วันศุกร์ที่ 21 สิงหาคม พ.ศ. 2569

จับแม่ทัพไปไถนา-บทที่ 1402 พัฒนาเมืองหลางฉี

 

บทที่ 1402 พัฒนาเมืองหลางฉี

หลังจากส่งแขกเหรื่อกลับไปจนสิ้น เหลียนฟางโจวก็กลับเข้าห้องเพื่อพักผ่อน โดยมอบหมายให้ปี้เถาและชุนซิ่งคอยกำกับดูแลบ่าวไพร่ให้เก็บกวาดสถานที่ให้เรียบร้อย

เหลียนฟางโจวสั่งให้คนแกะห่อของขวัญที่ฮูหยินใหญ่สกุลเล่อเจิ้งและคนอื่นๆ นำมามอบให้ ภายในมีทั้งปะการังแดงสูงกว่าสองฉื่อ กิ่งก้านสมมาตรสีสันแดงสดสวยงาม ไข่มุกเม็ดเขื่องขนาดเท่าตาพญามังกรที่กลมมนแวววาวเต็มกล่อง ทั้งยังมีไม้จันทน์หอมเกรดดีเยี่ยมบรรจุมาในกล่องไม้สีแดงเขียนลายทองฝังมุกจนเต็ม

เหลียนฟางโจวอดมิได้ที่จะยิ้มทอดถอนใจ “สมกับเป็นตระกูลอันดับหนึ่งแห่งเมืองหนานไห่ ทรัพย์สมบัติช่างมหาศาลนัก ของล้ำค่าเหล่านี้ใช่ว่ามีเงินแล้วจะหาซื้อมาครอบครองได้ง่ายๆ”

เดิมทีนางคิดจะเรียกหงอวี้มาซักถามเรื่องที่เกิดขึ้นให้เร็วหน่อย ทว่าเกรงจะเป็นที่สังเกตเกินไปจึงยับยั้งชั่งใจไว้

มินานหงอวี้ก็เข้ามาสบโอกาสรายงานเรื่องที่เกิดขึ้นให้นางฟังอย่างละเอียด

เหลียนฟางโจวฟังจบก็พยักหน้าพลางถอนใจด้วยความยินดี “ครานี้คู่แม่ลูกคู่นั้นคงมิมีสิ่งใดติดค้างในใจอีกแล้ว พอนึกถึงเรื่องของพวกนางก็น่าเวทนาจริงๆ เฮ่อ!”

หงอวี้ิยิ้มกล่าว “นับเป็นวาสนาที่ได้พบฮูหยินผู้เมตตาเจ้าค่ะ หากมิใช่เพราะท่านมีน้ำใจช่วยเหลือ พวกนางจะมีโอกาสได้พบกันหรือ? คงทำได้เพียงฝันกลางวันเท่านั้นแหละเจ้าค่ะ!”

เหลียนฟางโจวหัวเราะเบาๆ พลางดุอย่างมิจริงจัง “คำพูดนี้เจ้าเอ่ยต่อหน้าข้า ข้าจะถือเสียว่าเป็นเรื่องล้อเล่น แต่หากไปกล่าวต่อหน้าผู้อื่น เขาจะหัวเราะเยาะเอาได้ รีบหุบปากเสีย!”

หงอวี้ิหัวเราะร่าพลางทำเสียงฮึดฮัดในลำคอ “ใครจะกล้าหัวเราะเยาะเจ้าคะ? บ่าวจะไปโต้เถียงด้วยเหตุผลให้ดู! ทุกคำที่บ่าวกล่าวมาล้วนเป็นความจริงแท้ๆ!”

เหลียนฟางโจวส่ายหน้าอย่างอ่อนใจพลางยิ้มละไม แล้วสั่งให้นางออกไปปฏิบัติหน้าที่ต่อ

ผ่านไปมินาน ใต้เท้าจานและผางอวี้หลงก็นำพาครอบครัวและเหล่านายทหารเดินทางไปรับตำแหน่งที่เมืองหลางฉีอย่างยิ่งใหญ่ โดยหลี่ฟู่นั้นมิได้ตามไปด้วย

จ้าวซือโจว (เจ้าเมืองจ้าว) นับตั้งแต่ถูกกองทัพของหลี่ฟู่บุกมาช่วยเหลือ ก็รู้ตัวดีว่าวันนี้ต้องมาถึง

เมื่อเห็นเอกสารราชการที่ใต้เท้าจานนำมาแสดง เขาจึงส่งมอบงานให้ทันทีโดยมิอิดออด เพื่อหวังจะผ่อนหนักเป็นเบาให้หลี่ฟู่ช่วยกล่าวคำดีๆ ให้ตนบ้าง ในช่วงเวลาที่ผ่านมาจ้าวซือโจวจึงมิได้หย่อนยาน กลับขยันขันแข็งยิ่งกว่าเดิม จัดการภารกิจในที่ทำการเมืองจนเป็นระเบียบเรียบร้อย

ยามส่งมอบงาน เขายังให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี สิ่งใดที่ควรชี้แจงก็บอกเล่าอย่างละเอียดถี่ถ้วน กระทั่งเรื่องลับๆ บางอย่างที่ยากจะเอ่ยปากเขาก็ยังกระซิบเตือนไว้อย่างครบถ้วน

ความร่วมมือนี้ช่วยให้ใต้เท้าจานและผางอวี้หลงที่ตอนแรกยังคลำทางมิถูก ประหยัดแรงไปได้มาก ทั้งสองเริ่มรู้สึกนิยมชมชอบในตัวจ้าวซือโจวผู้นี้ขึ้นมาบ้างแล้ว

เมื่อส่งตัวจ้าวซือโจวจากไป ภารกิจพัฒนาเมืองหลางฉีก็เริ่มต้นขึ้นอย่างเต็มรูปแบบ

ก่อนหน้านี้ทั้งใต้เท้าจานและผางอวี้หลงได้รับคำสั่งจากหลี่ฟู่มาว่า การปกครองของจ้าวซือโจวเดิมนั้นเน้นความสงบสุขทว่าหย่อนยานเกินไป พวกเขาต้องพลิกสถานการณ์นี้เสียใหม่! ต้องอาศัยจังหวะที่เหล่าชนเผ่าต่างๆ บนเกาะกำลังเสียขวัญ รวบรวมกำลังใจสยบพวกเขาให้ราบคาบในคราเดียว!

ผางอวี้หลงรับหน้าที่ใช้กำลังทหารข่มขวัญและควบคุมให้กฎหมายมีผลบังคับใช้อย่างเคร่งครัด ส่วนใต้เท้าจานดูแลการบริหารจัดการบ้านเมือง

สิ่งแรกที่พวกเขาทำคือการส่งคนจากทุกเผ่ามาเรียนรู้กฎหมายของราชวงศ์ต้าโจวตามแผนของหลี่ฟู่ ผางอวี้หลงยังได้รับคำสั่งให้จับตาเรื่องการทะเลาะวิวาทระหว่างเผ่าเป็นพิเศษ เขาจับกุมพวกหัวแข็งที่กล้าท้าทายกฎหมายเข้าคุกไปหลายราย จนขจัดต้นตอความวุ่นวายที่ทำท่าจะปะทุขึ้นได้สำเร็จ

ส่วนใต้เท้าจานเริ่มดำเนินการตัดถนน ขุดอ่างเก็บน้ำ และวางรากฐานส่งเสริมการบุกเบิกที่ดินทำกิน

ซึ่งโครงการเหล่านี้ล้วนได้รับคำแนะนำมาจากเหลียนฟางโจวทั้งสิ้น

นางมองว่าความห่างไกลและการคมนาคมที่ยากลำบาก คือต้นเหตุที่ทำให้ชนเผ่าเหล่านี้แปลกแยกจากโลกภายนอก หากถนนหนทางสะดวก มีการแลกเปลี่ยนค้าขายมากขึ้น ปัญหานี้จะคลี่คลายลงเอง

ส่วนการขุดอ่างเก็บน้ำและบุกเบิกที่ดิน จะช่วยเปลี่ยนวิถีชีวิตจากการทำไร่เลื่อนลอยมาเป็นการเกษตรที่ยั่งยืน มิเพียงช่วยรักษาป่าไม้ให้ลูกหลาน แต่ยังยกระดับคุณภาพชีวิตของพวกเขาให้ดีขึ้น ลดการพึ่งพิงธรรมชาติเพียงอย่างเดียว

ทว่าการตัดถนนผ่านขุนเขาและภูมิประเทศอันสลับซับซ้อนมิใช่เรื่องง่าย โชคดีที่มีแรงงานจากเจ็ดชนเผ่าที่ถูกลงโทษให้ใช้แรงงาน และกลุ่มคุ้มกันอ่างเก็บน้ำอีกหลายร้อยคน รวมถึงการเกณฑ์ชาวบ้านมาช่วยเสริม นอกจากนี้แม่ทัพเสิ่นต้าอี้ยังได้รับสั่งให้จัดเวรยามเหล่าทหารในค่าย หมุนเวียนกันไปทำงานครั้งละสองร้อยคนเป็นเวลาหนึ่งเดือน เพื่อเป็นการฝึกฝนทหารมิให้ปล่อยเวลาว่างทิ้งไปโดยเปล่าประโยชน์

เมืองและอำเภอใกล้เคียงเมื่อเห็นเช่นนั้นต่างก็พากันเอาอย่าง เริ่มปรับปรุงและขยายถนนในเขตของตน จนทั่วทั้งเมืองหนานไห่เต็มไปด้วยบรรยากาศแห่งการพัฒนาอันคึกคัก

ในช่วงฤดูกาลที่อ้อยสุกงอม เทคโนโลยีการผลิตน้ำตาลแบบใหม่ก็แพร่หลายไปทั่วหนานไห่ราวกระแสลมพัด โรงน้ำตาลเกือบทั้งหมดหันมาใช้เครื่องมือและกรรมวิธีใหม่

จะมีเพียงส่วนน้อยที่ยังยึดติดกับของเดิม เพราะเสียดายเงินที่จะต้องเปลี่ยนเครื่องจักรบ้าง หรือทะนงในฝีมือเดิมของตนบ้าง

ทว่าผลลัพธ์ที่แตกต่างกลับปรากฏให้เห็นในมิช้า

เมื่อเห็นน้ำตาลทรายขาวที่เคี่ยวด้วยกรรมวิธีใหม่มีสีขาวบริสุทธิ์ สิ่งเจือปนน้อยลง และที่สำคัญคือปริมาณน้ำตาลที่ได้นั้นมากกว่าเดิมถึงสองเท่าตัว! แม้ผู้ที่มีฝีมือมิช่ำชองก็ยังได้ผลผลิตเพิ่มขึ้นอย่างน้อยหนึ่งเท่า

เหล่าผู้ประกอบการในสายงานนี้ต่างปรีดาปราโมทย์กันทุกครัวเรือน!

ความเลื่อมใสและความขอบคุณต่อใต้เท้าบุรุษและฮูหยินของเขา พุ่งทะยานขึ้นสู่จุดสูงสุดใหม่

เหลียนฟางโจวจึงปรึกษากับหลี่ฟู่ ให้เขาส่งหนังสือราชการไปยังทุกเมืองและอำเภอ เพื่อประกาศกระจายข่าวสารเป็นทอดๆ โดยกำหนดวันในแต่ละเดือนที่จะเปิดให้ชาวบ้านเข้ามาเรียนรู้เคล็ดลับการปลูกพืช การดูแลจัดการไร่นา รวมถึงการเลี้ยงไก่ เป็ด และสุกร ณ ตัวเมือง

เหลียนฟางโจวยังจัดพิมพ์เอกสารข้อมูลแจกจ่ายไปยังทุกแห่ง และส่งเจ้าหน้าที่ที่ผ่านการอบรมลงพื้นที่ไปบรรยายความรู้ เพื่อให้กระจายถึงหูชาวบ้านในวงกว้างและรวดเร็วที่สุด

ด้วยรากฐานความเชื่อมั่นจากผลงานที่ผ่านมา เมื่อชาวบ้านรู้ว่าเรื่องนี้ริเริ่มโดยท่านผู้ว่าการมณฑลและฮูหยิน ต่างก็เชื่อถืออย่างสนิทใจและให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี

ช่วงเวลานี้เหลียนฟางโจวมีความสุขยิ่งนัก ในดินแดนที่ห่างไกลและเปรียบเสมือนอาณาจักรอันสันโดษแห่งนี้ นางปรารถนาจะทำทุกอย่างที่ทำได้เพื่อความเป็นอยู่ที่ดีของราษฎร

จนกระทั่งสิ้นเดือนสิบ การประมูลเส้นทางการค้าทั้งหมดก็เสร็จสิ้นลง ด้วยความรู้ใจบางอย่างที่แม้แต่เหลียนฟางโจวก็มิอาจอธิบายได้ เหล่าพ่อค้าต่างพร้อมใจกันสละเส้นทางการค้าเดิมสามเส้นทางไว้ให้นางโดยไม่มีใครเข้าร่วมประมูลแข่งขัน เมื่อเหลียนฟางโจวรับรู้ถึงเจตนานั้น นางจึงรับไว้ด้วยความยินดี

แน่นอนว่านางยังคงชำระเงินในราคาที่มิได้ต่ำไปกว่าผู้อื่น เมื่อเหล่าพ่อค้าเห็นเช่นนั้นต่างก็เลื่อมใสศรัทธา แม้แต่ผู้ที่เคยมีความขุ่นเคืองเล็กน้อยหรือมิกล้าเข้าแข่งขัน ก็กลับมารู้สึกสบายใจขึ้นมาก

หลังจากการขับเคี่ยวอันดุเดือดตลอดทั้งวัน เหล่าพ่อค้าได้จัดสรรเส้นทางการค้ากันอย่างลงตัว ฝ่ายราชการเองก็ได้รับรายได้เข้าคลังอย่างเป็นกอบเป็นกำ

ยิ่งไปกว่านั้น นับจากนี้ไปจะมิมีการหนีภาษีจากสี่ตระกูลใหญ่และพ่อค้าที่อยู่ภายใต้อิทธิพลของพวกเขาอีก ภาษีของเมืองหนานไห่จึงมั่งคั่งขึ้นทันตาเห็น

นอกเหนือจากการใช้จ่ายในราชการปกติ หลี่ฟู่ยังจัดสรรงบประมาณไปยังเมืองและอำเภอต่างๆ เพื่อใช้ในการตัดถนนขุดอ่างเก็บน้ำ รวมถึงงบประมาณซ่อมแซมสำนักศึกษาและโรงเรียน เพื่อส่งเสริมการศึกษาให้รุ่งเรืองต่อไป

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น