสบดีที่ 6 เมษายน พ.ศ. 2560

ภรรยาข้าผู้ร้ายกาจเจ้าเล่ห์ -บทที่ 22 ความลับของต่างหู

            วันถัดมา มู่หรงหยุนชูตื่นขึ้น  สิ่งที่แรกที่เห็นคือดวงตาที่บวมเป่งคล้ายเพิ่งผ่านการร้องไห้มา
            “คุณหนู ในที่สุดท่านก็ตื่นเสียที “ ลู่จีสาวใช้เอ่ยด้วยน้ำเสียงอ่อนระโหย
            “อืม” มู่หรงหยุนชูลุกขึ้นนั่ง  เห็นคุณชายนี่ดูคล้ายกับคนที่ตายไปแล้ว  ทำสีหน้าแปลกๆนั่งอยู่ไม่ไกลนัก  คล้ายกับว่าตัวเขามีเรื่องชอกช้ำขมขื่นกับนาง  “คุณชายนี่ไฉนจึงมีสภาพเช่นนี้..เป็นเพราะกินไม่อิ่ม หรือว่านอนไม่เต็มตาเล่า?  หญิงสาวถามเสียงแผ่วเบา

วันอังคารที่ 4 เมษายน พ.ศ. 2560

ภรรยาข้าผู้ร้ายกาจเจ้าเล่ห์ -บทที่ 21 ติดหนี้โดยไม่ยุติธรรม

         ตกกลางคืน ลมพัดแรงดังซ่าซ่า  พัดจนหน้าต่างดังตึงตัง  มีแนวโน้มว่าหน้าต่างบานใหญ่จะพังครืนในอีกไม่ช้า   เท่ากับเปิดโอกาสให้มีคนลักลอบเข้ามาด้านในเรือนได้ง่ายขึ้น  มู่หรงหยุนชูรู้สึกอย่างเลือนรางว่า  ที่พื้นไม้สนมีการโยกไหว  แม้มิได้ลืมตา  นางก็สามารถนึกภาพเรือนพักที่โยกเยกสั่นไหวดังเอี๊ยดอ๊าด  บนยอดหน้าผาอันโดดเดี่ยว   ช่างน่าเขย่าขวัญสั่นประสาทยิ่งนัก

วันศุกร์ที่ 3 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2560

ภรรยาข้าผู้ร้ายกาจเจ้าเล่ห์ -บทที่ 20 โรงเตี๊ยมริมหน้าผา

          หัวหน้าโจรกวาดสายตามองนี่ฉิงไล่จากศีรษะจรดปรายเท้าขึ้นและจากปลายเท้าจรดศีรษะ  แล้วโบกมือไล่เขาให้หลีกไปไกลๆ “แค่มองผ้าขี้ริ้วที่เจ้าสวมก็น่าเวทนาแล้ว เจ้าอยากทำให้ชื่อเสียงของกลุ่มโจรข้ามัวหมองรึ  รีบไสหัวไปให้ไกลเลย อย่าเข้ามายุ่มย่าม ไม่มีใครพูดว่าจะปล้นเจ้าเสียหน่อย”

วันพุธที่ 1 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2560

ภรรยาข้าผู้ร้ายกาจเจ้าเล่ห์ -บทที่ 19 เจอโจรภูเขา

          คงเป็นเพราะประสบกับเรื่องราวอันหนักหน่วงมาหลายวัน  และบางทีเพราะไม่มีใครรบกวนการพักผ่อนอันแสนสุข มู่หรงหยุนชูคนนี้นอนหลับจนเข้าสายๆของอีกวัน จึงได้ลืมตาตื่น  ค่อยๆวางเท้าลงบนพื้นอย่างเชื่องช้า ลุกขึ้นบิดขี้เกียจ  มือข้างหนึ่งผลักประตู พลางเหยียดแขนอีกข้างชูขึ้น เพื่อบิดเอวไล่ความขี้เกียจให้ออกไป ครั้นแล้วจึงเงยหน้าขึ้นมองท้องฟ้า  พร้อมกับเอามือปิดปากหาวออกออกมาวอดใหญ่

วันอาทิตย์ที่ 29 มกราคม พ.ศ. 2560

ภรรยาข้าผู้ร้ายกาจเจ้าเล่ห์ -บทที่ 18 ไม่มีสิ่งใดต้องกลัว

           มู่หรงหยุนชูไม่ได้ประหลาดใจกับคำขอของฮ่องเต้เลย การอภิเษกสมรสมักเป็นไปเพื่อเหตุผลทางการเมืองเสมอ  และญาติผู้พี่ของนางก็ได้เคยเอ่ยขึ้นมาแล้วครั้งหนึ่ง  ทว่านางไม่อยากเป็นเหยื่อผู้เคราะห์ร้าย 
            “ฝ่าบาท หม่อมฉันเกรงว่าคงต้องทำให้ฝ่าบาทระคายเคืองพระทัยแล้วเพคะ” นางตัดสินใจปฏิเสธโดยไม่มีความลังเล

วันอังคารที่ 27 ธันวาคม พ.ศ. 2559

ภรรยาข้าผู้ร้ายกาจเจ้าเล่ห์ -บทที่ 17 แต่งงาน

           “ถูกแล้ว ถูกแล้ว ไม่น่าเชื่อว่าคนรุ่นใหม่อย่างเจ้าจะรู้จักสมญานามของข้าได้” ฟาฉีเจิ้งยี่หรือหม้อปีศาจผู้ไร้คุณธรรม  รู้สึกปลื้มใจยิ่งนักที่ยังมีคนหนุ่มสาวจำเข้าได้  หลังจากที่เขาปลีกตัวออกจากยุทธภพไปนานหลายปี
  เฟิ่งหลิงหลังจากยกยอเสร็จ ก็ให้รู้สึกเก้อเขินพลางเอ่ยว่า  “ผู้อาวุโสฟา  เป็นเพราะข้าชอบฟังท่านพ่อข้าเล่าเรื่องการผจญภัยของท่านเมื่อสามสิบปีก่อน  ท่านชอบท่องไปทั่วยุทธภพ  เป็นเหตุให้ทุกแห่งที่ท่านไปมีแต่ความหายนะ  แม้แต่พี่ฉู่ก็ยังไม่อาจทำได้เท่าท่าน”

วันอาทิตย์ที่ 25 ธันวาคม พ.ศ. 2559

ภรรยาข้าผู้ร้ายกาจเจ้าเล่ห์ -บทที่ 16 ไร้คุณธรรมจริงหรือ

         ที่หน้าทางเข้าหอคณิกาไป่หัว  มีโคมไฟขนาดใหญ่สองดวงส่องสว่าง  ทำให้ถนนทั้งสายเต็มไปด้วยสีสัน  ขับใบหน้าของหญิงคณิกาให้เรืองรองยามส่งแขกผู้ใช้บริการ และต้อนรับแขกผู้มาใหม่  ทั้งเครื่องประทินโฉมยังมีส่วนช่วยให้ใบหน้าส่องประกายยิ่งขึ้น
            เมื่อมู่หรงหยุนชูและผู้ติดตามอีกสองคนมาถึงหน้าประตู  เหล่าหญิงคณิกาต่างส่งสายตาเชิญชวนไปที่คนทั้งสาม  เอ่ยถ้อยคำอ่อนหวานเอาอกเอาใจ  “นายท่านทั้งสามเชิญเข้ามาข้างในเลยเจ้าคะ?” 

วันจันทร์ที่ 12 ธันวาคม พ.ศ. 2559

ภรรยาข้าผู้ร้ายกาจเจ้าเล่ห์ -บทที่ 15 ชีวิตไ่ม่ควรดับสูญ

             ในตอนกลางคืน  สายลมพัดแรง เต็มไปด้วยฝุ่นคละคลุ้ง หมอกลงจัดหนาทึบ   นับเป็นโอกาสเหมาะยิ่งที่จะทำการหลบหนี
            มู่หรงหยุนชูมองจากหน้าต่างลงมา   เห็นแล้วน่ากระโดดลงไปนัก   ทว่าเนื่องจากนางไม่รู้วรยุทธ์  กระโดดลงมาเช่นนี้  หากไม่ตาย  ก็คงกลายเป็นคนพิการแน่

วันศุกร์ที่ 9 ธันวาคม พ.ศ. 2559

ภรรยาข้าผู้ร้ายกาจเจ้าเล่ห์-บทที่14 กับดักที่หอคณิกา

            บรรดาโรงเตี๊ยม ร้านอาหาร ร้านเหล้าต่างปิดตัวลง  แผงขายของตามท้องถนนดูเงียบเหงา  ในอดีตเมืองหลวงแห่งนี้เคยรุ่งเรืองเฟื่องฟู  การค้าขายคึกคัก   ทว่าครานี้บรรยากาศการค้าซบเซายิ่งนัก  ผู้คนแทบไม่ออกมาจับจ่ายใช้สอยกันเลย

ภรรยาข้าผู้ร้ายกาจเจ้าเล่ห์ -บทที่ 13 ท่่านประมุขก็มีเรื่องอึดอัดใจ

             ตลอดทางไปรถม้ามีแต่ความเงียบ ในไม่ช้าหนุ่มสาวทั้งสองก็สามารถเห็นรถม้าอยู่ไม่ไกล 
            “ฮูหยิน  เจ้าจะแต่งให้ข้าไหมหากชาติหน้าข้ากลายเป็นขอทาน?” ฉู่ฉางเกอจู่ๆก็ถามขึ้นมา
            ท่านไม่ได้พูดหรอกรึว่าต่อให้ชาติหน้า   ท่านก็ยังคงเป็นประมุขพรรคโม่เจี่ยว?”
            “ข้าลองตรองดูอีกครั้ง”  ฉู่ฉางเกอกล่าว “ท่านพ่อข้าคือประมุขพรรคโม่เจี่ยวคนก่อน  ข้าคือคนปัจจุบัน  ลูกชายของพวกเราทั้งสองจะเป็นประมุขคนต่อไป  เช่นนั้นแล้วเมื่อถึงคราที่หลานชายเราเป็นประมุข    ก็หมายความว่า ตัวข้าจะเกิดมาเป็นบุตรของหลานชายข้า”

ภรรยาข้าผู้ร้ายกาจเจ้าเล่ห์-บทที่ 12 จุดไฟเผาเงิน

            เมื่อตัวแทนราชสำนักจากไปแล้ว   นางไม่เห็นความจำเป็นที่จะอยู่ที่นี่อีกต่อไป   มู่หรงหยุนชูกำลังคิดจะจากไป   พลันเฟิ่งหลิงที่หน้าตาอิ่มเอิบกลับมาพร้อมกับนี่ฉิงที่หน้าตาหมองคล้ำ
            พี่ใหญ่...ท่านทึ่งข้าหรือไม่?   ดูสิว่าข้าจับตัวนี่ฉิงกลับมาได้เร็วเพียงใด?”  เฟิ่งหลิงถามสีหน้าภาคภูมิใจ  ไม่สนใจนักแสดงอีกคนที่จ้องจะกินเลือดกินเนื้อนาง

ภรรยาข้าผู้ร้ายกาจเจ้าเล่ห์-บทที่ 11 พบโจรรูปงาม

พี่ใหญ่  ดูนั่นสิ  ไฟไหม้ป่าดอกท้อของเรา!” 
เฟิ่งเฉิง หนึ่งในผู้รักดอกท้อที่สุดบันดาลโทสะ  ใบหน้าแสดงความโกรธแค้นมากพร้อมจะสังหารคนที่กล้ามากระตุกหนวดเสือ  เขาสะกิดปลายเท้าแผ่ลมปราณภายในพุ่งตัวทะยานไปยังบริเวณไฟไหม้ทันที